ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 วันธรรมดากับคนร่วมชายคาเดียวกัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 วันธรรมดากับคนร่วมชายคาเดียวกัน

คำค้น : คิมทัณฑ์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2561 21:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 วันธรรมดากับคนร่วมชายคาเดียวกัน
แบบอักษร

เช้าวันเสาร์ที่อากาศแจ่มใส เป็นอีกวันที่นักเรียน นักศึกษาก็ต้องชอบ เพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกับการเรียน หลายๆคนคงจะพักผ่อนอยู่ที่บ้าน แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ออกมาเที่ยวเล่นเพื่อผ่อนคลายจากการเรียนที่น่าปวดหัว และหนึ่งในนั้นคือพวกเขาสองคน

คิมกับทัณฑ์มาเดินเที่ยวเล่นใกล้ๆมหาลัยที่เป็นย่านดังสำหรับหมู่วัยรุ่นอยู่แล้ว แถวนี้มีร้านของกินมากมายทั้งคาวและหวาน เดินไปอีกหน่อยก็มีโซนเสื้อผ้า เครื่องประดับให้จับจ่าย วันหยุดแบบนี้ เลยมีคนมาเดินเที่ยวกันเยอะ

"กูจะพามึงไปร้านที่กูบอกเมื่อคืน อีกนิดเดียวก็ถึงละ" ทัณฑ์ดูจะลั้นลามากกว่าปกติ เมื่อในหัวคิดถึงของหวานที่โปรดปรานของตัวเอง

"ใจเย็นมึง นี่กะจะไม่กินข้าวเลยหรือไง" ร่างสูงยิ้มขำกับท่าทางตื่นเต้นเป็นเด็กๆของคนข้างกาย

"กินขนมก็อิ่มแล้ว"

"ทำจนเสียนิสัย มึงควรจะกินข้าวก่อนของหวานสิ" ไม่วายคนรักสุขภาพอย่างคิมจะสั่งสอนคนกินตามใจปากอย่างทัณฑ์อีกเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้กับเรื่องการกิน

"อย่าพึ่งเทศน์กูได้ป่ะ อายุก็เท่ากัน ทำตัวเป็นลุงไปได้"

"มึงนั่นแหละทำตัวเป็นเด็ก พูดไม่รู้จักฟัง" คนที่ได้รับฉายาว่าลุงทำหน้าเอือมระอา

"ค้าบลุง" ทัณฑ์พูดล้อเลียนคิมอย่างขำๆ ให้คนโดนล้อได้แต่ทำหน้าดุใส่ แต่มีหรือที่ทัณฑ์จะกลัว เขาเลิกกลัวคนหน้าโหดนี่ตั้งนานแล้ว

มันน่ะโหดแค่หน้า นิสัยไม่ได้โหดตามเลยสักนิด แถมยังขี้บ่นเป็นลุงแก่ๆคน**นึง

"นี่ถึงแล้ว" ชี้นิ้วไปที่ร้านขนมร้านหนึ่งที่ด้านหน้าเป็นกระจกใส สามารถมองทะลุเห็นภายในร้านได้ ข้างในมีลูกค้าอยู่สองโต๊ะ ซึ่งคิมคิดว่ามันกำลังดี เพราะถ้าคนเยอะ เขาคงไม่เข้า

"นี่ที่กูบ่นๆไปไม่เข้าหูมึงเลยเหรอห๊ะ" อุตส่าห์บอกว่ากินของหวานก่อนข้าวมันไม่ดี แต่มันก็ยังพาเขามาร้านของหวานเหมือนเดิม

"เอาหน่า..ไหนๆก็มาแล้ว ป่ะ" ทัณฑ์บอกหน้าใส ก่อนจะเดินนำคิมเข้าไปในร้าน ร่างสูงเดินตามเข้าไปอย่างช่วยไม่ได้

ผู้ชายสายหวานอย่างทัณฑ์จัดการสั่งขนมหวานของโปรดอย่างคล่องแคล่ว เหมือนคนมากินบ่อย ส่วนผู้ชายสายแกงอย่างคิมก็ได้ แต่นั่งมองเฉยๆ เพราะสั่งไม่เป็น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทัณฑ์ สักพักของหวานทั้งหมดก็ถูกนำมาวางลงบนโต๊ะจนครบ ซึ่งมีทั้งเค้กช็อกโกแลต ชีสเค้ก ขนมปังแยมชีส และสมูทตี้สองแก้ว

"กินหมดเหรอวะ" คิมมองของบนโต๊ะอย่าง อึ้งๆ

"กูอะสบายอยู่แล้ว สั่งมาเผื่อมึงด้วยไง" ว่าพลางยกแก้วสมูทตี้ขึ้นมาดูด

"สั่งมาเหมือนกูกิน" คิมทำหน้าเอือม มองของหวานหลากสีสันตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ไม่มีความอยากรับประทานเลยสักนิด ปกติเขาไม่ถูกกับของหวานประเภทนี้อยู่แล้ว ก็เหมือนกับที่ทัณฑ์ไม่ถูกกับพวกแกงเผ็ดๆ

"มึงก็ลองหัดกินหน่อยดิวะ ทีกูยังหัดกินแกงของมึงเลย"

คิมมองทัณฑ์อย่างอ่อนใจ ที่มันคะยั้นคะยอให้เขากินขนาดนี้ ก่อนจะหยิบแก้วสมูทตี้ที่คิมคิดว่ากินง่ายที่สุดในนี้ขึ้นมาดูด รสชาติที่ไม่ได้หวานโดดไปซะทีเดียว แต่ยังมีรสเปรี้ยวผสมอยู่บ้าง มันเลยโอเคสำหรับเขา

"เป็นไง" คนถามจ้องตาวาวอย่างรอเอาคำตอบ

"อร่อยดี" คนฟังยิ้มกว้างออกมาหลังได้ฟังคำตอบ ก่อนจะตักเค้กช็อกโกแลตที่มี สตรอว์เบอร์รี่ลูกใหญ่ขึ้นมาคำนึง ยื่นช้อนไปจ่อปากคิม

"อะ กูรู้ละว่ามึงกินของหวานเพียวๆไม่ได้ มันต้องมีรสอื่นแทรกด้วย ลองชิมดู" เขาเลยเลือกตักเค้กช็อกโกแลตที่มีทั้งรสขมและหวานบวกกับสตรอว์เบอร์รี่ที่มีรสเปรี้ยวนิดๆให้

"รู้ดี" คิมยิ้มมุมปากก่อนจะอ้าปากรับเค้กเนื้อนุ่มเข้ามาในปาก และมันก็จริงอย่างที่ทัณฑ์ว่าที่เขากินของที่มีรสหวานอย่างเดียวไม่ได้ ช็อกโกแลตคำนี้มีทั้งรสขม หวานและเปรี้ยว มันอร่อยกว่าช็อกโกแลตขมๆที่เขาเอาไว้กินตอนอ่านหนังสือเป็นไหนๆ

ทั้งสองจัดการของหวานบนโต๊ะจนหมด แต่อย่าพูดเลยว่าทั้งสองเลย ต้องบอกว่าเป็นทัณฑ์คนเดียวซะมากกว่า เพราะคิมกินแค่น้ำ กับเค้กสองสามคำ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ออกจากร้านเพื่อมุ่งหน้าไปยังร้านถัดไป

"คราวนี้กูเป็นคนเลือกร้านนะ" คิมออกตัวทันทีเมื่อถึงคราวของตัวเอง

"เออออ" ไอ้นี่ไม่วายพาเขาไปร้านอาหารคาวเผ็ดๆ แซ่บๆอย่างที่มันชอบแน่ๆ

"เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ที่กินไปยังไม่อิ่มอีกเหรอวะ กูจุกแล้วนะ" ทัณฑ์ลูบท้องตัวเองไปมา เมื่อกี้ของทั้งหมดเขาก็ซัดคนเดียว จะไม่ให้อิ่มได้ไง

"นั่นยังไม่ถึงครึ่งท้องกูด้วยซ้ำ แล้วกูก็บอกแล้วไง ว่าอย่านับของหวานเป็นอาหารหลัก มันไม่ดี มึงควรจะกินข้าวสิวะ ของหวานมันเป็นแค่.."

"ครับลุง พอแล้วครับ กูเชื่อแล้ว" ทัณฑ์รีบเบรกคนขี้บ่นก่อนที่มันจะยืดยาว

"ใครลุงมึง"

"มึงนั่นแหละ จะไปไม่ไป ร้านข้าวมึงอะ" ทัณฑ์เปลี่ยนเรื่อง เดี๋ยวได้ยืนเถียงกันยาว กลางทางแน่ๆ คิมเลยยอมลดละและเดินนำไปร้านที่ตัวเองมากินบ่อยๆ พอมาถึงหน้าร้าน ทัณฑ์นี่แทบไม่อยากเข้า

"มึง กูกินไม่ได้จริงๆ" เจ้าตัวทำหน้าห่อเหี่ยว หลังจากเห็นป้ายไวนิลของร้านที่เป็นรูปส้มตำ แถมยังมีผัดอะไรสักอย่างที่เต็มไปด้วยพริก

"เข้ามา" มือหนาเอื้อมมาดึงแขนขาวให้เดินตามเข้าไปในร้าน พอมานั่งโต๊ะ คิมก็สั่งอาหารอย่างเชี่ยวชาญไม่ต่างจากทัณฑ์ตอนสั่งของหวานเลยสักนิด คิมสั่งส้มตำปูปลาร้า เคยผัดกระปิ แกงเหลือง แต่ก็ยังใจดีสั่งไก่ย่างมาให้คนกินไม่เป็นด้วย

"ลอง" คิมเลื่อนจานเคยผัดกระปิไปตรงหน้าทัณฑ์ที่แค่ได้กลิ่นกระปิแรงๆก็ส่ายหน้าแล้ว

"ไม่กิน ไม่อร่อย" ส่ายหน้ารัว เหมือนเด็กที่โดนแม่บังคับให้กินยาไม่มีผิด

"รู้ได้ไงว่าไม่อร่อย ยังไม่ได้กินเลย"

"มึง กูไม่อยากกินจริงๆนะ" ทำหน้าอ้อนวอน คิมเห็นแบบนั้นก็ไม่อยากบังคับให้กินอีก

"ตามใจ" เมื่อเห็นว่าคิมไม่บังคับแล้วทัณฑ์ก็โล่งใจ แต่ก็แปลกใจที่มันไม่คะยั้นคะยอให้เขากินเหมือนตอนที่เขาคะยั้นคะยอให้มันกินของหวาน

หรือมันจะโกรธวะ?

ทัณฑ์คิดเองเออเองว่าคิมโกรธ ทั้งๆที่คิมไม่ได้โกรธอะไรทั้งนั้น แค่คิดว่าถ้าไม่อยากกิน เขาก็ไม่บังคับ แต่ทัณฑ์นี่สิดันคิดเองเออเองไปแล้ว

เขาเลยมองอาหารสามอย่างบนโต๊ะ ที่คิดว่าพอจะกินได้ เคยกระปิกับส้มตำปลาร้าอะไรนี่ตัดออกเลย นอกจากพริกก็มีกระปิกับปลาร้านี่แหละที่เขาไม่ถูกด้วยอย่างแรง ทีนี้ก็เหลือ แค่แกงสีเหลืองนี่ที่เขาจำชื่อมันไม่ได้แล้ว

สีเหลืองๆแบบนี้คงไม่เผ็ดหรอกมั้ง

ว่าแล้วทัณฑ์ก็ตัดสินใจหยิบช้อนตักน้ำแกงขึ้นมาชิมก่อน คิมมองตามอย่างงงๆที่อยู่ๆคนตรงข้ามก็ตักแกงขึ้นมากิน เพราะแกงนี่มันเผ็ดยิ่งกว่าส้มตำและเคยผัดกระปิซะอีก

พอน้ำแกงแตะลิ้นเท่านั้นแหละ ทัณฑ์ก็รีบทิ้งช้อนและกินน้ำตามทันที

"ไม่รู้เหรอว่ามันเผ็ด" ถามอย่างขำๆ ทัณฑ์กินน้ำจนหมดแก้วถึงได้ตอบ

"ก็เห็นมันสีเหลือง เลยคิดว่าน่าจะเผ็ดน้อยสุด แต่ที่ไหนได้..ทำไมมึงไม่บอกกูวะ" พูดจบก็รินน้ำใส่แก้วแล้วดื่มอีกรอบเพราะยังไม่หายเผ็ด

"เอ้า ใครจะคิดว่าอยู่ดีๆมึงจะตักขึ้นมากินวะ"

"ก็กูนึกว่ามึงโกรธที่กูไม่ยอมกิน กูก็เลยกินให้ไง" คำตอบนี้ทำเอาคิมนิ่งอึ้งไป การกระทำของคนตรงหน้าแสดงออกว่าแคร์ความรู้สึกเขา เขาไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ รอยยิ้มจุดขึ้นที่มุมปากของคนยิ้มยาก

ไม่มีใครเหมือนมึงจริงๆ

"เดี๋ยวพาไปเลี้ยงขนม"

"จริงดิ!" คนโปรดปรานขนมดีใจยิ่งกว่าได้เกรดเอ คิมคิดในใจว่าคนตรงหน้านี่จะทำให้เขายิ้มไปถึงไหน


หลังจากกินข้าวอิ่ม ทั้งคู่ก็เดินมาโซนขายเสื้อผ้า ตอนนี้คงต้องพักท้องก่อน ถ้าจะให้ไปกินต่อ ของที่กินไปแล้วได้พุ่งออกมาแน่ๆ

"มึงๆๆ เสื้อสวยว่ะ" เดินๆอยู่ก็หยุดอยู่ตรงหน้าร้านขายเสื้อผ้า พร้อมกับกระตุกชายเสื้อคิมให้ดูด้วย

"เออสวย"

"ไปดูกัน" ไม่ถามความเห็นเลย เพราะทัณฑ์เดินนำเข้าไปแล้ว คิมยิ้มมุมปากอย่างนึกขำ ก่อนจะตามเข้าไป มองเห็นทัณฑ์ที่ลูบๆคลำๆ เสื้อตัวหนึ่งอย่างชอบใจ

"พี่ๆ ตัวนี้เท่าไหร่" มองเสื้อที่จับอยู่ตาเป็นประกาย ก่อนจะหันไปถามเจ้าของร้าน

"ตัวนี้หกร้อยห้าสิบน้อง เนื้อผ้าดีมาก เหลือสองตัวสุดท้าย หมดแล้วหมดเลย" ไม่วายพูดโน้มน้าวลูกค้าให้เกิดความยากซื้อขึ้นอีกสิบระดับ

"สวยป่ะ" ทัณฑ์หยิบเสื้อสีขาวเรียบๆที่สกรีนคำว่า champion ด้วยฟ้อนต์เท่ๆให้คิมดู ร่างสูงพยักหน้าให้ นั่นก็ถือเป็นการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของทัณฑ์

"งั้นเอาตัวนี้ครับ" ทัณฑ์เดินเอาเสื้อตัวเองไปให้เจ้าของร้านใส่ถุงให้ทันที คิมมองตามก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อที่ลายเหมือนกันแต่ต่างกันแค่สีตัวสุดท้าย ตามไปจ่ายเงินด้วย

"เอาด้วยเหรอวะ" หันไปถามอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นคิมหยิบเสื้อตัวสีดำที่เขาไม่ได้เลือกมาจ่ายเงิน

"อือ" ทั้งคู่จ่ายเงินเสร็จสรรพ เจ้าของร้านพอได้รับเงินก็ยิ้มหน้าบาน

"ใส่คู่กันพอดีเลย ขอบใจน้อง ไว้วันหลังมาอุดหนุนพี่ใหม่นะ"

"ครับ" ทัณฑ์รับคำยิ้มๆ จากนั้นทั้งคู่ก็เดินออกจากร้าน

"แป๊บเดียวเสียไปหกร้อยละ" ทัณฑ์ว่าพลางชูถุงเสื้อในมือขึ้นดู ถึงจะเสียดายเงิน แต่ก็ไม่เสียใจที่ซื้อมา

"ฟุ่มเฟือย" คนชอบบ่นไม่วายบ่นออกมาอีกครั้ง

"ว่าแต่กู มึงก็ซื้อมั้ยล่ะ" พอโดนว่ากลับ คิมก็ยักไหล่

"แล้วทำไมต้องซื้อเหมือนกูวะ ขี้ก๊อปว่ะ" ทัณฑ์ว่าอย่างไม่จริงจัง

"กูก็ชอบตัวนี้" ตอบหน้าตาย

"หราาาาา" ท่าทางล้อเลียนแบบนั้น ทำให้ คิมอดไม่ได้ที่จะเอามือไปตบหลังกระหม่อมของอีกฝ่ายเบาๆ

"สัส ชอบใช้ความรุนแรงนะมึงเนี่ย" ว่าอย่างไม่จริงจัง แต่คิมหาได้สำนึกไม่ แถมยังหัวเราะอย่างชอบใจ

"เออ กูว่าจะไปซื้อรองเท้าผ้าใบ อันเก่ามันขาด" คิมพูดออกมาอย่างพึ่งนึกได้ว่าต้องซื้อรองเท้าใหม่

"ไปดิ กูมีร้านแนะนำ"

"มึงนี่รู้จักร้านเยอะจริงนะ" ร่างสูงแขวะเล่นๆ ก็เห็นมันแนะนำร้านนู่นร้านนี้เยอะแยะไปหมด ประหนึ่งว่ามันรู้จักหมดทุกร้าน

"แน่นอน"

คิมส่ายหน้าอย่างขำๆ จากนั้นทั้งสองหนุ่มก็ตรงไปร้านขายรองเท้า ทั้งทัณฑ์และคิมต่างหมดเงินไปกันคนละสองพันกับค่ารองเท้าผ้าใบคู่หนึ่ง แปลกใจล่ะสิว่าทำไมทัณฑ์ถึงหมดด้วย..

"เลิกบ่นกูซักทีดิวะ ก็มันสวย กูเลยอยากได้"

ทัณฑ์ถึงกับพูดออกมา เพราะตั้งแต่เดินออกจากร้าน คิมก็บ่นเขาไม่หยุด สาเหตุมาจากที่ทัณฑ์ซื้อรองเท้าตามเขา เพียงเพราะมันสวย ไม่ได้มีความจำเป็นใดๆทั้งสิ้น ถ้ามันซื้อรุ่นที่ถูกกว่านี้ คู่ละเจ็ดแปดร้อยเขาจะไม่บ่นเลย แต่นี่มันซื้อรุ่นเดียวกับเขา รูปทรงเหมือนกันทุกอย่าง แต่ต่างกันแค่สีเท่านั้น และราคาสองพันกว่า 

"แล้วทำไมไม่เอาคู่อื่นที่มันถูกกว่านี้วะ" คิมชักเป็นห่วงเรื่องการใช้เงินของทัณฑ์ซะแล้ว มันเล่นใช้เงินแบบไม่คิดหน้าคิดหลังเลย อยากได้อันไหนก็ซื้อ โดยไม่นึกถึงความจำเป็น

ที่เขาซื้อคู่นี้เพราะรุ่นนี้มันทน และเป็นรุ่นที่เขามักจะซื้อประจำ ใช้ได้นานหลายปี เลยคุ้มที่จะเสียเงิน ประจวบเหมาะกับที่รองเท้าเขาขาดแล้ว เขาเลยซื้อ แต่ไอ้ทัณฑ์นี่สิ..

"ทีมึงยังซื้อเสื้อตามกูเลยอะ ทำไมกูจะซื้อรองเท้าตามมึงไม่ได้" คนดื้อก็ยังเป็นคนดื้ออยู่วันยังค่ำ

"มึงดูราคาดิ๊ ต่างกันลิบลับ" คนขี้บ่นก็ยังเป็นคนขี้บ่นอยู่วันยังค่ำ

"เอ้า! ห้าหกร้อยก็เงินป่ะ กูไม่เห็นบ่นมึงเลย"

"เฮ้อ" คิมถอนหายใจเพราะไม่อยากเถียงกับทัณฑ์แล้ว แต่ก็ยังอยากจะสอนให้ทัณฑ์รู้จักใช้เงินให้เป็นอยู่ดี

"กูแค่อยากให้เวลามึงใช้เงินคิดให้ดีๆ อย่าสักแต่ว่าอยากได้ก็จ่ายเลย ของเล็กๆน้อยๆกูจะไม่ว่า แต่นี่มันแพงเกิน กูมีความจำเป็นกูเลยซื้อ แต่มึงไม่มี" คิมว่าเสียงอ่อนลงอย่างตั้งใจจะสอนทัณฑ์จริงๆ คราวนี่คนดื้อก็ยอมตั้งใจฟังอย่างว่าง่าย

"ก็ได้ ต่อไปกูจะคิดเยอะๆ" คนโดนสอนก็หน้าหงอยลงเล็กน้อย คล้ายโดนครูที่โรงเรียนดุ คิมยิ้มขำกับท่าทางเหมือนเด็กตรงหน้า

"กินไอติมป่ะ กูพาไป"

"กิน" ถึงจะหงอกับคำสอนเมื่อกี้ แต่เรื่องของหวาน เขาไม่พลาดแน่ๆ

"หึหึ ไป"


ตกเย็น ผู้คนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ เหมือนว่าเวลายิ่งเคลื่อนสู่ค่ำคืนมากเท่าไหร่ คนก็ยิ่งเยอะขึ้นเท่านั้น

"นี่ขนาดร้านบัวลอย มึงยังสั่งบิงชูมากินอีก เหรอวะ" คิมถามอย่างไม่เข้าใจคนตรงหน้าที่เขาอุตส่าห์พามันมาร้านบัวลอย แต่มันดันเลือกสั่งบิงซูมะม่วงมากิน

"ก็มันเป็นบัวลอยน้ำขิง กูไม่ชอบกินขิง" คนโดนว่าเบ้หน้าไปทางถ้วยบัวลอยของคิม ซึ่งเป็นเมนูของหวานไม่กี่อย่างที่เขาชอบ เมนูบัวลอยต่างๆก็เป็นหนึ่งในนั้น

"บัวลอยนมสดก็มีป่ะ" เพิ่มตัวเลือกให้ก็แล้ว แต่ทัณฑ์ก็ยังส่ายหน้า แล้วตักเกร็ดบิงชูนุ่มๆเข้าปาก

"ถามจริงๆนะ ขนมหวานที่คนส่วนใหญ่เขากิน อย่างพวกเค้ก บิงชูอะไรงี้ มึงเสือกไม่กิน แต่มึงดันมาชอบกินบัวลอยเนี่ยนะ" ทัณฑ์ถามอย่างไม่เข้าใจกลับบ้าง

"อร่อยออก อย่างข้าวต้มมัด ลอดช่องก็อร่อย" เมนูของหวานพวกนี้ก็เป็นไม่กี่อย่างที่คิมชอบอีกเช่นกัน

"มึงนี่แปลกว่ะ โคตรแปลกอะ" นี่คนตรงหน้าเขาอายุเท่ากันจริงหรือเปล่าเนี่ย ทั้งความคิดความอ่านดูเหมือนผ่านโลกมาเยอะ แถมยังชอบพวกขนมไทยที่สมัยนี้หาได้ยากจากวัยอย่างพวกเขา

"แปลกตรงไหนวะ" คิมถามกลับ พร้อมกับตักลูกบัวลอยขนาดพอดีคำเข้าปาก

"อายุเท่าไหร่วะถามจริง"

"เว่อร์ละ ก็เท่ามึงนั่นแหละ" ทัณฑ์หัวเราะออกมาอย่างขำๆที่กวนคนตรงหน้าได้ ทั้งคู่นั่งกินของโปรดของตัวเองที่มีความแตกต่างกันอย่างลิบลับ ก็อีกคนกินบัวลอย ส่วนอีกคนดันกินยิงชู พออิ่มหนำสำราญก็เดินออกจากร้าน

"แม่งโคตรเมื่อยขาเลย เดินทั้งวัน เดินหาร้านรองเท้ามึงอีก" ทัณฑ์บ่นกระปอดกระแปดเมื่อรู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อโดยเฉพาะบริเวณช่วงขาเป็นพิเศษ

"งั้นกลับเลยมั้ยล่ะ" คิมไม่ได้ว่าอะไรที่ทัณฑ์แอบเหน็บแนมเขาเมื่อกี้ เพราะดูจากสีหน้ามันตอนนี้คงเหนื่อยจริงๆ

"อือ กลับเลย"

ทั้งสองตัดสินใจพากันกลับ จะว่าไปวันนี้พวกเขาก็เดินเล่นอยู่แถวนี้ทั้งวันเลยแฮะ ตั้งแต่เก้าโมงจนตอนนี้จะหกโมงเย็นอยู่แล้ว

"เอ่อ..ขอโทษนะคะ"

กึก

ขายาวของทั้งคู่หยุดชะงักก่อนจะหันไปตามเสียง เห็นเด็กผู้หญิงในชุดนักเรียนมอปลาย ยืนถือโทรศัพท์ มองพวกเขาอยู่ด้วยท่าทางขัดเขิน

"มีอะไรครับ" ทัณฑ์เลิกคิ้วถาม ส่วนคิมก็มองเด็กผู้หญิงตรงหน้าด้วยสีหน้าที่ไม่แสดง อารมณ์ใดๆ

"หนูขอถ่ายรูปพี่ได้มั้ยคะ" เด็กสาวรวบรวมความกล้าบอกความต้องการออกไปอย่าง กล้าๆกลัวๆ ที่กลัวนี่ก็เพราะสายตาคมของพี่ผู้ชายหน้าเข้มที่ยืนหน้านิ่งอยู่ข้างๆพี่สุดหล่อใจดีนี่ต่างหาก

"ได้ครับ" ทัณฑ์รับคำยิ้มๆก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เด็กสาว แต่เธอกลับส่ายหน้า

"ไม่ได้ถ่ายกับหนูค่ะ คือหนูจะถ่ายพี่สองคนคู่กัน" เธอบอกอย่างขัดเขิน

"พี่สองคนเนี่ยนะ" ชี้นิ้วระหว่างตัวเองกับคนข้างๆไปมาอย่างงงๆ เด็กสาวพยักหน้ารับพร้อมกับยิ้มฟินๆ

เอาแล้วไง เจอสาววายเข้าแล้วกู

"ได้มั้ยคะ" เธอส่งสายตาอ้อนวอน ทำให้ทัณฑ์หันไปมองหน้าคิมอย่างขอความเห็น เขาน่ะยังไงก็ได้ แต่ไอ้คิมนี่สิ ไม่รู้ว่ามันจะชอบหรือเปล่า

"ลีลานะมึง น้องเขารอ"

พรึ่บ!

"เฮ้ย!?" ทัณฑ์ร้องเสียงหลง เมื่อแขนหนาวาดมากอดรอบคอของเขาแล้วดึงเข้าหาตัว

"ถ่ายเลยครับ" เสียงเข้มบอกออกมาอีก เด็กสาวก็รีบรัวชัตเตอร์ทันทีเพราะกลัวพลาดโมเมนต์สำคัญ

เธอถ่ายไปก็ทำหน้าฟินไป มองผู้ชายสองคนผ่านหน้าจอ คนตัวสูงหน้าหล่อคมที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังกำลังยกยิ้มมุมปากเล็กๆ แต่สายตากลับไม่ไ้ด้มองมาที่เลนส์กล้องของเธอเลย ส่วนผู้ชายอีกคนตอนแรกก็ทำหน้าเหวอ แต่ตอนนี้กำลังฉีกยิ้มกว้างอย่างโคตรหล่อและน่ารักในท่าเดียวกัน อะไรมันจะเหมาะสมขนาดนี้!

"ขอบคุณนะคะพี่ พวกพี่เหมาะสมกันมากเลย คบกันนานๆนะคะ" เด็กสาวยกมือไหว้ขอบคุณแล้วพูดลิ้นรัว ก่อนจะเดินหน้าฟิน ออกไป ปล่อยให้สองหนุ่มหน้าเหวอ

"หึหึ" แต่แล้วคิมก็ปล่อยเสียงหัวเราะออกมา

"ฮ่าๆๆๆๆ" ตามด้วยทัณฑ์ที่หัวเราะตาม ทั้งคู่หมุนตัวเดินกลับทางเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิม คือแขนของคิมกำลังพาดอยู่บนไหล่ของทัณฑ์ขณะที่เดิน

"อยู่ดีๆกูกับมึงก็กลายเป็นคู่รักกันซะงั้น" ทัณฑ์ว่าอย่างขำไม่หาย

"อยากเป็นจริงๆมั้ยล่ะ"

"พ่องสิ ฮ่าๆๆๆ พูดแล้วก็ขำน้องเขาชิบหาย" คนเส้นตื้นยังคงหัวเราะออกมาไม่หยุด ให้คิม อดไม่ได้ที่จะหัวเราะตามไปด้วย เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังไปตลอดทางที่กลับหอ บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าทั้งคู่มีความสุขขนาดไหน

"เมื่อกี้น่าจะขอรูปไว้ด้วย" คิมพูดออกมาอย่างเสียดาย เขาก็สุขจนลืมขอรูปที่เด็กคนนั้นถ่ายไว้

"อยากได้เหรอวะ"

"อือ"

"เดี๋ยวพี่จัดให้น้อง" ว่าจบทัณฑ์ก็ล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า แล้วเข้ากล้องที่เป็นกล้องหน้าให้อัตโนมัติ ก่อนจะชูมือถือขึ้นให้เห็นทั้งหน้าเขาและคนข้างๆชัดๆ

ไม่ต้องรอให้ทัณฑ์เอ่ยอะไรออกมาอีก คิมมองกล้องและฉีกยิ้มกว้างออกมามากกว่าตอนที่เด็กผู้หญิงคนนั้นถ่ายให้ซะอีก ทัณฑ์กดชัตเตอร์ไปสองสามที ก่อนจะลดมือถือลงและเปิดดูรูป

"มึงยิ้มดีๆแบบนี้ กูนี่หมองเลย" เอียงหน้าจอให้คิมดูด้วย สายตาคมมองรูปคู่รูปแรกที่ทัณฑ์ยิ้มแฉ่งอย่างที่มันชอบทำ และตัวเองที่ยิ้มกว้างได้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

"ส่งให้กูด้วย"

"โอเค"

ทัณฑ์ส่งภาพที่ถ่ายเข้าไลน์ของคิมเสร็จสรรพ แล้วเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าที่เดิม จากนั้นทั้งคู่ก็เดินเอื่อยๆกลับหอเช่นเดิม ระหว่างทางที่ไม่มีเสียงพูดคุย แต่มันกลับไม่มีความอึดอัดเลยแม้แต้นิด

น่าแปลกที่วันนี้เป็นแค่วันธรรมดาๆของพวกเขาทั้งคู่ แต่แม่งกลับโคตรมีความสุขเลย...

++++++++++++++++++++++++++++++

เหมือนมาดูเค้าเดทกันเลยนะคะ 🤣

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว