facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่ 29 ฉันอยู่ตรงนี้ หันมาก็เจอ (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 ฉันอยู่ตรงนี้ หันมาก็เจอ (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 41.6k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2562 20:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 ฉันอยู่ตรงนี้ หันมาก็เจอ (✔️)
แบบอักษร

​ตอนที่ 29 ฉันอยู่ตรงนี้ หันมาก็เจอ 

 

ถ้าคุณเดินเข้ามาในห้องนอนเเล้วเจอคนนอนซมตัวอ่อนปวกเปียกอยู่บนเตียงละก็ ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นใครนะครับ...คนนั้นคือผมเอง- - 

 

“ทำไมถึงป่วยได้วะเนี่ย- -” 

 

ไม่ว่าจะตอนที่ทำกับเขาครั้งเเรก หรือว่าที่ทำกันหลังจากนั้นก็ไม่เคยจะมีครั้งไหนที่ผมจะป่วยจนต้องนอนซมเเบบนี้สักครั้ง...เเค่ลองขยับตัวนิดหน่อยก็ปวดร้าวไปทั้งตัวเเล้ว 

 

เเต่เมื่อคืนนี้ก็รู้สึกดีมากเลย...เสียดายไม่ได้เอากล้องถ่ายภาพตึกเมื่อคืนเอาไว้ 

 

ผมหันไปมองตึกสูงใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่ไกลๆ เเอบนึกเสียดายอยู่หน่อยๆ ที่เมื่อคืนเอาเเต่ดีใจจนลืมถ่ายภาพเอาไว้เป็นคนทรงจำเสียได้....เเต่คงไม่มีวันลืมช่วงวันที่ผ่านมานี้ได้เเน่ๆ เพราะมันเป็นเครื่องช่วยยืนยันเเล้วว่า พวกเราสามารถประคับประคองความรักของพวกเรามาจนถึงวันนี้ได้... 

 

คราวหน้าผมจะเป็นคนจัดปีที่สองของเราเองครับ^~^ 

 

มาคิดๆ ดูเเล้วเรื่องของผมกับเขานี้โคตรเหลือเชื่อ เราเคยเจอกันตอนที่ผมกำลังจะขึ้นปี 1 เเละเป็นช่วยที่ผมกับหมิวเริ่มคบกันเเรกๆ จำได้ว่าเจอตอนเเรกผมก็ไม่ค่อยชอบเขาเท่าไร เพราะเหมือนตอนนั้นเขามองว่าผมจะไปทำอันตรายคุณนายคนนั้นเเถมยังพูดจาไม่ค่อยเข้าหูผมสักเท่าไร...พอได้เจอกันอีกครั้งผมก็ดันไปลดฐานะเขาเหลือเเค่บอดี้การ์ด กว่าจะรู้ความจริงก็เล่นไปหลายเดือนเหมือนกัน- - 

 

เเล้วใครจะไปคิดล่ะครับ ว่าตอนนี้เราสองคนจะคบกันมาได้ 1 ปีเเล้ว...ไม่สิ! ต้อง 1 ปี 1 วันเเล้ว^^ 

 

“คนป่วยกินข้าวเช้ากัน จะได้กินยา” คุณโทมัสเดินถือถาดอาหารเข้ามาในห้อง เขาวางมันเอาไว้บนโต๊ะหัวเตียงก่อนจะเดินไปลากเก้าอี้ที่ตั้งอยู่มุมห้องมา 

“ครั้งที่สองเเล้วนะครับ^^” 

“หืมม...อะไรครั้งที่สอง” 

“ก็ที่คุณดูเเลผมไง...ชอบจัง^^” 

“....มาเถอะ กินข้าวกัน” เขานิ่งไปนิด ก่อนจะเริ่มจัดเเจงยกถ้วยข้าวต้มมาถือเอาไว้ 

“ป้อนไหมครับ?” 

“ป้อนสิ” 

“ดีจังเลยครับ....อ้าา~” 

 

ผมอ้าปากรอข้าวต้มที่อีกฝ่ายกำลังป้อนให้ ทำตัวเป็นลูกนกตัวน้อยๆ ที่ต้องให้เเม่ค่อยเอาอาหารมาป้อนพวกมัน 

 

“หึ...ป่วยเเล้วขี้อ้อนหรือไง” เขาถามออกมายิ้มๆ 

“ชอบไหมครับ” 

“หืม?” 

“ที่ผมอ้อนไง...เเต่ผม...ชอบนะครับ” 

“ก็ทำบ่อยๆ สิ” 

“เขินสิครับ...บางครั้งก็พอเถอะ เเค่นี้ผมก็เขินตัวจะเเตกอยู่เเล้ว” ผมบ่นงึมงำ พร้อมๆ กับเคี้ยวข้าวที่อีกฝ่ายป้อนไปด้วย 

“หึ...งั้นฉันต้องทำให้ป่วยบ่อยๆ” 

“ไม่เกี่ยวสักหน่อย!!” ผมยู่จมูกใส่เข้าก่อนจะยิ้มออกมา 

“เเต่ถ้าคุณอยากทำ...ผมก็ยอม” ผมพูดต่อเสียงเบาแทบจะไม่ขยับปากพูดเสียงด้วยซ้ำ 

 

เขายิ้มออกมานิดๆ เเล้วยกมือขยี้หัวผมเบาๆ 

 

หลังจากกินข้าวเช้าเเละกินยาไป ผมก็นอนอย่างเดียวเลย มาสะดุ้งตื่นตอนคุณโทมัสกำลังเช็ดตัวให้เนี่ยเเหละ...ถึงว่า รู้สึกหนาวๆ 

 

“ตัวไม่ร้อนเเล้ว รู้สึกดีขึ้นไหม” 

“ครับ...ผมว่าผมหายเเล้ว” 

“นอนพักไปก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับบ้านกัน” 

“ครับ” 

 

ผมตอบรับยิ้มๆ นอนมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่ดูตั้งอกตั้งใจเช็ดตัวให้ผมไปเพลินๆ ตอนนี้หนวดของคุณโทมัสขึ้นเเล้วนะ เเต่ไม่ได้เป็นเครารุงรังอะไร...ผมมองอยู่เเบบนั้นพอรู้ตัวก็เผลอยกมือขึ้นไปเเตะที่คางของอีกฝ่ายเสียเเล้ว 

 

“เวลาคุณมีหนวดเเบบนี้...ทั้งหล่อ มีเสน่ห์ เเล้วก็อบอุ่น” 

 

ปากก็พูดออกไปเเบบนั้น มือก็ทำหน้าที่ลูบเบาๆ ไปตามไรหนวดบนใบหน้าของอีกฝ่าย ไล่มือจากคางของเขาไปตามสันกรามคมๆ นั้นอย่างหลงใหล 

 

“หึ...นี้ไม่อยากหายป่วยหรือไง” 

“...ก็ถ้าคุณจะไม่สงสารผม ก็ตามใจเถอะครับ” ผมเเสร้งพูดออกไปเบาๆ หลบสายตาอีกฝ่ายไปด้วย 

“หึๆ” 

 

เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะจัดเสื้อผ้าของผมให้เรียบร้อยเเล้วลุกเดินเอาอ่างใส่น้ำกลับเข้าไปเก็บในห้องน้ำ ผมมองตามคนตัวสูงทุกฝีก้าว จนเข้าเดินกลับมาตัวลงบนเตียงข้างๆ ผมอีกครั้ง 

 

“ไม่ทำงานเหรอครับ” 

“เมียป่วยจะให้ทิ้งไปได้ไง” 

“ผมเป็นภาระไหม” 

 

ไม่รู้อะไรดลใจให้ถามเเบบนั้น ถึงจะรับรู้ว่าเขารักผมมากเเต่ก็อดไม่ได้ที่จะคิดเเบบนั้น...เเต่ว่า...ขนาดเเม่ประคองท้ๆ ยังทิ้งผมที่เป็นภาระของเขาไปได้เลย 

 

“อย่าถามอะไรเเบบนี้อีก ฉันก็อยู่กับเธอตรงนี้ไง เเค่เธอหันมาก็เจอเเล้ว” 

“ตลอดไปนะครับ” 

“ใช่...ตลอดไป” 

 

ตลอดไป...อือ...ตลอดไป เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป...ผมพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง มีคุณโทมัสช่วยพยุงด้วยอีกเเรง พอผมนั่งพิงหลังไปกับหัวเตียงเเล้วคนตัวสูงก็กลับไปนั่งลงข้างๆ เหมือนเดิน โดยเขานั่งห้อยขาลงไปที่ขาเตียง เเต่ช่วงลำตัวส่วนบนหันเข้าหาผม 

 

“มานี้หน่อยสิครับ” 

“หืม?” 

“มาเร็ว” ผมพูดเร่ง พร้อมควักมือเร็วเขาไปด้วยอีกเเรง จนเขายอมขยับตัวเข้ามาหา 

“ว่ายัง..” 

 

ฟอดด! 

 

ผมหอมเเก้มคนตัวสูงไปเต็มเเรง เเอบจั๊กจี้ไรหนวดของคนตัวสูงนิดหน่อย เเต่ก็ไม่ถึงกับเเย่อะไร ผมออกจะชอบเสียด้วยซ้ำ...คุณโทมัสดูจะอึ้งไปนิดหน่อย เเละผมก็ใช้จังหวะนั้นที่เขากำลังอึ้งอยู่ รีบมุดตัวลงไปอยู่ในผ้าห่มทันที ใช้ผ้าห่มผืนหนาคลุมเอาไว้ทั้งตัว 

 

“นี่ไม่อยากหายป่วยจริงๆ ใช่ไหม” 

 

พอถูกผมทำเเบบนั้นคุณโทมัสก็เลยจะเอาคืน เขากระชากผ้าห่มออกไปเเรงๆ จนผมที่อยู่ฝ่ายใต้ผ้าห่มโดนเเรงนั้นกระชากตัวปลิวตามผ้าห่มมาด้วย.. 

 

โอ๊ย! 

 

“เจ็บเหรอ!!” 

“มะ...เจ็บบ” ตอนเเรกก็กะจะโกหกออกไป เพราะก็ผมก็เจ็บจริงๆ เเต่พอมาคิดๆ เเล้วบอกออกไปเลยดีกว่า...ได้เเกล้งให้อีกฝ่ายหน้าเสียด้วย...คิกๆ 

“ไหน! เจ็บตรงไหน!” 

“...” คุณโทมัสถามออกมาเสียงร้อนรนจับผมโยกซ้ายโยกขวา มองหาตรงที่ผมบอกว่าเจ็บ… 

“เจ็บตรงไหน...ไหนบอกฉันสิ!” 

“หายเเล้วครับ^^” ผมพูดตอบ 

“เเน่นะ” คุณโทมัสยังคงถามออกมาอีก มองหน้าผมอย่างจับพิรุธ เหมือนว่ากลัวผมจะโกหก 

“ครับ..หายเเล้ว” 

 

พอเห็นผมยืนยันเเบบนั้น เขาถึงได้ค่อยๆ คลายคิ้วเข้มของตัวเองที่แทบจะชนกันออก เเถมยังเอามือมาหยิกเเก้มผมอีกด้วย… 

 

“เจ็บเพราะคุณเนี่ยเเหละครับ” ผมบ่นออกมาไม่จริงจังนัก เเล้วพยายามเเกะมือของเขาที่ยังดึงเเก้มผมอยู่ 

 

จะดึงจนย้วยเลยหรือไงกันครับ-*- 

 

ก๊อกๆ! ..ก๊อก! 

 

คุณโทมัสเหลือบมองไปที่ประตูเเล้วถอนหายใจออกมาอย่างขัดใจ ก่อนจะจัดท่าทางของตัวเองเเละผมให้นั่งดีๆ เพราะท่าทางของพวกเราตอนนี้ค่อนข้างล่อเเหลมเสียเหลือเกิน…..คุณโทมัสนั่งชันเข่าขึ้นมาข้างหนึ่ง ส่วนผมนี้นั่งอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของเขา นั่งหันหน้าเขาหาเขาด้วยเเละที่สำคัญเลยคือขาข้างหนึ่งของผมมันยกขึ้นไปพลาดขาข้างที่วางราบอยู่กับพื้นที่นอนของเขาด้วย…. 

 

“เข้ามา” เขาพูดสั่งออกไปเสียงนิ่ง ไม่นานประตูบานนั้นก็เปิดออก 

 

คุณเเฟรงค์ที่เดินหน้าซีดเข้ามาด้านใน คุณเเฟรงค์มองหน้าผมด้วยสีหน้าประหลาดจนผมต้องถามออกไปเเบบนั้น 

 

“....มีอะไรเหรอครับ??” 

“เอ่อ...ยายบุญเข้าโรงพยาบาลครับ คนที่บ้านพึ่งโทรมาเเจ้งว่ากำลังพาตัวส่งโรงพยาบาล” 

“ยายเป็นอะไรครับ!!” 

 

โอ๊ย! 

 

“ระวัง!” เพราะรีบลุกเเละก็รู้สึกเสียดๆ ที่ช่องทางด้านหลัง พอเมื่อกี้นี้ลุกขึ้นผิดท่าผมถึงได้รู้สึกเจ็บเเปล๊บๆ ขึ้นมาจนคุณโทมัสต้องเข้ามาประคองเอาไว้ 

“มันเกิดอะไรขึ้นครับ!” 

“ผมก็ไม่ทราบครับ เเต่ตอนนี้คุณฟิวส์รีบไปโรงพยาบาลดีกว่า” 

“เธอเดินไม่ไหวหรอก!” พอเห็นว่าผมจะเดินออกไปอีกฝ่ายก็รีบคว้าข้อมือของผมเอาไว้ 

“เเต่ผมต้องไป...นั้นยายผมนะครับ!” 

“ฉันรู้...ไม่ได้จะห้าม เเต่ฉันจะพาไปเอง” 

 

ว่าจบคนตัวสูงก็เดินมาย่อตัวลงด้านหน้าของผมก่อนจะหันมาพูดอีกว่า… 

 

“ขึ้นมา ฉันจะพาไปเอง” 

 

ผมไม่มีเวลามาเคอะเขินอะไรเเล้ว รีบขึ้นไปขี่หลังคนตัวสูงเอาไว้ทันที คุณโทมัสพอเห็นว่าผมขึ้นมาเรียบร้อยก็ลุกขึ้นเเล้วพาผมขี่หลังเดินออกมาจากห้องตรงไปที่ลิฟต์ทันที….ดูเหมือนเขาจะเป็นห่วงกลัวผมเจ็บด้วยถึงได้เดินอย่างระมัดระวังขนาดนั้น… 

. 

. 

. 

“พี่ฟิวส์...ยาย...ยาย….ฮืออออ” 

 

เราใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงดีก็มาถึงที่โรงพยาบาล พอมาถึงไอ้หลงที่นั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินก็รีบวิ่งเข้ามากอดผม เเล้วร้องไห้ออกมาไม่หยุด ผมก้มลงกอดน้องเอาไว้เเน่น พยายามอดกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมาด้วยอีกคน ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเเต่ยายถึงกับเข้าโรงพยาบาลขนาดนี้มันก็คงไม่ใช่เรื่องธรรมดาๆ เเล้ว….เเต่ว่าจะให้ผมมาร้องไห้ด้วยอีกคนก็คงไม่ได้...เเบบนั้นเจ้าหลงคงไม่มีหลักยึด คงจะยิ่งเสียขวัญหนักกว่าเดิมเเน่! 

 

“ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องร้อง” 

 

ผมพูดปลอบเเล้วพาน้องเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ด้านหน้าห้องฉุกเฉินเจ้าหลงยังคงร้องไห้ไม่หยุดจนผมต้องกอดเอาไว้เเน่นๆ ลูบหลังไม่ได้หยุด…. 

 

“เกิดอะไรขึ้น!” คุณโทมัสพูดถามพวกพี่ชุดดำที่ยืนรออยู่ก่อนเเล้ว 

“อันที่จริงยายบุญวูบมาตั้งเเต่เมื่อวานเเล้วครับนาย เเต่พอพวกผมจะโทรบอกนาย ยายก็ห้ามไว้เพราะไม่อยากขัดจังหวะ เเต่พอเมื่อเที่ยงนี้ยายเข้าไปอาบน้ำเเล้วเกิดวูบขึ้นมา ล้มลงหน้าจู่มเข้าไปในโอ่งใส่น้ำ พวกผมไม่รู้ว่านานเเค่ไหน เเต่พอไปเจอยายก็นิ่งไปเเล้วครับนาย” 

 

พวกพี่ๆชุดดำที่คุณโทมัสสั่งให้อยู่ดูเเลบ้านพูดรายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นออกมา 

 

“ยาย...ฮึก..ยายจะเป็นไรไหมพี่ฟิวส์...หลงเรียกยายก็ไม่ตอบเลย...ฮึก...ยายจะตายไหมพี่ฟิวส์...ฮืออ...ออ” เจ้าหลงพูดไปด้วยร้องไห้ไปจนผมอดสงสารไม่ได้ 

 

คุณโทมัสเดินเข้ามานั่งลงที่เก้าอี้ เขาคว้ามือข้างหนึ่งของผมไปจับเอาไว้เเน่น สายตาคมมองจ้องมาที่ผมเหมือนจะยืนยันคำพูดของตัวเองที่เคยพูดเอาไว้ 

 

‘ฉันอยู่ตรงนี้...หันมาก็เจอ’ 

 

คำพูดของเขากลับมาดังก้องอยู่ในหัวผมอีกครั้ง สายตาจริงจังของเขายืนยันมันได้ดี จนผมอดจะน้ำตาคลอไม่ได้ ผมพยักหน้ารับเบาๆ เเล้วบีบมือตอบเขากลับไป… 

 

เวลาผ่านไปสักพัก...เจ้าหลงที่นั่งร้องไห้จนเหนื่อยอ่อนเเล้วหลับไปบนตักของผมเเต่วางพลาดขาไปที่หน้าตักของคุณโทมัส หลับไปทั้งๆ ที่ใบหน้าอาบน้ำตาเเบบนั้น... 

 

“ไม่เป็นไร....ฉันอยู่ตรงนี้” พอผมเงยหน้าจากหลงไปมองคนข้างๆ เขาก็พูดปลอบออกมาเเถมด้วยเเรงบีบที่มือที่เราจับกันไว้ไม่ได้ปล่อย 

“ฮึก...ผม...ผม” 

“ไม่เป็นไร มันต้องไม่เป็นไร” 

 

เขาจับศีรษะของผม กดลงซบที่ไหล่ของเขาเอาไว้  ผมหลบซ่อนน้ำตาที่กั้นเอาไว้ต่อไปไม่ไหว จึงต้องยอมปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาไม่ต่างจากเจ้าหลงก่อนหน้านี้...ยอมรับเลยว่าตัวเองกลัวเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อจากนี้มาก...ถึงอาชีพของผมจะควรคุ้นชินกับเรื่องพวกนี้ เเต่มันทำใจให้ยอมรับไม่ได้เลย…พอมาคิดถึงเรื่องที่พี่ชุดดำบอกว่ายายวูบตั้งเเต่เมื่อวานเเล้วก็ไม่โทรหาผมเพราะไม่อยากขัดจังหวะ...ผมก็อดโทษตัวเองเสียไม่ได้...ถ้าผมกลับบ้านเร็วกว่านี้ หรือถ้าไม่มัวอ้อน มัวสำออยใส่คุณโทมัสเมื่อเช้า กลับมาหายายตั้งเเต่เช้า เรื่องพวกนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ 

 

“อย่าโทษตัวเอง 

“เเต่ผมผิด...ฮึก…” 

“ยายคงไม่ดีใจถ้ารู้ว่าเธอโทษตัวเองเเบบนี้” 

“...ฮึก...ผมกลัวครับ...กลัวเหลือเกิน...ยายต้องทรมานมากเเน่ๆ ก่อนที่พวกพี่เขาจะไปเจอ...ผม...ฮึก” 

“ถ้าจะผิดเราก็ต้องผิดด้วยกัน...ถ้าเธอจะโทษตัวเอง ฉันก็จะโทษตัวเองด้วย!” 

 

คุณโทมัสยกมือลูบหัวของผมเบาๆ เขาค่อยปลอบค่อยพูดให้กำลังใจผมอยู่เเบบนั้นจนคุณหมอที่รักษายายออกมาจากห้องฉุกเฉิน 

 

“ใครเป็นญาติคนไข้ครับ” 

“ผมเป็นหลาน!” 

 

ผมค่อยๆ พยุงตัวเจ้าหลงส่งไปให้คุณโทมัสอุ้มเอาไว้ก่อนจะรีบลุกไปหาคุณหมอเจ้าของไข้ของยาย 

 

“คือ คนไข้เนี่ยหมดสติเป็นเวลานาน สมองก็ขาดอากาศไปเลี้ยงหลายนาที...ตอนนี้คนไข้อาการน่าเป็นห่วงมาก” 

“.....” 

“หมอคงต้องตอบตามตรงว่าตอนนี้คนไข้อาการก็ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไร โอกาสรอดมีเพียง 20% เท่านั้น" 

“เเล้วถ้ายายรอด จะกลับมาเป็นปกติไหมครับ” 

“หมอไม่รับประกันครับ อย่างที่บอกไปคนไข้ขาดอากาศไปเลี้ยงสมองนานเกินไป ถ้ารอดก็คงจะเป็นเจ้าหญิงนิทราครับ” 

 

ผมพอจะเข้าใจเหตุการณ์เเบบนี้ดี เมื่อกี้ตอนรอคุณหมอก็เเอบคิดเอาไว้เเบบนี้เหมือนกัน สมองคนเราขาดอากาศไปเลี้ยงได้ไม่นาน เพราะสมองจะค่อยๆ ตาย เเละถ้าเป็นเเบบนั้นการจะกลับมาเป็นปกติก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย….เมื่อสมองตาย อวัยวะส่วนอื่นๆก็จะค่อยๆหยุดทำงานเหมือนกัน 

 

"หมออยากให้ญาติทำใจเอาไว้หน่อยนะครับ  ตอนนี้คนไข้อยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ เเละยังอยู่ในภาวะเสี่ยงมากๆด้วย...ยังไงหมอก็อยากให้คุณกลับไปคิดหน่อยว่าจะยื้อเวลาเอาไว้ให้เป็นเเบบนี้ไปเรื่อยๆ หรือว่าจะปล่อยท่านไปนะครับ" 

“ผมยังไม่พร้อมครับ...ขอเวลาผมหน่อย” 

“...ยังไงหมอก็อยากให้คิดดูดีๆ นะครับ” 

 

พูดจบท่านก็เดินเเยกไป...ผมค่อยๆ เดินกลับมาหาคุณโทมัสที่ยังคงนั่งรออยู่ที่เดิม 

 

“หลงละครับ” 

“ให้คนพากลับไปพักเเล้ว...หมอว่าไง” 

“...ยายอาการไม่ดีเลยครั[...หมอบอกว่าโอกาสรอดมีเเค่ 20 เปอร์เซน..” 

 

เสียงของผมมันคงฟังเเล้วเเย่มาก คุณโทมัสถึงได้ดึงผมเข้าไปกอดเเบบนั้น ทั้งๆ ที่พยายามยิ้มให้เขาเเล้วเเท้ๆ  เเต่เหมือนจะไม่สามารถซ่อนความรู้สึกเเท้จริงเอาไว้ได้เลย... 

 

“ผมจะทำยังไงดี...ผมไม่อยากให้ยายตาย เเต่ถ้ายื้อเอาไว้ยายก็จะทั้งเจ็บเเละทรมาน...ผมจะทำยังไงดี...ฮึก..” 

 

ฮืออออ...อออ 

 

ผมปล่อยโฮดังลั่น ไม่สนใจว่าใครจะมองยังไง รับรู้เพียงเเรงกอดจากคนที่กำลังกอดปลอบใจผมอยู่เท่านั้น… 

 

ฮืออออ 

ดราม่าเฉย! จากที่จะพาไปหาเเม่สามีคงต้องพักเอาไว้ก่อน….สู้ๆ นะหนูฟิวส์ หลังจากที่หวานมาหลายตอนก็ขอรสขมๆ มาดับความหวานกันหน่อย…. 

ยังไงก็ขอบคุณที่ติดตามนะคะ หลังจากตอนนี้จะมีเรื่องมากมายเกิดขึ้น มาเป็นกำลังใจให้เจ้าตัวขาวของนายมาเฟียกันเด้ออออออ 

#เจ้าตัวขาวของนายมาเฟีย #โทมัสฟิวส์ 

BY : ลั้น ลา 

ความคิดเห็น