email-icon

ขอบคุณสำหรับการเข้ามา "คอมเม้น" เป็นกำลังใจให้ไรท์ ถ้า "ติดดาว" ให้จะเป็นกำลังใจให้ไรท์มากๆ เลย

ตอนที่ 8 เจรจา

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 เจรจา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ต.ค. 2561 12:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 เจรจา
แบบอักษร

"เจ้ารอนอกกำแพง ถ้าข้าไม่ส่งสัญญาณเจ้าไม่ต้องเข้าไป" หลงหลานมู่อยู่หลังต้นไม้ใหญ่พร้อมกับแม่ทัพมู่ มองประตูหลังวังที่มีทหารไม่มากเท่าไหร่ประมาณสี่ถึงห้าคน​คอยยืนเวรอยู่

"แต่กระหม่อมต้องรักษาความปลอดภัยของพระองค์" แม่ทัพมู่เขาไม่เคยห่างตัวหลงหลานมู่แม้นกระทั้งนอน เขาต้องไปนอนข้างเตียงเขาเพื่อถวายความปลอดภัย

"ข้าไปคนเดียว แล้วข้าจะรีบมาไม่เกินตะวันตกดิน"

"กระหม่อมรับคำบัญชา" แม่ทัพมู่รับปากด้วยความจำใจ เพราะอย่างไงก็ขัดพระบัญชาไม่ได้ หลงหลานมู่จึงลงจากหลังมาสีดำสนิท เป็นม้าตัวโปรดที่ไปกับเขาทุกสนามรบ จะรับฟังคำสั่งเขาแต่เพียงผู้เดียว ใครก็จับต้องไม่ได้มันจะพยศทันที

"ผิงอันเจ้าอยู่กับมู่หลินก่อนแล้วข้าจะรีบมา" หลงหลานมู่ลูบหัวผิงอัน แล้วมันก็ทำท่าพยักหน้าเหมือนเข้าใจ เขาจึงส่งสายจูงให้แม่ทัพมู่ แม่ทัพมู่รับไว้ 


หลงหลานมู่มองดูทหารข้างต้นไม้ใกล้ประตูที่กำลังเปลี่ยนเวร ในตอนนี้การคุ้มกันจะน้อยลง เขาเห็นทหารคนหนึ่งเดินมาทางที่เขายืนอยู่ หลงหลานมู่หลบไปอีกต้นไม้ต้นหนึ่ง พอให้จังหวะเขาใช้ฝ่ามือทุบท้ายทอยจนทหารคนนั้นสลบ จึงรีบเอาชุดของทหารมาสวมใส่แล้วฉีกชุดสีดำของเขาให้เป็นสี่เหลี่ยมปิดอำพรางใบหน้าไว้ 

"เอ้ายงเสี่ยว เจ้าเป็นอันใดใยจึงต้องปิดหน้า เมื่อครู่เจ้าพึงไปฉี่มิใช่หรือ" 

"แคร่กๆ ข้ารู้สึกไม่บายขึ้นมา" หลงหลานหลินจึงเปลี่ยนเสียงเหมือนคนไม่สบาย

"เหมือนเจ้าจะไม่สบายจริงๆ แล้วไหวไหมเนี้ย เจ้าต้องไปตรวจกำแพงเมืองอีก" 

"ข้าไหว"

"เดินดีๆ แล้วกัน" 


หลงหลานมู่เดินไปเรื่อยๆ ตามตำหนักต่างๆ มีอยู่หลายตำหนักมากมายจนกระทั้งใกล้ค่ำ ทหารเวรเปลี่ยนอีกครั้ง โคมไฟจุดทั้วตำหนักต่างๆ

"แล้วข้าจะเจอตำหนักองค์หญิงซุนหลี่หรือไม่ตำหนักมากมายจนข้าเดินไปทั้วแล้ว หรือเจ้าจะออกจากวังหรือไม่ได้เข้าเวร" หลงหลานมู่เดินจนเริ่มท้อใจ แต่แล้วได้ยินเสียงกู่เจิงดังขึ้นทำนองเศร้าเหมือนอาลัยในความรัก เขาจึงเดินเข้าใกล้ตำหนักหลังนั้น


"องค์หญิงซุนหลี่เพคะ หม่อมฉันนำชากุ้ยหวามาถวายเพคะ" หลินเหม่ยนำถาดที่มีน้ำเหยือกเงินลายงดงามและแก้วเงินวางไว้ข้างบนโต๊ะข้างเตียง

"หลินเหม่ยเจ้าไปนอนเถิด ข้าจะนอนแล้ว" ซุนหลี่ลุกขึ้นจากที่ฟูกนั่งลงมาจากต่างระดับ เดินมายังเตียงนอน หลินเหม่ยเดินดับไฟแล้วเดินออกไป

หลงหลานหลินมองอยู่ริมหน้าต่าง เขาพึ่งได้รู้ว่าคนที่ชื่อหมี่หลินที่เขาตามหา คือองค์หญิงซุนหลี่ พระธิดาของใต้ฮ๋องแคว้นเย่ว์และหวังหวงโฮ่วที่ปิดบังอำพรางใบหน้าเหมือนที่เขาเจอนางครั้งแรกที่โรงเตี๊ยม


"ฝ่าบาททำไมพระองค์ถึงใส่ชุดทหารแคว้นเยว์" แม่ทัพมู่ถามหลงหลานมู่เมื่อเขามาหาตนที่จุดเดิมนอกวัง

"เรื่องมันยาว เรากลับค่ายกันเถิด" หลงหลานมู่ขึ้นม้าและควบไปยังค่ายพร้อมกับแม่ทัพมู่ 


"ดีที่ประตูเมืองใกล้จะปิดถ้ามาช้ากว่านี้คงได้นอนค้างคืนในโรงเตี๊ยมที่ใดที่หนึ่งเป็นแน่" หลงหลานมูบอกกับแม่ทัพเว่ยที่อยู่กับแผนที่เมือง และแม่ทัพมู่

"พระองค์เข้าไปถึงในวังเลยหรือพะยะค่ะ" แม่ทัพเว่ยถามด้วยความตกใจ

"ก็ใช่นะซิ รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง" หลงหลานหลินมองแผนที่

"แต่มันอันตรายมากๆ เลยนะ แม่ทัพมู่เจ้านี่มันน่านัก" 

"ข้าเตือนพระองค์แล้วแต่..." แม่ทัพมู่พูดไม่จบหลงหลานมู่พูดขึ้นมา

"ประตูเมืองจากการประมาณการของข้า มีสี่ประตุหลักๆ มีประตูย่อยอีกยี่สิบห้าประตู รวมเป็นยี่สิบเก้าประตู ประตูทางทิศเหนือเป็นประตูใหญ่ที่สุด"

"ถ้าเราจะบุกเลยก็ย่อมได้ ทหารเรานำมาตั่งห้าพันคน" แม่ทัพเว่ยพูดขึ้นมา

"แต่เราต้องไปเจรจากับใต้อ๋องแคว้นเย่ว์เสียก่อนว่าจะเสียเมืองหรือจะยอมเป็นเมืองขึ้นของเรา"

"แล้วใครจะไปเจรจาพะยะค่ะ" แม่ทัพมู่ถาม

"ตัวข้าเอง"


"ฝ่าบาทมีคนราชสาส์นจากองค์ชายหลงหลานมู่แห่งแคว้นมู่ส่งถึงพระองค์พะยะค่ะ" ทหารหน้าประตูท้องพระโรงเดินเข้ามาคุกเข่า ขุนนางในท้องพระโรงมองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว

"ผู้ใดถือสาส์นมา" ซุนเกาหวางถามทหารกลับไป

"องค์ชายหลงหลานหลินมาด้วยพระองค์เอง" ทุกคนต่างพูดกันต่างๆ นาๆ ว่าหลงหลานมู่จะมาฆ่าพวกเขาในท้องพระโรงแคว้นเย่ว์หรือไม่ เพราะเขาไม่เคยสนหน้าไหนทั้งนั้นและไม่เคยเข้ามาเจรจาด้วยตัวเองมีแต่ส่งตัวแทนมาเพียงเท่านั้น

"เชิญเขาเข้ามา" 

"ฝ่าบาท" ไท่กงกงห้ามซุนเกาหวาง แต่เขาพยักหน้าให้ไท่กงกงหยุดพูด

"องค์ชายหลงหลานมู่เข้าเฝ้าได้" ไท่กงกงตะโกนเรียงหลงหลานมู่ เขาจึงส่งดาบให้ทหารหน้าประตูเข้ามาพร้อมกับแม่ทัพมู่ แม่ทัพเว่ย และทหารอีกสิบกว่าคนที่มีฝีมือ ทำให้ขุนนางในท้องพระโรงต่างไม่กล้าสบตาหลงหลานมู่

หลงหลานมู่ใส่ชุดเกาะเงินเต็มยศ 

"ข้าเป็นตัวแทนของแคว้นมู่ เพื่อมาส่งสาส์นให้ใต้อ๋องแห่งแคว้นเย่ว์" หลงหลานมู่ยืนสาส์นในกระบอกทองคำลายงดงามให้กับขันทีเพื่อส่งให้ใต้อ๋องของแคว้นเย่ว์ 

ซุนเกาหวางเปิดสาส์นดู และมีสีหน้าหวั่นวิตกอย่างเห็นได้ชัด

"ข้าให้เวลาใต้อ๋องคิดสามวันเท่านั้น แล้วข้าจะรอฟังคำตอบจากใต้อ๋อง​" หลงหลานมู่พูดเสียงดังลั่นให้ได้ยินทั้งท้องพระโรง แล้วหลงหลานมู่เดินออกไปจากท้องพระโรงพร้อมกับทหารของเขา

"ในสาส์นว่าอย่างไรบ้างฝ่าบาท" ขุนนางถาม

"มันต้องการบีบเราให้เป็นเมืองขึ้นตรงต่อแคว้นมู่และมีขู่ด้วยว่าถ้าไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นต่อแคว้นมู่จะบุกยึดทันที อีกอย่างมันต้องการให้ซุนหลี่ลูกข้าไปเป็นฮูหยินของมัน ไม่เช่นนั้นมันจะบุกยึดทันที"

"ฝ่าบาทเท่ากับว่าแคว้นมู่ต้องการประกาศศึกกับเรา" ขุนนางคนหนึ่งพูดขึ้นมา

"แต่ถ้าองค์หญิงอภิเษกเป็นฮูหยินก็เป็นการดีไม่ต้องเสียไพร่พลและราชฎรก็ไม่ต้องมาล้มตายอีกด้วยพะยะค่ะ" 

"ไม่ได้ๆ องค์หญิงของเราจะไปอยู่ในมือศัตรูได้อย่างไร" 

ขุนนางเริ่มถกเถียงกัน

"ข้าให้ลูกหญิงตัดสินใจด้วยตัวเองแล้วหลังจากนั้นข้าจะให้คำตอบกับกับหลงหลานมู่เองและอีกสามวันเปิดวัง ข้าจะเชิญหลงหลานมู่มางานโคมประดับของเมืองเรา" ซุนเกาหวางบอกกับขุนนางและหันไปบอกไท่กงกง ลุกขึ้นเดินออกไปจากท้องพระโรง


"ฝ่าบาทว่าอย่างไงนะเพคะ จะให้หลี่เอ่อร์อภิเษกกับหลงหลานมู่ไปอยู่แคว้นมู่หรือเพคะ คราวก่อนก็กวางหลินคราวนี้ยังหลงหลานมู่อีก หม่อมฉันมิยอมเด็ดขาดที่จะส่งลูกหลี่เอ่อร์ไปอยู่กับเสือ อยู่กับจะเข้ หม่อมฉันมิยอมเด็ดขาด" หวังหวงโฮ่วมองพระสวามีด้วยอารมณ์โกรธอย่างมาก

"เจ้าคงลืมคำทำนายไปแล้วกระมั้งว่า หลี่เอ่อร์เป็นดาวหงษ์มาจุติ"

"แต่นางไม่ควรไปอภิเษกกับศัตรูของเรา"

"ข้าให้ลูกตัดสินใจด้วยตัวนางเอง ชะตาของแคว้นเย่ว์ขึ้นกับตัวนางแล้ว และอีกอย่างข้าลองเอาวันเดือนปีเกิดของนางไปให้โหรหลวงดูแล้วว่า ดวงของนางจะได้อภิเษกกับบุรุษทรงอำนาจ" 

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหลงหลานมู่เพคะ"

"เจ้าจงเชื่อข้าได้เลยว่า หลงหลานมู่ผู้นี้จะบุรุษที่ยิ่งใหญ่และข้าก็ไม่อยากให้แคว้นเย่ว์ของเราล่มสลายไปกับน้ำมือของข้า"


"หลี่เอ่อร์ เจ้านอนแล้วหรือยัง" หวังหวงโฮ่วเดินเข้ามาในตำหนักของซุนหลี่ นางยืนมองออกไปนอกหน้าต่างบองบนฟากฟ้ายามค่ำคืน

"หม่อมฉันถวายพระพรเพคะ" ซุนหลี่ย่อตัวลง หวัวหวงโฮ่วประคองนางไว้ น้ำตาของซุนหลี่ไม่อาจปิดบังผู้เป็นมารดาได้เลย

"เจ้ารู้เรื่องนั้นแล้วใช่หรือไม่" 

"หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ หม่อมฉันจะเตรียมตัวต้อนรับหลงหลานมู่ ไม่ให้เสียพระพักตร์เสด็จพ่อและเสด็จแม่เพคะ"

"อีกสามวันจะเป็นงานโคมประดับเมืองแม่อยากให้เจ้าร่ายรำให้องค์ชายแห่งแคว้นมู่ได้ชมว่าลูกแม่งดงามและเก่งเพียงใด" 

"เพคะ"

"เพลงบุปผางามพระจันทร์เต็มดวง​ แม่อยากให้เจ้าร่ายรำเพลงนี้ สองวันพอหรือไม่" 

"พอเพคะ"


นิยายฟรี ขอเม้นมากกว่า 5 เม้น ยิ่งเม้นมากยิ่งมาไว

1 เม้น 1 กำลังใจ

ความคิดเห็น