ยินดีต้อนรับทุกคนค่ะ เรื่องท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ายอมแล้ว เปิดให้อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ ฉบับนี้เป็นฉบับรีไรท์แล้วนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจจริง ๆ

ดูเหมือนเจ้ากำลังหึงข้าอยู่ (1)

ชื่อตอน : ดูเหมือนเจ้ากำลังหึงข้าอยู่ (1)

คำค้น : ท่านอ๋อง, จีน, จีนโบราณ, ฟิน, จิกหมอน, NC, พระเอกงานดี, รักเมีย, หลงเมีย

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2561 05:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ดูเหมือนเจ้ากำลังหึงข้าอยู่ (1)
แบบอักษร

ย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอย่างสมบูรณ์ มองไปทางใดก็ปรากฏสีสันของเหล่าต้นไม้ ดอกไม้นานาพันธุ์ที่แข่งกันผลิบานล่อหลอกหมู่ภมร ตลอดช่วงฤดูนี้เหมาะแก่การท่องเที่ยวและสังสรรค์ จวนต่าง ๆ ก็มักออกเทียบเชิญจัดการชมดอกโบตั๋น ดอกไม้สวรรค์นี้มีราคาแพงมาก ต้องอาศัยการดูแลอย่างดีจึงมีมากก็เพียงในอุทยานหลวงกับจวนของเชื้อพระวงศ์เท่านั้น

เมื่อถึงช่วงนี้ของทุกปีฮ่องเต้จะต้องเสด็จไปบวงสรวงบรรพบุรุษยังวัดประจำราชวงศ์ที่เมืองจินเหยียน การเสด็จแปรพระราชฐานในแต่ละครั้งจะมีเหล่าราชนิกุลและขุนนางร่วมเสด็จไปด้วย

ด้วยฐานะของแม่ทัพรักษานครนั้นทำให้ท่านแม่ทัพใหญ่ และบุตรชายทั้งสองต้องร่วมเดินทางไปในครั้งนี้ ส่วนเยี่ยนเยว่ฉีนั้นได้รับเทียบเชิญในฐานะคู่หมั้นของฉินอ๋อง

การเสด็จแปรพระราชฐานในครั้งนี้ฮ่องเต้ทรงมีพระประสงค์จะเสด็จโดยเรือพระที่นั่ง เนื่องจากวัดประจำราชวงศ์นั้นมิได้อยู่ไกลห่างมากนัก ใช้เวลาไปกลับเพียงสองวันเท่านั้น  

เมื่อทุกคนมาพร้อมเพรียงกันที่ท่าเรือใหญ่ของวังหลวง ขันทีผู้ทำหน้าที่แบ่งห้องพักต่างรีบกุลีกุจอนำทางผู้ที่ได้รับเทียบเชิญเข้าสู่ห้องพัก เยี่ยนเยว่ฉีมองไปรอบ ๆ เพื่อทำการสำรวจ นางจำเชื้อพระวงศ์ และขุนนางบางคนได้ เนื่องจากเคยได้รับการแนะนำจากถางซือเซียนเมื่อวันงานชมดอกเหมย

แน่นอนว่าอัครเสนาบดีกับน้องสาวย่อมได้รับเชิญ ท่านหญิงกุ้ยอินก็เช่นกัน ทันทีที่นางพบหน้าของคู่หมั้นสาวของฉินอ๋องก็ส่งสายตาแสดงความเป็นอริมาอย่างชัดเจน

เยี่ยนเยว่ฉีรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยยามต้องเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้คลั่งรัก นางไม่ได้ทำอะไรผิด ฉินอ๋องต่างหากที่มีความประสงค์ที่จะแต่งงานกับตน พอเห็นสายตาที่มองมาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ หญิงสาวจึงเลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจ ครั้นหันมองไปอีกทางก็ต้องสะดุดกับรอยยิ้มพิมพ์ใจของถางซือเซียนเสียนี่ สตรีผู้นี้ต่างหากที่รบกวนจิตใจของนางอย่างแท้จริง

เรือลำใหญ่มีถึงสามชั้น ห้องพักมากพอให้บรรดาแขกเหรื่อที่ได้รับเชิญ ฮ่องเต้กับเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายจะอยู่ในชั้นที่หนึ่ง ส่วนขุนนางทั้งหลายจะอยู่ชั้นล่าง เยี่ยนเยว่ฉีกับถางซือเซียนแม้จะเป็นบุตรีของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ แต่ก็ได้พักที่ชั้นเดียวกับเหล่าเชื้อพระวงศ์เช่นเดียวกับท่านหญิงกุ้ยอิน

ห้องพักในส่วนชั้นที่หนึ่งตกแต่งอย่างหรูหรา เครื่องเรือนก็เป็นของมีราคาทั้งสิ้น เมื่อโฉมสะคราญนั่งลงบนเตียงก็รับรู้ได้ถึงความอ่อนนุ่ม เดิมทีนางคิดว่าการโดยสารทางเรืออาจจะลำบาก เมื่อไม่ได้ร้ายแรงดั่งที่คาดจึงโล่งใจ ใบหน้างดงามปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ ขึ้นในที่สุด

“คุณหนูเจ้าค่ะที่นี่ดีเหลือเกิน มีห้องด้านข้างสำหรับบ่าวด้วย”

“คงเพราะชั้นนี้เดิมทีใช้สำหรับเชื้อพระวงศ์ ย่อมต้องสะดวกสบาย”

“คุณหนูเราไปเดินเล่นบนดาดฟ้าเรือกันเถิดเจ้าค่ะ”

“ดีเหมือนกัน ข้าเองก็ไม่เคยขึ้นเรือมาก่อน อยากจะรู้ว่าทั้งสองฝากฝั่งนั้นสวยงามเพียงใด”

สองนายบ่าวเดินขึ้นไปยังดาดฟ้าของเรือ ซึ่งขณะนี้มีแขกเหรื่อบางคนออกมารับลมเช่นกัน เยี่ยนเยว่ฉีมองซ้ายมองขวาก็ไม่เห็นเงาของฉินอ๋อง นางรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่วันนี้ยังไม่เห็นเขาแม้แต่เงา

ซูจิ้งที่กระตือรือร้นรีบดึงมือนายหญิงไปทางกราบเรือด้านหนึ่ง สาวใช้ตัวน้อยชี้นิ้วเชื้อเชิญให้ผู้เป็นนายมองไปยังทิวทัศน์อันงดงามบนฝากฝั่ง บุตรสาวท่านแม่ทัพก็ยิ้มแล้วมองตามที่นางบอก

เสียงสนทนาคุ้นหูดังเข้ามาในโสตทำให้เยี่ยนเยว่ฉีอดที่จะหันไปมองไม่ได้ ฉินอ๋องเดินเคียงคู่มากับอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย โดยมีถางซือเซียนกับสาวใช้ของนางเดินตามหลังมา ทั้งสามหยุดยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แต่ไม่มีผู้ใดสนใจหันมามองบุตรสาวท่านแม่ทัพใหญ่สักคน

มู่เลี่ยงหรงสบตากับถางซือเซียนแล้วพยักหน้าเล็กน้อย เหมือนกับว่าสาวน้อยจะรู้ใจนางจึงค่อย ๆ เยื้องกรายมายืนเคียงข้างกับเขา อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายพูดจากับทั้งสองอีกสองสามประโยคจากนั้นจึงย่างเท้าจากไป

ถางซือเซียนดูตื่นเต้นกับภาพทิวทัศน์อันสวยงามนี้ นางชี้โน้นชี้นี่ให้มู่เลี่ยงหรงดูตลอดเวลา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าที่มักจะเคร่งขรึม ไม่มีร่องรอยของความรำคาญ หรือไม่พอใจปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลานั้นเลย ทั้งสองต่างยิ้มและสนทนากันอย่างออกรส ท่าทางสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก

นัยน์ตาดอกท้อทอประกายวาบ เยี่ยนเยว่ฉีปวดแปลบในอก รู้สึกชาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มู่เลี่ยงหรงกำลังยิ้ม หัวเราะ สนทนากับสตรีอื่นโดยไม่ได้สนใจนางแม้แต่น้อย เขาไม่ได้ตระหนักถึงคำสัญญาที่ให้กับนางเมื่อวันเทศกาลลอยโคมเลยหรืออย่างไร มือเรียวงามขยำผ้าเช็ดหน้าอย่างแรงเพื่อระบายโทสะ

แคว๊ก! ผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกเหมยขาดวิ่น

นัยน์ตาดอกท้อมองเศษซากในมืออย่างเดือดดาล จากนั้นก็เขวี้ยงทิ้งมันไปอย่างไม่ไยดี นางค่อย ๆ ปรับลมหายใจ กลั้นโทสะที่กำลังพวยพุ่ง

‘เป็นกุลสตรีต้องอดทนอดกลั้น ว่าที่สามีพลอดรักกับสตรีอื่นต่อหน้าต้องอดทน เขาสามารถมีพระชายารองได้อีกหลายคนนัก ต้องมองให้เป็นเรื่องธรรมดาให้ได้’

มู่เลี่ยงหรงแอบชำเลืองมองคู่หมั้นเป็นระยะ แต่เขารีบเก็บสายตากลับก่อนที่นางจะรู้ตัว

“เจ้าว่านางจะรู้สึกเช่นไร?”

“รู้สึกอยากฆ่าซือเซียนให้ตายอย่างไรเล่า ท่านพี่ก็เห็นซากผ้าเช็ดหน้าที่นางขว้างทิ้งเมื่อครู่”

“ข้าอยู่ทั้งคนกลัวอันใดกัน ข้าไม่มีทางให้ใครหน้าไหนทำร้ายนางฟ้าน้อยอย่างเจ้าได้”

“เพราะมีท่านพี่อยู่นี่ล่ะเพคะ ผู้อื่นถึงจะไม่ปลอดภัย” ถางซือเซียนยิ้มละไมอย่างเสแสร้ง “ไม่เข้าใจจริง ๆ จากที่ท่านพี่เล่ามา เมื่อวันเทศกาลหยวนเซียวพวกท่านก็ดูจะเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้นแล้ว”

“ก็ใช่ แต่ดูเหมือนนั่นจะยังไม่พอให้นางคายฤกษ์แต่งงาน”

“แล้วที่ท่านมาทำเป็นชายเจ้าชู้มากรักเยี่ยงนี้จะได้ผลอันใด นางไม่ยิ่งเข้าใจผิดแล้วไม่ยอมแต่งหรอกหรือ?”

“เด็กโง่ เยี่ยนเยว่ฉีเป็นบุตรสาวคนเดียวของแม่ทัพใหญ่เชียวนะ สายเลือดของนักสู้ย่อมเข้มข้น ข้าจึงคิดหาคู่แข่งที่เหมาะสมให้นางเสียหน่อย” เขาเผยรอยยิ้มอันเคลือบแฝงไว้ด้วยแผนการ นัยน์ตาเข้มลึกนั้นมีประกายวาบผ่าน ทำให้ถางซือเซียนรู้สึกหนาว มู่เลี่ยงหรงเป็นคนอารมณ์ค่อนข้างปรวนแปรยากคาดเดา ชายผู้นี้หากไม่ยิ้มก็ดูน่าเกรงขามมากอยู่แล้ว แต่เมื่อใดที่ยิ้มกลับอันตรายยิ่งกว่า ที่ผ่านมาเขาทำให้ผู้คนต่างอกสั่นขวัญแขวน

“ซือเซียนก็ยังไม่เข้าใจท่านพี่อยู่ดี”

“ข้าแค่อยากรู้ว่าหากมีคู่แข่งที่เหมาะสม นางจะต่อสู้กับสตรีอื่นเพื่อข้าหรือไม่ก็เท่านั้น” ท่านอ๋องหนุ่มแสดงท่าทีมีความสุขกับการสนทนา “แต่ที่แน่ ๆ เป็นนางกับพี่ชายสมควรตายผู้นั้นที่เริ่มเรื่องนี้ก่อน ข้าเพียงร่วมสนุกกับพวกเขา ในเมื่อพี่น้องตระกูลเยี่ยนมีเล่ห์เหลี่ยมนัก เหตุใดข้าจะหาความครึกครื้นบ้างไม่ได้เล่าเซียนเอ๋อร์”

“ท่านพี่...ท่านอย่าทำเป็นเล่นไป”

“นี่เจ้าคิดว่าข้าเพียงเล่นสนุกจริง ๆ อย่างนั้นสิ”

“ไม่เพคะ เพียงแต่ผู้อื่นไม่เห็นประโยชน์ที่ท่านพี่จะทำเรื่องให้มันยุ่งยากขึ้นไปอีก”

“คู่หมั้นคนงามเอาแต่บอกว่าให้รอ แต่ถ้าหากข้าสร้างแรงกระตุ้นเสียหน่อยอาจจะทำให้นางมีความเคลื่อนไหวบ้าง”

“ท่านพี่เคยคิดบ้างหรือไม่ว่านางอาจจะมีเหตุผลก็ได้ ดูท่าทีของนางอย่างไรก็มีใจให้ท่านไม่ผิด หากแต่ซือเซียนก็มิอาจเข้าใจเหตุนั้นได้เช่นกัน”

“ขนาดเจ้ายังไม่มั่นใจ แล้วจะให้ข้าปักใจเชื่อเหตุผลไร้สาระนั่นได้ลงอย่างนั้นหรือ”

“ผู้อื่นไม่เห็นว่าเรื่องที่กำลังทำอยู่น่าสนุกที่ตรงไหน เคลื่อนไหวเช่นนี้มิสู้อยู่เฉย ๆ ไปเลยดีกว่า”

“ผิดแล้วนางฟ้าน้อย หากข้านิ่งเฉยนั่นต่างหากที่ทรยศความรู้สึกตัวเอง ข้าต้องการความชัดเจนมากกว่านี้เซียนเอ๋อร์”

“นี่ท่านพี่กำลังจะบอกว่าชอบนางมากจริง ๆ จึงต้องการรู้ว่าตนเองอยู่ที่ใดในใจนางใช่หรือไม่เพคะ?”

“เก่งมาก และด้วยเหตุนี้เจ้าจึงต้องทำหน้าที่ให้สมจริงสมจังเพื่อช่วยข้าอย่างไรเล่า”

“ทำอะไรยุ่งยากเสียจริง ซือเซียนอยากจะขอถอนตัวตอนนี้ยังทันหรือไม่?”

“ไม่” เขาหัวเราะประหนึ่งกำลังคุยเรื่องสำราญยิ่ง “รักษากิริยาด้วย อย่าได้ทำแผนข้าพัง”

“เพคะ” ถางซือเซียนหัวเราะเบา ๆ พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาบังริมฝีปากเอาไว้เพื่อบดบังสีหน้าที่แท้จริง ท่านแม่เจ้าค่ะ ช่วยคุ้มครองให้ซือเซียนปลอดภัยด้วยเถิด

*************************

โปรดติดตามพาร์ทต่อไปเจ้าค่ะ

ตื่นมาเช้าเลยเข้ามาอัพให้ก่อนกำหนด มีใครคิดถึงเราไหมนะ 55555+

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว