ยินดีต้อนรับทุกคนค่ะ เรื่องท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ายอมแล้ว เปิดให้อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ ฉบับนี้เป็นฉบับรีไรท์แล้วนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจจริง ๆ

ดูเหมือนท่านอ๋องกำลังหึงหม่อมฉันอยู่ (2)

ชื่อตอน : ดูเหมือนท่านอ๋องกำลังหึงหม่อมฉันอยู่ (2)

คำค้น : ท่านอ๋อง, จีน, จีนโบราณ, ฟิน, จิกหมอน, NC, พระเอกงานดี, รักเมีย, หลงเมีย

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ต.ค. 2561 14:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ดูเหมือนท่านอ๋องกำลังหึงหม่อมฉันอยู่ (2)
แบบอักษร

เยี่ยนจิ้นหลิงเดินนำน้องสาวกับเฟิงหลี่จื้อไปบนดาดฟ้า เขาชวนคนทั้งสองพูดคุยไปตลอดทาง ในที่สุดก็พามาหยุดยืนอยู่บริเวณด้านหลังของเรือลำใหญ่ เยี่ยนเยว่ฉีพยายามก้มลงมองหางเสืออันมหึมา แต่แล้วบุรุษผมสีเงินก็กล่าวว่าลืมวางพัดไม้หอมเอาไว้ตอนกินข้าวเมื่อครู่ จึงขอตัวกลับเอาคืนโดยให้คนทั้งสองรอเขาอยู่ที่นี่ก่อน

เมื่อกุนซือหนุ่มเดินจากไปแล้ว เฟิงหลี่จื้อที่รอโอกาสพูดคุยตามลำพังกับเยี่ยนเยว่ฉีมาพักใหญ่ก็เริ่มบทสนทนา

“ฉีเอ๋อร์” เขาเรียกขานนางแบบที่เคยทำเมื่อก่อน เยี่ยนเยว่ฉีได้ยินก็เลิกสนใจหางเสือแล้วหันกลับมาหาเขา

“มีเพียงท่านที่เรียกข้าด้วยชื่อนี้”

“นั่นเป็นเพราะสำหรับผู้อื่นเจ้าอาจจะเป็นดั่งดวงจันทร์ แต่สำหรับข้าเจ้าคือเทพธิดา”

“ส่วนท่านก็คือท่านพี่ถังลู่ลู่ของข้า”

“ใช่ ข้าคือพี่ถังลู่ลู่ของเจ้า”

“ท่านเห็นเยว่ฉีเป็นเทพธิดานี่เอง เมื่อก่อนถึงได้เพียรเซ่นข้าด้วยขนมนั่น” นางหัวเราะเสียงใส ทำให้จิตใจของจอหงวนหนุ่มล่องลอยไปแสนไกล

“ค่าตอบแทนที่ได้ก็คือรอยยิ้มอันน่ารักของเจ้า” เขาส่งสายตาลึกซึ้งให้กับนาง พลางขยับกายเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ “เทพธิดาชอบยิ้มแล้วก็บอกว่ารักพี่หลี่จื้อมากกว่าใครไม่ใช่หรือ ข้าดีใจเป็นอย่างมากทุกครั้งที่เจ้าพูดเช่นนั้น”

“หากหวังเพียงรอยยิ้ม ดูท่าจะไม่คุ้มกับขนมที่ท่านเสียให้ข้าเลย” เยี่ยนเยว่ฉีรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่แปลกประหลาดขึ้นอย่างฉับพลัน จึงพยายามพูดเป็นนัยน์ ๆ ให้เขารับรู้

“แต่สำหรับข้านั่นคือสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต”

“ท่านกล่าวหนักเกินไปแล้ว”

“วันที่ข้าต้องไปเมืองต้าซาน เจ้าจำได้หรือไม่ว่าสัญญาอะไรไว้”

“เยว่ฉียังเด็กนัก จำอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น”

“เจ้าร้องไห้แล้วรับปากว่าหากโตขึ้นจะเป็นเจ้าสาวของข้า”

เยี่ยนเยว่ฉีได้ฟังก็นิ่งอึ้งไป ตอนนั้นยังเด็กและเขาก็เป็นคนที่ซื้อขนมให้นางบ่อยที่สุด ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความไร้เดียงสา ไม่คิดว่าเฟิงหลี่จื้อจะคิดเป็นจริงเป็นจังถึงตอนนี้

เฟิงหลี่จื้อเข้าประชิดในที่สุด เขากอบกุมมือขาวผ่องของนางเอาไว้มั่น นัยน์ตาเข้มลึกส่องกระแสวาดหวังไว้อย่างเปี่ยมล้น เขาโน้มศีรษะลง ริมฝีปากหนากำลังจะจรดลงไปบริเวณเดียวกับที่มู่เลี่ยงหรงเคยจุมพิตเอาไว้ เยี่ยนเยว่ฉีเห็นดังนั้นก็พยายามดึงมือของตนออก จนในที่สุดก็พ้นพันธนาการก่อนที่จอหงวนหนุ่มจะจูบซ้ำรอยบุรุษของตน แต่ดูเหมือนจะออกแรงมากเกินไปจึงทำให้ร่างบางเสียหลัก ด้วยไม่อาจจะรักษาสมดุลของร่างกายได้

เยี่ยนเยว่ฉีหลับตาปี๋ เตรียมรับความเจ็บที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ทันใดนั้นร่างบางกลับตกลงสู่อ้อมแขนแข็งแกร่ง นางได้กลิ่นอำพันทะเลที่คุ้นเคย จึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นก็เห็นใบหน้าราวรูปสลักที่ประทับอยู่ในใจของตน แล้วรอยยิ้มบาง ๆ ก็ประดับขึ้นบนใบหน้าของโฉมสะคราญ

“ท่านอ๋อง”

“นึกไม่ถึง ห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น คู่หมั้นของข้าก็พยายามทำให้ตนเองบาดเจ็บเสียแล้ว”

“เยว่ฉีไม่เป็นอะไรเสียหน่อยเพคะ”

“ชู่ว์!”

“...”

“หากเรามาช้าอีกเพียงก้าวเดียวเกรงว่าเจ้าจะต้องเจ็บกาย” มู่เลี่ยงหรงยังคงไม่ยอมปล่อยนาง ซ้ำยังกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นอีก นัยน์ตาสีนิลจดจ้องสตรีตรงหน้าราวกับจะดูดดึงนางลงไปกักขังไว้ในนั้น “ส่วนเราคงต้องปวดใจไม่น้อย”

“ทำท่านอ๋องเป็นห่วงแล้ว” เยี่ยนเยว่ฉีพูดเสียงเบา ดูเหมือนเขาจะไม่ได้เฉยเมยอย่างที่เห็นในตอนแรก นางลอบยิ้มยินดีที่เขาแอบติดตามมา ไหน้ำส้มของคู่หมั้นหนุ่มดูท่าจะร้าวแล้ว

“รู้ก็ดี” เขาคลายอ้อมแขนออกเล็กน้อยก่อนจะประคองเยี่ยนเยว่ฉีให้ลุกขึ้น “เจ้าร้ายนัก รอประเดี๋ยวก่อนเถิด”

เมื่อคู่หมั้นสาวยืนอย่างมั่นคงแล้ว มู่เลี่ยงหรงก็ผินหน้าไปมองบุรุษในชุดสีครามด้วยสายตาเย็นชา องคาพยพทั้งห้าขมวดเกร็งเล็กน้อย แล้วแผ่กลิ่นอายสังหารออกมาจาง ๆ รอบกาย

เฟิงหลี่จื้อรับรู้ถึงบรรยากาศชวนขนลุกขนชันนี้ได้เป็นอย่างดี หากเมื่อครู่เขาได้ยินไม่ผิด แสดงว่าเยี่ยนเยว่ฉีคือคู่หมั้นของฉินอ๋อง กลายเป็นว่ายามนี้เขากำลังเล่นกับไฟ หากไม่คิดหาทางออกอย่างรอบคอบคงมีแต่ต้องถูกแผดเผาเสียแล้ว ‘ให้ตายเถอะ! เยี่ยนจิ้นหลิงไยไม่บอกไม่กล่าวกันบ้าง’

“ว่าอย่างไรท่านจอหงวน หรือจะให้เปิ่นหวางทักทายเจ้าก่อน”

“คารวะฉินอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม...จอหงวนฝ่ายบู๊คนใหม่จริง ๆ เสียด้วย” มู่เลี่ยงหรงก้าวมาเบื้องหน้าเยี่ยนเยว่ฉี ร่างสูงเหยียดตรงบดบังนางจากสายตาของเฟิงหลี่จื้อจนมิด “ได้ยินชื่อเสียงมิสู้ได้พบหน้า”

“กระหม่อมก็เช่นกัน ได้ยินชื่อเสียงของท่านอ๋องมานาน วันนี้ได้มีโอกาสพบหน้าถือเป็นเกียรติของหลี่จื้อยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ”

“สงสัยว่าข่าวที่เจ้าได้ยินเกี่ยวกับเปิ่นหวางดูจะไม่มีมูล” มู่เลี่ยงหรงเชิดหน้ามองต่ำ แม้เฟิงหลี่จื้อจะตัวสูงใหญ่ไม่น้อยไปกว่าเขาก็ตามที แต่กลับถูกรัศมีของเลือดแห่งมังกรกลบจนสิ้น “เจ้าไม่รู้หรือแสร้งทำเป็นไขสือ จึงกล้าแตะต้องสตรีของเปิ่นหวาง”

“ท่านอ๋องโปรดอภัย กระหม่อมมิทราบว่านางคือคู่หมายของพระองค์”

“เอาเถิด ข่าวการหมั้นหมายของเราคงไม่สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน ไม่โด่งดังถึงเมืองต้าชาน” มู่เลี่ยงหรงหันกายกลับไปเผชิญหน้ากับเยี่ยนเยว่ฉี เขายิ้มคล้ายไม่ยิ้มทำให้ผู้มองไม่แน่ใจว่าท่านอ๋องมีโทสะมากน้อยเพียงใด

“หม่อมฉันผิดเองเพคะที่ไม่เล่าให้พี่หลี่จื้อฟัง”

“อ่อ! พี่ถังลู่ลู่ของเจ้าจึงยังมิรู้ความ”

“เอะ! นี่ไม่ใช่ว่าท่านอ๋องแอบฟังหม่อมฉันสนทนากับผู้อื่นนะเพคะ”

“เหลวไหล เรา...เราบังเอิญผ่านมาต่างหาก”

“แค่บังเอิญเท่านั้นหรือเพคะ?” นัยน์ตาดอกท้อจดจ้องบุรุษปากหนัก ฉินอ๋องก็ตกประหม่าเป็นเหมือนกันหรือนี่

“เยี่ยนเยว่ฉีอย่ามาเฉไฉ เราจะลงโทษเจ้า” มู่เลี่ยงหรงตีหน้าเคร่งขรึมเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริง เขาไม่มีทางยอมรับว่าทำเรื่องไร้มารยาทเป็นอันขาด

เฟิงหลี่จื้อได้ยินดังนั้นก็ตกใจ ไม่คิดว่าฉินอ๋องจะบันดาลโทสะถึงขั้นจะลงไม้ลงมือกับเยี่ยนเยว่ฉี อย่างไรเสียก็เป็นชายชาตินักรบและตนเองก็คือต้นเหตุในเรื่องนี้ เขาจึงหวังไกล่เกลี่ยเพื่อไม่ให้ท่านอ๋องทำร้ายสตรีที่ตนมีใจ

“เรียนท่านอ๋อง หากจะลงโทษก็ขอให้กระหม่อมเป็นผู้รับแทน” คำพูดนี้ดั่งน้ำมันราดลงบนกองไฟ ยามนี้ผู้เป็นอ๋องอยากจะสับเขาเป็นหมื่น ๆ ชิ้นแล้วโยนลงแม่น้ำเสียให้รู้แล้วรู้รอด

มู่เลี่ยงหรงหันกายกลับมาเผชิญหน้ากับบุรุษผู้บังอาจแตะต้องสตรีของตนอีกครั้ง น้ำแข็งเริ่มจับตัวหนาขึ้นในแววตา อากาศเย็นสบายกลายเป็นหนาวจับจิตจนเฟิงหลี่จื้อขนลุกขึ้นมาจริง ๆ

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า ทางที่ดีสงบปากสงบคำเอาไว้ดีกว่า”

“ทั้งหมดเป็นความผิดของกระหม่อม ที่ไม่ตรวจสอบดูให้ดี”

“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ เปิ่นหวางจะให้โอกาสเจ้ากลับไปอย่างไม่บุบสลาย”

“กระหม่อม...”

“หุบปาก!”

“ท่านอ๋อง...ได้โปรดอย่าทำอะไรฉีเอ๋อร์”

คำเรียกขานอย่างสนิทสนมยิ่งกระตุ้นให้สติของมู่เลี่ยงหรงขาดผึง “ไสหัวไป! ก่อนที่เปิ่นหวางจะเปลี่ยนใจตัดมือและลิ้นของเจ้าทิ้ง”

“กระหม่อม...”

“เราจะไม่พูดซ้ำ” นัยน์ตาสีนิลแทบจะเปลี่ยนเป็นสีเลือด มู่เลี่ยงหรงสาบานว่าหากบุรุษหน้าตายผู้นี้พูดอีกครึ่งคำ เขาจะทำทุกวิถีทางให้อีกฝ่ายทรมานสุดชีวิต อยู่ไม่สู้ตาย

“...” เฟิงหลี่จื้อเงียบเสียง ถึงแม้จะสัมผัสรังสีอำมหิตอันเข้มข้นได้อย่างชัดเจน แต่ยังคงยืนนิ่งไม่จากไป ประหนึ่งจะท้าทายฉินอ๋อง หากเยี่ยนเยว่ฉีถูกลงอาญาเขาจะยอมรับโทษนั้นด้วย

สตรีผู้เป็นต้นเหตุไม่ต้องการให้ผู้อื่นเดือดร้อนต่อไปอีก นางจึงจำต้องออกปากให้เฟิงหลี่จื้อจากไป

“พี่หลี่จื้อไม่ต้องเป็นห่วง เยว่ฉีจะอธิบายทุกอย่างให้ท่านอ๋องฟังทั้งหมดเอง”

“แต่ว่า...”

“วางใจเถิด ท่านอ๋องไม่ลงไม้ลงมือกับเยว่ฉีอย่างแน่นอน”

“หากมั่นใจเช่นนั้น ข้าก็จะทำตามที่เจ้าบอก”

“เยว่ฉีขออภัย พี่หลี่จื้อ...เชิญ”

จอหงวนหนุ่มกล่าวอำลาฉินอ๋องแล้วเดินจากไปอย่างเสียมิได้ เขาหันกลับมามองคนทั้งสองอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ จากนั้นจึงสาวเท้าต่อไปโดยไม่หันหลังกลับมาอีก

การกระทำและคำพูดที่เป็นห่วงเป็นใยทำให้ก้อนเนื้อที่หน้าอกด้านซ้ายเจ็บปวดอย่างประหลาด ท่าทางอาลัยอาวรณ์ทั้งหลายกำลังทิ่มแทงโสตของมู่เลี่ยงหรงอย่างไม่ปราณี ความรู้สึกต่าง ๆ ถาโถมปนเป จริงอยู่ที่เขาชอบนางมาก แต่ไม่เคยคาดคิดว่าสตรีผู้นี้จะสามารถทำร้ายความรู้สึกได้อย่างมหาศาลถึงเพียงนี้


*****************************

-โปรดติดตามพาร์ทต่อไป-

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว