facebook-icon

สวัสดีผู้เยี่ยมชมทุกท่านค่ะและขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามนะคะ

ตอนที่ 33 หมาป่าโลกันต์ (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 33 หมาป่าโลกันต์ (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 38.6k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ต.ค. 2561 21:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33 หมาป่าโลกันต์ (1)
แบบอักษร

​ตอนที่ 33 หมาป่าโลกันต์ (1)



หลังจากที่พยัคฆ์วางแผนไว้และร่ำลาเสี่ยชาญชัย เขาก็กระโดดขึ้นรถกันกระสุนของตนและวางปืนHK 416 ไรเฟิลจู่โจมที่เขาชอบใช้มากที่สุดที่เบาะข้างๆแล้วจึงออกเดินทางไปจุดนัดพบกันตามลำพัง

พยัคฆ์ขับรถไปตามทางของวัดร้างใกล้พื้นที่ป่า เขาติดต่อกับแสงอยู่ตลอด ซึ่งจากที่สำรวจและที่ตั้งปืนรอเป็นวันก็พบสิ่งผิดปกติหลายอย่าง

‘เป็นอย่างที่นายว่าจริงๆ มันไม่ได้อยู่วัดร้าง มันอยู่ที่โกดังในป่าดูท่าแล้วพี่เข้มอยู่ในนี้แน่นอน’ แสงรายงานเสียงเบาโดยสายตาไม่ละจากทางเข้าออกแม้แต่วินาทีเดียว

“มีกี่ตัว อยู่ไหนบ้าง”

‘ประมาณสามสิบ น้อยมาก ไอ้เล้งมันประมาทเพราะอะไรก็ไม่รู้ พวกมันกระจายตามทางเข้าออกคอยแอบอยู่ข้างทาง’

“มาเป็นร้อยมันก็ไม่คณามือกูหรอก” ดวงตาคมดุบัดนี้ดูเด็ดเดี่ยวและโหดเหี้ยมราวกับสัตว์ร้ายเข้าสิง เวลาพระจันทร์เต็มดวงฉายแสงคงประมาณสองทุ่มตรง หากช่วยคนมาได้ก่อนเวลานั้นจะดีที่สุด

‘ทุ่มสิบนาทีแล้วนาย’

“เออ มึงก็เด็ดไอ้เล้งให้ได้ล่ะ ถ้าเรียบร้อยแล้วมึงรีบลงมาช่วยกูพาทุกคนกลับไปที่ปลอดภัยด้วย”

‘ได้ครับนาย’

หลักฐานที่เสี่ยเล้งทำผิด บัดนี้ไม่มีความหมายกับเขาอีกต่อไปเพราะเมื่อมันตาย เขาจะจัดการกับพวกมันที่เหลือและเอาหลักฐานทั้งหมดที่มันมีเชื่อมโยงให้เครือข่ายพวกมันทั้งหมดล่มจมตามกันไป



เข้มนั่งนิ่งไม่ไหวติงตาปูดหน้ายับหลังถูกซ้อมและถูกมัดอยู่ในโกดังมานาน วิทยาถูกเก็บไปแล้วเมื่อเช้าเหลือเพียงเขาและเหยื่อผู้มาใหม่อีกสองคน คนหนึ่งคือผู้กองภาสกรที่มีสติอยู่บ้างส่วนอีกคนที่ผู้กองหนุ่มเรียกว่าพี่ดูจะไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่ พยายามหาทางหนีทีไล่เสมอแต่เข้มรู้ดีว่าทางนี้ข้างนอกเป็นป่าทึบอย่างกับเมืองลับแล ถึงออกไปได้ก็ถ้าไม่รู้ทางก็จอด

“นี่คุณไม่คิดจะช่วยเราหาทางหนีไปไหนหรือไง” พงศกรถามขึ้นอย่างลุกลน ชายวัยกลางคนค่อยๆเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้คนทั้งสอง

“ออกไปสิ คนของไอ้เล้งข้างนอกที่หมอบอยู่สักที่รอบป่านี้คงได้โป้งเข้าที่หัวคุณสักนัด” ชายวัยกลางคนตอบเสียงเรียบมีรอยยิ้มบางๆประดับบนใบหน้า

“ผมว่าพวกมันคงไม่มีมากหรอก ขนาดเฝ้าเรายังมีแค่สองคน”

“พี่พงศ์อย่าประมาทสิ นี่ไม่ใช่หนังนะ เจ้าพ่อทุกคนไม่ได้ขนลูกน้องมาเป็นร้อยแล้วเดินเป็นกองทัพเฝ้าเรา ทุกคนมันมีวิธีแตกต่างกันไป เฮ้อ!! เสียดายจริงๆวันนี้เขาบอกว่ามีพระจันทร์สีเลือดแล้วก็จันทรุปราคาด้วย จะได้ดูไหมเนี่ย” ภาสกรขัดพี่ชายเสียงอ่อน ร่างกายที่เพิ่งฟื้นฟูทำให้เขาอ่อนแอกว่าที่เป็น

“นั่นสิวะ” เข้มเสริมอีกทอดหนึ่ง

“คุณโดนจับมานานแล้วเหรอครับ” ผู้กองหนุ่มเปิดปากถามขึ้น

“ก่อนพวกคุณหลายวัน นี่ก็ยังไม่ได้อาบน้ำเลย หึหึ” เข้มหัวเราะในลำคอพลางหลับตาลงพิงผนังสังกะสีนอนหลับ

“นี่ภาส แกก็กล้าคุยเนอะ เขาดูน่ากลัวจะตาย” พงศกรมองอย่างระแวงระวัง




ทันทีพยัคฆ์เคลื่อนเข้าไป เหล่าลูกน้องที่แอบซ่อนอยู่ในป่าก็เริ่มเคลื่อนไหวและวิ่งออกมาดักทางพร้อมระเบิดมือ ปลดสลักเรียบร้อยก็ขว้างใส่รถของชายหนุ่มทันที

ตู้ม!! ตู้ม!!

พยัคฆ์หลบได้อย่างหวุดหวิดแต่ทำรถของเขาชะงักและเสียหายเล็กน้อย ไม่นานนักระเบิดลูกที่สองก็ตามมาติดๆ ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้ต้องบังคับรถให้ขับเคลื่อนไปอย่างมั่นคงและรวดเร็วที่สุดก่อนจะวิ่งเข้าชนมือระเบิดที่ยืนขาแข็งอยู่ตรงจังๆ

โครม!!

เจ้าพ่อแห่งพยัคฆ์คำรามขับรถเข้าไปเรื่อยๆ คราวนี้กระสุนทั้งหลายก็สาดมาทุกทิศทางไม่มีที่ท่าจะหยุด พยัคฆ์รู้ทันทีว่าพวกมันไม่ได้มีแค่หยิบมือแต่เสี่ยเล้งมันพามาทั้งก๊กเลยทีเดียว

มีบางคนเตรียมยิงระเบิดRPGอยู่บนห้างบนต้นไม้ แสงตาไวพอที่จะเห็นกระสุนระเบิดมันโผล่ออกมาจากที่พลาง เขาจัดแจงชี้เป้าที่หัวเป้าหมายพอดี เพราะเป้านิ่งไม่ได้เคลื่อนไหว ชายหนุ่มจึงลั่นไกออกไปอย่างแม่นยำ

ปัง!!

มือระเบิดขาดใจตายตกลงจากห้างทันที ทางด้านพยัคฆ์ที่พยายามขับรถไปให้ถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย อีกไม่กี่สิบเมตรเขาก็เห็นโกดังเจ้าปัญหา ทันใดนั้นรถก็เกิดดับกะทันหัน

ลูกน้องของเสี่ยเล้งหยุดยิงทันทีและได้ให้คนไปตรวจดูว่าตายแล้วหรือไม่ ทันทีที่เดินไปประตูรถฝั่งคนขับก็กระเด็นออกกระแทกร่างลูกน้องผู้โชคร้ายตายทันทีอย่างอนาถ

“มันยังไม่ตาย” หนึ่งในนั้นตะโกนออกมาอย่างตกใจ

ปังๆๆๆๆๆๆ!!

ไวเท่าความคิดพยัคฆ์ก้าวออกมาพร้อมปืนไรเฟิลจู่โจมของตนกราดยิงพวกที่เสนอหน้าออกมาจากที่ซ่อนอย่างเดือดดาลจนไม่เหลือ ว่าแล้วเขาก็รีบพาตัวเองไปยังโกดังร้างทันที




เสี่ยเล้งที่แอบอยู่ในห้องๆหนึ่งในโกดังร้างก็มีทีท่ากระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด ร่างอ้วนท้วมเดินกลับไปกลับมาจนลูกน้องแทบปวดหัว

“นายครับ ผมว่ามันคงตายแล้วแหละนาย”

“จริงนะ”

“เจอคนของเราไปมันคงไม่รอด ฟังสินายเสียงหยุดไปแล้ว” เสี่ยเล้งมองลูกน้องด้วยสีหน้ากังวลก่อนจะลุกเดินออกไปข้างนอกพร้อมปืน

เหล่าเหยื่อล่อทั้งหลายที่ได้ยินเสียงปืนก็เกิดตกใจอย่างหนักซึ่งที่มากกว่าใครก็คงจะเป็นพงศกร ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยได้ยินเสียงอย่างกับสงครามอย่างนี้มาก่อน

เข้มกำลังพยายามแอบตัดเชือกที่มัดด้วยคมสังกะสีพลางหันไปมองทิศของประตูโกดังแต่ทันใดนั้นก็เหมือนมีเหล็กเย็นๆมาจ่อหัวไว้อีกที เขาเงยหน้าขึ้นมองคนจ่อปืนก็พบว่าเป็นเสี่ยเล้ง

“คิดจะใช้กูเป็นตัวประกันเหรอ”

“เห้ย!! เสี่ยเล้ง เรามาเจรจากันดีๆก็ได้ไม่เห็นต้องทำแบบนี้” ภาสกรตะโกนบอกอย่างอ่อนแรงแต่เสี่ยเล้งหาได้ฟังไม่ เขาเพียงจดจ่ออยู่ที่ประตูโกดังเท่านั้น

แอ๊ด!!

เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มผู้เป็นเป้าหมายของเสี่ยเล้งเดินเข้ามาอย่างช้าๆตัวเปล่าด้วยสีหน้าเรียบเฉย แสงไฟนวลทำให้ใบหน้าของเขาแจ่มชัดขึ้นมาเรื่อยๆในสายตาของสองพี่น้อง

“สวัสดีตอนเย็นไอ้พยัคฆ์”

“จะฆ่ากูทั้งทีมึงก็ต้องขนคนมาหมดแก๊งมึงเลยหรือไง” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเหยียดหยัน เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ดูเหมือนว่าเสี้ยเล้งจะใช้คนน้อยแท้จริงแล้วมันมีมากมายเกือบร้อย

“ไม่มีทาง มึงไม่มีทางรอดมาได้ขนาดนี้” ชัดเจนว่าเสี่ยเล้งเริ่มลุกลี้ลุกลนมือสั่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาจ่อปืนไว้ที่หัวของเข้มอย่างขี้ขลาด “อย่าเข้ามานะมึง ไม่งั้นไอ้เข้มตาย”

“มึงกับกูมาสู้กันตัวตัวดีกว่า” พยัคฆ์ยกมือทั้งสองขึ้นมาแต่เสี่ยเล้งไม่คิดเช่นนั้น เขากำลังลั่นไกปืนซึ่งเป็นเวลาเดียวที่เข้มเป็นอิสระ

“เข้ม!!”

ปัง!!

เสี่ยเล้งยิงพลาดไปนิดเดียวโดยเข้มใช้ตัวผลักร่างอ้วนจนล้มกลิ้งไปด้วยกัน ปืนของเสี่ยเล้งตกลงมาเหนือบนหัวของทั้งสอง เข้มที่ใช้มือและความว่องไวคล่องแคล่วที่มากกว่าหยิบมาได้ เสี่ยเล้งรีบถดตัวหนีอย่างหวาดกลัวแต่เข้มไม่ปล่อยไว้นาน

ปังๆๆ!!

เขานอนหงายและยิงเข้าขั้วหัวใจเสี่ยร่างอ้วนอย่างแม่นยำไปสามนัดติดๆจบชีวิตเจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่อย่างสมบูรณ์

ไวเท่าความคิดพยัคฆ์หยิบปืนพกของตนออกมายิงลูกน้องที่เหลืออยู่ของเสี่ยเล้งอีกสี่ห้าคนอย่างรวดเร็วจนตายหมด เขาจึงรีบไปปลดเชือกที่มัดแขนขาน้องชายทั้งสองทันที เข้มเองก็ไม่ค่อยจะมีแรงนัก พยัคฆ์จึงโทรบอกให้แสงพาคนมาช่วยทั้งสามโดยเร็วไว

วีรกิจที่รอไม่ไกลก็เกิดอยู่ไม่สุขเดินไปมาอย่างกระวนกระวายกับลูกน้องของตนและพยัคฆ์เพราะห่วงลูกชายทั้งสามคน เมื่อเห็นลูกน้องของพยัคฆ์รับสายจากแสงเขาก็รีบโร่มาฟังด้วยทันที

“ว่าไงนะพี่แสงให้พาคนไปช่วยคนทั้งสาม ได้พี่เดี๋ยวพวกเราจะรีบไปทันที”

ติ๊ด

“พยัคฆ์จัดการพวกมันหมดแล้วเหรอ” วีรกิจถามขึ้นด้วยความหวัง

“ครับ ตอนนี้พวกผมกำลังจะรีบไปช่วยคน”

“งั้นฉันไปด้วย” เมื่อได้ยินข่าวดีวีรกิจก็ขอติดสอยห้อยตามไปทันที ลูกน้องกว่าครึ่งโหลและวีรกิจรีบพากระบะคันใหญ่เข้าไปยังพื้นที่อย่างรวดเร็วโดยมีแสงคอยระวังให้จากที่สูง




นาราหยิบตัวมีดขนาดย่อมๆที่สามีฝากเอาไว้ให้ขึ้นมาพินิจดูอย่างละเอียด เธอไม่รู้ว่าเหตุใดสิ่งที่เคลือบมีดอยู่คืออะไร ถึงจะอยากรู้เพียงใดหญิงสาวก็ไม่อยากที่จะสัมผัสมันเด็ดขาด

“มาลัยว่าคุณนาควรจะนอนได้แล้วนะคะ เด็กในท้องจะได้แข็งแรง”

“ป้ามาลัยคะมันยังไม่สองทุ่มเลยนะ” ใบหน้าหวานยิ้มเย้าเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกในใจ มีหรือผู้ใหญ่ที่อาบน้ำมาก่อนอย่างมาลัยจะดูไม่ออก

“นายจะต้องกลับมาแน่นอนค่ะ”

“หรือไม่ให้ผมพาคุณไปหาเขาดีไหมครับ” เสียงเข้มแทรกเข้ามาทำให้สองสาวต่างวัยรีบหันกลับไปทันควันก็พบร่างสูงของคนแปลกหน้ายืนจังก้าแสยะยิ้มจนนาราขนลุกซู่

“แกเป็นใคร” มือบางซ่อนมีดไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็วพลางมองเขาอย่างหวาดระแวง

“ผมชื่อเอริค และผมเป็นเพื่อนเก่าของพยัคฆ์”ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนทั้งสองต้องถอย แวบหนึ่งแววตาคมเปลี่ยนสี นาราก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นประเภทเดียวกับสามีของเธอ

“แก แกเป็น..” เมื่อเอริคขยับเข้ามาประชิดตัว เธอก็ถือวิสาสะใช้มีดแทงเข้าที่หัวใจของเขาแต่ชายหนุ่มเร็วกว่ามาก เขาจับมือเธอไว้ได้ทันพอดีที่มีดจะได้ลิ้มรสเลือด มาลัยหยิบแจกันได้ก็หวังจะมาฟาดหัวศัตรูแต่ถูกเอริคใช้หลังมือตบจนหญิงวัยกลางคนสลบไปอย่างรวดเร็ว “ป้ามาลัย!!”

“มีดเงินเคลือบพิษ ร้ายจริงๆแต่ไม่พอหรอก”

“กรี๊ด!!” 



TBC

​Hello รีดเดอร์ทุกท่าน ทุกคนต่างก็ภาวนาให้พี่เสือรอดด้วยอานิสงค์นั้นพี่เสือก็เลยรอดค่ะในตอนนี้ อยากจะบอกว่ารักทุกคนมากๆนะคะแล้วก็ขอบคุณทุกท่านที่คอมเม้นต์เข้ามาเรื่อยๆ เช่นเดิมค่า #ด่าได้แต่อย่างแรงไรท์เจ็บ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว