email-icon

ขอบคุณสำหรับการเข้ามา "คอมเม้น" เป็นกำลังใจให้ไรท์ ถ้า "ติดดาว" ให้จะเป็นกำลังใจให้ไรท์มากๆ เลย

ตอนที่ 7 พ่อค้าผ้าแพร

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 พ่อค้าผ้าแพร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ต.ค. 2561 10:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 พ่อค้าผ้าแพร
แบบอักษร

กู่เจิงเสียงดนตรีดังขึ้นในตำหนักเฟยเฟิ่ง เป็นตำหนักขององค์หญิงซุนหลี่ ทำนองแสนเศร้าชวนให้หดหู่ใจยิ่งนัก คำให้คนฟังหดหู่ใจไปด้วย

“หลี่เอ่อร์ เจ้าเล่นเพลงอันใดอยู่หรือ” หวังหวงโฮ่วเดินมานั่งเก้าอี้ภายในตำหนัก

“ขออภัยที่หม่อมฉันไม่ได้ถวายพระพร เสด็จแม่”

“ร้อยวันพันปีเจ้าถึงจะเล่นกู่เจิง แล้ววันนี้ใยเจ้าจึงเล่น”

“ถ้าวันหนึ่งหม่อมฉันไปจากที่นี่ไปแล้ว หม่อมฉันจะไม่ได้เล่นและไม่ได้ยินเสียงของมันอีก” หญิงสาวยิ้มให้กับพระมารดา มีรอยคราบแห่งน้ำตาที่ไหลรินและเหือดหายไป

“เจ้ารู้เรื่องแคว้นอันที่รัชทายาทแคว้นอันมาสู่ขอเจ้าแล้วหรือ”

“หม่อมฉันรู้เรื่องนั้นแล้วเพคะ” หญิงสาวมองออกไปด้านนอกหน้าต่างตำหนักเหม่อลอยเหมือนว่ารอใครสักคน

“แม่อยากถามความสมัครใจจากเจ้าว่า เจ้าอยากจะอภิเษกกับรัชทายาทกวางหลินหรือไม่”

“หม่อมฉันเป็นบุตรสาวแคว้นเย่ว์ หม่อมฉันต้องทำเพื่อแคว้นเย่ว์ของหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่ต้องการให้ใครเดือดร้องเพราะหม่อมฉัน”

ขันทีคนหนึ่งวิ่งมาหน้าตาตื่นเข้ามาในตำหนัก

“ทูลหวงโฮ่ว ใต้อ๋องมีรับสั่งให้เข้าเฝ้าด่วนพะยะค่ะ” ขันทีบอกกล่าว

“ข้าจะรีบไป แม่ไปก่อนแล้วจะกลับมาคุยกับเจ้า”

“หม่อมฉันไม่ส่งนะเพคะ”


หวังหวงโฮ่วมองดูซุนเกาหวางพระสวามีของนางที่มองแผนที่แคว้นเย่ว์บนโต๊ะด้วยสีหน้าเคร่งเครียดคนเดียว

“ใต้อ๋องมีอันใดหรือเพคะ สีพระพักตร์เป็นกังวลยิ่งนัก หม่อมฉันได้คุยกับหลี่เอ่อร์แล้วเพคะ นางดูมิขัดข้องอันใด”

“เรื่องนั้นชั่งมันก่อน ตอนนี้หลงหลานมู่ตีเมืองลู่หนิง เมืองแว้ และเมืองสุ่ยหยางแล้วสิ้น ไม่เดินแปดสิบลี้ก็จะถึงเมืองลี่จู”

“จริงหรือเพคะ” หวังหวงโฮ่วมีสีหน้าหวั่นวิตกทันที

“หลงหลานมู่ผู้นี้มีสมญานามว่า พยัคฆ์ร้ายไร้พ่าย ที่ที่เขาทำก่อนโจมตีแคว้นใดหรือเมืองใด จะส่งทูตมาเจรจาเสมอให้เมือนนั้นขึ้นตรงต่อแคว้นมู่ แต่ถ้าปฎิเสธเขาจะบุกโจมตีด้วยกองกำลังไม่ถึงหนึ่งพันคน และทุกครั้งที่ออกศึกจะมิเคยพ่ายให้กับแคว้นใด”

“แต่แคว้นเราเป็นแคว้นใหญ่ทหารเราก็เพียบพร้อมหม่อมฉันว่าเราลองให้ทูตของเขาเข้ามาเจรจากับเราก่อนแล้วค่อยคิดอ่านว่าจะทำประการใดดีเพคะ”

“ข้าจะทำตามที่เจ้าว่า”


“เจ้าว่าอย่างไงนะ!!! หนิงเหม่ยแคว้นมู่จะบุกโจมตีแคว้นเราหรือ รัชทายาทแคว้นอันก็หนีกลับอย่างหน้าตาเฉย นี่หรือจะมาเป็นสวามีข้า แค่ก้าวแรกก็คิดถอยเสียแล้ว” ซุนหลี่มีสีหน้าหวั่นวิตก

“คนในวันลือกันหนาหูว่าเป็นหลงหลานมู่นำทัพด้วยตัวเอง” หลินหม่ยพูดให้นางฟัง

“หลงหลานมู่ผู้นี้ที่ลำลือกันว่าเป็น พยัคฆ์ร้ายไร้พ่ายหรืออีกนามหนึ่งองค์ชายหน้าหยกใช่หรือไม่”

“เพคะ”

“ตอนนี้ข้าต้องการรู้ว่ารัชทายาทกวางหลินแห่งแคว้นอันพักอยู่ที่ใด" 

"ที่หม่อมฉันได้ยินมาจากนางในว่าพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมซีอาน องค์หญิงถามทำไมหรือเพคะ" 

"เอาชุดชาวบ้านให้ข้า ข้าจะไปโรงเตี๊ยมซีอาน"

"มิได้เพคะช่วงนี้เริ่มมีสงครามหม่อมฉันมิยอมให้องค์หญิงออกจากวังเป็นแน่ ถ้ารู้ถึงใต้อ๋องแล้วหวงโฮ่วหม่อมฉันต้องคอขาดแน่" หลินเหม่ยอ้อนวอนไม่ให้นางไป

"เจ้าไม่ไปข้าไปคนเดียวก็ได้" หญิงสาวลุกขึ้นจากเตียงไปยังหีบผ้า

"งั้นหม่อมฉันจะไปกับองค์หญิง"


"แคว้นเย่ว์มีสาวงามราวกับดอกไม้แรกแย้มยิ่งนัก" รัชทายาทกวางหลินมองสาวงามร่ายรำงดงามและอ่อนช้อย หญิงสาวสองอีกคนคอยรับใช้ข้างกาย

"องค์รัชทายาทพะยะค่ะ หญิงสาวแคว้นเย่ว์รูปร่างบอบบาง หน้าตางดงาม กระหม่อมเคยได้ยินคำทำนายขององค์หญิงซุนหลี่ว่านางเป็นดาวหงส์มาจุติ แต่แค่นั้นยังมิพอ ถูกทำนายว่า ผู้ใดได้ครอบครองนางเหมือนได้ครองแผ่นดิน นางเป็นสตรีผู้เลอโฉม ลักษณะของนางใบหน้าดั่งดวงจันทร์ฉายแสง ดวงตากลมโต ผิวพรรณดุจไข่มุข​ ดั่งหยาดฟ้ามาดิน นางฟ้าบนสรวงสวรรค์ยังต้องอายให้กับนาง" ไป่เซีย องค์รักษ์คนสนิทของกวางหลิน

"แค่ข้าคิดตามเจ้าข้าแทบอยากจะมานอนแนบกายข้าเสียแล้ว"

"กระหม่อมว่าถ้าอ๋องเย่ว์ฉลาดพอที่จะไม่สู่รพกับเราคงต้องถวายองค์หญิงซุนหลี่ให้เราเป็นแน่แท้"

ทหารคนหนึ่งใส่ชุดชาวบ้านเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม มายังกวางหลิน

"ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่าเข้ามา อยากถูกตัดหัวหรืออย่างใด" กวางหลินมองใบหน้าทหารผู้นั้น เขาจึงก้มใบหน้าลง

"ทูลรัชทายาท องค์ชายหลงหลานมู่แห่งแคว้นมู่บุกตีเมืองเมืองลู่หนิง เมืองสุยหยาง เมืองแว้​ และเมืองสุยหยาง​ ใกล้ถึงเมืองลี่จูเต็มทีแล้วพะยะค่ะ" 

"หลงหลานมู่ องค์ชายแปดแห่งแคว้นมู่" ไป่เซียพูดขึ้นมาอย่างหวาดวิตก

"หลงหลานมู่​ ที่มีฉายาว่าพยัคฆ์ไร้พ่ายใช่หรือไม่"

"ใช่ พะยะค่ะ หลงหลานมู่รบที่ใดมิเคยพ่าย"

"ข้าว่าเรากลับเมืองอันก่อน เราไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดกับแคว้นเย่ว์" กวางหลินพูดขึ้นมามีสีหน้าหวั่นวิตก

"แล้วองค์หญิงซุนหลี่ พระองค์จะมิดูโฉมนางก่อนหรือพะยะค่ะ" 

"ไม่...ข้ามิได้มารบ ข้าแค่มาดูตัวว่าที่นางสนมของข้าเพียงเท่านั้น" กวางหินพูดอย่างไม่ใยดี ทำให้หญิงสาวที่แอบฟังอยู่หลังม่านได้ยินทั้งหมด

"นี่หรือว่าที่สวามีของข้า มิมีความเป็นผู้นำ ข้าคงมิเอาชายผู้นี้เป็นราคีข้าเป็นแน่แท้ ข้าจะกลับวังหลินเหม่ยข้าจะกลับวัง" หญิงสาวในชุดชาวบ้านชายที่ได้ยินจากห้องข้างๆ ที่นางได้แอบฟัง


สามวันต่อมาหลังจากกวางหลินกลับไป หลงหลานมู่เดินทางมาถึงนอกเมืองลี่จู ตั่งค่ายด้วยความรวจเร็วไม่เกินสองวัน

"แม่ทัพมู่ข้าต้องการเข้าเมืองลี่จู เจ้าไปกับข้า" หลงหลานมู่ในชุดชาวบ้านเดินออกมายังแม่ทัพมู่

"พะยะค่ะ" แม่ทัพมู่รีบเข้าไปในกระโจมและแต่งตัวออกมาควบรถม้าไปยังเมืองลี่จู


"ขอดูป้ายผ่านเข้าเข้าเมืองด้วย" ทหารหน้าประตูเมืองถามขึ้นมา หลงหลานมู่ส่งป้ายปลอมที่สายของแม่ทัพมู่ไปหามาให้

"ข้าและพี่ชายเป็นพ่อค้าผ้าแพร ถ้าท่านไม่เชื่อตรวจสอบรถม้าข้าได้" แม่ทัพมู่ที่นั่งควบม้าพูดขึ้นมา ทหารเปิดผ้าขึ้น หลงหลานมู่นั่งอยู่กับหีบสองใบ

"เจ้าลงมาก่อน" ทหารมองหน้าหลงหลานมู่ เขาจึงลงมาด้วยความไม่เต็มใจนัก ทหารสองคนขึ้นรถม้าเปิดหีบและรื้อผ้าแพร แล้วลงไป

"เจ้าไปได้" 

หลงหลานมู่จึงขึ้นรถม้า

"ไปไหนหรือพะยะค่ะ" เสียงกระซิบเบาๆ ของแม่ทัพมู่ได้ยินเพียงสองคน เพราะหลงหลานมู่ไม่ได้บอกอะไรแก่เขาเลย บอกแค่ว่าจะไปเมืองลี่จู

"ไปวังหลวง"


นิยายฟรี ขอเม้นมากกว่า 5 เม้น แล้วจะเข้ามาต่อให้นะ

1 เม้น 1กำลังใจ

ความคิดเห็น