ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : -4- นิวตัน (F=dp/dt)

คำค้น : น่ารัก,ฝาแฝด,สมการเวหา,ณิดา,ทัพเวหา,ชิล,อ่านสบาย,ตลก,บ้าบอคอแตก

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2561 14:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
-4- นิวตัน (F=dp/dt)
แบบอักษร

“โอ๊ย! แสบๆ ๆ ๆ”

ทัพเวหาร้องเสียงหลงจนแม้กระทั่งเจ้าของร้านหมูย่างก็ต้องเหลียวมองชายหญิงสองคู่ที่นั่งอยู่ในร้านกลางดึก ด้วยเกรงว่าแม่สาวตุ๊กตาจะลงมือฆ่าหนุ่มหน้ามนคนหล่อเข้าสักวัน

ณิดาแตะสำลีชุบยาบนโหนกแก้มเขาเบาๆ และปิดด้วยพลาสเตอร์รูปหมีพูห์

เธอละเหี่ยใจกับความบ้าบิ่นของทัพเวหาเหลือเกินที่กล้าเข้าไปวางมวยกับคนฝรั่งเศสทั้งแก๊งจนตัวเองได้เลือดกลับมา

“นายลุยเดี่ยวต่อยกับคนเป็นสิบไม่กลัว แต่ตอนนี้จะกลัวสำลีก้อนเล็กๆ เนี่ยนะ”

“ก็มันแสบอะ!” เขายกปากสีแดงจัดขึ้นน้อยๆ เหมือนเด็กเอาแต่ใจ มือหนาก็พลันรีบแย่งสำลีจากมือเธอมาโยนลงถุงขยะอย่างเร็วไว

บนมือเขายังมีรอยแผลถลอกอีกนิดหน่อย นอกนั้นก็ไม่เป็นอะไร แตกต่างจากคู่กรณีทั้งสิบคนที่แทบคลานไม่ได้ ถ้าหากณิดาไม่เคยเห็นเขาในแง่หนุ่มเนิร์ดมาก่อนก็ต้องคิดว่าทัพเวหาเป็นนักกีฬาชกมวยด้วยซ้ำ

“นายนี่น๊า ตอนนี้ร้องแสบโอดครวญ แต่ตอนทำน่ะไม่คิด ดีเท่าไหร่แล้วที่เจ้าของร้านเขาไม่เรียกตำรวจมาจับไปนอนในตะราง”

เธอบ่นยืดยาวแล้วเก็บอุปกรณ์ทำแผลลงในถุงพลาสติกที่เพิ่งจะซื้อมาจากร้านขายยากลางดึก พอยิ่งดึกก็ยิ่งหนาว อากาศเย็นจัดทำให้คนส่วนมากอยู่ตึกหรือร้านมิดชิด ไม่ค่อยมีคนเพ่นพ่านบนถนนดังเช่นตอนหัวค่ำ โชคดีหน่อยที่ร้านขายยายังเปิด

ร้านหมูย่างเพิงเล็กๆ อยู่ในมุมไม่โดนลม หากไม่นับรวมเธอกับทัพเวหาก็มีฝรั่งสามสี่คนนั่งในร้านเท่านั้น ณิดาเลือกพูดภาษาไทยกับเขาเพราะไม่อยากให้คนอื่นตกอกตกใจไปมากกว่านี้

“บอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามตามฉันไป นายไม่เข้าใจเหรอ”

“ผมไม่ได้ตามคุณ แค่บังเอิญไปร้านเดียวกัน”

เขาพูดหน้าตายแล้วหยิบหมูย่างไปกัดอีกสองไม้ มืออีกข้างก็ยกซดเบียร์ลงคอเหมือนกินน้ำเปล่า ณิดาต้องดึงเบียร์ออกจากมือเขาก่อนที่ทัพเวหาจะดื่มจนหมดอีกกระป๋อง

“นี่นายดื่มไปสามกระป๋องแล้วนะ...พอเถอะ”

เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ ซอสสีส้มจากเนื้อหมูยังติดที่มุมปากเหมือนเด็กๆ “เบียร์ที่นี่ถูกมาก เมื่อกลางวันผมจำได้ว่าเราซื้อแพงกว่านี้นะ ทั้งๆ ที่เป็นยี่ห้อเดียวกันแท้ๆ แปลกจัง”

ณิดาหลุดยิ้ม

....ขนาดคนฉลาดอย่างอิตาเวย์ยังโดนโกง คนธรรมดาอย่างเธอก็ไม่ต้องคิดมากแล้ว...

แต่!! ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาขำ เธอสลัดความขบขันออกแล้วปั้นหน้าจริงจัง

“นี่นาย...พอได้แล้ว ถ้านายเมาฉันไม่แบกกลับโฮสเทลนะ”

“ผมเห็นโต๊ะข้างๆ ซดวอดก้าไปหลายขวด แสดงว่าอากาศหนาวๆ แบบนี้ดื่มวอดก้าน่าจะเวิร์ค” เขาเอียงคอเสนอ มืออีกข้างก็ชี้สั่งวอดก้ามาเพิ่มอย่างเร็วไว

ทางด้านแม่ค้าชาวเวียดนามก็เดินเร็วเหลือเกิน ยังไม่ทันที่ณิดาจะเอ่ยห้ามนั้น วอดก้าใสแจ๋วหนึ่งขวดก็มาตั้งตรงหน้าพร้อมกับแก้วเล็กๆ สองใบ

“Can have more pork please?” เขาสั่งหมูย่างเพิ่มโดยไม่มองใบหน้าหงุดหงิดแทบพ่นไฟของเธอสักนิด

“ถ้านายจะดื่มต่อ งั้นฉันจะกลับแล้วนะ” ณิดาลุกขึ้นได้นิดเดียวทัพเวหาก็ดึงแขนเธอลงนั่งข้างเขาดังเดิม มือหนาจับแขนเล็กไว้ไม่ปล่อย

“ก็ผมมัวแต่เป็นห่วงคุณจนยังไม่กินข้าว ใจคอคุณจะไม่ให้ผมหาอะไรกินเลยเหรอ” เขาทำตาอ้อนเหมือนลูกหมากำพร้าโดยที่ไม่ได้ดูสรีระใหญ่โตล่ำบึกของตัวเองแม้แต่น้อย

ณิดาอยากบอกเหลือเกินว่ามันไม่น่ารักเลยสักนิด

...เอ่อ ดูไปดูมา

...น่ารักนิดหนึ่งก็แล้วกัน

“นายกินแค่หมูย่างผักย่างก็ได้ เหล้าเบียร์นี่ก็พอแล้ว” ณิดาบอกเบาๆ พร้อมกับบิดแขนออกจากมือเขาและทัพเวหาก็ยอมปล่อยแต่โดยดีเพราะเนื้อหมูเซตใหม่มาวางตรงหน้าส่งกลิ่นหอมฉุย

“คุณลองชิมไหม อร่อยนะ อร่อยกว่าเนื้อม้าที่เรากินไปตอนกลางวันอีก” เขาส่งหมูย่างให้เธอหนึ่งไม้ กลิ่นหอมของมันทำให้เธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

ตาสีน้ำตาลเรียวยาวจ้องหน้าเธอเขม็งเพื่อบังคับให้เธอรับไป ณิดาจึงจับหมูย่างอีกไม้ที่อยู่ในจานมากัด ทัพเวหาถือหมูย่างมองเธอค้างเก้อ เมื่อเห็นว่าเธอนั่งเคี้ยวตุ้ยๆ เขาก็อ้าปากกัดหมูย่างหอมๆ ร้อนๆ บ้าง

“อร่อยใช่ไหม ดื่มนี่แกล้มกันไป เด็ดสุดๆ”

พูดแล้วเขาก็รินวอดก้าใส่แก้วเล็กของเธอ ณิดาส่ายหน้าปฏิเสธแต่ทัพเวหาก็ดื่มให้ดูเป็นตัวอย่าง เขาร้องเสียง อ่าห์… ตามด้วยใบหน้าเคลิบเคลิ้มเหมือนได้ขึ้นสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น

“นิดเดียว ลองนิดเดียวไม่เมาแน่ เชื่อผม” เขาคะยั้นคะยอ

เธอยอมจิบมันลงไปนิดหน่อยแล้วก็กัดเนื้อหมูตาม รสชาติเป็นดังที่เขาบอก มันก็เด็ดไปอีกแบบ

“เป็นไง เอาอีกไหม” ปากเขาถามว่าเอาไหม แต่มือก็รินเหล้าให้เธอจนเต็มแก้ว

“นี่นายเวย์...” ณิดาวางไม้จิ้มหมูที่กินจนหมดแล้วลงในจานเปล่า เธอค่อยๆ ช้อนสายตามองเขา “ขอบคุณนะที่ช่วยฉัน ถึงวิธีการนายจะบ้าบิ่นไปหน่อยแต่ก็ขอบคุณมาก”

“เห็นคุณยืนสั่นเป็นลูกนกแล้วผมยังหงุดหงิดไม่หาย ไอ้พวกวัยรุ่นขี้เมาพวกนั้นต้องโดนสั่งสอนซะบ้าง” เขาบอกแล้วยกซดวอดก้าจนหมดแก้ว

“นายก็รู้ว่าพวกเขาเมา...ไม่น่าไปต่อยกันหนักขนาดนั้น”

“ตอนต่อยก็ไม่รู้หรอกว่าหนักไหม ผมไม่ได้วัดแรงเป็นนิวตัน” เขาส่งหมูอีกไม้ให้เธอ ส่วนตัวเองก็รินวอดก้าเพิ่ม

“นิวตันผู้ค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลกจากแอปเปิลตกใส่หัวน่ะเหรอ” ณิดายิ้ม เธอยกวอดก้าขึ้นจิบ

“นิวตันเป็นหน่วยวัดแรง เอ่อ...ก็ใช่ แอปเปิลก็ใช่ แคลคูลัสก็ใช่ ทางฟิสิกส์ต้องใช้แคลคูลัสเยอะ ไม่แปลกที่เขาจะเก่งทั้งคณิตศาสตร์และฟิสิกส์” ทัพเวหายกคิ้วหนึ่งข้างขึ้นสูงแล้วยิ้มน้อยๆ

...นั่นคือมุกตลกหรืออย่างไร? !

“เอ๋? ฟิสิกส์เหรอ ฮ่าๆ ๆ ๆ”

ณิดาป้ายน้ำตาที่หางตาออก นี่คือตัวอย่างของการหัวเราะจนน้ำตาเล็ด เธอเอาหัวเป็นประกันว่านายเวย์ต้องยังโสดสนิทแน่ๆ เพราะไม่มีผู้หญิงคนไหนทนนั่งคุยเรื่องฟิสิกส์กับเขาได้ตลอดเวลา

“สมการนิวตันมันเป็นฟิสิกส์ง่ายๆ คุณน่ะต้องหัดเรียนรู้พลังงานอิสระคนสวย”

เขาเอามือลูบหัวเธอเบาๆ แล้วผละออก สัมผัสนั้นทำให้ณิดาไปต่อไม่ถูก

เธอหุบยิ้ม ร่างบางชะงักค้างกับความอ่อนโยนที่คาดไม่ถึง แต่ดูเหมือนว่าทัพเวหาจะไม่ได้ใส่ใจ เขายังคงวุ่นวายกันการแกะลูกนกย่างราดซอสที่เธอไม่คิดจะชิมแม้แต่น้อย

“พะ...พลังงานอิสระคืออะไร”

เสียงหวานถามอ้อมแอ้ม ถึงแม้ณิดาไม่อยากรู้หรอกว่าพลังงานอิสระคืออะไร แต่บรรยากาศรอบตัวเวลานี้มันดูแปลกๆ ชอบกล บางทีหยิบเรื่องวิทยาศาสตร์มาคุยก็อาจทำให้ทัพเวหามองข้ามอาการประดักประเดิดของเธอได้

“เป็นค่าพลังงานที่เอาไว้บอก อย่างเช่น...” ทัพเวหามองตาเธอ เขาไล้นิ้วโป้งเช็ดซอสที่ติดอยู่มุมปากเธอแล้วส่งนิ้วนั้นเข้าปากตัวเอง “เช่นไว้บอกว่ารักแรกพบเกิดขึ้นเองได้ไหม”

ณิดาถอยหลังหนีไม่ได้ เธอนั่งอยู่สุดขอบม้านั่งแล้วจึงทำได้เพียงเม้มปากจุดที่เขาสัมผัสนั้นเบาๆ

“...นายโกหกหรือเปล่า”

“คุณอยากลองแก้สมการไหมล่ะ” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยอธิบายแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ

เธอจ้องตาเขา ดวงตาสีช็อกโกแลตนั้นหวานเชื่อมจนแทบจะเค้นออกมาใช้แทนน้ำผึ้งได้อยู่แล้ว ณิดาไม่เคยเห็นใครสอนวิทยาศาสตร์ได้ชวนใจละลายขนาดนี้มาก่อน

“เอ่อ...ไม่หรอก ฉันไม่ชอบวิชาเลข” เธอหยิบวอดก้าขึ้นซดจนหมดแก้วและลงท้ายด้วยการสำลักจนตัวโยน “แค่กๆ ๆ!!”

“ค่อยๆ กินก็ได้ ผมไม่แย่งคุณหรอกน่า”

ทัพเวหาลูบหลังเธอ เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าใบเล็กของเธอขึ้นมาเช็ดที่คางและปากให้ คนตัวโตขยับเข้าใกล้จนขาแนบชิดกัน ไอร้อนจากตัวเขาแพร่ผ่านกางเกงยีนสีเข้มออกมาจนณิดาสัมผัสได้

และใกล้จนเธอเห็นเงาตัวเองในดวงตาพร่างพราวระยิบระยับนั้น

“ฉัน...ฉันอิ่มแล้ว กลับกันเถอะ”

“แต่ผมหิว...ขอกินหน่อยได้ไหม”

มือร้อนของเขายังคลึงอยู่บนปากอิ่มของเธอไปมา เขาลากมือผ่านกลีบปากล่างแล้วค่อยๆ แตะกลีบปากบน ริมฝีปากสีชมพูสั่นระริก ณิดาแทบลืมหายใจ

ใบหน้าคมขยับเข้ามาใกล้กันแค่คืบ ลมหายใจกลิ่นวอดก้าเป็นของเขาหรือเธอนั้นณิดาก็ไม่อาจบอกได้ เธอรู้เพียงว่าเสียงหัวใจเต้นแรงนี้เป็นเสียงหัวใจเธอแน่ๆ

“เวย์...”

ใบหน้าหวานหลบหลีกก้มลงจนค้างชิดอก จมูกโด่งและปากหยักของเขาจึงทำได้เพียงประทับลงบนแก้มนวลแทนที่จะเป็นปากอิ่ม

เขากดจมูกค้างไว้ ลมหายใจร้อนผ่าวรดผิวเธอจนวาบหวามไปทั่วทั้งกายก่อนที่ริมฝีปากเขาจะขยับไต่ไปทั่วพวงแก้มเธอทีละน้อยจนถึงใบมุมปากสีชมพูสวย

“เวย์ พอแล้ว...” ณิดาดันอกหนาเบาๆ

“พอก็ได้...”



ขายาวเดินนำหน้าเธอไปสองก้าว แต่มือเขายังจับมือเธอไม่ปล่อย ณิดามองแผ่นหลังกว้างและตั้งตรงของเขา เธอไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะพิษวอดก้าหรืออากาศที่หนาวเหน็บนั้นชวนให้เธออยากลองถลาเข้าไปซบหลังเขาดูบ้างว่ามันจะอุ่นแค่ไหน

“นายเป็นใคร...เป็นผู้ชายแบบไหนกันแน่”

เสียงหวานเอ่ยถามทำลายความเงียบ คนทั้งคู่ยังคงก้าวเดินมุ่งหน้าขึ้นไปยังโฮสเทล เวลาใกล้เที่ยงคืนเข้าทุกขณะ ร้านค้าหลายร้านละทยอยปิดทำการ นักท่องเที่ยวหลายคนก็เดินกลับที่พัก นับเป็นโชคดีที่เธอไม่ได้เดินทอดน่องกับเขาตามลำพัง ไม่อย่างนั้นณิดาคงเขินอายไปมากกว่านี้แน่

“นักฟิสิกส์บ้าๆ บอๆ คนหนึ่งละมั้ง”

เสียงเขาบอกเอื่อยเฉื่อยและติดแหบพร่าหน่อยๆ ทัพเวหาดื่มเบียร์ไปเยอะมากและดื่มวอดก้าต่ออีกหลายแก้ว ที่เขายังเดินตรงได้แบบนี้ก็นับว่าคอแข็งมากแล้ว

“แล้วทำไมต้องกลัวว่าฉันจะเป็นสายลับ”

“เพราะผมทำงานวิจัยที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ”

ณิดาหยุดเดิน ทัพเวหาเองก็หยุดเดินเช่นกัน มือทั้งคู่ยังคงจับกันแน่น เขาหันกลับมามองเธอช้าๆ “ก็เลยมีสายลับมาสอดส่องบ่อยๆ น่ะ”

“เหมือนนักวิทยาศาสตร์ตัวร้ายจ้องจะทำลายล้างโลกในหนังใช่ไหม” ณิดาคิดว่าเธอเมาแน่ๆ ถ้าไม่เมาเธอคงไม่พูดจาไร้สาระเป็นการ์ตูนแบบนี้

“ใช่ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ตัวร้าย เพราะพระเอกอย่างแบทแมนต้องเป็นนักธุรกิจ”

“ไอรอนแมนก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ เอ๊ะ หรือเป็นวิศวกรกันนะ”

“ผมว่าคุณเมาแล้วณิดา”

เขากลัวหัวเราะในคอพร้อมกับพูดย้ำความจริงนั้นกับเธอ พื้นรอบตัวเธอโคลงเคลงแปลกๆ มืออีกข้างรีบคว้าทัพเวหาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว

“เวย์... พื้นมันสั่น แผ่นดินไหวหรือเปล่า”

“เปล่าแค่คุณเมา”

“จริงเหรอ”

เขารั้งตัวเธอมากอด ณิดาซบหน้าลงกับอกอุ่นนั้น สมองของเธอเริ่มหมุนทีละน้อย

“เวย์...กอดทำไม ปล่อยสิ”

“ไม่ปล่อย”

“ดื้อจัง”

แสงไฟตรงหน้าเบลอไปหมดจนณิดาไม่อยากลืมตาขึ้นเลย เธอขอหลับตาและนอนอยู่ตรงนี้ได้หรือไม่

...อกเขาอุ่นเหลือเกิน

“ขึ้นหลังผมสิ” เขาย่อตัวลงแล้วแบกเธอขึ้นหลังเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเดินเองไม่ไหว ณิดาแนบร่างลงไปแผ่นหลังเขาแต่โดยดี

“เหมือนขี่ม้าตัวโตเลย...”

เสียงหวานพึมพำ แก้มเธอซบกับไหล่กว้างของเขา สองตาปิดสนิท สองมือเธอคล้องคอทัพเวหา มีเขาแบกเธอเดินไปแบบนี้ ณิดาสบายราวกับเจ้าหญิงนอนบนปุยเมฆ

“หนูนิดทำให้เวย์เจ็บตัว หนูนิดขอโทษ”

“...”

“หนูนิดดีใจนะที่มีเวย์อยู่ด้วยกัน ขอบคุณนะเวย์”

รู้ทั้งรู้ว่าณิดาเมาจนสิ้นสติแต่ทัพเวหาก็ก้มหน้ายิ้มเขินกับพื้นซีเมนต์ จากนั้นเขาก็แหงนหน้ายิ้มกับดวงจันทร์

...หนูนิดงั้นเหรอ?

เขายิ้มจนถึงโฮสเทลเหมือนคนบ้าเข้าไปทุกที

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว