ยินดีต้อนรับทุกคนค่ะ เรื่องท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ายอมแล้ว เปิดให้อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ ฉบับนี้เป็นฉบับรีไรท์แล้วนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจจริง ๆ

การลงทัณฑ์ของท่านอ๋อง (3)

ชื่อตอน : การลงทัณฑ์ของท่านอ๋อง (3)

คำค้น : ท่านอ๋อง, จีน, จีนโบราณ, ฟิน, จิกหมอน, NC, พระเอกงานดี, รักเมีย, หลงเมีย

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ย. 2561 07:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
การลงทัณฑ์ของท่านอ๋อง (3)
แบบอักษร

มู่เลี่ยงหรงผละออกจากร่างบาง มือทั้งสองรีบคว้าชุดที่กองอยู่บนพื้นยื่นให้เยี่ยนเยว่ฉี จากนั้นก็หันมาสวมอาภรณ์ของตนเองอย่างชำนิชำนาญ ไม่น่าจะเชื่อว่าแม้ไม่มีนางกำนัลปรนนิบัติเขาก็ไม่มีอาการเงอะงะแม้แต่น้อย ซ้ำยังรีบมาช่วยคู่หมั้นสาวใส่เสื้อผ้าสตรีได้อย่างแคล่วคล่อง ไม่นานนักร่างเปลือยเปล่าของนางก็กลับมาอยู่ชุดสีขาวงดงามอีกครั้ง

“ท่านอ๋อง ดูคุ้นเคยกับการสวมชุดให้สตรี” สตรีขี้หึงอดที่จะประชดประชันไม่ได้

“อืม ข้าเป็นคนชอบเรียนรู้ที่จะลงมือทำอะไรเองในหลาย ๆ อย่าง” เขาตอบด้วยเสียงอันราบเรียบ

“ท่านอ๋องคงจะฝึกปรืออยู่นานเลยกระมัง”

มู่เลี่ยงหรงจดจ้องนัยน์ตางดงามของสตรีขี้หึงที่กำลังทำท่าทางกระเง้ากระงอดใส่เขา “บางเรื่องไม่รู้จะมีความสุขกว่า แต่ถ้าความจริงคือสิ่งที่เจ้าต้องการแล้วล่ะก็ ข้ายินดีจะเผยเคล็ดลับการฝึกสวมเสื้อผ้าให้สตรีอย่างละเอียด” ชายผู้มีชะตาดอกท้อรู้ว่าหากสตรีเริ่มจะแง่งอนมากเกินพอดี การตอบโต้เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะสามารถปรามพวกนางได้ อย่างไรเสียเขาก็เป็นบุรุษ หากอ่อนข้อให้บรรดาหญิงสาวที่อยู่ใต้การปกครองมากเกินไปก็จะทำให้เรือนหลังไม่สงบสุข

“ไม่ต้องเพคะ หม่อมฉันไม่อยากรู้แล้ว” เยี่ยนเยว่ฉีก้มหน้างุด ถึงอย่างไรบุรุษตรงหน้าก็เป็นถึงท่านอ๋อง การมีสตรีมากมายไว้ฝึกปรือฝีมือก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร

“ข้าจะไม่ทำเช่นนี้ให้สตรีอื่นอีก” สีแดงปรากฏขึ้นบนใบหู ผู้พูดรู้สึกกระดากเล็กน้อย ปกติแล้วเขาไม่จำเป็นต้องมองสีหน้าผู้ใด แต่เพียงแค่เห็นร่องรอยของความไม่สบายใจบนใบหน้าของคู่หมั้น มู่เลี่ยงหรงก็พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องรอยยิ้มของนางเอาไว้

เมื่อเห็นหลักฐานแห่งความเขินอายอันเด่นชัด พร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มกังวานที่พุ่งสู่โสตประสาทรับรู้ เยี่ยนเยว่ฉีแทบไม่อยากจะเชื่อ เมื่อครู่ฉินอ๋องเป็นฝ่ายเอ่ยปากว่าจะไม่ทำในสิ่งที่นางไม่ชอบจริงหรือ “อะไรนะเพคะ?”

“ข้าไม่ชอบกล่าวอะไรซ้ำ ๆ หากเจ้าไม่ได้ยินก็แล้วไปเถิด” มู่เลี่ยงหรงหันกายไปทางอื่น ไม่ต้องการให้นางแลเห็นความอ่อนไหวบนใบหน้าดุจหยกสลักนี้

“แล้วไปไม่ได้เพคะ เยว่ฉีได้ยินทุกคำแล้ว ขอบพระทัยท่านอ๋อง” เยี่ยนเยว่ฉีเคลื่อนกายไปยังเบื้องหน้าของเขา นางส่งสายตาหวานล้ำพร้อมกับรอยยิ้มทรงอนุภาพไปยังบุรุษปากหนัก

มู่เลี่ยงหรงยกยิ้มน้อย ๆ อย่างพอใจ คู่หมั้นของเขาไม่ได้แง่งอนจนเกินงาม ไม่ทำตัวน่ารำคาญจนเกินเหตุ อีกทั้งยังรู้จักรับอารมณ์ของเขาได้เป็นอย่างดี ซึ่งหมายความว่าเขาคงมองคนไม่ผิดแล้ว

“เราออกไปจากที่นี่กันเถิด” มู่เลี่ยงหรงเดินนำหน้าออกไป

ทันทีที่เปิดประตูเฉินอ๋องก็มีอันต้องชะงักงัน บุรุษผมสีเงินในอาภรณ์สีขาวยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าประตู ที่แปลกก็คือกุนซือหนุ่มยืนนิ่งราวกับไร้วิญญาณ ความผิดปกตินี้ทำให้บุรุษผู้สูงศักดิ์ตัดสินใจกลืนโทสะลงท้องไปก่อน

“เยี่ยนจิ้นหลิง เจ้าเป็นอะไรไป”

“...” จิ้งจอกหนุ่มยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นของเทพสวรรค์

มู่เลี่ยงหรงเอื้อมมือออกไปหมายจะสัมผัสเพื่อเรียกสติของกุนซือหนุ่มคืน เยี่ยนเยว่ฉีที่อยู่ด้านหลังเมื่อมองเห็นใบหน้าของพี่ชายคนรองกับท่าทีของคู่หมั้นก็รีบร้องห้ามทันที

“ช้าก่อน ห้ามแตะตัวพี่รองเด็ดขาด”

มู่เลี่ยงหรงดึงมือกลับ แล้วยืนมองบุรุษหล่อเหลาตรงหน้าด้วยความสงสัย “พี่ชายของเจ้าเป็นอะไรไป”

“พี่รองป่วยเป็นโรคประหลาด หากเขานิ่งไปต้องปล่อยให้ได้สติเอง”

“หากมีคนไม่รู้แตะต้องตัวเขาเล่า”

“หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ คำสั่งของท่านพ่อถือเป็นคำขาด ไม่มีผู้ใดในจวนแม่ทัพกล้าขัดขืน” เยี่ยนเยว่ฉีเดินไปหยุดยืนหน้าพี่ชาย สีหน้าของนางเป็นทุกข์อย่างยิ่ง “เป็นไปได้ว่าหากมีคนปลุกเขาก่อนที่สติจะกลับมา พี่รองอาจจะ...ไม่กลับมาอีกเลย”

“ข้าจะรอเป็นเพื่อนเจ้าเอง” มู่เลี่ยงหรงเคลื่อนกายเข้าไปใกล้คู่หมั้นสาว เขาโอบไหล่นางแล้วบีบเบา ๆ อย่างปลอบประโลม ในใจก็คิดไปถึงเรื่องที่เยี่ยนจิ้นหลิงเคยพูดเอาไว้ “พี่ชายของเจ้าวรยุทธ์จัดว่าล้ำเลิศ แต่เขาบอกกับข้าว่ากลัวเลือด ”

เยี่ยนเยว่ฉีเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ “เลือดเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับเขา ทำให้พี่ชายคนรองของหม่อมฉันไม่อาจเป็นนักรบที่เก่งกาจตามความฝันได้”

“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย เขาดูไม่เหมือนคนขี้ขลาดเลยสักนิด”

“ท่านพ่อเองก็ไม่อยากยอมรับเรื่องนี้”

“เพราะว่ามันสกปรกอย่างไรเล่า ท่านอ๋องรู้หรือไม่ชุดสีขาวถ้าเปื้อนเลือดแล้วมีแต่ต้องทิ้ง อาภรณ์ของจิ้นหลิงนั้นสั่งตัดจากช่างฝีมือราคาจึงแพงเอาเรื่อง หากไม่ระวังทำให้เสียหายบ่อยครั้ง เกรงว่าท่านพ่อของกระหม่อมจะมีโทสะได้” เสียงกวนประสาทที่คุ้นเคยของเยี่ยนจิ้นหลิงดังขึ้น เขาได้สติแล้ว “อีกอย่างเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว เยว่ฉีเพียงเพ้อเจ้อให้ท่านอ๋องฟัง ความจริงจิ้นหลิงไม่ได้อยากไปออกแรงในสนามรบสักนิด”

มู่เลี่ยงหรงเลิกคิ้ว เขารู้สึกสงสัยไม่ได้ว่าอะไรคือสิ่งที่บุรุษผู้นี้ยินดี “แล้วเจ้าชอบอะไรที่สุดในการเป็นกุนซือเล่า?”

เยี่ยนจิ้นหลิงหัวเราะเสียงเย็นยะเยือก นัยน์ตาจิ้งจอกมีประกายคมวาดผ่าน “ไม่มีอะไรจะดีไปกว่า การได้นั่งดูศัตรูทั้งทั้งหมดตายอย่างทรมานด้วยแผนการของกระหม่อมอีกแล้ว”

มู่เลี่ยงหรงรู้สึกอึ้งกับคำตอบ แต่ก็เก็บอาการเอาไว้ แล้วสนทนาต่อเหมือนไม่ได้หวั่นไหว “สมกับเป็นจิ้งจอกสีเงินแห่งแคว้น หากผู้ใดเป็นศัตรูของเจ้าคงไม่มีวันสงบสุข”

 “ขอบพระทัยท่านอ๋องที่กล่าวชม”

มู่เลี่ยงหรงขมวดคิ้ว รู้สึกขยาดบุรุษตรงหน้า ชายผู้นี้กลัวเลือดจะเปื้อนกาย แต่กลับกระหายการฆ่าฟันเสียยิ่งกว่านักรบ เขาไม่ต้องออกแรงก็สามารถทำให้คนดับสิ้นพนาสูญ จากนั้นก็ดื่มด่ำกับผลลัพธ์อย่างภาคภูมิ ‘ไอ้จิ้งจอกโรคจิต’

“เราไม่ได้อยากเป็นศัตรูกับเจ้า อย่างไรเสียอีกหน่อยก็ต้องนับญาติกัน จงวางเรื่องบาดหมางเล็กน้อยนั่นลง แล้วส่งเสริมเรากับเยว่ฉีได้หรือไม่?” เขาไม่เห็นประโยชน์ที่จะเป็นศัตรูกับบุรุษโรคจิต จึงหวังว่าการยอมถอยหนึ่งก้าวในครั้งนี้จะทำให้กุนซือผมสีเงินให้ฤกษ์แต่งงานมาเสียที

“จิ้นหลิงขอกล่าวตามตรง ยังไม่มีฤกษ์มงคลในระยะเวลาอันใกล้นี้ ขอให้ท่านอ๋องรอคอยกำหนดการจากกระหม่อมอย่างใจเย็นเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้าต้องการอะไรเพื่อแลกเปลี่ยน หากเราสามารถหาให้ได้ก็จะจัดการอย่างไม่รีรอ”

“กระหม่อมไม่ได้ต้องการสิ่งใด แต่หากท่านอ๋องประสงค์จะกำหนดการแต่งงานให้เร็วขึ้น เมื่อถึงวัดประจำราชวงศ์ก็พอจะมีทางแก้ไขดวงชะตาของเยว่เอ๋อร์ พิธีปัดเป่าคงเป็นหนทางที่ดีที่สุด ถึงเวลานั้นขอเพียงท่านอ๋องให้ความร่วมมือก็เพียงพอ”

“ตกลง”

“เช่นนั้นกระหม่อมกับน้องสาวคงต้องขอตัวก่อน ท่านพ่อถามหานางแล้ว”

“เราเองก็ต้องกลับไปหาพระเชษฐา”

มู่เลี่ยงหรงเดินนำออกไปอย่างไม่รั้งรอ สองพี่น้องตระกูลเยี่ยนก็เดินตามไปห่าง ๆ

“เยว่ฉีเจ้าโชคดีเสียจริง ฉินอ๋องถึงกับรับปากอย่างประมาท เพื่อจะได้ครอบครองเจ้าเชียวนะ”

“พี่รองเลิกแกล้งท่านอ๋องเถิด”

“เหลวไหล เจอเล่ห์บุรุษเท่านี้ก็ใจอ่อนแล้ว น่าผิดหวังเสียจริง”

เยี่ยนเยว่ฉีเบิกนัยน์ตากว้าง “พี่รอง ท่านแอบดู ไม่สิ...แอบฟังอยู่ตั้งแต่เมื่อใด?”

“หึ! อุตส่าห์ช่วยให้พวกเจ้าสานสัมพันธ์กันอย่างราบรื่น โดยไม่มีผู้ใดเข้าไปขัดจังหวะ กลับมากล่าวหาว่าข้าเป็นพวกถ้ำมองไปเสียได้ ช่างไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ”

เยี่ยนเยว่ฉีพูดไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก พี่ชายสุดที่รักปล่อยให้บุรุษอื่นกินเต้าหู้ของนางจนหมดเกลี้ยงตั้งแต่ยังไม่ทันขาย มิหนำซ้ำยังมาลำเลิกบุญคุณเสียอีก *‘ท่านแม่ลูกไม่มีหน้าพบท่านอีกแล้ว’* นาทีนี้หญิงสาวคิดถึงมารดาอย่างสุดขั้วหัวใจ


***********************

จบตอน การลงทัณฑ์ของท่านอ๋อง

-โปรดติดตามตอนต่อไป-


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว