Twitter-icon

ขอบคุณมากค่่ะ ที่ติดตามเเละสนับสนุนไรท์ สามารถติดตามข่าวาสารการอัพเดตนิยายต่างๆของไรท์ได้ที่ทวิตเตอร์ 🐦@FERN_S1

ชื่อตอน : บทที่3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2561 21:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่3
แบบอักษร

บทที่3

 "เกิดอะไรขึ้นหรือ พวกเจ้าจะเสียงดังไปใย" อ๋องเจิ้งในชุดทรงสีดำปักลายมังกรสีเงิน นั่งอยู่บนหลังม้าตัวสีดำตัวใหญ่น่าเกรงขามเอ่ยถามทหารที่ตื่นตกใจกับอะไรบางอย่าง 

"ขออภัยพะยะค่ะท่านอ๋อง พวกทหารที่ออกไปไล่ต้อนสัตว์ อะ เออคือ" ทหารที่เข้ามารายงานเกิดอาการพูดไม่ออก 

"พูดมาเถอะ เรามิว่ากล่าวเจ้าหรอก" อ๋องเจิ้งยิ้มอย่างใจดีบอกทหารที่เข้ามารายงาน 

"คือ พวกทหารเออ..ยิงพลาดไปโดดคนพะย่ะค่ะ" ทหารที่มารายงานรีบก้มคลุกเข่ารับความผิดทันที 

"เจ้าว่าอย่างไรน่ะ  เเล้วคนผู้นั้นเป็นใครกันทำไมถึงได้มาอยู่ในเขตล่าสัตว์ของพระราชวังได้" อ๋องเจิ้งถามทหารอีกครั้ง

 "หม่อมชั้นมิทราบพะย่ะค่ะ ตอนนี้ทหารได้นำตัวไปรักษารอให้เขาได้สติเเละจะทำการสอบสวนทันทีพะย่ะค่ะ" หัวหน้าทหารรายงานเพิ่มเติม 

"เเล้วมีใครไปรายงานฮ่องเต้หรือยัง" อ๋องเจิ้งถาม 

"หม่อมชั้นส่งคนไปรายงานเเล้วพะย่ะค่ะ กำลังรอรับสั่งจากฮ่องเต้" หัวหน้าทหารตอบ 

"อืม เจ้านำเราไปดูคนเจ็บ" อ๋องเจิ้งเอ่ย ทำไมเขาถึงกังวลกับคนที่ทหารว่านัก ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ 

"เชิญเสด็จพะย่ะค่ะ" ทหารลุกขึ้นและรอให้อ๋องเจิ้งเสด็จนำไป 

'  เจ้ารู้หรือป่าวคนที่บาดเจ็บเขาว่าเป็นคนประหลาดนัก การเเต่งกายก็ผิดแปลกจากเรา หน้าตาผิวพรรณช่างคล้ายสตรีนัก ไหนจะผมทรงที่หน้าขันนัก ' 

ระหว่างทางที่อ๋องเจิ้งเสด็จอ๋องเจิ้งได้ยินทหารคุยถึงเรื่องของคนเจ็บตลอดทาง 

'ข้าหวังว่าจะมิใช่เจ้า' อ๋องเจิ้งคิดเพราะสิ่งที่ทหารพูดมานั้นช่างตรงกับคนที่ท่านอ๋องจดจำได้ ไม่รอช้าอ๋องเจิ้งรีบก้าวไปข้างหน้าจุดหมายหรือกระโจมหมอหลวงเเละไม่ช้าก็ถึง อ๋องเจิ้งรีบเดินเข้าไปอย่างเร่งรีบทำให้องค์รักษ์คนสนิทที่ติดตามอยู่นึกแปลกใจเพราะอ๋องเจิ้งดูกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็น

 "เออ ถวายบังคมพะย่ะค่ะท่านอ๋อง" หมอหลวงที่เห็นว่าอ๋องเจิ้งเสด็จมาจึงรีบทำความเคารพ 

"ไม่ต้องมากพิธี ลุกขึ้นเถอะ" อ๋องเจิ้งกล่าวกับหมอหลวง เเต่สายตากลับมองหาคนเจ็บที่หัวหน้าทหารหลายราย  อ๋องเจิ้งเเทบลืมหายใจเมื่อเห็นร่างบางของใครบางคนนอนอยู่ที่เตียงที่หน้าท้องมีผ้าพันแผลพันอยู่ หน้าเรียวหวานที่ตนแสนคุ้นเคยในความฝันขาวซีดไปเสียหมด อ๋องเจิ้งก้าวเข้าไปหาร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงช้าๆเพื่อมองให้เเน่ใจ  ตอนนี้อ๋องเจิ้งไม่สนใจใครทั้งสิ้นทรงนั่งลงข้างคนเจ็บก่อนจะขว้าร่างบางที่นอนอยู่ขึ้นมากอด  ท่ามกลางความตกใจของหมอหลวงเเละองครักษ์คนสนิท

 'เจอเเล้ว ข้าเจอเจ้าแล้วยอดดวงใจของข้า ' ร่างสูงของอ๋องเจิ้งสั่นด้วยความตื่นเต้นและดีใจ 

 นึกย้อนกลับไปเมื่อวานมีรับสั่งจากฮ่องเต้ว่าวันนี้จะมีการล่าสัตว์ส่วนพระองค์จึงเชิญให้อ๋องเจิ้งไปร่วมด้วย ตอนเเรกท่านอ๋องเจิ้งจะปฏิเสธแต่เพราะเกิดมีความรู้สึกว่าตนจะต้องไปร่วมล่าสัตว์ครั้งนี้เสียให้ได้ถ้าไม่ไปอาจเสียใจตลอดชีวิต และก็เป็นอย่างนั้นถ้าตนปฏิเสธฮ่องเต้ไม่เข้าร่วม อาจจะไม่ได้เจอคนที่ตนตามหามาตลอดชีวิตก็ได้ ต้องขอบคุณสวรรค์ที่ให้ตนเจอร่างบางที่นอนอยู่ หวังว่าสวรรค์จะไม่ใจร้ายทำให้ร่างบางหายไปต่อหน้าต่อตาตนอีก 

....... 

 บนเตียงไม้สักทองขนาดใหญ่ภายในตำหนักของอ๋องเจิ้งแต่คนที่นอนอยู่ กับไม่ใช่ท่านอ๋องแต่เป็นร่างบางของคนเจ็บที่นอนอยู่โดยมีเจ้าของตำหนักนั่งเฝ้าอยู่ข้างกายไม่ห่าง

 "อือ" ร่างบางที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงเริ่มขยับ 

"ใครก็ได้ไปหมอหลวงมาที" อ๋องเจิ้งที่เห็นว่าจิ๋วเริ่มฟื้นก็สั่งให้คนไปตามหมอหลวงทันที 

"โอ้ย เจ็บสัสอะไรว่ะเนี่ย" จิ๋วฟื้นสติก็จะลุกขึ้นแต่รู้สึกเจ็บที่ท้องเลยสถบออกมา 

"เจ้าอย่าเพิ่งขยับเลย รอหมอหลวงก่อนเถอะ" อ๋องเจิ้งบอกร่างบางที่อยู่บนเตียงก่อนจะไปช่วยประคองให้จิ๋วนั่งดีๆ

 " เหี้ยไรว่ะเนี่ย" จิ๋วเพิ่งสังเกตุรอบๆเเละคนตรงหน้าเลยสถบออกมาด้วยความหงุดหงิดและเจ็บที่หน้าท้อง 

"เจ้าเป็นอย่างไรบ้างเจ็บแผลหรือไม่" ด้วยความหวังดีเห็นท่าทางของจิ๋วที่ไม่ค่อยจะดีนักอ๋องเจิ้งเลยถามออกไป เอาเเล้วมึงไอจิ๋ว อย่าบอกน่ะว่ากูจะย้อนอดีตมาจริงๆแบบที่ไอจันทร์เจ้าว่าหรือมีใครเเกล้งกูหรือป่าวแต่คงไม่ใช่แมร่งเหมือนจริงเกินไปป่ะ ห้องแมร่งคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนแล้วไอนี่อีกใครว่ะ 

 "มึงเป็นใคร" จู่ๆจิ๋วก็ถามอ๋องเจิ้งที่กำลังดูอาการให้ตนอยู่ 

"เจ้าพูดว่าอย่างไร เราฟังเจ้าไม่เข้าใจ" อ่าว!! ไอเราก็นึกว่าจะฟังออกเหมือนในละครอะไรอย่างนี้ พี่จิ๋วเลยถามเป็นภาษาไทยส่ะดิบดี เเล้วพี่จิ๋วต้องสปิกไชน่าหรอ ได้พี่จิ๋วจัดให้ 

"ผมถามว่าคุณเป็นใคร" จิ๋วถามท่านอ๋องที่กำลังงงกับภาษาที่จิ๋วพูดมาอีกครั้ง 

"เราคืออ๋องสี่ เจิ้งหลวนหยาง" ท่านอ๋องเเนะนำตัว 

"อือๆ ผมชื่อจิรายุเรียกจิ๋วก็ได้" จะว่าไปไอนี่ก็หล่อเหมือนกันน่ะ จะว่าไปเสียงคุ้นมาก แล้วเมื่อกี้บอกว่าเป็นอะไรนะไม่ทันได้ฟัง

 "จิ ราง วุธ ชื่อเจ้าแปลกๆ" ชื่อพี่ไม่แปลกจะแปลกตอนมึงออกเสียงเนี่ยแหละ 

"ไม่ใช่ เอางี่เรียกว่า จิ๋ว สิ" จิ๋วบอกเพราะผมเข้าใจว่าให้คนต่างชาติพูคงไม่ชัด 

"จิว" ท่านอ๋องพยาพยามออกเสียงตาม

 "ไม่ๆ มะ.." จิ๋วยังพูดไม่ท่านจบก็มีเสียงแซกเสียก่อน 

"หมอหลวงมาเเล้วพะย่ะค่ะ" มีผู้ชายคนนึงเข้ามารายงานดูจากการเเต่งตัวหน้าจะเป็นทหารน่ะพี่จิ๋วว่า

 "มาแล้วหรือ เชิญเข้ามาเถอะ" หลวนหลงหันไปบอกกับทหาร เเละทหารคนนั้นก็เดินออกไป เเละก็มีใครไม่รู้เข้ามาเเทน เป็นตาเเก่ใช่ชุดสีเขียวเข้มชุดแบบจีนโบราณเดินเข้ามาก่อนจะก้มตัวทำความเคารพ 

"ข้าน้อยหมอหลวงจางพะยะค่ะ ขอคารวะท่านอ๋องเจิ้ง" หือ อ๋องเจิ้งใครว่ะ ระ..หรือว่า 

"อืม ลุกขึ้นเถอะเราเป็นเเค่ท่านอ๋องอย่ามากพิธีเลย" ใช่จริงด้วย พี่คุยอยู่ตั้งนาน ทำไม่บอกพี่หล่ะว่าเป็นถึงอ๋องอ่ะหรือบอกแล้วว่ะ 

"หามิได้พะย่ะค่ะ ถึงอย่างไรพระองค์กะ.." หมอหลวงพูดยังไม่ทันจบอ๋องเจิ้งก็ตัดบทไปก่อน " เอาหละพอเถอะท่านรีบไปตรวจอาการของจิวเถอะ" เฮ้อ จิวก็จิวว่ะ  หลังจากท่านอ๋องอะไรนั้นให้หมอหลวงมาตรวจอาการผมเเล้ว หมอหลวงบอกว่าผมไม่เป็นอะไรแล้วแต่ระวังแผลเปิดเท่านั้นซึ่งตอนเเรกผมก็งงว่าเเผลอะไรเลยถามท่านอ๋องได้ความว่าผมดันไปอยู่ผิดที่ผิดทางเลยถูกทหารยิงเพราะคิดว่าเป็นสัตว์ป่า  

' หน้ากูดูเหมือนสัตว์ว่างั้น'  

"อั้นอ๋องแอวอี๋อี้อี้ไอน"(ท่านอ๋องเเล้วที่นี้ที่ไหน) ผมหันไปถามท่านอ๋องที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตอนนี้ผมอยู่บนโต๊ะอาหารกับท่านอ๋อง อร่อยว่ะแต่น้อยกว่าของไอฟาน 

"เจ้าควรกินให้อิ่มเสียก่อนแล้วเราค่อยพูดกัน เราเองมีเรื่องอยากถามเจ้าเช่นกัน" อ๋องเจิ้งบอกคนตัวเล็กเล็กที่หยิบนั่นหยิบนี่กินเต็มปากเเถมเลอะเทอะเหมือนเด็กเล็ก แต่เเทนที่ท่านอ๋องจะดุกล่าว กับยิ้มมองอย่างเอ็นดูส่งให้คนตัวเล็กส่ะอย่างนั้น 

"อืม อับ"(อืม ครับ) จิ๋วพยักหงึกๆเข้าใจเเต่มือยังหยิบอาหารใส่ปากไม่หยุด  จิ๋วกินไปยิ้มไปอย่างมีความสุข จนกระทั้ง แก๊ก! 

"อ้าาา~ อร่อยอ่ะเสียดายอ่ะอิ่มก่อน" ในที่สุดถ้วยข้าวของจิ๋วก็ว่างลง ท่ามกลางสายตาอึ้งๆของสองนางกำนัล เพราะอาหารที่จิ๋วเพิ่งกินไปนั้นเยอะมากถ้าเทียบกับจำนวนคนก็เท่ากับอาหารของคน5คนเลยทีเดียว อ๋องเจิ้งเองก็มองอย่างตกใจเช่นกัน ใครจะคิดกันว่าตัวเล็กเเค่นี้แต่กินมากเหลือเกิน 

"ตัวเจ้าเล็กเสียเเค่นี้เหตุใดเจ้าถึงกินเยอะขนาดนี้ เอาไปเก็บไว้ไหนกัน" อ๋องเจิ้งถามคนตรงหน้าที่ยังยิ้มหวานไม่หุบ ท่านอ๋องมองก็อดยิ้มตามด้วยไม่ได้

 "ก็คนมันหิวนี่ ผมไม่ได้กินอะไรตั้งเเต่เมื่อวานเเล้ว" จิ๋วบอกเเต่ปากก็ยังยิ้มอยู่ ท่านอ๋องพยักหน้าเข้าใจก่อนจะทำมือส่งสัญญาณให้นางกำนัลยกจานไปเก็บ 

"อ่ะ จริงสิเดี๋ยวผมลืม นี่ท่านอ๋องที่นี้ที่ไหนหรอ" จิ๋วหุบยิ้มลงเเละถามท่านอ๋องที่นั้งอยู่ตรงหน้า 

"ที่นี้คือเมืองเฟิ่งหลี่เมืองหลวงของจินเจิ้ง" ท่านอ๋องตอบพลางแปลกใจว่าทำไมคนตัวเล็กถึงถามแปลกๆเเต่ก็นึกได้ว่าคนๆนี้น่าจะมาจากต่างถิ่นเพราะดูจากเสื้อผ้า จินเจิ้ง คุ้นๆว่ะคงไม่ใช่หรอกน่ะ 

"ละ..แล้ว วะ..วะ.วันนี้ วันที่เท่าไหร่" จิ๋วถามอย่างตะกุตะกะเพราะลุ้นคำตอบของท่านอ๋อง หน้าขาวอมชมพูเริ่มซีดลงเพราะเกร่งไปหมด 

"ปีเจิ้งที่46 เดือน3 เจ้าถามทำไมหรือ" 

(การนับปีของเรื่องนี้คือการนับตามปีที่ราชวงค์นั้นครองราชเช่นราชวงค์เจิ้งครองราชมา46ปีก็นับตามนั้นเเต่ถ้ามีราชวงค์อื่นที่ไม่ใช่ราชวงค์เจิ้งก็จะนับเป็น1ใหม่)

อ๋องเจิ้งตอบแต่ไม่วายถามเหตุผลเพราะสีหน้าของคนตัวเล็กซีดลงอีก 

"มะ..ไม่มีอะไร" จิ๋วตอบปัด ถึงจะทำใจไว้เเล้วเเต่เอาเข้าจริงไม่ไหวว่ะ ช็อคเหมือนกัน ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกับผมว่ะ เป็นเพราะเเหวนวงนี้หรอ??! จิ๋วก้มมองแหวนหยกขาวที่นิ้ว

 "แล้วเจ้ามาจากที่ใดกันจิว การพูดจาของเจ้าแปลกนัก" วะบอกชื่อจิ๋ว

 "นี่ท่านอ๋องถ้าผมเล่าอะไรไปเเล้วท่านจะหาว่าผมบ้าหรืป่าว" ผมถามออกไปขนาดผมยังคิดว่าตัวเองบ้าเลยแล้วคนอื่นจะเหลืออะไร หลายคนถามว่าทำไมผมถึงเชื่อว่าตัวเองข้ามเวลาง่ายจัง เผื่อคุณลืมผมเพิ่งโดนยิงมาน่ะเจ็บจริงไม่หลอก เเล้วเหตุการ์ณเเปลกที่เกิดขึ้นกับผมอีกไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ 

"บ้า??! คือสิ่งใด เราไม่เข้าใจ" หือ ยุคนี้คำว่าบ้ายังเข้าไม่ถึงอีกหรอ พี่จิ๋วเซง 

"หมายถึงคนเสียสติ ท่านเข้าใจใช่มั้ย" ผมอธิบาย

 "อืม เราเข้าใจเเล้ว เจ้าก็ลองว่ามาเถอะเดี๋ยวเราตัดสินเองว่าเจ้าเสียสติหรือไม่" ท่านอ๋องว่า 

"คืองี้..." เเล้วผมก็เล่าเรื่องที่ผมมาจากอนาคต เเละอุบัติเหตุจนถึงตอนนี้ให้ท่านอ๋องฟัง 

"ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าว่า ครั้งนี้มิใช่ครั้งเเรกที่เจ้ามาหรอก" why? หมายความว่าไงว่ะ ผมว่าผมมาครั้งเเรกน่ะ 

"หมายความว่าไง" จิ๋วถาม 

"เหมือนครึ่งเดือนก่อนเราพบเจ้านอนหมดสติอยู่ที่สวน" ครึ่งเดือนก่อน ครึ่งเดือน คะ..อ๋อจำได้แล้วความจริงหรอว่ะ

 "อืมๆ" จิ๋วพยักหน้าเข้าใจ 

"ว่าเเต่ท่านเชื่อผมหรอ" เออโว้ย มีคนเชื่อง่ายกว่ากูอีก 

"เชื่อสิ เราเชื่อเจ้า" ก็เจ้าเล่นหายไปต่อหน้าต่อตาข้าเลยหนิ ท่านอ๋องบอกอย่างหนักเเน่น 

"อ่ะๆเชื่อก็เชื่อ อย่าว่าหัวเราะผมลับหลังเเล้วกัน อะ..!" จิ๋วพูดจบก็ร้องออกมาสีหน้าไม่ดี ร้อน แหวนร้อนขึ้น 

"เจ้าเป็นอย่าไร เจ็บเเผลหรือ" ท่านอ๋องถามด้วยความเป็นห่วง 

"วะ..แหวน มันร้อนขึ้น" จิ๋วพยามยามบอกท่านอ๋องมือบางก็พยายามดึงเเหวนออกจากนิ้ว เหี้ยอะไรอีกว่ะเนี่ย ออกดิว่ะกูร้อน

 "ไหนให้เราดู" ท่านอ๋องกำลังจับมือจิวขึ้นมาดูเเต่แล้วก็เกิดเเสงสว่างรอบตัวจิ๋ว มันเปล่งเเสงขึ้นเรื่อยจนในที่สุดก็ดับลง ห้องพักของจิ๋วที่เคยว่างเปล่ามาสองวันเเล้วเเต่จู่ๆก็มีแสงสว่างกลางห้อง ร่างเล็กของจิ๋วปรากฏตัวขึ้น เกิดอะไรขึ้น?? จิ๋วมองไปรอบตัวเห็นห้องนอนที่คุ้นเคย

 ก๊อกๆๆๆๆ 

"ไอจิ๋วมึงอยู่ในห้องมั้ย ไอจิ๋วววววว" ห้อง?? จริงสิท่านอ๋อง!!


ความคิดเห็น