ยินดีต้อนรับทุกคนค่ะ เรื่องท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ายอมแล้ว เปิดให้อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ ฉบับนี้เป็นฉบับรีไรท์แล้วนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจจริง ๆ

เทพจันทราพระทานพร (3)

ชื่อตอน : เทพจันทราพระทานพร (3)

คำค้น : ท่านอ๋อง, จีน, จีนโบราณ, ฟิน, จิกหมอน, NC, พระเอกงานดี, รักเมีย, หลงเมีย

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2561 17:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เทพจันทราพระทานพร (3)
แบบอักษร

ทั้งสองเดินเคียงกันไปเรื่อย ๆ ไม่นานนักเขากับนางก็มาถึงสวนดอกไม้ประจำเมืองหลวง มู่เลี่ยงหรงส่งสัญญาณให้ซิ่นเฉิง องครักษ์หนุ่มจึงรีบไปจัดการซื้อโคมลอยมาสองใบ

“เรากับคุณหนูเยี่ยนจะใช้โคมอันเดียวกัน” มู่เลี่ยงหรงส่งโคมอีกอันหนึ่งให้ซิ่งเฉิง แล้วปรายสายตามองซูจิ้งทีหนึ่ง

“กระหม่อมจะไปลอยโคมทางด้านโน้นพะยะค่ะ” ซิ่งเฉิงอมยิ้ม จากนั้นองครักษ์หนุ่มก็รีบดึงมือของซูจิ้งไปอีกทาง สาวใช้ตัวน้อยพอจะรับรู้สถานการณ์จึงไม่ได้ขัดขืน

มู่เลี่ยงหรงเดินนำเยี่ยนเยว่ฉีไปอีกทาง นางก็เดินเคียงข้างไปกับเขาอย่างว่าง่าย ในสวนดอกไม้อบอวลไปด้วยกลิ่นบุปผานานาพันธุ์ชวนให้รู้สึกรื่นรมย์

ระหว่างทางพบชายหญิงมาลอยโคมด้วยกันเป็นคู่ ๆ สมกับเป็นเทศกาลคู่รักเสียเหลือเกิน ทั้งสองเดินไปเรื่อย ๆ จนพบจุดที่เหมาะกับการลอยโคม ตรงนี้เป็นลานดินอีกทั้งไม่มีต้นไม้บดบัง

ท่านอ๋องหนุ่มจัดแจงจุดไฟบนก้อนเชื้อเพลิง เขากับเยี่ยนเยว่ฉีช่วยกันประคองโคมเอาไว้ ไม่นานนักกระดาษสีขาวก็ค่อย ๆ พองขยายใหญ่ขึ้น ทั้งสองส่งยิ้มให้กันและกันจากนั้นจึงปล่อยมือแล้วเฝ้ามองลูกไฟสีส้มลอยที่ขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี พระจันทร์เต็มดวงในวันแรกของปีช่างงดงามจับใจ ยิ่งมีดวงไฟระยิบระยับมากมายรายล้อมยิ่งเป็นภาพที่ตราตรึง

มู่เลี่ยงหรงละสายตาจากท้องฟ้ามายังสตรีเบื้องหน้าของเขา ยามนี้นางแหงนศีรษะมองโคมกระดาษนับร้อยนับพันที่ล่องลอยอยู่ สายลมยามราตรีพัดมาคราหนึ่งเส้นผมเงางามหอมกรุ่นก็พลิ้วไหว ชุดสีแดงเพลิงต้องกับแสงคบไฟยิ่งขับเน้นให้ผิวพรรณแลดูนวลเนียน พวงแก้มสีชมพู ริมฝีปากอิ่มที่กำลังยิ้มพราย สิ่งเหล่านี้ช่างดูพอเหมาะพอเจาะหลอมรวมเป็นสตรีผู้ที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นถี่

มู่เลี่ยงหรงเคลื่อนกายเข้าไปใกล้สตรีผู้งดงาม จากนั้นจึงรั้งร่างบางเข้ามาในอ้อมกอดอย่างถือสิทธิ์ เขาสบนัยน์ตาดอกท้อหวานล้ำอย่างลึกซึ้ง

“เสี่ยวเยว่เราจะดีกับเจ้า คิดถึงเจ้า และชอบเจ้ามากกว่าสตรีทุกคน”

“ทะ...ท่านอ๋อง”

“แล้วเจ้าเล่า จะดีกับเรา คิดถึงเรา และชอบเราเพียงผู้เดียวหรือไม่?”

คำถามนี้พาให้หัวใจสตรีเต้นราวกับมีผู้ใดมารัวกลองรบ เขาจะทำตามที่นางอธิษฐาน แล้วนางเล่าจะสามารถทำแบบนั้นได้หรือไม่? หากการตัดสินใจนี้จะทำให้ชีวิตในจวนฉินอ๋องมีความสุขขึ้นมาบ้าง เช่นนั้นก็ควรเดิมพันจนหมดหน้าตักกระมัง

“เพคะ” เสียงนางเบาราวกับยุง แม้จะแทบไม่ได้ยิน แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจของมู่เลี่ยงหรงเต้นแรง

“เด็กดี ต่อแต่นี้เพียงเจ้าว่าง่าย ไม่ดื้อและไม่ทำอะไรที่ไม่ไว้หน้าเราอีก รับรองว่าเราจะเอ็นดูเจ้าเช่นนี้ตลอดไป” เสียงกระซิบแผ่วเบาทำให้หัวใจของหญิงสาวสั่นสะท้าน

“อืม…” เยี่นเยว่ฉีก้มหน้าหลบสายตาคม นางไม่ได้ดื้อสักหน่อย เพียงแค่ยังไม่ทันได้เตรียมใจ และไม่มั่นใจว่าเขาจะดีกับนางเท่านั้นเอง

มู่เลี่ยงหรงเชยคางของนางขึ้น ไม่ยอมให้นางหลบเลี่ยงกระแสในดวงตาของเขาไปได้ ชายหนุ่มโน้มศีรษะลงมาเรื่อย ๆ จนริมฝีปากบางอยู่ห่างจากใบหน้านางเพียงชุ่นเดียว

เยี่ยนเยว่ฉีหลับตาพริ้ม ริมฝีปากสีกุหลาบเผยอออกเล็กน้อย ๆ หัวใจของหญิงสาวสั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จุมพิตของเขายังคงตราตรึงในใจของนางนับตั้งแต่วันงานชมดอกเหมย ด้วยนั่นคือจูบแรกในชีวิต

มู่เลี่ยงหรงเห็นปฏิกิริยาของเยี่ยนเยว่ฉีก็ลอบยิ้ม นางมีใจให้เขานั่นคือความจริง เช่นนั้นจะประวิงเวลาออกไปเพื่ออะไร? ชายหนุ่มอยากจะส่ายศีรษะ ใจสตรีนั้นยากแท้หยั่งถึง ในเมื่อนางอยากให้เขารอ เช่นนั้นเขาก็จะรอจนกว่านางจะเป็นคนทนไม่ไหวแล้วคายฤกษ์ออกมาเสียเองก็แล้วกัน

ทว่าการข่มอารมณ์กับสตรีที่อยู่เบื้องหน้าช่างยากเย็น บุตรสาวท่านแม่ทัพงดงามและเขาก็ต้องการจะครอบครอง เพียงแค่ไม่อาจลดราวาศอกได้ หากเยี่ยนเยว่ฉีหวังให้เขาทรมาน นางก็ต้องทรมานด้วยจึงถือว่าเท่าเทียม

ลมหายใจอุ่นร้อนราดรดบนใบหน้าสีแดงระเรื่อ ริมฝีปากบางขยับเข้าใกล้จนเกือบจะชิดติดริมฝีปากอิ่ม นิ้วเรียวหยาบลูบไล้ไปบนกลีบสีกุหลาบนั้นอย่างแผ่วเบายั่วเย้า จังหวะลมหายใจของนางกระชั้นถี่ขึ้นจนเห็นได้ชัด 

เยี่ยนเยว่ฉีหลับตาแน่น รู้สึกถึงกระแสรุ่มร้อนทั้งหลาย ลมหายใจ นิ้วหยาบร้อนที่กำลังเกลี่ยริมฝีปากของนางเล่นอย่างใจเย็น ความไม่รีบไม่ร้อนนี้กลับทำให้นางตื่นเต้นจนแทบจะหมดแรง 

“เยี่ยนเยว่ฉีเอ๋ย...ไว้เจ้าพร้อมเมื่อใดก็ส่งฤกษ์มาที่จวนฉินอ๋องก็แล้วกัน” ชายหนุ่มกระซิบเสียงเย็น เหนือริมฝีปากนาง

“หือ…” เยี่ยนเยว่ฉีลืมตาตื่นจากภวังค์ เห็นใบหน้าคมคายนั้นห่างไปเพียงครึ่งชุ่น

มู่เลี่ยงหรงค่อย ๆ ปล่อยเยี่ยนเยว่ฉีให้เป็นอิสระ เขาไม่ได้ประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากนางแต่อย่างใด ชายหนุ่มยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม แล้วเสมองไปทางอื่นเสียอย่างนั้น

เมื่อครู่เยี่ยนเยว่ฉีคิดว่าเขากำลังจะจุมพิตนาง ด้วยตนเองมีใจให้กับเขา และรู้สึกผิดที่หักหน้าฉินอ๋องไปเมื่อวันวานจึงไม่ได้แสดงอาการขัดขืนแต่อย่างใด มู่เลี่ยงหรงกลับไม่ลงมือซ้ำทำท่าทางราวกับคนที่หักห้ามใจจากการยั่วยวนเอาไว้ได้เสียอีก เช่นนี้นางย่อมกลายเป็นสตรีไร้ยางอายอย่างเสียมิได้

“ท่านต้องการสิ่งใดกันแน่?” เยี่ยนเยว่ฉีถามเสียงเครือ

“หือ…” เขาหันมาเลิกคิ้วใส่ ทำหน้าราวกับเป็นผู้บริสุทธิ์

“หม่อมฉันทูลลา” สิ้นคำนางก็รีบออกวิ่งในทันที โดยไม่สนทิศทาง 

หยาดน้ำตาร่วงหล่นราวกับเม็ดมุก เยี่ยนเยว่ฉีไม่อาจทนรับกับความอับอายได้ ฉินอ๋องเพียงตามมาแก้แค้นเรื่องงานชมดอกเหมย คำพูดหวานซึ้ง การกระทำอันอบอุ่นทั้งหมดเป็นเพียงการแสดงเสแสร้งทุกสิ่ง

หญิงสาววิ่งมาได้สักระยะหนึ่งจึงผ่อนฝีเท้า นางทรุดกายลงนั่งข้างสระน้ำอันนิ่งสนิทภายในสวน คิดมากมายว่าตนเองช่างโง่งมจนทำให้เขาหัวเราะเยาะได้ นางพยายามข่มใจกลั้นน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างเต็มที่

“ไหนเจ้าบอกว่าจะรักษาโคมกระต่ายอย่างดี เหตุไฉนจึงทิ้งมันไว้เล่า?”

เยี่ยนเยว่ฉีสะดุ้ง เมื่อครู่ตนมั่นใจว่าวิ่งออกมาสุดกำลัง แต่เขากลับตามนางมาได้ทันท่วงที

“ท่านอ๋องจะตามหม่อมฉันมาทำไม?” นางรีบปาดน้ำตาออกไป ไม่ต้องการให้บุรุษใจร้ายผู้นี้ได้เห็น

“เราสิต้องถามว่าอยู่ดี ๆ ทำไมจึงวิ่งหนีมา เรายังไม่ได้ทำอะไรเจ้าเลย” มู่เลี่ยงหรงนั่งลงเคียงข้างกับนาง แล้วจ้องมองไปยังผืนน้ำที่สะท้อนแสงจากดวงจันทร์ และเหล่าลูกไฟบนท้องฟ้านับร้อยนับพัน “หรือเจ้าไม่พอใจที่เราไม่ได้ทำอันใด...”

“ทะ...ท่าน” เยี่ยนเยว่ฉีละล่ำละลัก

มู่เลี่ยงหรงกลับหัวเราะเบา ๆ แต่ไม่ได้มีแววเย้ยหยันอยู่ในน้ำเสียง

“เยี่ยนเยว่ฉีเราเป็นบุรุษไม่มีทางคิดเล็กคิดน้อยกับสตรี” มือคร้ามพลันตวัดโอบไหล่ของนางเอาไว้ มู่เลี่ยงหรงออกแรงเพียงนิดหน่อยนางก็เข้าสู้อ้อมแขนของเขาอีกครั้ง “อยากรู้หรือไม่ทำไมเราไม่...จุมพิตเจ้าเมื่อครู่?”

“...” เยี่ยนเยว่ฉีไม่ตอบอะไร นางพยายามผลักเขาออกไป ด้วยไม่อยากถูกล่อลวงให้อับอายอีกครั้ง ‘อย่าไปฟังเขา...คนหลอกลวง คนเลว’

“ไม่ใช่เพราะอยากแกล้ง ไม่ใช่เพราะไม่ต้องการ แต่เราไม่อยากทำตัวเหมือนตอนอยู่ในถ้ำ” มู่เลี่ยงหรงเชยคางของนางให้หันมาหาเขาอย่างเบามือ นัยน์ตาเข้มลึกจดจ้องนางไม่วางตา “เป็นเจ้าที่ต้องการให้เรารอไม่ใช่หรือ เรารึก็หักห้ามใจอดทนเอาไว้จนกว่าจะถึงวันวิวาห์ เพราะความจริงเราไม่เคยลืมความหอมหวานที่เคยได้รับจากเจ้า จุมพิตนั้นช่างตราตรึงยิ่งนัก”

“พอเถิดเพคะท่านอ๋องไม่ต้องเสแสร้ง หม่อมฉันทำให้ท่านต้องเสียหน้า หากจะถูกรังเกียจก็ไม่ใช่เรื่องแปลก”

“ตรองดูให้ดีเป็นเจ้าต่างหากที่รังเกียจเรา ทั้งตบ ทั้งหักหน้า หากเจ้ามีใจให้เราสักนิดคงไม่ทำเช่นนั้น เราถามเจ้าบ้างเป็นไรว่าต้องการอะไรกันแน่ ยามเราแสดงออกเจ้าก็ว่าเราเป็นชายฉวยโอกาส พอเราควบคุมตนเองเจ้าก็ว่าเราเสแสร้ง”

“เยว่ฉีไม่ได้รังเกียจท่านอ๋องสักนิด ไม่ได้ตั้งใจตบท่านอ๋อง ไม่ได้ต้องการทำให้เสียหน้า หม่อมฉันเสียใจเพคะ” เยี่ยนเยว่ฉีหยุดดิ้น แล้วปรายสายตาขึ้นสบกับเขาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

“เอาล่ะ เรายกโทษให้เจ้าก็ได้ แต่ต่อไปห้ามทำอีกนะ”

“เพคะ เยว่ฉีไม่กล้าแล้ว”

“แล้วเมื่อครู่เหตุใดเจ้าจึงคิดว่าเราเสแสร้ง?”

 “หม่อมฉันคิดว่าท่านอ๋อง…”

“คงคิดว่าเราอยากทำให้เจ้าอับอาย เพื่อแก้แค้นที่ถูกหักหน้าสินะ”

“ก็...มีเพียงเหตุผลนี้ที่จะพอเข้าใจได้”

“แสดงว่าเจ้าคงไม่ค่อยได้ยินเรื่องของเราสักเท่าใด จึงได้คิดอะไรตื้นเขินเช่นนี้ออกมา”

“หากหม่อมฉันรู้จักท่านอ๋องดีจะคิดเห็นเป็นเช่นไร?”

“เจ้ากับเยี่ยนจิ้นหลิงจะไม่ทำแบบนั้นเป็นอันขาด”

“เพราะอะไรหรือ?”

“เพราะเจ้าทั้งสองจะไม่มีศีรษะเหลือไว้ใช้คิดถึงวันพรุ่งนี้อีกต่อไป”

“...” เยี่ยนเยว่ฉีกลืนน้ำลายอึกหนึ่งอย่างยากเย็น นึกเสียใจอยู่บ้างที่ทำตามคำสั่งของพี่ชาย ที่นางรอดตายหวุดหวิดเพราะท่านอ๋องให้ความเอ็นดูอยู่บ้างนี่เอง

“ทีนี้เข้าใจหรือยังว่าข้าเมตตาพวกเจ้ามากเพียงใด”

“เยว่ฉีทราบแล้วเพคะ”

“ทีนี้เจ้าคงพอรู้หัวใจของเราบ้างแล้วกระมัง”

“เยว่ฉีทราบแล้วเพคะ”

“หวังว่าครานี้เจ้าจะทำตัวดี ๆ น่ารักแบบนี้ตลอดไป”

มู่เลี่ยงหรงคว้ามือนุ่มละมุนของนางไว้ ริมฝีปากบางประทับจูบลงไปบนผิวเนียนละเอียดอย่างแผ่วเบา เหมือนมีกระแสหนึ่งแล่นลามปลาบแปลบจนถึงหัวใจของเยี่ยนเยว่ฉี แม้การจุมพิตครั้งนี้จะไม่ร้อนแรงดั่งในถ้ำ ทว่ากลับหวานล้ำยิ่งกว่า

“เทพจันทราก็ประทานพรให้แล้ว เหลือเพียงเจ้า...ส่งฤกษ์มาเท่านั้น เราจะรอ หวังว่าคงไม่ปล่อยให้เราคอยเก้อนะ”

“อีกไม่นานเพคะ...ไม่นาน” นัยน์ตาดอกท้อปรากฏประกายระยิบระยับ ใบหน้าของนางถูกแขวนไว้ด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง

มู่เลี่ยงหรงลุกขึ้นแล้วประคองร่างบางขึ้นมาเช่นกัน ครานี้เยียนเยว่ฉีไม่ลืมหยิบโคมรูปกระต่ายมาด้วย ทั้งสองค่อย ๆ เดินกลับออกไปจากสวนอย่างเชื่องช้า ชายหนุ่มยังคงรักษาระยะห่างของทั้งสองเอาไว้ แต่ทว่าระยะของหัวใจเริ่มใกล้ชิดกันขึ้นทุกขณะ

********************

จบตอน เทพจันทราประทานพร

-โปรดติดตามบทต่อไป-

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว