ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : SO BITCH : Nothing

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ต.ค. 2561 17:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SO BITCH : Nothing
แบบอักษร

SO BITCH

19

Nothing


(แม่ครับ ทำไมช่วงเวลาแบบนี้ผมถึงคิดถึงแม่จัง แม่ได้ยินเสียงผมไหม?)

ใช่ ชีวิตผมไม่เคยมี และไม่มีวันมี ครอบครัวที่พร้อมหน้า พ่อ แม่ ลูก คำนั้นไม่เคยมีอยู่จริง ขิงปาดหยดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มกัดริมฝีปากขบเม้นนิ่งไปในขณะที่มือของเขายังมีสร้อยเส้นนั้นวางอยู่มันส่องประกายสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ สวยงาม มันทำให้เขานึกถึงเจ้าของรอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยน ผู้หญิงคนนั้นที่จากเขาไปตลอดชีวิต ….. แม่

ขิงยังคงนั่งนิ่งไม่ได้ขยับตัวไปไหน มีเพียงหนึ่งสายตาที่จับจ้อง มองมา เขาอยากเข้าไปรวบคนตรงหน้ากอดเหลือเกิน

ข่านได้แต่ยืนมองคนที่นั่งร้องไห้อย่างปวดหัวใจ ถ้ามันเป็นเขาสภาพก็คงไม่ต่างจากคนที่นั่งซึมเท่าไหร่ ใช่แล้วหลังจากที่พีพ่นน้ำใส่ เขาก็เดินมายังรถที่จอดอยู่หวังแค่จะเปลี่ยนเสื้ออีกตัวใส่ แล้วกลับเข้าไปเรียน แต่ในระหว่างที่เจ้าตัวกำลังเดินใกล้ถึงที่จอดรถ

สายตาก็ดันเห็นคนที่หลบหน้าเขาตลอดระยะเวลา1 อาทิตย์ พอเห็นเขาก็ลืมไปเลยว่าจุดหมายที่เดินมาคืออะไร ด้วยความโมโหเขาเลยเร่งฝีเท้าเดินตามหลังขิงไปโดยที่ไม่ให้ขิงรู้ตัว เขาแค่ต้องการหาคำตอบว่าทำไมเจ้าตัวจึงจงใจที่จะหลบหน้าเขา

แต่เดินไปไม่ทันได้ใกล้ เขาก็ต้องหยุดเพราะเห็นคนที่กำลังหลบหน้าทั้งอาทิตย์อย่างขิง เดินไปขึ้นรถที่มีผู้ชายสูงวัยคนหนึ่งนั่งอยู่ ในนั้นโดยที่กระจกติดฟิล์มดำสนิททั้งคัน เห็นแค่อีกฝ่ายเดินเข้าไปพร้อมกับเปิดประตูรถ เขาก็หันหลังรีบปลดล็อกรถแล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ขับตามหลังรถคันที่ขิง นั่งไปด้วยทันที

“มีเหยื่อใหม่เป็นพวกเสี่ยสินะ ถึงได้หลบหน้าเรา ทั้งอาทิตย์แบบนี้ เสี้ยนจนไม่มีใครเกินจริงๆ ”

เขาสถบเพียงเพราะเห็นชายสูงวัยคนนั้นคุยกับขิงแล้วเจ้าตัวเดินขึ้นรถ โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าชายคนนั้นแท้จริงแล้ว เป็นใคร

แต่ด้วยความคิดที่มี มันก็บอกเขาแค่ว่า นั้นคือคนใหม่ ของขิง คิดแล้วก็โมโหอยากจะกระชากเจ้าตัวให้ลงจากรถคันนั้นแล้วจับไปจัดการที่ห้องของเขาจนไม่ต้องมีเวลาแรดไปกับคนอื่น

“แรดกับฉันคนเดียว ไม่พอสินะ”

เขารู้สึกไม่พอใจแต่ก็ทำได้เพียงแค่ขับรถตามมาเรื่อยๆ จนทั้งคู่เข้าไปภายในร้านชายสูงอายุรูปร่างภูมิฐานนั้นดูเหมือนจะมีฐานะอยู่ไม่ใช่น้อย นี้คงคิดกะจะหาคนเลี้ยงดูสินะถึงมากับเขา ข่านไม่เข้าใจ ในใจมีแต่ความโกรธและโมโหในขณะที่ลงจากรถเพื่อที่จะตัดสินใจ จะเข้าไปเอาตัวขิงออกมา

แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวเข้าไปใกล้ น้ำเสียงและสิ่งที่ทำให้เขาชะงักความคิดเอาไว้ก็คือบทสนทนา ที่ชายคนนั้นเอ่ยกับขิง

เขายืนนิ่งฟังแต่ดูเหมือนว่าประโยคที่ได้ยินนั้นมันกลับทำให้เขารู้สึกไม่ดีเลยขนาดเขาเป็นคนนอกยังรู้สึกจุก แล้วถ้าเขาเป็นขิงตอนนี้ละสภาพจะเป็นอย่างไง เขานึกโทษตัวเองอยู่นิดๆ ที่ที่ตีโพยตีพายไปว่าขิงเอง คงจะมากับคนใหม่ ทั้งที่จริงแล้วความจริงกลับไม่ใช่

เรื่องที่น่าเศร้าไปกว่าการที่โดนผู้เป็นพ่อสั่งห้ามไม่ให้กลับไปมันยังดูไม่เสียใจเท่ากับการที่ข่านนั้นได้ยินว่าแม่แท้ๆ ของขิงได้จากไปแล้ว เขาก้าวถอยหลังออกมาแล้วนั่งลงตรงเบาะนั่งไม่ไกลจากที่เจ้าตัวกับชายสูงวัยที่อีกฝ่ายเรียกว่าพ่อ อย่างเงียบๆ จนกระทั่งตอนนี้ที่ชายคนนั้นเดินก้าวออกไป ขิงก็ได้แต่นั่งนิ่งก้มหน้ามองสร้อยที่เป็นเพียงสมบัติชิ้นเดียวที่ติดตัวมาของเขา

ต้องเข้มแข็งขนาดไหนถึงพาตัวเองออกมาใช้ชีวิตลำพังได้ขนาดนี้ จะนานแค่ไหนกันที่เขาเห็นขิง อยู่คนเดียว ผู้เป็นพ่อไม่เคยยอมรับ แถมผลักไสให้เจ้าตัวออกไปจากชีวิตของเขา อีกทั้งแม่ที่เสียไปตั้งแต่เด็กๆ คนคนหนึ่งจะต้องอดทนและเข้มแข็งแค่ไหนกัน

เมื่อได้ยินและได้ฟังความเป็นจริงของเรื่องราวทั้งหมด เขาก็ยอมรับได้เลยว่า ที่ผ่านมานั้นเขาเข้าใจคนคนหนึ่งผิดมาตลอดเวลา เบื้องหน้าที่แสดงออกถึงความเข้มแข็งที่ใครต่อใคร ได้เห็นมันก็แค่การแสดงออกเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเอง จากสิ่งรอบข้าง ความโกรธที่เมื่อครู่หงุดหงิดกลับพลันหายไปเหลือเพียงความเป็นห่วงที่เขาไม่สามารถที่จะเดินเข้าไปแล้วดึงคนที่อยู่ตรงหน้านั้นเข้ามากอดเอาไว้ได้

ข่านเองได้แต่มองเงียบๆ เฝ้าดูปฏิกิริยาของขิงถึงแม้ใบหน้าจะเรียบนิ่งแต่แววตานั้นมันช่างหม่นหมองและดูเจ็บปวดจริงๆ เขาได้แต่เพียงมองจนกระทั่งเจ้าตัวลุกแล้วเดินออกไป โดยที่การกระทำทุกสิ่งอย่างนั้นเขาเห็นมันจนหมดสิ้น

จากที่ต้องแรกเขาหงุดหงิดงุ่นง่านแทบตายที่โดนหลบหน้าหายไปหลังจากวันที่ทั้งสองผ่านสมรภูมิรบบนเตียงกันอย่างเร่าร้อน ขิงก็หลบหน้าเขามาเกือบอาทิตย์ไม่ยอมแม้ที่จะตอบแชทหรือรับโทรศัพท์เลยแม้สักครั้ง มาตอนนี้เขาคงต้องปล่อยให้เจ้าตัวอยู่แบบนี้ไปก่อนที่อะไรๆ มันจะแย่ลงไปกว่านี้

ข่านเลือกที่จะตามดูห่างๆ โดยที่ไม่ได้เข้าไปกว้างก่ายชีวิตส่วนตัวของขิงพยายามห้ามใจแค่ไหนเชียว จู่ๆ เขาก็ไม่ค่อยจะสนใจคู่นอนหรอกนะไม่ว่าจะครั้งไหนๆ แต่กลับขิง มันเหมือนมีอะไรบางอย่างดึงดูดเขาให้เข้าหาตลอด

ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาเผลอเหยียบแว่นตาของอีกฝ่ายหัก จนไม่ถึงตอนประกวดดาวเดือน มันมีบางอย่างที่เขาอยากจะบอกความจริงกับขิง

แต่มันก็สายไปเพราะหลังจากเหตุการณ์นั้นขิงก็ดูเหมือนจะพยายามหลบเลี่ยงเขาและดูเหมือนกับว่าเกลียดเขา จนข่านเองก็เลยต้องตัดใจปล่อยไปทั้งๆ อย่างนั้น

จนมาเจอกันอีกครั้ง ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ไม่รู้ว่ามันเป็นความโชคดีหรือโชคร้ายของขิงที่ชีวิตต้องมาเจอกันกับเขาอีก และหลังจากวันนี้ที่เขาได้รู้อะไรบางอย่าง

มันก็มีเพียงคำตอบเดียวที่ยืนยันให้เขาแน่ใจว่าเขาไม่สามารถปล่อยไปได้อีกแล้ว

“มันคงถึงเวลาที่เขา ต้องทำอะไรสักอย่างแล้วละ”

ขิงเดินกลับห้องด้วยจิตใจที่หลุดลอยเขารู้ตัวดีว่าเขาไม่ใช่คนในครอบครัวอยู่แล้ว แม่ของเขาเป็นเพียงผู้อาศัย ส่วนเขาคนนั้น ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขาเลยแม้กระทั่งสายเลือด มันก็ถูกแล้วที่ เป็นเขาที่จะต้องก้าวออกมาจากที่ตรงนั้น เพราะมันไม่ใช่ที่สำหรับเขาตั้งแต่ที่เขาลืมตาดูโลกแล้ว จริงๆ

ขณะที่กำลังจะเปิดประตูห้องพัก ป้าที่ดูแลตึกนี้ก็เดินตรงมายังเขาพอดี

“โทษนะ พอดีป้าแจ้งไปหมดแล้ว เหลือแค่หนูที่ป้ายังไม่ได้บอก”

เธอพูดกับขิงด้วยท่าทีที่ดูกังวลไม่น้อย พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูยังไงก็ไม่มีคำว่าความสุขบนใบหน้าเลย

“ครับ” ขิงขานรับเธอ

“ขอโทษด้วยที่ป้าบอกหนูช้าไป ทีนี้, ที่นี่ถูกธนาคารยึด อีกสามวัน เขาจะมาทำการรื้อถอนที่นี่ ป้าไม่รู้จะบอกกับหนูยังไง ดี ป้าขอโทษที่แจ้งหนูช้าไป ขอโทษจริง”

เธอจับมือของเขาพร้อมกับใบหน้าที่บ่งบอกได้จากใจจริงว่าเธอเสียใจ ขิงนิ่งไปสักพักพร้อมกับมองหน้าของป้าที่แกดูแลตึกที่ปล่อยเปิดเป็นห้องเช่าแห่งนี้

“ส่วนนี้ป้าเอาเงินประกันมาให้พร้อมกับ เงินค่าเช่าที่หนูจ่ายป้าไปเดือนที่แล้วกับของเดือนนี้ที่หนูจ่ายป้าล่วงหน้า เงินค่าเช่าที่ป้าคืนให้ถือว่าเป็นคำขอโทษจากป้าด้วยนะที่ไม่ได้บอกหนูเรื่องนี้ ป้าขอโทษจริงๆ ”

เธอยื่นซองที่ใส่เงินประกันและเงินค่าเช่าใส่มือเขา แล้วก็รีบเดินจากไป ขิงก้มมองซองนั้นก่อนจะกำมันไว้ในมือแน่น เขาเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยจนไม่อยากลุกขึ้นยืนแล้ว

ขิงค่อยๆ เปิดประตูเดินเข้าไปด้านในปิดล็อกมันก่อนที่เขาจะทิ้งทุกอย่างกองบนพื้น ร่างที่ยืนทรุดลงตรงประตูหลังพิงกับประตูทางเข้าอย่างเหนื่อยล้า พร้อมๆ กับหยดน้ำใสๆ ที่ไหลผ่านดวงตาน้ำตาที่ไม่เคยคิดว่ามันจะไหลออกมา

ไม่เหลือ เขาไม่เหลืออะไรเลยจริงๆ มันหนักเกินไปสำหรับสิ่งที่เขาต้องเผชิญในวันนี้ เขาไม่เหลือ แม้กระทั่งที่ซุกหัวนอนตอนนี้ ก็ไม่มีแล้ว ....... ไม่มี

ภีรณัฐ ภีรณัฐ!!!!!

“ครับ”

“อาจารย์เห็นเธอเหม่อนานแล้วนะ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”

“เปล่าครับไม่มีอะไร”

“เธอแน่ใจนะว่าไม่มีอะไร อาจารย์ว่าเธอดูไม่ค่อยสบายนะ ไปนอนพักที่ห้องพยาบาลหน่อยไหม”

“ผมไม่เป็นไรจริงๆ ครับอาจารย์”

“โอเคไม่เป็นก็ไม่เป็น”

เขาตัดความรำคาญโดยการหยุดถามในขณะที่ขิงก็ยังนั่งจมปุกอยู่ที่เดิมเพื่อรอการชี้แจงโปรเจคที่เขาต้องเข้าร่วมเป็นนายแบบให้กับทางมหาวิทยาลัย

ในขณะที่ยังนั่งอยู่ ขิงก็เป็นกังวลเพราะเมื่อวานเขาก็เดินหาหอพักที่ใกล้มหาวิทยาลัย ก็ไม่มีท่าทีว่าจะว่าง อีกอย่างนี้ก็เข้าวันที่สองแล้ว เหลือแค่อีกวันเดียวที่นั่นก็จะถูกทุบทิ้ง

เขาจะไปหาที่นอนที่ไหนกัน มาเรียนมหาลัยเขาก็ใช่ว่าจะมีเพื่อนที่พอจะขอเขาอาศัยได้ ก่อนได้ที่อยู่ใหม่

“คือว่า อาจารย์ครับ” เขาเอ่ยเรียกอาจารย์ที่กำลังเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารชี้แจงรายละเอียดที่ชั้นพอดี

“ว่าไง”

“ผมมีเรื่องอยากขอคำปรึกษา” เขาบอกพร้อมกับก้มหน้าต่ำมือประสานกันตรงหน้าตักเหมือนคนคิดไม่ตก

“ว่าไง มีเรื่องอะไรไม่สบายใจ”

“คือว่า ผม”

ขิงตัดสินใจเล่าและขอคำปรึกษาจากอาจารย์ทันที เพราะถ้าปล่อยไว้เขาอาจจะต้องไปนอนข้างถนนแน่นอนเลย

ผ่านไป 5 นาที

เรื่องราวที่อัดอั้นในใจก็ถูกพูดออกไปจนหมด ขิงกัดปากแน่นโดยที่ไม่ได้พูดอะไรต่อ

“อืม เพราะแบบนี้สินะสีหน้าเธอถึงได้กังวล” อาจารย์ว่า

“ครับ”

“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวอาจารย์จะถามแฟนอาจารย์ให้ เห็นเขาบ่นๆ เหมือนกันว่า เขาอยากจะหาคนไปอยู่ที่ห้องให้อยู่ เพราะเขาต้องเข้าเวรที่โรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ ห้องแทบไม่ได้อยู่”

“แต่ว่าผม”

ขิงไม่ได้มีปัญหากับการจะได้เข้าไปอยู่เหมือนคอยดูแลห้องให้แต่ที่เขามีปัญหามันคือค่าเช่าที่เจ้าตัวคิดว่าคอนโดหรูขนาดนั้น เขาคงไม่มีปัญญาจ่ายค่าเช่าแน่ๆ

เหมือนอีกคนจะมองออกว่าเขากังวลเรื่องอะไร จึงเอ่ยปากออกก่อนที่ขิงจะเป็นกังวลมากไปกว่านี้ ขยันคิดมากเก่งจริงๆ เลยเด็กคนนี้

“ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเช่าหรอกที่นั่นนะ คอนโดแฟนอาจารย์เอง เขาซื้อไว้”

“ครับ”

“แต่อาจารย์ยังไม่รับปากนะว่าจะได้ เดี๋ยวไว้ตอนเย็นถ้าเขาโอเคอาจารย์จะบอกเราอีกที”

อย่างน้อยๆ เขาก็มีหวังอยู่สัก 50% ก็ยังดีขิงคิด แต่พอกลับจากถ่ายรูปแล้วเขาก็ต้องไปหาหอพักเผื่อไว้อีกทางด้วย เหมือนกัน

ในขณะที่กำลังคิดเรื่องที่พักที่ต้องย้ายออกก็มีคนใหม่เดินเข้ามา ไม่ใช่ใครที่ไหน คนที่เขาพยายามเลี่ยงที่จะเจอนั้นเอง

-ข่านเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มทักทายอาจารย์ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างๆ เขา

“อ้าวมาแล้วเหรอ”

“ครับต้องขอโทษอาจารย์ด้วยนะครับที่มาสาย” ข่านเอ่ยบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ขิงพยายามขยับเก้าอี้ที่เขานั่งให้ออกห่างจากข่าน แต่ดูเหมือนยังไม่ทันได้ยกขยับ ข่านก็ดันมาคว้ามือของเขาไปจับไว้ซะแล้ว

ปล่อย!!!!!!!

ขิงบอกพร้อมกับหันหน้าไม่พอใจใส่ข่านที่กุมมือข้างซ้ายของเขาแน่นไม่ยอมปล่อย ถึงเขาจะบอกให้อีกฝ่ายปล่อยมือเขายังไงก็ไม่เป็นผลเพราะไม่มีท่าทีว่าข่านจะยอมปล่อยเลยจนขึ้นต้องหยุดยื้อก่อนที่ข้อมือจะแดงมากไปกว่านี้

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ต่อล้อต่อเถียงกับข่านที่ถือวิสาสะจับมือเขา เขาก็ต้องโดนริมฝีปากร้ายกาจนั้นบรรจงจุ๊บลงหลังมือข้างที่โดนพันธนาการไว้อย่างรวดเร็ว

จุ๊บ

ขิง อ้าปากใบหน้าเห่อร้อนแดงขึ้นทันทีโดยที่จังหวะที่อาจารย์หันกลับมาเขาก็เห็นใบหน้าแดงก่ำของขิงพอดิบพอดี

“ภีรณัฐที่เธอบอกว่าเธอไม่ได้ไม่สบาย ตกลงเธอแน่ใจนะเพราะตอนนี้หน้าเธอแดงมาก เลย”

เขาบอกด้วยความเป็นห่วงเป็นใยแต่ขิงก็เอาแต่ส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ ว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร เขาหันหน้าไปถลึงตาใส่ข่านในขณะที่มือนั้นยังกุมกันไว้โดยที่เขาไม่ยอมปล่อยความอบอุ่นส่งผ่านมือนั้นอย่างน่าแปลก ตลอดการสนทนาและคำชี้แจง จากอาจารย์เกี่ยวกับขอบเขตงานคร่าวๆ ที่ในวันนี้พวกเขาต้องทำ

“คร่าวๆ วันนี้ก็มีเท่านี้แหละ เดี๋ยวยังไงก็ไปเจอกันที่สตูดิโอสองนะ อาจารย์มีธุระนิดหน่อย เดี๋ยวจะตามไปทีหลัง”

“ครับ / ครับ” เขาทั้งสองคนข่านรับ ในขณะที่อาจารย์หนุ่มนั้นได้เดินออกจากห้องไป

“จะปล่อยได้หรือยัง” ขิงว่าพร้อมกับยกมือที่ข่านเองกุมมือเขาเอาไว้ตลอดทั้ง 10 นาที ที่คุยงานกัน

“ไม่”

“นี้นาย” ขิงละเหลือทนจริงๆ ที่ต้องมาทะเลาะกับข่านยิ่งไม่ชอบยิ่งได้เจอ

“ปะ ไปกันเถอะ” ข่านดึงขิง ให้ลุกเดินตามไปกับเขา

“ไปไหน”

“ก็ไปสตูสิ ไป ลุก”

“ปล่อยมือฉัน ฉันไปเองได้”

ขิงว่าพร้อมกับพยายามแกะมือข่านออกแต่อย่างข่านเหรอเรื่องอะไรจะยอมปล่อยไม่เจอหน้าตั้ง2 อาทิตย์ ได้เจอทั้งทีก็ขออยู่แบบนี้นานๆ หน่อยแล้วกัน

“แต่ฉันไปไม่ถูก จับไปแบบนี้แหละ”

“จะบ้าหรือไง ไม่ใช่เด็กๆ จะมาหลงทาง ประสาท” ขิงว่าเขาแต่ก็แค่ว่าเฉยๆ เชื่อเขาถึงเขาจะพยายามให้ข่านปล่อยมือก็คงไม่มีทางว่าอีกฝ่ายจะยอมปล่อยง่ายๆ กุมมือเขาเหมือนกลัวว่าจะหายขนาดนี้ให้ปล่อยคงยาก ขิงถอนหายใจ แต่ก็ยอมให้จับแล้วเดินไปด้วยกันสองคนจนถึง สตูดิโอที่จะต้องถ่ายงานกันวันนี้

“นี้ไงฉันพานายมาแหละ ถึงแล้วก็ปล่อยมือฉันสักที” ขิงบ่นพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ นี้ก็เที่ยงแล้วทุกคนคงไปหาข้าวกินกัน มีเพียงห้องที่ภายนอกบริเวณรอบนอกมืดมีเพียงไฟจาก สปอตไลต์ที่ส่องอยู่กับฉากที่ใช่สำหรับถ่ายงานวันนี้เท่านั้น และแสงไฟเล็กๆ จากฝั่งที่มีเสื้อผ้าและเครื่องแต่งหน้าวางอยู่

“ไปไหนกันหมดนะ” ขิงกวาดสายตามองไปรอบๆ แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะ ทักท้วงข่านที่ยังกุมมือเขาไว้

“จะ ปล่อย ได้ อื้อ” ยังไม่ทันได้เอ่ยจนจบริมฝีปากบางนั้นก็ถูกปิดสนิทแนบด้วยริมฝีปากของอีกคนประกบแนบสนิท

“อื้อ อื้อ”

ขิงร้องประท้วงในขณะที่ข่านกำลังจะแทรกลิ้นเข้ามาภายในเขาล็อกตัวขิงไว้แน่นแบบชิดกับลำตัวของเขา กดจูบบดเบียดริมฝีปากขิง สอดลิ้นกวาดต้อนความชุ่มฉ่ำภายใน อย่างเอาแต่ใจอยู่นานสองนาน จนขิงเองก็ไม่รู้ว่าเขาตอบรับจูบนั้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะผละออกไป พร้อมกับตั้งใจกดริมฝีปากแนบกับแก้มอันอ่อนนุ่มของเขา

ฟอด!!!!!

“เอ๊ะ” เขาอาศัยจังหวะที่ขิงยังมึนงงหอมแก้มขิงอีกครั้ง

นี้!!!!!!

ยังไม่ทันได้ต่อว่าอะไรเงยหน้ามองข่านด้วยความไม่พอใจแต่กลับต้องนิ่งไปในอ้อมกอดของคนตรงหน้าเพียงเพราะคำพูดที่ได้ยินจากข่านแค่ไม่กี่ประโยค

“คิดถึงจัง”

^^

ความคิดเห็น