email-icon facebook-icon Twitter-icon

"คุณจะฝืนอะไรก็ได้แต่คุณฝืนโชคชะตาตัวเองไม่ได้" ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ ทุกความคิดคิดเห็นคือเเรงผลักดัน เม้นเป็นกำลังใจและกดถูกใจให้ไรท์กันด้วยนะคะ ^^

ตอนที่ 17 จะใกล้ชิดและดูแลเมียไม่ห่าง 2 (รีไรท์)

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 จะใกล้ชิดและดูแลเมียไม่ห่าง 2 (รีไรท์)

คำค้น : คิณ,อคิราห์,จันทร์เจ้า,พิมพิลาไล,รัก,ผัว,เมีย,หื่น,แกล้ง,จน,รวย,หล่อ,มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.8k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 31 มี.ค. 2563 12:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 จะใกล้ชิดและดูแลเมียไม่ห่าง 2 (รีไรท์)
แบบอักษร

ตอนที่ 17  

จะใกล้ชิดและดูแลเมียไม่ห่าง 2 

 

15.05 น. 

ตอนนี้ฉันแยกตัวจากพวกเพื่อน ๆ แล้ว หลังจากเลิกเรียนของจารย์แม่ก็รีบบอกพวกมันเลยว่ามีธุระ ฉันกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางคณะวิศวะเพราะเมื่อกี้โทรไปบอกเขาแล้วและตอนนี้เจ้าตัวก็บอกว่ารออยู่ใต้ตึก อีกอย่างนี่มันก็บ่ายสามกว่าแล้วไงตาบ้านั่นยังไม่รีบขึ้นไปเรียนอีก ฉันเลยต้องเป็นฝ่ายรีบนี่เเหละแต่จะว่าไปก็ไกลเหมือนกันแฮะ แถมแดดเมืองไทยนี่ไม่เป็นมิตรกับฉันเลยจริง ๆ 

โค-ตะ-ระ-ร้อนนนน🤬 

และไม่นานฉันก็เดินมาจนถึงหน้าตึกวิศวะสักที สายตาพลันสอดส่องมองหาคนร่างสูง 

เขาอยู่ไหนวะ 

“มาหาใครรึเปล่าครับ” 

เสียงนุ่ม ๆ ของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นข้างหลัง พอหันไปมองก็เจอกับผู้ชายหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง 

กำลังมองฉันอยู่เหมือนกัน 

อ่า...น่ารักจัง 

“บอกผมได้นะเผื่อผมรู้จัก” 

เสียงเขาดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ไม่เห็นว่าฉันจะตอบเขาไปสักที 

“อ๋อ...มาหาคิณค่ะ” 

ฉันตอบกลับผู้ชายหน้าตาน่ารักตรงหน้าไป แล้วยิ้มให้เขาเล็กน้อย เขาดูเป็นมิตรดีนะคงไม่เป็นไรหรอก 

“อ้อ...พี่คิณปี3 ใช่ป่ะครับ” 

เขานิ่งคิดสักพัก ก่อนจะตอบฉันกลับมา เขารู้จักคิณด้วยแฮะ นายนั่นก็คงดังไม่ใช่เล่นแต่น่าแปลกที่ฉันไม่เคยรู้จักเขามาก่อน 

“อ่า...น่าจะใช่นะคะ” 

ฉันตอบกลับเขาไปสั้น ๆ แต่ตาก็ยังคงสอดส่องหาร่างสูงอยู่ ไหนบอกว่าจะมารอไงหายไปไหนเนี่ย 

“เดี๋ยวผมพาไปหามั้ยครับ ผมพอจะรู้ว่าพี่เขาอยู่ไหนนะ” 

คนตรงหน้าเอ่ยขึ้นอีกครั้ง แถมยังแสดงความมีน้ำใจจะพาฉันไปหาเขาอีก 

แต่ฉันว่าคงไม่ดีเท่าไหร่ลองโทรไปหาเขาก่อนดีกว่า เดี๋ยวเขามาแล้วไม่เจอมีหวังโดนดุอีก 

“ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ เดี๋ยวฉันลองโทรหาเขาดูก่อน” 

ฉันปฏิเสธกลับไป และกำลังจะหยิบมือถือในกระเป่าออกมาโทรหาคนร่างสูงแต่ติดที่ว่า เสียงนิ่ง ๆ ที่ตอนนี้ฉันเริ่ม 

คุ้นเคยดังขึ้นมาจากข้างหลังซะก่อน 

“ทำอะไร!” 

ฉันหันไปมองยังต้นเสียงก็เห็นว่าคนร่างสูงกำลังเดินเข้ามาหายังจุดที่ฉันกำลังยืนอยู่  เรียกซะเสียงแข็งเลยนะ 

อย่างกับว่าฉันทำอะไรผิดนักหนา 

“ไหนบอกว่าจะรอใต้ตึก ไม่เห็นมี” 

ฉันพูดขึ้นขณะที่เขาเดินมาถึง คนร่างสูงเอาแขนมาโอบไหล่ดึงฉันเข้าไปหาตัวจนเซชิดอกแกร่ง สายตาเย็นเยือกตวัดไปมองผู้ชายหน้าตาน่ารักตรงหน้า 

นายจะแผ่รังสีอำมหิตแบบนี้ไปทั่วไม่ได้นะ😟 

“เมื่อกี้มีคนมาถามงาน  แล้วทำไมไม่โทรหา” 

เขาตอบกลับมาพลางหันมาทำหน้าดุใส่ฉันแทน  จันทร์เจ้าผิดสินะ 

“กำลังจะโทรไง เนี่ย” 

ฉันยื่นมือถือที่กำลังกดค้างไว้ตรงเบอร์เขา ยื่นให้คนร่างสูงดู เสร็จแล้วจึงหันไปเอ่ยขอบคุณผู้ชายน่ารักคนนั้นที่ตอนนี้ยืนนิ่งมองเราสองคนอยู่ 

“เอ่อ...ขอบคุณมากนะคะที่มีน้ำใจ” 

พร้อมกับยิ้มให้เขาด้วยความจริงใจ  เขาหน้าตาน่าเอ็นดูจะตายเเล้วดูที่ร่างสูงทำสิจ้องซะจนเขากลัวแล้วมั้งนั่น 

“ด้วยความยินดีครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ ‘จันทร์เจ้า’ 

พอผู้ชายน่ารักคนนั้นพูดจบก็หมุนตัวเดินออกไปเลย ว่าแต่...ฉันไปบอกชื่อเขาตอนไหนวะ 

“บอกชื่อมันด้วย?” 

พอผู้ชายคนนั้นเดินไปได้ไม่นานเสียงเย็น ๆ ของคนร่างสูงก็เอ่ยถามอย่างโมโห พอเงยหน้าขึ้นไปมองก็เจอกับสายตาคาดคั้นและสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์นั่น 

“ไม่ได้บอก” 

ตอบกลับไปตามความจริง ก็ฉันไม่ได้บอกเขาจริง ๆ คุยกันแค่ไม่กี่คำมาเฟียขี้หวงอย่างเขาก็เดินมาหาซะก่อน 

“เหอะ! แล้วมันรู้ได้ไงวะ ถ้าเธอไม่บอก” 

“ก็ไม่ได้บอกไง เชื่อกันบ้างดิ” 

“หึ!” 

ร่างสูงยังคงปักใจเชื่อว่าฉันบอกชื่อผู้ชายคนนั้นไป  และเสียงน่าหมั่นใส่นั่นมันกลับมาอีกแล้ว 

ขอซื้อทิ้งได้มั้ย คำว่า หึ! นั่นอะ 

เออ! ในเมื่อไม่เชื่อก็ตามนั้น 

ชิส์ 

“แล้วแต่นายจะคิดก็แล้วกัน” 

ฉันสะบัดตัวออกจากแขนแกร่ง หันหลังเดินหนีคนร่างสูงทันที คนอะไรไม่ยอมฟังเหตุผลกันบ้างเลย 

ฉันไม่ได้เขียนชื่อตัวเองติดไว้กลางหน้าผากนะ ไม่ได้เที่ยวไปบอกชื่อใครต่อใครง่าย ๆ ด้วย 

“จะไปไหน มานี่!” 

แต่เดินออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าวมือใหญ่ก็เอื้อมมาจับแขนฉันไว้ ก่อนจะดึงเข้าหาตัวจนตอนนี้ดูเหมือนเราสองคนกำลังกอดกันอยู่ 

เขาบ้าหรือบ้าวะ  นี่มันหน้าคณะเลยนะคนเริ่มมองกันใหญ่แล้ว 

“ปล่อยนะ!” 

ฉันพยายามสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนคนร่างสูง สายตาก็มองผู้คนรอบข้างที่ต่างจับจ้องมายังเราสองคนอยู่ แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยสักทีมีแต่จะรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ 

“อย่าทำตัวแบบนี้ดิวะ” 

ร่างสูงพูดขึ้นสายตาดุ ๆ ยังมองมาที่ฉันอยู่ 

“ทำแบบไหน!”. 

ถามออกไปเสียงดัง ฉันก็อยู่ของฉันดี ๆ ทำไมเขาต้องมาโมโหใส่ด้วยล่ะ 

“อย่ายิ้มให้ผู้ชายคนไหน นอกจากฉัน อย่าเดินหนีกันแบบนี้” 

เอ่ยออกมาน้ำเสียงติดตัดพ้อ สายตาที่เคยแข็งกร้าวมื่อครู่เริ่มอ่อนลง 

"ก็ไม่ได้มีอะไรซักหน่อย" 

พอเห็นเขามีทีท่าแบบนั้นฉันเลยยอมสงบลง แต่ก็ยังเถียงต่อไปนิดหน่อย...มันไม่มีอะไรจริง ๆ หนิทำไมต้องคิดมากด้วยเล่า 

"ห้ามยิ้ม!" 

เขาเอ่ยออกมาน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง 

เออ ๆ ยอมก็ได้วะ ฉันไม่อยากจะเถียงกับเขาทั้ง ๆ ที่เรายังยืนกอดกันกลมอยู่หน้าคณะแบบนี้หรอก 

"เออ! ละเคยเถียงได้ที่ไหน" 

ร่างสูงยิ้มพอใจออกมานิดหน่อยก่อนจะยอมปล่อยตัวฉัน แล้วหันมาจับมือแทน 

"สายแล้ว กลับเหอะ" 

ร่างสูงเอ่ยออกมา พลางจูงมือฉันเดินมาหลังคณะที่เหมือนว่าจะเป็นลานจอดรถ 

แล้วเขาไม่เรียนรึไงกัน จะโดดเรียนเหรอ? นิสัยไม่ดีเลย 

"ทำไมไม่ไปเรียน ตอนนี้ก็ยังทัน" 

ฉันหยุดเดินทันที และยังตั้งท่าจะดึงแขนเขาให้เดินกลับไปยังที่เดิม 

"ไม่ไปแล้ว เสียเวลา" 

ร่างสูงตอบกลับมาอย่างไม่ยี่หระ แถมยังกลายเป็นเขาซะเองที่กำลังลากฉันให้เดินตามไปขึ้นรถ 

"นายยย! อย่าดื้อสิเดี๋ยวก็ติด Fหรอก ไปเรียน! ฉันรอได้เดี๋ยวไปนั่งอ่านหนังสือรอที่ห้องสมุดก็ได้" 

กระตุกแขนคนร่างสูงไว้ จะให้เขามาเสียการเรียนเพราะฉันได้ไง ติดF นี่มันตราบาปของการเรียนในมหาลัยเลยนะ 

"เธอนั่นแหละอย่าดื้อ ฉันเรียนมาหมดแล้วไม่ติดหรอก" 

"หมายความว่าไง" 

"เรียนจบแล้ว" 

ตอบกลับมาเสียงนิ่ง 

"ห๊ะ อะไรนะ" 

ถามเขาออกไปอย่างอึ้ง ๆ เห้ยแต่เขาเพิ่งอยู่ปี3เองนะ 

"ยัยบื้อ เธอมีผัวเป็นอัจฉริยะไม่รู้ตัว?" 

คนร่างสูงหันมายักคิ้วให้ พร้อมกับทำหน้าตาภาคภูมิใจ 

เขาไปเอาความมั่นนี้มาจากไหนวะ  มีผัวเป็นอัจฉริยะ 

เเหวะ 

"อย่ามา! หาข้ออ้างไม่ไปเรียนอะดินายอะ" 

"ไม่เชื่อ?" 

ร่างสูงหันมาเลิกคิ้วถาม 

"ใช่ ไม่เชื่อ" 

ส่วนฉันก็ยังตอบไปด้วยความมั่นใจอีกเหมือนกัน แต่ก็แอบลังเลนิดหน่อยนะ ผู้ชายแบบเขามีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ฉันคาดไม่ถึงตลอด แต่ถ้าเป็นอย่างที่เขาพูดจริง ๆ นายจะเพอร์เฟคเกินไปมั้ยวะ? 

"งั้นไว้กลับถึงห้องแล้วจะพิสูจน์ให้ดู" (สแหยะยิ้ม) 

 

ติดตามเพจ >>> นางฟ้าดาวตก1706​​​​​​​ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว