facebook-icon

สวัสดีผู้เยี่ยมชมทุกท่านค่ะและขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามนะคะ

​ตอนที่ 32 เหยื่อล่อ (2)

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 32 เหยื่อล่อ (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 39k

ความคิดเห็น : 54

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2561 22:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 32 เหยื่อล่อ (2)
แบบอักษร

​ตอนที่ 32 เหยื่อล่อ (2)



พยัคฆ์นั่งมองเมียสาวทันทีที่เธอเดินยิ้มลงมาผู้เป็นสามีให้เสียหวานจ๋อย ชายหนุ่มที่ต้องทนนอนบนโซฟาแข็งๆทั้งคืนอย่างลำบากทำให้เขาได้แต่นั่งขมวดคิ้วมองนารานิ่งแต่ไม่กล้าทำอะไร

“นอนสบายไหมคะพี่เสือ”

“สบายๆอยู่แล้ว พี่นอนที่ไหนก็ได้” เขาตอบยิ้มๆก่อนจะเดินเข้าไปกอดเมียสาวที่ดูก็รู้ว่าเธอยังตั้งแง่กับเขาอยู่

“ก็ดี งั้นคืนนี้”

“คืนเดียวก็พอแล้วครับ พี่เข็ดแล้ว” ริมฝีปากหยักหอมแก้มใสๆฟอดใหญ่ทำให้คนตัวเล็กแอบยิ้มเขินเบาๆ

“งั้นนาไปทำงานก่อนนะคะ อย่าลืมเรื่องที่ตกลงไว้ด้วยล่ะไม่งั้นนาจะไล่ให้ไปนอนกับบนห้าง นอกบ้าน ข้างถนน ไม่ต้องเข้าบ้านอีก”

“ครับ พี่จะไม่บิดพลิ้วสักนิดเลยครับ” เขาว่าพลางเดินไปส่งเมียสาวถึงรถก่อนจะเดินกลับขึ้นไปชำระร่างกายบนห้องเพื่อจะออกไปข้างนอกโดยที่ยังไม่ได้โทรบอกนายวีรกิจเช่นเดิม




หลังจากวีรกิจโร่เข้าโรงพยาบาลแต่เช้าก็ต้องเรื่องช็อกทันทีเมื่อลูกชายคนโตและลูกชายคนเล็กหายตัวไป เขาและรัชนีหัวหมุนกระวนกระวายจนใจจะขาดเพราะตามหาทั่วโรงพยาบาลก็ไม่เจอ

พยัคฆ์เดินเข้ามาที่โรงพยาบาลตามที่นาราขอ เมื่อมาถึงก็เห็นวีรกิจและภรรยาชุลมุนวุ่นวายไปหมด ชายหนุ่มจึงได้แต่ยืนนิ่งๆจนในที่สุดผู้เป็นพ่อก็มองเห็นเขา

"เกิดอะไรขึ้น"

“พันรบ”

“เรียกผมว่าพยัคฆ์เหมือนคนอื่นเถอะ” พยัคฆ์ยังคงไว้ซึ่งน้ำเสียงและสีหน้าที่เย็นชาเช่นเดิม เขากวาดตามองไปรอบทิศโดยมีรัชนีที่มองเขาอยู่อย่างสงสัย

“พันรบ?” เธอพึมพำเบาๆพลางนึกชื่อที่แสนคุ้นเคยนี้ก่อนที่มันจะปรากฏขึ้นในหัว ใบหน้าสวยของหญิงวัยกลางคนก็ปรี๊ดแตกทันที “แก แกจับลูกชายฉันไปใช่ไหม เป็นแกใช่ไหมที่ตามมาจะแก้แค้นพวกเรา!!”

รัชนีตรงเข้าไปทุบตีชายหนุ่มอย่างรุนแรง วีรกิจจับเธอเอาไว้แทบไม่อยู่เพราะตอนนี้เรี่ยวแรงของภรรยามีมากมายเหลือเกิน พยัคฆ์เองก็ไม่ตอบโต้ใดๆทันใดนั้นมือปริศนาก็ผลักเธอออกอย่างรุนแรง

“อย่าทำสามีฉันนะ”

“นารา!!” พยัคฆ์หันไปมองภรรยาตนที่เข้ามาสมทบอย่างงงๆ

“สมงสมองคุณไปหมดแล้วหรือไง อยู่ดีๆมากล่าวหาชาวบ้านชาวช่อง” หญิงสาวหน้าหวานบัดนี้แปลงร่างเป็นนางผีเสื้อสมุทรไปเรียบร้อยแล้ว ทำเอารัชนีแทบรับไม่ได้กับกิริยาของคนตรงหน้า

“หล่อน หล่อนกล้าทำฉันได้ยังไง กิริยาต่ำ เลวทั้งผัวทั้งเมีย”

“อย่างน้อยฉันก็ไม่เที่ยวปรักปรำคนอื่นไปทั่วหรอก นี่อะไรเอะอะก็หาว่าสามีฉันผิดอยู่ท่าเดียวเลย หาใครรับผิดไม่ได้ก็เอาสามีฉันไปเป็นแพะ มันใช่หรือไงอีกอย่างนะคนที่เลวน่าจะเป็นคุณมากกว่า” พยัคฆ์เงียบอึ้งไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นฝีปากที่แท้จริงของนารา นางยักษ์ในคราบนางฟ้าชัดๆ “ฉันรู้หมดแล้วว่าคุณน่ะมันตัวทำครอบครัวเขาแตกแยก ใช้ฐานะผู้ดีของตัวเองมากดดันให้ผู้ชายเขาแต่งงานด้วย สามีฉันก็เลยต้องมาเดือดร้อนขณะที่พวกคุณเสวยสุขกันอยู่ยังไงล่ะ ใครกันแน่ที่เลวกว่ากัน” นาราต่อว่าโดยไม่อายใครที่อยู่รอบข้างเลยก่อนจะได้สติจึงหยุดก่อนจะเดินไปกอดแขนสามี

“นังเด็กเมื่อวานซืน นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม”

“คุณพอเถอะ” วีรกิจดึงตัวภรรยาเข้ามากอดไว้ไม่ให้พุ่งไปหานารา

“ไม่ คุณหยุดจับฉันไว้ซะที”

“แทนที่ลูกหายจะมาช่วยกันวางแผนออกตามหา”

“นารา” พยัคฆ์ปรามเสียงเบาก่อนหญิงสาวจะตวัดตาไปมอง สายตาก็เกิดพร่ามัวขึ้นมากะทันหันเสียอย่างนั้นทำให้เธอสะบัดหัวไปมาเพื่อเรียกสติ

“พี่เสือทำไมมีสองคน” สิ้นเสียงนั้นคนตัวบางก็หมดสติลงไปทันทีโดยมีชายหนุ่มประคองรับไว้อย่างตกใจ

“นารา!! หมอ ช่วยภรรยาผมด้วย”

เพราะเหตุการณ์เมื่อครู่พยัคฆ์และวีรกิจจึงหยุดการเจรจาไปโดยปริยาย ตอนนี้เขาจึงมานั่งเฝ้าภรรยาเขาที่หมดสติ

“ภรรยาคุณกำลังตั้งครรภ์ได้สามสัปดาห์แล้วนะครับ”

“ว่าไงนะ” เขาทวนคำด้วยรอยยิ้มดีใจ

“เดี๋ยวผมจะแนะนำวิธีการดูแลครรภ์แล้วก็ดูแลความรู้สึกคุณภรรยาของคุณให้นะครับ เพราะช่วงนี้ฮอร์โมนคนเป็นแม่กำลังแปรปรวน ดีใจด้วยนะครับ”

“ครับ เอ่อ หมอ”

“มีอะไรครับ” หมอหนุ่มหันกลับมายิ้มให้ร่างสูง

“ผมอยากจะให้คุณช่วยปิดเรื่องนี้ไปก่อน ตอนนี้ผมไม่อยากให้ภรรยาเดือดร้อน” เขาว่าพลางลูบหัวภรรยาตนอย่างรักใคร่ ตอนนี้เรื่องทั้งหลายกำลังประดังประเดเข้ามา แม้จะดีใจเรื่องลูกแต่กับอีกหลายเรื่องมันทำให้เขาเครียดไม่น้อยเลย

“ยินดีครับ”




ร่างสูงพาภรรยากลับมาพักที่บ้าน ให้คนคอยคุ้มกันอย่างเงียบและสไนเปอร์คอยดูคนที่แปลกปลอมเข้ามา โดยมีมาลัยรับหน้าที่ดูแลหญิงสาว นาราไม่นึกว่าแค่ไปโรงพยาบาลเพื่อธุระส่วนตัวของโรงเรียนจะได้รู้ว่าตั้งครรภ์

“ดีใจจังเลยนะคะ ไร่เรากำลังจะมีข่าวดี” มาลัยเอ่ยขึ้นทำเอาหญิงสาวเผลอยกมือลูบท้องตัวเองเบาๆ

“นั่นสิคะแต่ว่าป้ามาลัยห้ามบอกใครนะคะ ให้รู้กันแค่เรา ว่าแต่พี่เสือไปไหนคะ”

“อ๋อ นายออกไปข้างนอกน่ะค่ะ เดี๋ยวก็คงมา”

“เขาต้องออกไปตามหาน้องชายของเขาแน่ๆเลย”

“เชื่อเถอะนะคะว่านายต้องรอด ตั้งแต่อยู่กับนายมาป้ายังไม่เคยเห็นนายบาดเจ็บเลยค่ะ ขนาดเป็นไข้ยังไม่เคยเห็นเลย”  มาลัยเล่าเป็นตุเป็นตะทำให้หญิงสาวยิ้มขึ้นมาบ้างแต่ยังไงเธอก็ยังกังวลถึงสามีอยู่ดี พยัคฆ์ต้องจัดการเสี่ยเล้งตามที่รับปากวีรกิจไว้ เธอรู้ทุกอย่างหมดแล้วจากปากของเสี่ยชาญชัย มันทำให้เธอรู้ว่าชีวิตของเขาแต่แรกก็ไม่ได้มีกลีบกุหลายโรยไว้ตรงหน้าให้เขาเยียบไป จะมีก็แต่ก้อนหิน ก้อนกรวดที่แสนจะขรุขระโรยไว้บนพื้นเท่านั้น




แสงกลับมาเชียงรายทันพอดีกับเรื่องของผู้กองภาสกรและพี่ชายหายตัวไป เขาจึงนำทางเสี่ยชาญชัยและวีรกิจเข้ามายังบ้านลับๆอีกหลังของพยัคฆ์โดยมีนายของเขายืนดูแผนที่อยู่ก่อนแล้ว

“นายครับ” แสงเอ่ยเรียกนายทันทีที่เข้ามาก่อนจะผายมือคนทั้งสองไปนั่งบนโซฟาตัวใหญ่

“บอกพวกมันให้เอาน้ำมาเสิร์ฟ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ

“ครับนาย”

เมื่อแสงออกไปแล้ว พยัคฆ์จึงหันมาสนใจชายวัยกลางคนทั้งสองที่นั่งนิ่งรอเขาพูด พยัคฆ์หยิบกล่องบางอย่างมาวางไว้บนโต๊ะของวีรกิจ

“นี่อะไร” ผู้เป็นพ่อถามขึ้นด้วยความสงสัย

“คุณต้องเก็บไว้ยิงคนบางคน เก็บไว้เถอะ” เขาว่า เสี่ยชายชัยละจากขนมห่อละยี่สิบบาทและเอื้อมมือไปเปิดกล่องดู

“กระสุนปืน” เสี่ยร่างอ้วนเบิกตากว้างด้วยความตกใจพร้อมกับหยิบกระสุนสีเงินที่ดูยังไงก็เหมือนถูกทำขึ้นมาโดยเฉพาะโดยข้างในเป็นอะโครไนต์ ยาพิษขนานแท้

“เงินแท้” วีรกิจต่อให้เมื่อสายตาจับจ้องไปยังกระสุน

“ทำไมลื้อต้องลงทุนขนาดนี้เพื่อแค่จะฆ่ามันเนี่ยนะ” เสี่ยชาญชัยเงยหน้ามองร่างสูงที่ยืนหน้าเครียด

“ไม่ใช่แค่เอาไว้ใช้กับมันแต่เอาไว้ใช้กับผมด้วย เอาไว้เผื่อน่ะ”

“หมายความว่ายังไง” วีรกิจถามสวนกลับทันควัน การที่พยัคฆ์ออกปากมาแบบนั้นก็แปลว่าเขาพร้อมจะยอมตายทุกเมื่อ

“พรุ่งนี้จะเป็นวันที่มันนัดผมไว้ เราจะแยกกันไปรอให้ผมส่งสัญญาณกลับมาแล้วคุณค่อยไปสมทบ เรื่องนี้ผมกับคนของผมจะจัดการเอง”

“แต่สองคนที่อยู่ที่นั่นก็ลูกฉันเหมือนกัน”

“ไม่ต้องห่วงกลัวว่าพวกมันจะตายหรอก ผมไม่ปล่อยให้ใครตายหรอกน่า” พยัคฆ์เผลอขึ้นเสียงจนทั้งสองสะดุ้งเบาๆ

“ขอบใจมากนะ เอ่อ พ่อมีเรื่องอยากจะคุยด้วย” วีรกิจตะกุกตะกักพยายามเอ่ยปากอย่างยากลำบาก

“ผมว่าตอนนี้ไม่ควรที่จะมีเรื่องอะไรมากวนใจทั้งนั้น ผมอยากโฟกัสกับเรื่องนี้ก่อน ไอ้แสง!!” เขาไม่สนใจจะพูดคุยด้วยแม้แต่น้อยและตะโกนเรียกลูกน้องของตนเสียงดัง

“ครับนาย” แสงรีบก้าวพรวดเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“มึงเอาอันนี้ไป” ชายหนุ่มถามเสียงเข้มพลางเดินเข้าไปหยิบกระเป๋ายาวบางอย่างออกมาก่อนจะเปิดมันออกแล้วเป็นปืนสไนเปอร์ไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติรุ่นเยี่ยมกระบอกใหม่ล่าสุดจากแดนหมีขาวบรรจุอยู่ข้างในส่งให้แสง วีรกิจและเสี่ยชาญชัยเบิกตากว้างอ้าปากค้าง

“เอ่อ อันนี้นายให้ผมทำไมครับ” แสงขมวดคิ้วเบาๆเมื่อได้รับปืนกระบอกเยี่ยม

“กูเอาไว้ให้มึง เล็งไกลสักเจ็ดสิบเมตร ขึ้นไปคอยสนับสนุนกู กูรู้มึงชำนาญ”

“แต่นาย วัดร้างยังไงก็เป็นวัดนะนาย” มือซ้ายคนสนิทขัดขึ้น

“ไม่ใช่วัดร้างหรอก ตรงนั้นมันใกล้บ้านคนเกินไปเลยเข้าป่าไปอีกห้ากิโลจะมีโกดังร้าง กูจำได้ว่าเคยส่งของทางนั้นแล้วปะทะกับไอ้เสี่ยเล้งแล้ว..” พยัคฆ์ชะงักไปทันที เขาอยากจะบอกว่าตรงนั้นมันมีลักษณะโล่งเตียนโดยมีป่าล้อมรอบเป็นวงกลมกว้างพอสมควร เหมาะที่จะอาบแสงจันทร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“แล้วอะไรครับนาย”

“ช่างเถอะ พรุ่งนี้มึงไปแถวๆนั้นแล้วตั้งปืนไว้รอเอากระสุนเงินเติมปืน 9 มม.ไว้ป้องกันตัว” ไม่พอแค่นั้นพยัคฆ์ยังส่งกระสุนเงินให้ลูกน้องหนุ่มเพิ่มไปด้วยเพราะรู้ว่าหากใกล้เกินไปเอริคจะจับกลิ่นได้แน่นอน

“ทำไมจะต้องยุ่งยากไปไกลขนาดนั้น ส่งลูกน้องเข้าไปเด็ดหัวพวกมันแล้วพาคนออกมาไม่ได้กว่าหรือไง” วีรกิจใจร้อนพลางบอกถึงความคิดเห็นตัวเอง “แล้วมันต้องการอะไรจากเรากันแน่”

“มันไม่ได้ต้องการอะไรจากพวกคุณหรอก ที่มันต้องการคือผมต่างหาก” พยัคฆ์กล่าวแค่นั้นก็เดินออกไปยังคลังแสงเก็บอาวุธของเขาทิ้งให้ชายวัยกลางคนทั้งสองนั่งรออยู่ในห้องอย่างร้อนใจ




วันรุ่งขึ้นมาเยือนซึ่งเหล่าผู้ชายทั้งหลายรู้ดีว่าวันนี้เป็นวันคืนพระจันทร์เต็มดวง แสงได้ล่วงหน้าไปจองพื้นที่เหมาะๆไว้เรียบร้อยแล้วโดยพยัคฆ์ยังคงง่วนอยู่กับปืนไรเฟิลจู่โจมประจำกายของตนที่เขาชื่นชอบ

วีรกิจถือวิสาสะเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า

“แกไหวหรือเปล่า ที่ผ่านมาพ่อทำแกลำบากมากไหม”

ใบหน้าเย็นชาเหลือบมองผู้เป็นพ่อเล็กน้อย เขายังคงเงียบและไม่ตอบอะไร พยัคฆ์ไม่ใช่คนพูดมาก เขาจะไม่รำพึงรำพันใดๆให้มากความทั้งสิ้น เขาเพียงนั่งนิ่งอยู่เช่นนั้นแต่แววตาข้างในกลับดูเจ็บปวดเหลือเกิน

“ผมเลิกสนใจอดีตแล้ว”

“แกจะให้พ่อทำอะไรก็ได้ให้แกยอมรับในตัวพ่ออีกครั้ง”

“คุณไม่ต้องทำอะไรหรอก ผมไม่ได้โกรธคุณ ทุกวันนี้ผมก็มีความสุขดี” พยัคฆ์เลือกจะยืนขึ้นเต็มความสูงและเดินหนีไปโดยมีวีรกิจที่ยืนสำนึกผิดไม่ขยับไปไหน แค่มองตาก็รู้ว่าลูกชายคนนี้ผ่านเรื่องเลวร้ายมามากมายอย่างนับไม่ถ้วน แม้ปากบอกไม่โกรธแต่เชื่อเถอะว่าใจของพยัคฆ์ยังคงเกลียดเขาอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง




นาราเดินไปเดินมาในบ้านอย่างเบื่อหน่าย เธอถูกกำชับอย่างหนักจากสามีว่าให้อยู่แต่ในบ้านไม่ให้ออกไปไหนในวันสองวันนี้ เธอถอนหายใจอย่างต่อเนื่องจนมาลัยแทบจะปวดหัวแทน

“คุณนาขาหยุดเดินสักครู่เถอะคะ ป้าปวดหัวไปหมดแล้ว”

“ขอโทษค่ะ นาเบื่อนี่คะ พี่เสือก็หายไปตั้งคืนนึงแล้ว นากลัวว่าเขาจะเป็นอันตราย” ในที่สุดนาราก็นั่งลงบนโซฟาและบ่นเป็นห่วงพยัคฆ์จนกระวนกระวายไปหมดไหนจะลูกที่อยู่ในท้องอีก

“อย่าห่วงเลยนะคะ เดี๋ยวนายก็กลับมา”

“ภาวนาให้เป็นแบบนั้นค่ะ” จู่ๆหญิงสาวก็ลุกเดินขึ้นไปบนห้องทำงานของสามี เธอเดินเข้าไปดูกล่องที่พยัคฆ์เคยยืนดู ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเธอจึงค่อยๆเอื้อมมือไปเปิดเบาด้วยความตื่นเต้นแต่พอจับกล่องก็เกิดลังเล

“เปิดหรือไม่เปิดดีเนี่ย” ใบหน้าหวานมีแววลังเล นาราเข้าใจแล้วว่าทำไมตัวละครในหนังผีมันอยากรู้อยากเห็นจนหน้าหมั่นไส้ ตอนนี้เธอเข้าใจอารมณ์นั้นทันที

ขอแค่ได้เห็นสักนิด แค่นิดเดียวก็พอแล้วแค่นั้น

“เปิดก็เปิด” ว่าแล้วเธอก็ตัดสินใจเปิดกล่องออกดู เมื่อเปิดออกมาเธอก็พบกับมีดเงินแต่ชุบอะไรบางอย่างจนเป็นสีดำมะเมื่อมและถูกลับจนแหลมคม ทำเอาเธอไม่กล้าจะไปแตะส่วนคมของมีดเลยแม้แต่น้อย ทันใดนั้นนาราก็สังเกตเห็นกระดาษโน้ตเล็กๆอยู่ข้างในเธอจึงวางมีดลงและคลี่ออกเพื่ออ่านอย่างรวดเร็ว

เก็บไว้กับตัวเอาไว้ป้องกันตัวให้ดี รักษาตัวเองกับลูกให้ปลอดภัย รอพี่กลับมานะครับ

รักที่สุด

พยัคฆ์

“พี่เสือ” นารายกจดหมายขึ้นแนบอกน้ำตาคลอ เขาออกไปเสี่ยงตายอีกแล้ว ทำไมทุกอย่างต้องมาเกิดเรื่องตอนที่เธอและเขารักกันด้วย สวรรค์คงเห็นว่าทั้งสองไม่ควรจะได้สมหวังกันใช่หรือไม่ ไม่ว่าทำอะไรก็ต้องติดขัดมีอุปสรรคให้เต็มไปหมด

“คุณนา” เสียงเรียกของมาลัยเรียกสติของเธอคืนอย่างรวดเร็ว มือบางนุ่มเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆก่อนจะหันมาหาแม่บ้านประจำตัว

“คะ มีอะไรคะ” มาลัยมองตาแดงๆที่ผ่านการร้องไห้นั้นอย่างสงสารในใจ นี่แหละหนาคนท้อง ทำอะไรเห็นอะไรก็คิดมากไปหมดพาลจะร้องไห้ได้ตลอด

“มาทำอะไรตรงนี้คะ อาหารพร้อมแล้วนะ”

“ค่ะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้” เธอวางจดหมายลงในกล่องและปิดไว้เช่นเดิมและเดินลงไปตามมาลัยโดยหันมามองโต๊ะทำงานที่เคยมีชายหนุ่มนั่งทำงานอยู่ประจำ




พยัคฆ์นั่งมองรูปถ่ายของคนตัวเล็กที่รักของเขาอยู่คนเดียวอย่างคิดถึง จู่ๆก็คิดถึงเรื่องอดีตของตนขึ้นมาจนกระทั่งพบหญิงสาว เขาช่างเห็นแก่ตัวแม้ว่าจะไม่ได้ทำการค้าขายอาวุธสงครามอีกแต่กับการเข่นฆ่าคน เขาก็เลิกให้ภรรยาไม่ได้เสียที รางวัลสามียอดแย่คงอยู่ไม่ไกล

“คิดอารายอยู่อาเสือ” เสี่ยชาญชัยเดินเข้ามาพร้อมกับขนมขบเคี้ยวห่อละห้าบาทพลางก้าวมานั่งตรงข้ามชายหนุ่มผู้เห็นเป็นเหมือนหลานชาย

“เปล่าครับ เอ่อ เสี่ย”

“มีอะไรเหยอ”

“ผมอยากรู้ว่าแม่เคยคิดถึงผมไหมครับเสี่ย” พยัคฆ์ถามพลางจ้องหน้าคนร่างอ้วนด้วยแววตาเจ็บปวด

“อั๊วว่าจบเรื่องแล้วลื้อน่าจะหาเวลาไปไหว้อีนะ อั๊วว่าลื้อคงคิดถึงอีไม่น้อย”

“ครับ ถึงจะดีจะชั่วยังไงก็แม่ แค่ไม่ปล่อยผมลงข้างถนนก็พอแล้ว” เขาแค่นหัวเราะเบาๆเมื่อนึกถึงอดีตที่ผ่านมา ทำเอาเสี่ยชาญชัยแทบปาดน้ำตาเพราะเขาอยู่ในเหตุการณ์วันที่เด็กหนุ่มถูกส่งให้ไปอยู่วัด

“อีคงจะดีใจ ลื้อคงจะคิดว่าอีไม่รักลื้อแต่ว่าลึกๆแล้วอีรักนะ อั๊วเคยเห็นอีแอบเอาเสื้อของลื้อกอดไว้แล้วก็แอบร้องไห้เวลาอยู่คนเดียวเสียดายถ้าอาวิมลพรรณยังอยู่ ลื้อคงจะมีโอกาสได้ไปกอดอี ว้าขนมอั๊วหมดแล้ว” มือป้อมๆตบบ่าร่างสูงเบาๆและลุกเดินออกไปทิ้งให้พยัคฆ์นั่งใช้ความคิดอยู่คนเดียวอีกครั้งก่อนเสียงนาฬิกาจะปลุกเขาจากภวังค์ เพื่อบอกเขาว่าถึงเวลาแล้ว



TBC

​จิบอกว่าใกล้ได้อำลาพี่เสือแล้วนะคะ อีกไม่กี่ตอน มีอะไรก็ติชมกันมาได้เลย ไรท์เองยังเป็นมือใหม่จะได้เอาไปพัฒนาเรื่องต่อๆไปให้ดียิ่งขึ้น รักทุกคนค่ะ แฮชแท็ก #ด่าได้แต่อย่าแรงไรท์เจ็บ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว