email-icon

ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่าน ทุกคนทำให้เรามีกำลังใจขึ้นเยอะเลย : jk

ชื่อตอน : M : TH 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 477

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ย. 2561 22:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
M : TH 100%
แบบอักษร

.

.

M : TH

.

.

เสียงหายใจเข้าออกลึกๆของอชิรญาทำให้ริชาร์ทหันหลังกลับมามองคนที่ยืนอยู่กับกองกระดาษที่อยู่บนโต๊ะไม้ตัวใหญ่ อชิรญาถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้


"พักสักหน่อยดีกว่ามั้ยครับ เดี๋ยวผมชงกาแฟมาให้"ริชาร์ทยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาประกอบ


"แม่ให้งดกาแฟลืมไปแล้วเหรอริชาร์ท น้ำเปล่าก็แล้วกัน ส่วนกาแฟถ้าอยากดื่มก็ชงมาให้ตัวเองก็ได้ฉันไม่ได้ว่าอะไร"


"ไม่เป็นไรครับ น้ำเปล่าไม่เย็นใช่มั้ยครับ"อชิรญาพยักหน้าให้ก่อนจะหันไปสนใจกับกองกระดาษที่วางอยู่

แบบไหนดีที่คือที่สุด ที่สุดสำหรับเขาอาจจะไม่ใช่ที่สุดสำหรับคนอื่น


"เห้อ!"เขาเริ่มเรียงลำดับกระดาษวาดแบบใหม่อีกครั้ง เดินวนไปวนมารอบโต๊ะไม้จนเสียงวางแก้วน้ำดังขึ้น


"น้ำครับ"


"สองอันนี้อันไหนดีกว่ากัน"สองในสิบที่ตัดสินใจไม่ได้สักที มือหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มสายตาหันไปมองริชาร์ทที่ยังทำท่างงๆ "แค่ความคิดเห็นก็ได้"


"ดีทั้งสองครับ"อชิรญาทำหน้านิ่งใช้ดินสอจิ้มที่แบบทั้งสองอีกครั้งทั้งที่สายตายังมองริชาร์ทอยู่


"แค่ออกความคิดเห็น"


"สร้อยเส้นเล็ก...ถ้าผู้หญิงผมที่ไว้ผมยาวใส่สร้อยเส้นนี้มันช่วยทำให้ดูเด่นขึ้นครับ ถ้ายิ่งเป็นผมสีดำสนิทยิ่งทำให้สร้อยและคนใส่เด่นขึ้นมากกว่าเก่าอีก ส่วนต่างหูทั้งสองนี้ถึงจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันแต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะแปลก แต่คนที่จะใส่ก็ต้องเป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจในตัวเองครับถึงจะใส่แล้วดูสวย"


"มั่นใจ?"


"ถ้าใส่แล้วคนใส่คิดว่าตัวเองไม่สวยถึงใส่ไปก็ไม่ดูดีขึ้นหรอกครับ"


"นั่นสินะ งั้นเอาสร้อยแล้วกันแต่ที่นายว่าผมยาวถึงจะใส่แล้วเด่น มันวัดมาจากอะไร?"


"เดาเอาครับ"สายตามองที่เจ้านายแล้วยิ้มให้ก่อนจะเดินออกมายืนในที่ของตนมือขวายกขึ้นมากุมอกข้างซ้ายตัวเอง

เกือบไป


แกร็ก


"วิวดีจังเลยนะ"


"..."อชิรญาที่หันหลังอยู่ถอนหายใจออกมาเหลือบมองดูนาฬิกา ลูกค้าของเขาคนนี้มาสายมากโข สายจนงานเขาเสร็จไปสองสามอย่างแล้ว

"ครับคุณการัณยภาส วิวดีที่พูดหมายถึง..."เขาหัวกลับไปมองผู้มาใหม่อย่างช้าๆ มือของอีกฝ่ายยกขึ้นวาดเส้นบนอากาศ ลายเส้นที่เหมือนสรีระผู้หญิง หึ


"วิวดีจริงๆ"


"เข้าเรื่องเลยดีกว่ามั้ยครับ"แบบทุกอย่างถูกเก็บอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ ทำจนติดเป็นนิสัยเพราะเขาขี้เกียจรื้อของทีหลังแล้วต้องจัดใหม่อีกที

สองขาก้าวไปที่โต๊ะอีกตัว เก้าอี้สีดำสนิททำให้อชิรญาน่าดึงดูดไปอีก ริชาร์ทเดินเข้ามายืนอยู่ข้างๆไม่ห่างกาย


"คุยแบบส่วนตัวไม่ได้เหรอ ทำราวกับว่าเราเป็นคนอื่นคนไกลไปได้"


"ก็ไม่ได้เป็นคนใกล้ขนาดนั้น อีกอย่างริชาร์ทเขาก็ทำหน้าที่ของเขา ถ้าเขาไม่อยู่ใครจะจดงานให้ผมล่ะ?"คนที่นั่งตรงข้ามเขาหัวเราะออกมาเสียงดัง สายตาจ้องที่ริชาร์ทอยู่พักหนึ่ง


"เป็นหมาที่ดีใช้ได้เลยว่ามั้ย ขอบใจนายจริงๆที่ดูแล..."


"อ่าาา...ควรให้เกียรติคนอื่นมากกว่านี้นะครับ"เขาลากเสียงยาวขัดจังหวะ รู้ว่าไม่ควรแต่ทำไมเขาต้องทน "เข้าธุระเถอะครับ ผมต้องทำอย่างอื่นต่อไม่มีเวลามานั่งรอคุณอย่างเดียวหรอก"


"ใจร้ายจังเลยนะ"โทรศัพท์ยี่ห้อดังถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขา "ผมอยากให้แก้อีก"แบที่แก้แล้วแก้อีกนับครั้งไม่ถ้วนอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์


"ตรงไหนครับ?"อชิรญาแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายออกมาแต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั้นมือหยิบกระดาษหยิบดินสอขึ้นมา ส่วนริชาร์ทก็เลื่อนลิ้นชักฝั่งขวาที่อชิรญายกให้หยิบสมุดบันทึกของตัวเองเพื่อเตรียมพร้อมไม่ต่างกัน

หรือบางทีแค่แสดงอาการจริงจังให้อีกฝ่ายเห็นก็แค่นั้น


"ตรงนี้"

ที่เก่าอีกแล้ว

เป็นการคุยที่ออกจะเหนื่อยแสนเหนื่อย สรุปไม่มีแก้อะไร อชิรญาหลับตาลงเอนตัวพิงพนักเก้าอี้


"เที่ยงนี้ทานอะไรดีครับ"ถึงเวลาจะบ่ายสองแล้วก็เถอะ


"อยากกินยำวุ้นเส้นเวอร์..."


"เวอร์ชันที่ไม่ใส่มะเขือเทศ ครับ อีกสองสามอย่างให้ผมสั่งเพิ่มเหรอครับ?"


"อ่า ฉันคิดไม่ออกแล้วฝากด้วยนะ"

ข้าวเที่ยงยำวุ้นเส้นโนมะเขือเทศ ไข่เจียวปูหอมๆ เกาเหลาเอาไว้ซดน้ำกับคะน้าหมูกรอบ ทั้งสองคนนั่งทานข้าวด้วยกันฉากแบบนี้มันกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของทั้งสองไปซะแล้ว ข้าวเที่ยงจะทานช้าหรือเร็วฉลากแบบนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม


Trr...Trr...


"ครับพ่อ"


[ตัดออกไปได้ก็ตัดออกไปปิ่น] อชิรญามองหน้าริชาร์ททันที รายนั้นที่รู้ว่าโดนจ้องก็ก้มหน้าก้มทานข้าวอย่างเดียว


"ไม่เป็นไรครับพ่อ ผมไม่อยากให้ใครมาพูดว่าอชิรญามันเป็นไก่อ่อน เป็นถ่านที่ไม่เอาไหน"


[ให้มันมาพูดข้างหูพ่อกับปู่สิ]


"เพราะพ่อกับปู่คอยให้ท้ายไว้เยอะต่างหากคนเลยคิดว่าผมไปไม่ถึงฝั่งหรอก ไม่เป็นไรหรอกครับเป็นเรื่องงานผมควรทำให้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ สัญญากับปู่ย่าไว้มากต้องทำให้ท่านภูมิใจสิครับ"


[ถ้าเราไม่ห้ามพ่อคงสั่งให้คนไปเป่าหัวมันแล้ว]


"ใจเย็นๆครับ"เขาปลอบ เสียงหัวเราะดังออกมาเบาๆ "ผมทานข้าวอยู่ครับ เจอกันที่บ้านนะครับพ่อ"


[ทำไมกินข้าวเวลานี้?]


"ทำงานจนลืมน่ะครับ รักพ่อนะครับ"เขาไม่ลืมที่จะบอกรักคนเป็นพ่อส่งท้าย


[พ่อก็รักเราเหมือนกัน]


"ยังไง?!"เขาถามเสียงแข็งในขณะที่กดวางสายแล้วเรียบร้อย ริชาร์ทวางช้อนลง


"ไม่ต้องบอกเหตุผลก็น่าจะรู้นะครับ"อชิรญาเห็นแบบนั้นก็ได้แต่พยักหน้าให้เชิงบอกว่าทานต่อเถอะ

การัณยภาส ลูกชายนักการเมืองชื่อดังที่ติดอยู่หนึ่งในสามของนักการเมืองที่มีคนสนใจมากที่สุด คงหวังจะหาพรรคพวกเพิ่มนั่นแหละเลยตามมาวอแวกับเขาจนน่ารำคาญ พ่อเขาคงเห็นดีเห็นงามด้วยถึงครอบครัวเขาจะไม่ได้อยู่ในวงจรเก่าๆแล้วแต่ก็ยังมีคนนับหน้าถือตาอยู่มาก


"ริชาร์ท"


"ครับ"


"คิดว่าเหรียญมีกี่ด้านกัน"


"หัวก้อย มีสองครับ"


"ด้านข้างล่ะ?"อชิรญาเงยหน้ามองริชาร์ทมือประสานเท้าคางไว้รอคำตอบที่ดีหรือแหวกความคิดเขา


"คนสนใจด้านข้างด้วยเหรอครับ? ผมว่าไม่ ...เลือกเหรียญทีไรก็มีแต่ออกหัวหรือก้อย"


"งั้นเหรอ?"


"คุณหนูกำลังจะเปรียบเทียบกับคนงั้นเหรอครับ?"


"ไม่รู้สิ ลูกค้ามา"ริชาร์ทรีบเดินออกไปรับลูกค้า พูดแนะนำสินค้าใหม่และแนะนำสิ่งที่ลูกค้าต้องการ จะว่าไปริชาร์ทก็เป็นผู้ช่วยของอชิรญาทุกเรื่อง ถ้ามองผิวเผินถ้าที่นี่เขาไม่ได้ลงทุนคนเดียวริชาร์ทคงเหมือนหุ้นส่วนคนสำคัญ


"ขอบคุณมากครับ"ของขายได้ริชาร์ทไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณและยิ้มหล่อๆตบท้ายไปยิ่งทำให้ลูกค้าหลงเพราะความหล่อของริชาร์ทไปอีกขั้น

"อะไรครับคุณหนู?"


"เปล่า? ทำไมเหรอหน้าฉันมีอะไรผิดหรือไง"


"เปล่าครับคุณหนู"

ริชาร์ทก็ช่วยเรื่องงานขายส่วนเขา...อชิรญางานนั่งโต๊ะจนถึงห้าโมงเย็น แบบถูกหอบกลับบ้านไปด้วยพ้นหน้าร้านไม่ถึงห้าร้อยเมตรรถก็ติดค้างอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน


"หลับก็ได้นะครับ"


"ใครจะอยู่เป็นเพื่อนนายล่ะริชาร์ท"ริชาร์ทเงียบไป ใบหย้าหันออกไปนอกรถในสมองกลับคิดถึงใบหน้าใครคนหนึ่งขึ้นมาซะได้

"หึ"

กี่ปีแล้วเนี่ย


"อาปิ่น!"


"ฟอด...หอมจังเลยครับปกป้องของอา หลานใครเนี่ย"แก้มทั้งสองคนถูกันขึ้นลงหลายรอบจนนิลวิ่งเข้ามากอดทั้งสองแน่นเพราะหมั่นไส้ ปิ่นแย่งความรักไปหมดวันนี้เขาอุตส่าห์อยู่เล่นกับปกป้องพอปิ่นมาแค่นั้นแหละ จบเลย


"อานิลไม่อาว"มือเล็กพยายามผลักคนที่เข้ามาใหม่ออก


"อาหอมหน่อย"หอมทั้งศีรษะหลานและน้องเล็กสลับไปมาสามรอบ


"อาผมเหรอพี่นิล?"


"ฟอด~~~"ริมฝีปากกดลงศีรษะอชิรญาอีกรอบหนักๆ

ไม่มีฟังกันเลยพี่ชายคนนี้

.

.

เสียงเพลงเปิดคลอเบาๆท่ามกลางบรรยากาศสลัวๆของค่ำคืนนี้การดื่มของเขาค่อยๆไล่ระดับจากเบาๆไปแรงๆ


"มาคนเดียวเหรอ"วอคได้แค่เปรยตามองอีกฝ่ายแต่ก็ไม่ได้ตอบกลับไป

"เลี้ยงผมสักแก้วได้หรือเปล่า?"


"เข้ามาที่นี่ได้ เหล้าแค่แก้วเดียวน่าจะมีปัญญาจ่ายนะ"ผู้ชายคนนั้นเดินออกไปเงียบๆ เขาดื่มด่ำกับแอลกอฮอล์ได้สักพักก็ทำการจ่ายเงินบวกทิปที่ไม่ได้มากหรือน้อยเกินไป


"กลับกันเลยมั้ยครับ"


"ขับรถวนสักสามรอบก่อนเข้าบ้าน"สายตาเลื่อนลอยมองออกไปนอกรถมือเคาะหน้าตักเป็นจังหวะช้าๆเปลือกตาปิดลง


วันนี้ตื่นมาพร้อมอากาศที่ไม่เป็นใจสักเท่าไหร่ ฝนตกปรอยๆฟ้าครึ้มอากาศเย็นแบบที่มันเป็นอยู่แล้ว มือยกขึ้นมาลูบใบหน้าตัวเอง ไม่ได้แฮงค์แต่แค่ปวดเมื่อยร่างกายบางส่วน

"เฮ้อ!"

เพราะร่างกายเริ่มแก่ตัวขึ้นเหรอ...ช่างมันเถอะ


"ไปดื่มมาหรือไง"น้ำเสียงนิ่งๆของพ่อยามสายนี่ไม่ได้ช่วยทำให้เขาตื่นได้เลยแม้แต่น้อย กาแฟดำถูกยกขึ้นมาจิบ


"ครับ ดื่มไม่ได้งั้นเหรอ?"ก็รู้หรอกว่าแค่ถาม


"..."


"วันนี้ยังไงผมต้องออกไปแทนพ่ออยู่แล้ว รู้น่าว่าต้องดื่มพอประมาณ กลัวว่าผมจะโดนลุงๆพวกนั้นว่าเอาได้หรือไง"


"ไม่เชิง"


"ไม่เชิง? ให้ตายสิพ่อยังไงคือไม่เชิง อาจจะโดนหรือไม่โดน? ถูกมั้ย?"


"พวกนั้นมันหาทางเขี่ยแกให้กระเด็นออกไปรู้ตัวบ้างหรือเปล่า"


"ถ้าทำได้ก็น่าจะสำเร็จไปตั้งนานแล้วแต่นี่ไม่ แสดงว่ามันไม่สำเสร็จ"


"อย่าคิดดูถูกเชียว"


"ก็ไม่ได้ดูถูก แต่ก็ไม่ได้ดูผิด ช่างเถอะพวกลุงๆนั่นวันๆเก็บแรงไว้คลุกวงในกับสาวๆก็เหนื่อยแล้ว แรงตะโกนก็จะไม่มี..."


"อย่าประมาทไปหน่อยเลย ไม่มีแรง เหอะ ใช่ว่ามันจะจัดการเอง คนคอยรับใช้มันมีเยอะแยะไปวอค คิดเหมือนเด็กๆแค่ออกใบสั่งตายทุกคนก็คอยพุ่งเข้าหาแกได้เสมอ"ขนมปังถูกกัดเข้าปากค่อยๆเคี้ยวสีหน้าเหมือนไม่ได้ทุกข์ร้อนกับสิ่งที่พ่อพูดออกมา 

"เข้าใจที่พูดหรือเปล่า?"


"ครับ ผมรู้แต่ใครที่กล้าทำมันก็คงไม่มีชีวิตอยู่ต่อเหมือนกัน ขอตัวไปแต่งตัวก่อนนะครับ"


การประชุมครั้งนี้มันสำคัญต่อแก๊งของเรามั้ย ก็ไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้น เพียงแค่พ่ออยากทำให้ทุกคนรู้ให้รับรู้จนฝังลึกเข้าสมองว่าผมก็คอนสแตนติโน่คนหนึ่งเหมือนกัน แต่คนในห้องนี้คงไม่ค่อยมีคนที่คิดแบบนั้นมากเท่าไหร่ คิดเพียงแค่ไอ้เด็กเวรที่เกิดมาถูกที่ถูกเวลาก็แค่นั้น


"วอลมันคิดอะไรอยู่"


ก็รู้ว่าความเงียบไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดแต่ในเวลานี้จะแยกคนออกเป็นสามประเภทใหญ่ๆ ประเภทที่หนึ่งคนที่เกลียดขี้หน้าผมเข้าไส้ตัวหลักของกลุ่มก็คงไม่พ้นลุงของผม แคสเซียส คนที่อยากจะได้อำนาจเหนือกว่าใคร  ประเภทที่สองคนที่อยู่เฉยไม่ได้ทุกข์ร้อนกับสิ่งที่พ่อหรือผมกำลังกระทำอยู่เลย ค่อยตามน้ำไปเรื่อยๆถ้าผลประโยชน์นั้นยังดีอยู่ และสุดท้ายประเภทที่สามต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง อยู่ต่อหน้าผมทำเป็นให้ความร่วมมือเออออกับสิ่งที่ผมพูดในทุกๆเรื่อง แต่ลับหลังกลับอยากจะฆ่าผมทุกวินาที 

ชีวิตนี้มันก็น่าเบื่อแบบนี้แหละ ต้องเอาตัวให้รอดต่อให้ต้องเจ็บเจียนตายก็เถอะ


"คงมีเหตุผลอะไรนั่นแหละที่ให้วอคมาแทน"


"เหตุผลเหรอ? พ่อคงไม่มีหรอก"


"หึ"ลุงแคสเซียสยกยิ้ม "งั้นคงไม่มีอะไรสำคัญฉันออกไปนะ"ไม่ต้องรอคำอนุญาตสองขาก็ก้าวออกจากห้องไปถึงไม่เข้าประชุมก็มีหูมีตาอยู่ในนี้อยู่แล้ว ทำเป็นไม่รู้แต่รู้ยิ่งกว่าคนที่ยังอยู่ในห้องนี้ซะอีก

เอาเถอะ ช่างมัน


"จะเริ่มคุยกันได้หรือยังครับ"


เรื่องไม่ได้สำคัญแค่หารือกันเกี่ยวกับสิ่งที่ทุกคนควรได้รับ เรื่องผลประโยชน์ที่เป็นกลางแบบนี้ถึงจะมีคนอยากค้านแต่ถ้าค้านได้ส่วนใหญ่คงตกมาที่ครอบครัวผมแน่นอน แบบนั้นก็คงไม่ดีอีกแน่อย่างน้อยแค่ขอไม่ให้เสียเปรียบมันก็ดีกว่าอยู่แล้ว

ทุกคนรีบเดินออกจากห้องทันทีที่หารือกันเสร็จเขาออกมาเป็นคนสุดท้าย พวกลุงๆนี่ก็...


"กลับเลยหรือเปล่าครับ?"


"อืม"

.

.

ก๊อก ก๊อก ก๊อก


"อาปิ่นจ๋า~~~"มือที่กำลังระบายสีคราวๆหยุดลงมองไปยังประตูที่ได้ยินเสียงของหลานชายตัวเล็กลอดเข้ามา สายตาเหลือบไปมองปฏิทิน


อ่าวันนี้ปกป้องจะมานอนกับเขา


แกร็ก

ในอ้อมกอดมีตุ๊กตาแครอทหัวเล็ก มืออีกข้างก็กางออกจะให้เขาอุ้มมือรีบเข้าไปอุ้มปกป้องมาอยู่ในอ้อมกอดคนที่พามาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนก็พี่เปานั่นแหละ 


"มีอะไรก็เรียกพี่"


"ปกป้องก็หลานปิ่นนะครับ ปิ่นดูแลได้ถ้าห่วงขนาดนี้ไม่ให้มานอนตั้งแต่ทีแรกก็จบครับ"


"ทำงั้นได้ไงล่ะก็เจ้าตัวเขาไม่ยอม อย่ารบกวนอาปิ่นนะครับปกป้อง"


"ครับ ปกป้องสัญญา อาปิ่นไปนอนกันๆ"


"ครับ ครับ ครับ"

ประตูปิดลงเหลือแค่สองอาหลานที่อยู่ภายในห้อง เขาเดินไปที่เตียงโดยที่วางปกป้องไว้บนเตียงก่อนที่จะเดินไปเก็บงานเข้าชั้นอย่างเป็นระเบียบแล้วรีบเดินมาที่เตียงเพื่อมานอนข้างๆหลานรัก ขอดีของการมีหลานคือเขานอนเร็วขึ้นอย่างน้อยก็ได้พักผ่อน


"อาปิ่นผมยาวจังเลย หอม...ฟอด"


"เดี๋ยวอาก็จะตัดแล้วครับ"


"ทำไมครับ"สีหน้าเหมือนจะร้องไห้ของปกป้องนี่ทำให้เขาชะงักได้ทุกที


"ปกป้องชอบผมยาวเหรอครับ?"


"ชอบครับ ชอบอาปิ่นผมห๊อมหอม"นิ้วมือเล็กหมุนผมเขาเล่น ภายในห้องไม่มีการเปิดโทรทัศน์หรือเครื่องมือต่างๆเพื่อดึงดูดสายตาของปกป้องมีแค่เสียงอาหลานคุยกันอยู่เรื่อยๆ

"อาปิ่น"


"ครับ?"


"อาปิ่นรักปกป้องมากขนาดไหนครับ?"


"รักที่สุด...ฟอด ปกป้องน่ารักเหมือนพ่อกวางแถมยังหล่อเหมือนพ่อเปาอีก อาหลงรักหัวปักหัวปำเลยครับ"


"คืออะไรครับ ปักลงดินเลยหรือเปล่า มันจะเจ็บมั้ยครับอาปิ่น?"


"ไม่ใช่ครับ มันแปลว่าอาหลงปกป้องสุดๆไปเลยครับ รักปกป้องที่สุด...แต่ไม่รู้ว่าปกป้องจะรักอาหรือเปล่า"


"รักครับ ทั้งพ่อเปาทั้งพ่อกวาง อานิลอาราม คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย ทุกคนป้องรักทุกคนครับ"มือกางออกอ้าให้กว้างพอที่คุณอาจะรู้ว่าเขาทำสุดความสามารถมากแค่ไหน


"ฟอด~~ นอนได้แล้วครับคนเก่งขออา ขอให้ปกป้องฝันดีตื่นขึ้นมาจะได้ไปกินของอร่อยๆกันนะครับ"


"ครับ ฝันดีครับอาปิ่น"ปกป้องขยับตัวมานอนกอดแนปิ่นไว้ก่อนจะหลับไปส่วนปิ่นพยายามบังคับตัวเองให้หลับผ่านไปเกือบจะชั่วโมงตาก็เริ่มปรือๆและหลับลงในที่สุด



TBC.

มาต่อสั้นหน่อยนะคะ การสอบเสร็จสิ้นลงแล้ว ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่านกัน จะพยายามปรับปรุงตัวเองให้ดีกว่านี้ค่ะ รัก

ความคิดเห็น