facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 90 : ไซน์คอสแทน

ชื่อตอน : ตอนที่ 90 : ไซน์คอสแทน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 27k

ความคิดเห็น : 55

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.พ. 2564 19:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 90 : ไซน์คอสแทน
แบบอักษร

 

ตอนที่ 90 : ไซน์คอสแทน 

“โฟค” 

“...” 

“กูขอโทษ” 

“...” 

“มึงฟังกูอธิบายก่อนนะ” 

โฟคกดตัดสายในโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกเจ็บปวด น้ำตาที่เขาพยายามอดกลั้นมาตลอดเวลาที่พูดคุยกับปลายสายทะลักทลายออกมาอย่างหมดแรงจะหักห้าม อิฐโทรกลับมาในทันทีที่เขากดตัดสายไป แต่โฟคก็ปล่อยให้โทรศัพท์กรีดร้องโดยไม่สนใจจะกดรับอยู่อย่างนั้น ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปซบพวงมาลัยอย่างหมดแรง 

เขาคิดมาตลอดว่าเพียวไม่ได้ชอบน้ำหอมตั้งแต่แรก 

หากใครตั้งใจจับสังเกตให้ดีก็น่าจะรู้สึกได้ว่าเรื่องที่อิฐมาสนิทกับไป๋เพราะอยากจะช่วยเพียวจีบน้ำหอมตอนปีหนึ่งมันก็เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น แต่ก็นั่นแหละ เขาไม่เคยจินตนาการว่าอิฐจะทำถึงขั้นส่งเพียวมามีความสัมพันธ์กับเขาลึกซึ้งในคืนนั้น ยิ่งคิดยิ่งเกลียดตัวเอง เขารู้สึกเหมือนความรักที่ตัวเองเฝ้าเทิดทูนมาตลอดเป็นเพียงผลิตผลของความหลอกลวง หันไปมองบ้านหลังเก่าที่เขาเฝ้าฟูมฟักรักษามันมาเป็นเวลาหลายปีก็ได้แต่สะท้อนใจ ยิ่งมองชายคาที่เคยนั่งเล่นด้วยกัน มองสวนที่มันแสนจะรักและทะนุถนอมก็ยิ่งเจ็บเข้าไปในอก โฟคเอามือถูไปตามเนื้อตัวอย่างถือรังเกียจ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทุกองคุลีนิ้วอย่างทุกข์ทรมาน 

เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่รู้ เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ไว้ใจ ตลอดเวลากว่า 10 ปีมีเวลากี่ครั้งที่ให้พูดให้สารภาพทำไมถึงเลือกจะปิดบัง 

คำถามมากมายดังกึกก้องไปในสมองเขาราวกับจะฉีกความรู้สึกของเขาเป็นชิ้นๆ โฟคเหลือบไปมองโทรศัพท์มือถือของตนก็เห็นว่าชื่อของสายเรียกเข้าเปลี่ยนจากอีกคนกลายเป็นอีกคนแล้ว ทันตแพทย์หนุ่มเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าบ้านไป ก่อนที่เจ้าของร่วมอีกคนจะกลับมา 

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในตัวบ้าน เจ้าหมาน้อยสามตัวของเขาก็วิ่งสวนออกมาอย่างดีใจ 

เจ้าไซน์คอสแทนทั้งเห่า ทั้งคลอเคลีย ทั้งเรียกร้องความสนใจจากเจ้านายสารพัด แต่โฟคก็ไม่มีแรงทำอะไรนอกจากเอามือปิดหน้าแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างพยายามจะกลั้นเสียงไว้สุดความสามารถ หมาสามตัวที่ดูเหมือนจะรู้สึกได้ว่าเจ้านายของตนไม่ร่าเริงตามปรกติก็เปลี่ยนจากอาการเห่ามาเป็นเอาลิ้นเลียไปตามเนื้อตัวชายหนุ่มอย่างกับจะปลอบประโลม ยิ่งเห็นอาการของเจ้าสามตัว โฟคยิ่งกลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่ได้ 

เขารวบตัวเจ้าหมาสามตัวมาไว้ในอ้อมแขนอย่างคุ้นเคย ก่อนจะล็อคประตูและเดินออกไปจากบ้านอย่างไม่หยิบทรัพย์สมบัติใดไปแต่ชิ้นเดียว ชายหนุ่มเอื้อมมือเปิดประตูรถพร้อมกับส่งเจ้าหมาปอมทั้งสามตัวไปไว้ที่เบาะหลัง ก่อนจะหันมามองบ้านหลังที่ตนเก็บเงินซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรง น้ำตาไหลจากดวงตาคู่งามอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปอย่างฟูมฟาย หยาดน้ำตาเหล่านั้นไหลออกมาอย่างสงบเงียบ ราวกับจะเป็นการอุทิศให้กับการตัดสินใจในห้วงวินาทีนั้น 

โฟคเอื้อมมือไปคล้องกุญแจประตูนอกตรงรั้วบ้าน ก่อนจะเดินกลับไปยังรถและสตาร์ทเครื่องยนต์มุ่งหน้าออกไปจากแหล่งพักพิงของเขา สายตาของเขาเหลือบมองโทรศัพท์มือถือที่ยังคงกรีดร้องอย่างไม่หยุดหย่อน แต่โฟคก็ไม่ทำอะไรมากไปกว่าจับเจ้าเครื่องมือสื่อสารนั่นคว่ำลงกับเบาะ 

เขาไม่อยากเห็นชื่อใครอีกคนบนหน้าจอ 

********************************* 

“อ๊าว โฟค มาได้ไงวะ” 

เสียงทักอย่างสงสัยดังสวนขึ้นมาทันทีเมื่อประตูบ้านเปิดออก เจ้าของเสียงไม่ใช่ใครอื่น เฟี๊ยต พี่ชายของเขานั่นเอง เขาขับรถพาเจ้าหมาสามตัวกลับมาที่บ้านของครอบครัวที่ตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นของเฟี๊ยตไปแล้ว เขาพยายามกลั้นอาการผิดปรกติให้แนบเนียนที่สุด แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสัมฤทธิ์ผลมากแค่ไหน 

“ตกลงจะกลับเชียงใหม่วันไหน” 

โฟคไม่ตอบ แต่ถามย้อนสิ่งที่ตนเองสงสัยกลับไป พี่ชายของเขายังไม่ตอบ แต่เดินกลับเข้าไปในตัวบ้าน โดยเปิดโอกาสให้เขาที่กำลังอุ้มเจ้าหมาสามตัวอยู่เดินตามเข้าไป บ้านหลังเก่าของครอบครัวเขายังคงเหมือนเดิม อาจจะแตกต่างไปเสียหน่อยที่บรรยากาศภายในดูจะมีระบบระเบียบอยู่บ้างตามนิสัยความจู้จี้ของเฟี๊ยต พี่ชายของเขา 

“เป็นอะไรมา” 

เฟี๊ยตนั่งลงง่ายๆ ที่โต๊ะที่นั่งบริเวณห้องรับแขก สายตาของพี่ชายของเขาทอดมาอย่างจับผิด เฟี๊ยตเป็นคนฉลาดและรู้จักนิสัยเขาดี อีกอย่างหนึ่ง ดวงตาตอนนี้ของเขาก็คงจะแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก 

“พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้นะ” 

โฟคถามต่อแบบแกล้งไม่สนใจคำถามพี่ชาย ทั้งที่ในใจก็รู้ดีว่าขัดขวางคำถามอะไรของพี่ชายจอมเจ้ากี้เจ้าการของตัวเองไม่ได้หรอก 

“โฟค!” เฟี๊ยตเรียกชื่อของเขาด้วยเสียงเข้มแบบไม่ยอมแพ้ 

“มีปัญหาชีวิตนิดหน่อย เลยว่าจะขอกลับเชียงใหม่ด้วยรอบนี้” 

โฟคตอบกลับไปแบบไม่ตรงประเด็นนัก บ้านของพวกเขาทั้งสองคนอยู่ที่เชียงใหม่ เฟี๊ยตเองมีแผนจะกลับบ้านในวันหยุดยาวอยู่พอดีช่วงนี้ ตอนแรกเขาก็ไม่ได้มีความตั้งใจจะกลับด้วย แต่พอสถานการณ์ออกมาเป็นแบบนี้ เขาก็อยากจะหนีไปจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆ 

“ไหนตอนแรกบอกว่าจะไปโรดทริปที่ลาว” 

เฟี๊ยตถามกลับมาแบบที่ยังไม่ยอมตอบเรื่องกำหนดการกลับเชียงใหม่อยู่ดี ความจริงเขาลาพักร้อนไว้ยาวอาทิตย์กว่าเพราะช่วงหยุดยาวของไอ้เพียวรอบนี้ เขาตั้งใจมันขับรถไปเที่ยวข้ามไปฝั่งลาวด้วยกัน แต่ยังไม่ทันจะได้ชวนก็ดันมาเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน โฟคพยายามตีสีหน้าให้เรียบและไม่แสดงพิรุธ เมื่อพี่ชายเอ่ยถึงแฟนของตน 

“พอดีเปลี่ยนแผนนิดหน่อย” เขาตอบไปแบบไม่อธิบายเหตุผลอะไร 

“ทะเลาะกับเพียวมาหละสิ” 

เฟี๊ยตพูดออกมาอย่างจับผิด พร้อมหรี่ตาคมมาทางเขาตามสไตล์พี่ชายจอมสอดรู้สอดเห็นที่เขาแสนจะคุ้นเคย ความจริงการปิดบังอะไรเฟี๊ยตไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอก สุดท้ายมันก็จะขุดคุ้ยเรื่องทุกอย่างออกมาจนกว่ามันจะพอใจอยู่ดี 

“อย่าเอ่ยชื่อมัน ไม่อยากได้ยิน” 

โฟคตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงทำทีจะหัวเสีย แต่ความจริงไม่ใช่ เขากลัวจะห้ามน้ำตาไม่ได้มากกว่าเมื่อได้ยินชื่อนั้น ยิ่งคิดว่าตัวเองเป็นแค่เครื่องมือที่ถูกหลอกใช้ เขายิ่งยากจะอดกลั้น 

“เพียว เพียว เพียว ไหนกูจะพูด ดูซิว่าจะเป็นอะไร ทะเลาะอะไรกันมาอีกหละ นี่ก็คบกันมาจะสิบปีแล้ว ถ้ามันไม่ได้เอามีดมาวิ่งไล่ฆ่ามึง มึงก็กลับไปคุยกับมันดีๆ เหอะ” 

เฟี๊ยตพูดกึ่งจะแกล้ง กึ่งจะรู้จักนิสัยขี้น้อยใจของเขาดี โฟคเม้มปากแน่นอย่างไม่อยากจะพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับแผลที่กำลังสดใหม่นี่ แต่เขารู้ว่ายิ่งเถียง พี่เขาจะยิ่งโวยวาย เงียบไปแบบยอมแพ้ดีกว่า ถ้าไม่ให้อยากให้เฟี๊ยตมันต่อความยาวสาวความยืด 

“...” 

“เออๆๆ ไม่ตอบก็ไม่ต้องตอบ ไม่ต้องมาทำหน้าจะร้องไห้ใส่กูเลย กูแม่งก็แก่จะลงโลงแล้ว ยังต้องมานั่งปลอบใจน้องที่ตัวโตเท่าควายอีก มึงนี่เมื่อไหร่จะโตสักที” 

คำโวยวายของเฟี๊ยตดูเหมือนจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดูจะไม่ได้ใกล้ชิดกันมาก แต่ก็เหนียวแน่นระหว่างพี่และน้องสองคน โฟคปล่อยหมาสามตัวในอ้อมแขนลงกับพื้น ก่อนจะโผตัวเองไปกอดพี่ชายแบบต้องการที่พึ่ง น้ำตาที่พยายามฝืนไว้มานานก็ปล่อยออกมาอย่างอัดอั้นอีกครั้ง เขาซบตัวลงบนไหล่พี่ชายอย่างต้องการที่ยึดเหนี่ยว ยิ่งเฟี๊ยตเอามือมาลูบหัวของเขาอย่างปลอบใจ น้ำตาของเขาก็ยิ่งไหลออกมาอย่างเหนื่อยล้า 

“ใจเย็นๆ โฟค มึงฟังคำกูนะ กูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่กูแค่อยากให้มึงใจเย็นๆ การตัดสินใจในช่วงเวลาที่อารมณ์เราไม่ปรกติอาจจะนำมาซึ่งความเสียใจในอนาคตรู้ไหม มึงต้องใจเย็นๆ ก่อน” 

เฟี๊ยตพูดขณะที่เขายังคงร้องไห้อยู่ในอ้อมอก โฟคยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ก่อนจะค่อยๆ ฝืนตัวออกจากอ้อมกอดที่แสนจะอบอุ่นนั้น คิดไปแล้วก็อายเหมือนกัน เขากับพี่ชายไม่ค่อยได้พูดจาดีๆ ใส่กันหรอก กอดที่แทบไม่เคยเลยด้วยซ้ำ กอดครั้งล่าสุดระหว่างพวกเขานี่คงจะเป็นสมัยประถม 

“อืม ก็เลยหนีมานี่ไง” โฟคตอบแบบจำนน 

“ตั้งหลักก่อนก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อน ตกลงจะกลับเชียงใหม่ด้วยกันใช่ไหม” เฟี๊ยตถามอย่างใจเย็น 

“อืม คงกลับด้วย เอารถโฟคไปก็ได้ ตรวจสภาพรถมาเรียบร้อยแล้ว ขับขึ้นได้แหละ ไม่มีปัญหา” 

โฟคตอบออกมาอย่างตัดสินใจไว้ก่อนแล้ว พอเขาตัดสินใจจะไปโรดทริป เขาก็เอารถไปตรวจสภาพและซ่อมแซมบำรุงรักษาไว้ก่อน เพื่อป้องกันเหตุการณ์ฉุกละหุกกลางทาง 

“แปลว่านี่จะขับรถไป?” เฟี๊ยตเอ่ยเสียงขึ้นสูงในท้ายประโยคเป็นเชิงคำถาม 

“อืม ไม่อยากทิ้งไซน์คอสแทนไว้ กลัวไม่มีคนดูแล” 

โฟคตอบออกไปด้วยเสียงเบา ความจริงพี่ชายของเขาน่าจะกลับบ้านด้วยเครื่องบินเสียมากกว่า แต่ถ้าเขาจะกลับด้วยก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรถยนต์ เพราะจะให้เขาทิ้งไซน์คอสแทนไว้ที่นี่แบบไม่มีใครดูแล เขาก็คงทำใจไม่ได้ 

“อ้าว ไม่ฝากบ้านไป๋ไว้หละ ปรกติก็ฝากไป๋ไว้นี่ตอนจะไปต่างประเทศ” 

เฟี๊ยตเอ่ยถามขึ้นมาแบบสงสัย พี่ชายเขาขี้สงสัยแล้วก็ขี้จับผิดไม่เคยเปลี่ยนแปลง ปรกติเวลาเขาจะไปต่างประเทศกับเพียว เขาจะเอาหมาทั้งสามตัวไปฝากไว้กับไป๋ที่บ้านใหญ่ที่พ่อของแม่ไป๋อาศัยอยู่ บ้านไป๋ค่อยข้างใหญ่ มีสวน และมีแม่บ้านอยู่ตลอดทั้งวัน แต่ในกรณีนี้ไม่ใช่ เขาก็ยังไม่พร้อมจะคุยกับไป๋ เหมือนที่เขาไม่พร้อมจะคุยกับเพียว 

“...” โฟคเงียบไม่ตอบ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเขาเลือกจะใช้ความเงียบเป็นคำตอบ 

“นี่ทะเลาะกับไป๋ด้วยเหรอเนี่ย” เฟี๊ยตถามด้วยสีหน้าตกใจขึ้นมาแบบที่เขายังจับสังเกตได้ ความจริงคือเขาไม่เคยทะเลาะกับไป๋มาก่อนเลย 

“ก็ไม่เชิง แค่ยังไม่พร้อมคุย” 

โฟคตอบแบบขอไปที พี่ชายของเขาทำท่าอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แล้วก็เปลี่ยนใจไม่พูด ก่อนจะอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรอีกครั้ง แต่ก็ตัดใจไม่พูดเสีย เฟี๊ยตมองหน้าเขาเหมือนเขาเป็นเด็กๆ มันคงอยากจะด่าอะไรสักอย่างเขา แต่ก็คงเปลี่ยนใจ 

“เฮ้อ” สุดท้ายเฟี๊ยตก็ทำได้แค่ถอนหายใจออกมายาวยืด 

“โฟคเป็นน้องเฟี๊ยตนะ อย่ามาทำท่าเข้าข้างคนอื่นสิ” เขาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงบูดๆ 

“แล้วกูเข้าข้างคนอื่นตอนไหน ฮึ นี่กูก็อยู่กับมึงเนี่ย” เฟี๊ยตตอบพลางยักไหล่แบบกวนๆ 

“ก็ลองเข้าข้างคนอื่นสิ จะโวยวายให้หูแตกเลย” 

โฟคแกล้งตอบไปแบบขำๆ บรรยากาศดูดีขึ้นมาจากก่อนหน้านี้มาก อย่างน้อย เขาก็รู้สึกว่าไม่ได้ผ่านช่วงเวลาเลวร้ายไปอย่างลำพัง 

“ความจริงจะกลับวันมะรืนนี้ แต่ก็นั่นแหละ เดี๋ยวโทรไปหาคนมาลงเวรแทนก่อน ถ้าได้ก็จะกลับเชียงใหม่กันคืนนี้เลย” เฟี๊ยตตอบพร้อมลุกขึ้น ทำท่าจะออกไปคุยโทรศัพท์เพื่อทำตัวเองให้ว่างแล้วพาเขากลับเชียงใหม่ 

“ขอบคุณนะเฟี๊ยต” โฟคเอ่ยออกมาจากใจ 

“กูพี่มึงนะโฟค ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น กูก็อยู่ข้างมึงเสมอ” 

พี่ชายตัวสูงของเขาเอื้อมมือมาขยี้หัวของเขาเล่นอย่างหมั่นเขี้ยว โฟคดีใจมากที่เฟี๊ยตยอมตามใจและไม่ได้พยายามบีบบังคับให้เขากลับไปเคลียร์กับเพียวเสียตอนนี้ ถึงเฟี๊ยตจะเจ้ากี้เจ้าการและชอบบงการชีวิตเขาสักเพียงไหน แต่พี่ชายของเขาก็ยังเว้นที่ว่างให้เขาเลือกตัดสินใจ 

สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือ “เวลา” 

นายพินต้า 

ฝากเฟสและทวีตนายพินต้า ninepinta หน่อยนะ มาเร็ว มาเม้ากัน 

ตั้งแต่พรุ่งนี้ก็จะไปต่างจังหวัดยาวอีกแล้ว ไปบ่อยจนจะย้ายสำมะโนครัวอยู่แล้วเนี่ย ไม่มั่นใจว่าวันพฤหัสบดีนี้จะได้ลงไหม แต่โอกาสไม่ได้ลงสูงมาก ตอนที่แต่งเก็บไว้ก็หมดแล้ว ยังไงก็แวะๆ เข้ามาดู ไม่ก็ฟอลทวีตไว้นะ จะได้ตามข่าวอัพเดตได้ งานเยอะมากเลย ฮือ พูดแล้วน้ำตาจะไหล 

ปล. ห้ามลืมเมนต์นะ นี่ปั่นมาลงให้เลย ไม่เมนต์จะงอนน 

ความคิดเห็น