ยินดีต้อนรับทุกคนค่ะ เรื่องท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ายอมแล้ว เปิดให้อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ ฉบับนี้เป็นฉบับรีไรท์แล้วนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจจริง ๆ

นางฟ้าน้อยของฉินอ๋อง (1)

ชื่อตอน : นางฟ้าน้อยของฉินอ๋อง (1)

คำค้น : ท่านอ๋อง, จีน, จีนโบราณ, ฟิน, จิกหมอน, NC, พระเอกงานดี, รักเมีย, หลงเมีย

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ต.ค. 2561 01:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
นางฟ้าน้อยของฉินอ๋อง (1)
แบบอักษร

มู่เลี่ยงหรงกับถางซือเซียนขึ้นรถม้าออกจากวังหลวงผ่านมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว ฉินอ๋องยังคงโอบกอดสตรีร่างบางเอาไว้ เขาซบหน้าลงบนไหล่ของนางอย่างคุ้นเคย

“อืม รู้สึกดีขึ้นจริง ๆ เซียนเอ๋อร์เจ้ายิ่งเติบโตกลิ่นกายของเจ้าก็หอมหวนมากขึ้นทุกที” เขาสูดหายใจเบา ๆ แล้วพูดพึมพำ

“จริงหรือ? ไม่อยากให้มันหอมขึ้นเลย”

“ไม่ต้องกังวล ยังคงต้องกอดเจ้าจึงจะได้กลิ่น”

“ซือเซียนไม่อยากเป็นนางปี...” น้ำเสียงของนางสลดลง

“ไม่...เจ้าไม่ใช่ จำเอาไว้เจ้าคือน้องสาวที่น่ารักของข้ากับซือเซินเพียงเท่านั้น” มู่เลี่ยงหรงไม่ยอมให้นางพูดจนจบ

“ท่านพี่เลี่ยงหรง....” นางเรียกเขาด้วยเสียงอันสั่น

“อย่าพูดเช่นนี้อีก เจ้าต้องเลิกคิดถึงวาจาต่ำช้าของนางผู้หญิงร้ายกาจนั่นเสียที” เขาเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย แล้วใช้มือหนึ่งเลื่อนขึ้นไปลูบหัวของนางเบา ๆ

“ก็ได้ซือเซียนจะไม่คิดมากแล้ว” เสียงของนางกลับมาสดใสอีกครั้งหนึ่ง “ว่าแต่ท่านพี่เถิด เหตุใดถึงได้...”

“ถึงได้ลุกขึ้นมาเล่นเพลงหงส์วอนหาคู่เพื่อขอผู้หญิงคนนั้นมาเป็นพระชายาเอก ซ้ำยังโดนนางหักหน้าท่ามกลางผู้คนสินะ”

“เพคะ แต่ซือเซียนไม่ทราบจริง ๆ ว่าพวกท่านมีแผนจะจะขอพระราชทานสมรส เห็นนางจ้องท่านไม่วางตาจึงทำหน้าที่ของตัวเองไป หากผู้อื่นรู้คงไม่ทำให้ท่านพี่เสื่อมเสีย”

“อย่าคิดมาก ข้ามากภรรยาจริง ต่อให้นางไม่รู้จากปากเจ้าก็ต้องรู้จากผู้อื่นอยู่วันยังค่ำ”

มู่เลี่ยงหรงรู้สึกสงบขึ้นแล้วจึงคลายอ้อมแขนออกจากสาวน้อยตัวหอม อารมณ์ที่สับสนปนเปที่อัดแน่นในหัวใจเหมือนได้รับการเยียวยา สมองโล่งปรอดโปร่งดั่งท้องฟ้ายามราตรีที่ไร้เมฆา ด้วยรู้สึกว่าตนยังมึนเมาอยู่เล็กน้อยจึงทำการเดินลมปราณเพื่อขับพิษสุรา กระแสพลังแล่นลามไปทั่วสรรพางค์กายทำให้เหงื่อกาฬพลันไหลพรากออกมาจากร่างแกร่ง กลิ่นหอมหวนของบัวมังกรเหินแผ่กระจายไปทั่วรถม้า

เมื่อความเมามายถูกกำจัดจนสิ้นแล้ว มู่เลี่ยงหรงจึงค่อย ๆ กลับมาพิจารณาเรื่องที่เกิดขึ้น เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่อัครเสนาบดีไม่บอกอะไรกับน้องสาวสักนิด นางถึงได้ทำหน้าที่โล่กันสตรีกับผู้หญิงที่เขาต้องขอแต่งงาน

“ซือเซินส่งเจ้าไปนั่งตรงนั้น โดยไม่บอกอะไรเลยหรือ?”

“ท่านพี่เพียงกำชับให้ดูแลนาง และชวนพูดคุย”

“เจ้าเลยบอกว่าข้าชอบเจ้าสินะ”

“เพคะ...ก็นางมองท่านไม่วางตา จึงต้องตัดไฟแต่ต้นล้ม”

“ดูท่าจะทำหน้าที่โล่กันสตรีอย่างดีเยี่ยม”

“ก็จะได้จบไปตั้งแต่แรกเห็น นางไม่ได้อยู่เมืองหลวงทางที่ดีก็เล่าข่าวลือเรื่องฉินอ๋องเป็นคนเจ้าชู้มากภรรยา ผู้อื่นไม่รู้นี่ว่าท่านพี่จะพึงใจนาง บุตรสาวแม่ทัพใหญ่จะรู้สึกแย่ก็ไม่แปลกเลย”

“ไม่หรอกต่อให้เจ้าไม่พูดเช่นนั้นนางก็ทำแบบเดิมอยู่ดี” ใบหน้าราวพานอันของเยี่ยนจิ้นหลิงลอยเข้ามาในห้วงคิด เขารู้สึกอยากจะสับร่างนั้นให้แหลกคามือ “อีกอย่างข้าเป็นบุรุษครั้นจะมีสามภรรยาสี่อนุนางมีสิทธิ์ไม่พอใจได้ด้วยหรือ?”

“ซือเซียนไม่เข้าใจเหตุใดท่านพี่จึงมองนางในแง่ลบ ถ้ามองในมุมของสตรีเป็นไปได้ที่คุณหนูเยี่ยนจะหวั่นใจ เพราะหากท่านพี่โปรดปรานสตรีอื่นฐานะหวางเฟยของนางย่อมไม่มั่นคง อาจจะต้องการประวิงเวลาเพื่อตั้งหลักกระมัง”

“ข้าให้นางเป็นใหญ่กว่าทุกคน นั่นยังไม่เพียงพออีกหรือ?”

“อาจจะไม่ใช่เหตุผลนี้เพียงอย่างเดียว บางทีเรื่องชะตานางอาจจะเป็นความจริง”

“เชื่อข้าเถิดเซียนเอ๋อร์ ทุกอย่างเป็นแผนฉีกหน้าข้า”

“แปลกเสียจริงปกติท่านพี่จะละเอียดรอบคอบแล้วไยครานี้ทำตนผิดวิสัยนัก ยังไม่ทันได้ตรวจสอบก็มั่นอกมั่นใจ ซือเซียนไม่เชื่อว่าท่านกุนซือจะหาญกล้าหลอกลวงเบื้องสูง”

มู่เลี่ยงหรงนั่งนิ่งไม่ไหวติงทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด นิ้วเรียวกระทบลงบนเบาะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

ถางซือเซียนเห็นเช่นนั้นก็นั่งรออย่างใจเย็น ยอมรับว่านางรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่ฉินอ๋องเสียการควบคุมถึงเพียงนี้ เห็นทีคุณหนูเยี่ยนจะทำให้ภูเขาน้ำแข็งละลายเสียแล้วกระมัง

ท่านอ๋องหนุ่มถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ผินหน้าไปมองดรุณีน้อยข้างกายที่บัดนี้ยิ้มพรายน่ารักอย่างยิ่ง มือคร้ามลูบลงบนผมสีดำสนิทอย่างเอ็นดู

“ดูเหมือนเจ้ากำลังจะบอกกับข้าว่าคุณหนูเยี่ยนไม่ใช่ไม่เต็มใจ แต่เหตุผลของนางฟังขึ้น ข้าควรลดโทสะแล้วไปสืบความเสียก่อนสินะ”

“อย่างนี้สิถึงจะสมเป็นฉินอ๋องผู้รอบคอบ”

“ทั้งที่เยี่ยนเยว่ฉีกล้าฉีกหน้าของข้าต่อธารกำนัล แล้วเหตุใดเจ้าจึงคิดว่านางไม่ได้หาทางหลบเลี่ยงการแต่งงานเล่า?”

“นางมองท่านพี่ด้วยแววตาอันลึกซึ้ง ใบหน้าพลันแดงระเรื่อเพียงแค่ท่านปรายสายตามาเพียงชั่วขณะเดียว ซือเซียนเห็นทั้งหมดนี้จึงตัดสินใจทำหน้าที่อย่างไรเล่า”

“เจ้าคิดว่านางชอบข้าจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?”

“เพคะ เป็นสตรีด้วยกันย่อมมองออก”

“เช่นนั้นนางยิ่งต้องรีบคว้าโอกาสสิ มาอยู่ข้างกายแล้วทำให้ข้าโปรดปรานกว่าสตรีอื่น แต่กลับประวิงเวลาออกไป ช่างไม่ฉลาดเอาเสียเลย”

“แต่เท่าที่ดูนางฉลาดมากทีเดียว” ถางซือเซียนหัวเราะเสียงใสกังวาน ลักยิ้มบนแก้มทำให้นางดูน่ารัก ยิ่งมองก็ยิ่งเจริญหูเจริญตา ด้วยเหตุนี้มู่เลี่ยงหรงจึงชอบอยู่ใกล้นาง ไม่ว่าจะเรื่องจะน่าหงุดหงิดเพียงใด กลิ่นจรุงจิตแสนวิเศษจะช่วยให้เขาสงบลงได้ แต่ในความเป็นจริงความร่าเริงสดใสของนางก็เพียงพอให้เขาเก็บกระบี่เข้าฝักแล้ว

“หือ...ตรงไหนกัน?”

“ตรงที่ล่วงเกินท่านถึงเพียงนี้...แต่นางก็ยังมีชีวิตอยู่ มิหนำซ้ำท่านพี่ก็ยังคงต้องการแต่งงานกับนาง”

“ข้ามีเมตตาก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ?”

“ขอถามว่าถ้าเป็นคุณหนูจวนอื่นท่านจะละเว้นหรือไม่? ท่านจะยังต้องการแต่งพวกนางเข้าจวนอยู่หรือเปล่า?”

“...” มู่เลี่ยงหรงคิ้วกระตุก รู้สึกเหมือนทำความผิดแล้วถูกจับได้

ฉินอ๋องยอมรับว่าที่ถางซือเซียนพูดมาก็มีส่วนจริง เขารู้สึกกับเยี่ยนเยว่ฉีแตกต่างออกไป ตนไม่ได้โกรธบุตรสาวท่านแม่ทัพใหญ่จริง ๆ แต่กำลังมีความรู้สึกคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในวัยเยาว์ จำได้ว่าว่าวอันโปรดของเขาขาดแล้วลอยหายไปไกล ยามนั้นเขาทั้งผิดหวังระคนเสียดายจนเศร้าซึมเป็นวัน ๆ ถึงแม้ขันทีคนสนิทจะทำของเล่นอันใหม่ให้ แต่ในห้วงคำนึงก็ยังคงคิดถึงว่าวตัวนั้นอยู่ดี หลังจากนั้นท่านอ๋องน้อยก็ไม่แตะต้องว่าวตัวใดอีกเลย

“น่าสนใจ น่าสนใจ” มู่เลี่ยงหรงกลั้วหัวเราะ “สมเป็นนางฟ้าน้อยของข้า”

“ท่านพี่เลี่ยงหรงจะจัดการความผิดพลาดนี้อย่างไร?”

“ไม่เห็นต้องทำสิ่งใด”

“เอะ...ก็ท่านพี่ชอบนางไม่ใช่หรือ?”

“นั่นก็จริง ข้าไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับใครมาก่อน”

“แล้วจะไม่ทำถึง…โอ๊ย! ซือเซียนไม่เข้าใจพวกท่านจริง ๆ ทั้งที่ต่างก็พึงใจกันและกัน คนหนึ่งขอเลื่อนพิธี อีกคนหนึ่งก็ทำเป็นวางเฉย แล้วชาตินี้จะได้แต่งงานกันไหมเล่า?”

“ได้สิ นางเป็นคู่หมั้นของข้าแล้ว ช้าเร็วนางก็ต้องเป็นของข้า”

“อ่อ...จะบอกว่าท่านไม่รีบ”

“เหตุใดต้องรีบร้อน...”

“ท่านไม่ง้อนางจริงหรือ?”

“ซือเซียนเจ้าก็รู้ดีว่าข้าไม่เคยง้องอนสตรี หากนางงี่เง่านักก็ปล่อยให้แห้งตายคาจวนกั๋วกงไปเถิด” มู่เลี่ยงหรงยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม แต่นัยน์ตาเข้มลึกกลับเริ่มประกายแสงเจิดจ้า

ท่าทางสบาย ๆ ไม่ยี่หระต่อสิ่งใดนั้นพาให้ดรุณนี้น้อยหงุดหงิด จนต้องลอบตำหนิเขาอย่างลับ ๆ ‘พวกปากไม่ตรงกับใจ’

“หึ! ท่านพี่มีแผนชัด ๆ อย่ามาปดผู้อื่นเสียให้ยาก”

“สมเป็นเจ้า...ช่างรู้ใจยิ่งนัก ในเมื่อคู่หมั้นคนงามต้องการทรมานข้าด้วยการปล่อยให้รอ เช่นนี้เราก็ควรเล่นเป็นเพื่อนกับนางเสียหน่อย ดูสิว่าใครกันแน่ที่จะทานทนไม่ไหวก่อน ช่างท้าทาย น่าสนุกยิ่งนัก”

“เราอย่างนั้นหรือ?” นางผลักเขาออกเล็กน้อยทำท่าจะงอน “ไม่ ซือเซียนจะไม่เปลืองสมองช่วยท่าน”

“เซียนเอ๋อร์เจ้าต้องช่วยข้านะ” มู่เลี่ยงหรงส่งเสียงอ้อนวอนขอความเห็นใจ แต่เขากลับกลั้วหัวเราะจนน่าหมั่นไส้

“ท่านมั่นใจในฝีมือในการล่อลวงสตรีของตัวเองนัก ก็จัดการเองเถิด”

“น่าผิดหวังเสียจริง ใครบางคนบอกจะช่วยจนกว่าข้าจะได้หวางเฟย”

“ก็ได้...ก็ได้ หม่อมฉันยินดีรับใช้” ถางซือเซียนรับคำแล้วกรอกนัยน์ตา


*********************

โปรดติดตามตอนต่อไปเจ้าค่ะ


สรุปถางซือเซียนไม่มีอะไรกับท่านอ๋องนะคะ แต่ทำไมท่านอ๋องต้องกอดต้องหอมน้องด้วย มีเฉลยในพาร์ทหน้าค่ะ 


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว