ยินดีต้อนรับทุกคนค่ะ เรื่องท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ายอมแล้ว เปิดให้อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ ฉบับนี้เป็นฉบับรีไรท์แล้วนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจจริง ๆ

การลงทัณฑ์ของท่านอ๋อง (1)

ชื่อตอน : การลงทัณฑ์ของท่านอ๋อง (1)

คำค้น : ท่านอ๋อง, จีน, จีนโบราณ, ฟิน, จิกหมอน, NC, พระเอกงานดี, รักเมีย, หลงเมีย

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2561 09:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
การลงทัณฑ์ของท่านอ๋อง (1)
แบบอักษร

 หลังบานประตูเป็นห้องอันมีแสงสลัวรางจากตะเกียง มู่เลี่ยงหรงก้าวเท้าฉับ ๆ เข้าไปยังด้านในอย่างรวดเร็ว เขาเดินไปทางซ้ายและลัดเลี้ยวไปทางขวาตามทางเดินแคบ ๆ ชายหนุ่มวางสตรีที่ตนถือวิสาสะอุ้มมาบนลังไม้ใบใหญ่ที่อยู่ชิดผนังด้านหนึ่ง

เยี่ยนเยว่ฉียังคงรู้สึกตกใจ ไม่คิดว่าฉินอ๋องจะกระทำการอุกอาจพานางเข้ามาลงโทษในที่แบบนี้ หญิงสาวผู้ตื่นตระหนกพยายามมองไปรอบ ๆ เพื่อสำรวจว่าตนอยู่ที่ใด จากสภาพที่แลเห็นนี่คงเป็นห้องเก็บสัมภาระบนเรือ

มู่เลี่ยงหรงจดจ้องสตรีเบื้องหน้าไม่วางตา เห็นนางตกประหม่าแต่ก็ไม่ได้ขาดสติพยายามมองหาทางหนีทีไล่ ในใจก็นึกชื่นชมนางอยู่บ้าง หากเป็นสตรีอื่นคงร้องโวยวายน่ารำคาญไปแล้ว คู่หมั้นของเขาแม้จะบอบบางแต่ก็มิได้อ่อนแอ คุณสมบัติของนางที่เขาค้นพบมีมากขึ้นทุกขณะ ยามนี้ท่านอ๋องหนุ่มไม่รู้สึกเสียใจที่เลือกนางเป็นหวางเฟย ถึงแม้จะมีเรื่องการเมืองมาข้องเกี่ยวอยู่บ้าง แต่ทั้งหมดก็มาจากความพึงพอใจของตนเองทั้งสิ้น หากไม่ต้องการแล้วล่ะก็แม้แต่พระเชษฐาก็ไม่อาจฝืนใจเขาได้

“เจ้าหนีไปไหนไม่ได้หรอกคุณหนูเยี่ยน”

“หม่อมฉันไม่ได้คิดหนีเสียหน่อย”

“เตรียมใจให้เราลงอาญาเจ้าหรือยัง?”

“เยว่ฉีมีความผิดทำให้ท่านอ๋องมีโทสะ หากท่านจะลงโทษ ถึงหม่อมฉันไม่พร้อมก็ต้องพร้อมเพคะ”

“ดี ใจกล้าดีเราชอบ”

“แต่นี่ไม่ใช่ห้องลงทัณฑ์ ท่านอ๋องจะลงโทษให้หม่อมฉันแบกของหรือ?”

“เสี่ยวเยว่เจ้าช่างมีอารมณ์ขัน”

“เช่นนั้นท่านอ๋องพาหม่อมฉันมาทำอะไรที่ตรงนี้”

“ก็มาลงโทษไงล่ะ พระจันทร์ดวงน้อย”

มู่เลี่ยงหรงดึงร่างเยี่ยนเยว่ฉีสู่อ้อมกอด ฝ่ามือร้อนรั้งต้นคอคนงามไว้ไม่ให้ดิ้นหนีขณะโน้มใบหน้าลงมาประกบจูบอย่างหนักหน่วง บดขยี้ริมฝีปากรุนแรงประหนึ่งจะลงโทษ ลิ้นร้อนไล่เลียริมฝีปากอิ่มงาม บงการรุกเร้าให้นางตอบสนอง

ชายหนุ่มโหมจูบดูดกลืนลมหายใจของหญิงสาว ไม่ยอมให้ริมฝีปากผละออกจากกันแม้เพียงครึ่งเค่อ มีแต่จะแทรกเรียวลิ้นเข้าไปชิมความหวานในโพรงปากมากยิ่งขึ้น เขาขบกัดจนกลีบปากบอบบางบวมเจ่อเป็นสีแดงเพราะช้ำ ท่านอ๋องหนุ่มหมายใจจะลงโทษนางให้หลาบจำ

เยี่ยนเยว่ฉีสะอื้นเพราะรู้สึกเจ็บไปหมด โทสะของเขายังคงคุกรุ่น จึงรั้งใบหน้าของนางให้เชิดขึ้นเพื่อรับจูบอันลึกซึ้งและรุนแรงมากกว่าเก่า เฝ้ารุกเร้าผ่านทางแยกที่เผยอออก สอดปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดดูดดึงขบกัดลิ้นบางอย่างมันเขี้ยว หญิงสาวแทบหายใจไม่ออก ร่างบางสั่นสะท้านครางหวิว ทั้งเจ็บปวดและสุขสมในเวลาเดียวกัน ก่อเกิดเป็นความทรมานอันแสนหวาน

บุรุษผู้นี้กำลังลงทัณฑ์นางให้สาสม สัมผัสเต็มไปด้วยความรุนแรง ไม่เหมือนเช่นจูบอันดูดดื่มเมื่อวันวาน โฉมสะคราญรู้สึกเสียใจที่เขาไม่ทะนุถนอมนางอีกแล้ว

“อือ จะ...เจ็บ” เยี่ยนเยว่ฉีพยายามร้องประท้วง ในขณะที่เขาถอนริมฝีปากออกเล็กน้อย

“ข้าเจ็บกว่าเจ้ามากมายนัก” เขาโต้ตอบด้วยเสียงอันแหบพร่า แต่ที่น่าแปลกใจท่านอ๋องเปลี่ยนสรรพนามเรียกขานตนเองแบบสนิทชิดเชื้อมากยิ่งขึ้น ทั้งที่ปกติเขามักจะรักษาระยะห่างจากนางอยู่เสมอ

“ท่านอ๋องเจ็บปวดด้วยเรื่องใด” นัยน์ตาดอกท้อมีประกายน้ำใส ๆ จากความเจ็บที่เขามอบให้นาง

“เจ้ายิ้มให้ชายอื่นหัวเราะยามเขาพูดจา ที่สำคัญเจ้ามองเมินไม่สนใจทำให้ข้าทั้งเจ็บปวดและริษยา”

“ท่านอ๋องหึงหม่อมฉันจริง ๆ ด้วย” มุมปากอิ่มงามเผยรอยยิ้ม

“สาแก่ใจเจ้าแล้วใช่หรือไม่ จะหัวเราะเยาะข้าก็ได้” ใบหน้าคมเบี่ยงหลบเล็กน้อย ด้วยไม่ต้องการให้สตรีตรงหน้ามองเห็นร่องรอยของความหวั่นไหว คำพูดเหล่านี้ไม่เคยหลุดออกมาจากปากเลยสักครั้ง นางเป็นสตรีคนแรกที่ทำให้เขาต้องวางศักดิ์ศรี 

“เยว่ฉีไม่มีทางหัวเราะท่านอ๋อง มีแต่จะสุขใจที่ได้ยินเพคะ”

“เสี่ยวเยว่ เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ทั้ง ๆ ที่พอจะเดาความตั้งใจของหญิงสาวได้แต่แรก แต่การแกล้งทำเป็นไขสือน่าจะทำให้นางรู้สึกยินดีกับชัยชนะน้อย ๆ นี้ได้

“เป็นท่านอ๋องไม่ชัดเจนเองนะเพคะ หม่อมฉันจึงต้องเพียรหาวิธีให้ท่านบอกความในใจ”

“ไม่จริง ข้าแสดงความจริงใจตั้งแต่ต้น แต่เจ้ากลับมีความลึกซึ้งกับชายอื่นอยู่ก่อนแล้ว หากวันนั้นเจ้าปฏิเสธข้าเสียคงไม่ต้องพลาดวาสนากับเขา” คำตัดพ้อทั้งหลายพรั่งพรูออกมาจากบุรุษผู้แสนเย่อหยิ่ง ถึงเขาจะคิดว่าเฟิงหลี่จื้อคือเครื่องมือลองใจของนางก็ตาม แต่ท่าทีของบุรุษหน้าตายผู้นั้นเป็นความรู้สึกแท้จริงอย่างไม่ต้องสงสัย พวกเขาเติบโตมาด้วยกันเยี่ยนเยว่ฉีอาจจะยังเหลือเยื่อไยก็เป็นได้

 “เยว่ฉีไม่ได้ชอบพี่หลี่จื้อ เขาเป็นเพียงเพื่อนในวัยเยาว์เท่านั้น ที่เห็นหม่อมฉันยิ้มและหัวเราะ เป็นเพราะนึกถึงตอนเป็นเด็กหญิงไร้เดียงสาเพียงเท่านั้น”

“จริงหรือ?” เขารู้สึกโล่งออกอย่างมาก แต่ยังคงรักษาสีหน้าเอาไว้ไม่หลุดยิ้มดีใจไปเสียก่อน

“จริงสิเพคะ เยว่ฉีมีเพียงใจเดียว ไม่เหมือนท่านอ๋องที่มีสตรีรายล้อมทั้งใหม่เก่ารอบตัวไปหมด เป็นผู้อื่นต่างหากที่สมควรพูดว่าปวดใจ”

“เจ้ามีใจเดียว ซ้ำยังกำลังปวดใจเพราะข้า?”

“เป็นท่านอ๋องทั้งนั้นที่ยิ้มให้หญิงอื่น หัวเราะยามนางพูดจา ทั้งยังบังคับให้หม่อมฉันยอมรับการแบ่งปันท่านกับสตรีผู้นั้น การแสดงออกอย่างสนิทสนมกับนางทำให้เยว่ฉีเจ็บปวดและริษยา จนอยากจะจับถางซือเซียนโยนลงจากเรือ”

“เจ้าหึงข้ากับเซียนเอ๋อร์ถึงเพียงนี้เชียว?”

“หึ! เซียนเอ๋อร์รึ ท่านอ๋องเรียกนางอย่างสนิทสนม แต่กลับเรียกหม่อมฉันว่าคุณหนูเยี่ยน”

“เจ้าคิดมากกระทั่งเรื่องนี้”

“ยังมีอีกเรื่อง ท่านอ๋องพาถางซือเซียนไปทุกที่ดั่งเงาตามตัว ยามหม่อมฉันเห็นหน้าท่านก็ต้องเห็นหน้านาง ทั้งที่สัญญาเอาไว้ดิบดีเมื่อวันเทศกาลหยวนเซียว ดูท่าใครบางคนคงลืมไปแล้วกระมัง”

“เสี่ยวเยว่ข้าไม่เคยลืมคำอธิฐานอันแสนหวานของเจ้าแม้แต่ชั่วเค่อ”

“ไม่ได้ลืม แต่ก็ไม่คิดจะทำตาม ผู้หญิงคนนั้นคงสำคัญกับท่านมากกว่าหม่อมฉันสินะเพคะ”

“หากเรื่องของเซียนเอ๋อร์ทำให้เจ้าปวดใจ...ข้าขอโทษ”

“ท่านอ๋อง...” นางเบิกนัยน์ตากว้าง รู้สึกตกใจที่เขายอมรับความผิด

“พระจันทร์ของข้า อภัยได้หรือไม่?”

“เยว่ฉีมิบังอาจเพคะ ขอเพียงท่านอ๋องทำตามคำสัญญาก็เพียงพอแล้ว”

“ได้ แต่เจ้าควรเลิกปากแข็งได้แล้ว พูดว่าชอบข้าสักคำเถิด”

“มะ...หม่อมฉันยังต้องพูดอีกหรือ?”

“ได้โปรด” น้ำเสียงแหบพร่า แววตาเว้าวอน ถูกถ่ายทอดออกมาบนใบหน้าหล่อเหลาราวรูปสลัก แสงนวลจากตะเกียงเพียงไม่กี่ดวงที่ถูกจุดอยู่ในห้องขับเน้นให้มู่เลี่ยงหรงดูมีเสน่ห์ยากจะต้านทาน “เพียงเจ้าพูดมาคำเดียว ต่อแต่นี้ไปข้าจะไม่เหลียวแลสตรีใดอีกเลย”

“หากหม่อมฉันไม่ยอมพูดเล่าเพคะ?”

“เด็กดื้อ...ถ้าเจ้าไม่ยอมบอก ข้าจะลงโทษจนกว่าเจ้าจะพูดนะ ไม่กลัวหรือ?”


***********************

ติดตามพาร์ทต่อไปนะเจ้าค่ะ


ท่านอ๋องขู่แล้วนะน้อง กลัวไหมล่ะเยว่ฉี 555555+


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว