ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 ถอดใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ถอดใจ

คำค้น : ฤทัยทอรัก,ญานิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 165

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ม.ค. 2562 15:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ถอดใจ
แบบอักษร

ตอนที่ 3  ถอดใจ

         ความสุขสบายของบุตรขุนน้ำขุนนางนั้นหาได้ง่ายนัก รูปกายเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่ก็งดงามปราณีต แต่ละชุดราคาค่างวดมากกว่าอัฐที่ไพร่สามัญจะมีไว้ในครอบครอง  แม้จะเป็นเพียงลูกเมียรองของขุนนางซึ่งดูแลผลประโยชน์ด้านการค้าขายกับชายต่างชาติ ถึงจะไม่ใช่ลูกสาวคนโปรด แต่เธอมีความหยิ่งทะนง หลงในอำนาจวาสนาของบิดาก็ทำให้หญิงสาวนั้นมีอุปนิสัย แข็งกร้าว เอาแต่ใจตน แม้จะมีอุปนิสัยไม่น่าพิสมัย แต่เธอกลับมีความงามเป็นที่เลื่องลือ แลเป็นที่หมายปองของชายชาตรีที่ได้พบ

          “คุณนลินเจ้าขา คุณท่านเรียกหาเจ้าค่ะ” บ่าวในเรือนเข้ามาเรียนคุณหนูด้วยน้ำเสียงนอบน้อม เต็มไปด้วยความกลัวเกรงในความร้ายกาจของผู้เป็นนาย

         “ข้ายังแต่งตัวไม่เสร็จ ให้ท่านรอไปก่อน” หญิงสาวบอกกลับบ่าวด้วยท่าทีไม่มีความเกรงกลัว หรือเกรงใจบิดาบังเกิดเกล้า

           “จะดีหรือเจ้าคะ ให้ท่านรอ ครั้งก่อน ท่านคาดโทษเอาไว้” บ่าวเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ กลัวทั้งนายสาวที่อยู่ตรงหน้า แลนายท่านผู้เป็นบิดาของนาง

          “เอ็งนี่มันน่านัก กล้าขัดใจข้า เห็นทีต้องลิ้มรสหวายเสียบ้าง จะได้หยุดกำเริบ” แม่หญิงนลินขึ้นเสียงดัง ด้วยไม่ชอบให้บ่าวไพร่มาขัดอารมณ์ แลต่อปากต่อคำ

         “หยุด ไม่ต้องไปพาลบ่าวไพร่มัน ใจคอจะถ่วงเวลาให้พ่อรออีกนานเท่าใด” บิดาของหญิงสาวเดินมาที่หน้าหอนอนของบุตรสาว ทันได้ยินเสียงต่อปากต่อคำด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว ก็เอ่ยขัดขึ้น

          “คุณพ่อ” แม่นลินได้ยินเสียงท่านตวาดมาถึงข้างในห้อง ก็รีบลนลานเดินออกมา สิ้นฤทธิ์เดช ที่ทำใส่บ่าวไพร่ในห้องของตน

          “ออกมาได้เสียที  รู้จักสำนึก ทำตัวให้ดีเสียบ้าง” หลวงคุณบุญส่งเอ่ยกับบุตรสาว

               “คุณพ่อมาถึงที่นี่  มีสิ่งใดให้ลูกได้รับใช้เจ้าคะ”  หญิงสาวไม่ต่อความยาว สาวอารมณ์ของบิดา เอ่ยถามกิจธุระที่ท่านมีต่อตน

         “อันที่จริงก็มิได้อยากมาเหยียบเรือนนี้นักดอก หากหล่อนไม่ไปทำเรื่องงามหน้า ให้คนได้โจทย์เข้าหู ส่งหนีอายมาไกลถึงที่นี่ เพื่อไม่ให้ยุ่งกับมัน ก็ยังทำตัวประหนึ่งหญิงไม่รักดี ทำประเจิดประเจ้อให้คนเห็น เอาไปนินทากันเสียสนุกปากดังไกลถึงพระนคร  ขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย หากยังไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับไอ้ฝรั่งนั่นอีก จะส่งไปอยู่เมืองเหนือกับคุณหญิงบุญศรี แลไม่ต้องกลับลงมาเหยียบพระนครอีก” 

          บิดาบอกกับบุตรสาวจบคำ ก็เดินหุนหันออกไปจากเรือน ทิ้งให้คนที่ถูกดุด่า ยืนกำมือแน่นน้ำตาไหลอาบหน้า ไม่มีเสียงร้องสะอึกสะอื้นใดๆ ออกมา ด้วยเธอนั้นกัดปาก กัดฟัน สกัดกั้นเสียงเอาไว้ ด้วยความเสียใจและคับแค้นใจเป็นที่สุด

        เกิดมาเป็นลูกเมียบ่าว ถูกจิกหัวใช้จากเมียเอกเรือนใหญ่แลลูกๆ ตั้งแต่จำความได้ ครั้นแม่สาย แม่แท้ๆ ของเธอสิ้นบุญลง ก็ต้องระเห็จมาอยู่ที่เรือนของคุณสา เมียรองของคุณพ่อที่ยังไม่มีลูก เวทนารับเอามาชุบเลี้ยง ก็เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ไม่ว่าไปอยู่เรือนไหน อยู่กับใคร คนที่คิดอุปการะก็ตายตามกันไปเกือบหมด จนกระทั่งเรือนสุดท้ายที่ได้มาพึงใบบุญก็คือ คุณหญิงบุญศรี น้องสาวคนเล็กของบิดา ท่านก็เมตตาชุบเลี้ยงไว้จนโตเป็นสาวรุ่น คุณหญิงบุญศรีก็ต้องออกเรือนไปอยู่ไกลถึงเมืองเหนือพร้อมกับท่านเจ้าคุณผู้เป็นสามี

        ครั้นจะติดตามไปด้วยเธอเองก็ไม่อยากไปอยู่ไกลปืนเที่ยง ทำให้แม่นลินต้องขาดที่พึ่งอีกครั้ง โดยหนนี้คุณพ่อคงนึกเวทนา ประกอบกับเริ่มโตเป็นสาว หน้าตาหมดจด ฝีมือการฟ้อนรำก็งดงามเลื่องชื่อ อาจมีประโยชน์กับท่านในการข้างหน้า เลยยกเรือนของคุณหญิงบุญศรีให้อยู่อาศัยต่อ ฝึกสอนช่างฟ้อนในเรือน แลมีบ่าวไว้ใช้สอยในเรือนมิให้ลำบาก แต่ก็ต้องสืบสานวิชาฟ้อนรำของคุณบุญศรีที่ถ่ายทอดเอาไว้ เพื่อรับแขกของบิดายามมีงานฉลอง

       ด้วยความงามอันเลื่องลือ พร้อมทั้งฝีมือการฟ้อนรำที่งดงามอ่อนช้อย ทำให้ชายทั้งหนุ่มแก่ แม้แต่เจ้านายในราชสำนักต่างก็ส่งแม่สื่อเข้ามาเลียบเคียงถามผู้เป็นบิดา ยื่นข้อเสนอขอเธอไปชุบเลี้ยง คุณหลวงท่านก็ไม่ตอบตกลงยกบุตรสาวให้ผู้ใด แต่ก็มีผู้ที่หมายมั่นเอาไว้ว่าจะยกถวายให้เพื่อตอบแทนพระคุณ คือท่านชายพระองค์หนึ่งซึ่งคอยสนับสนุนราชการของท่านมาช้านาน แว่วว่าเร็วๆ นี้คุณพ่ออาจจักมีบุญวาสนาได้ขึ้นเป็นคุณพระกับเขาบ้าง ติดตรงที่แม่นลินไม่ยินยอม ด้วยเธอมีคนรักที่เป็นชายลูกครึ่งต่างชาติ มิได้เจริญในยศศักดิ์ แลเป็นที่รังเกียจแก่ชาวสยามในเพลานี้ หากบุตรผู้มีตระกูลจะออกไปครองเรือนกับฝรั่งตาน้ำข้าวก็จะให้เป็นที่โจษจันท์ว่ากล่าวได้

      หลายวันก่อนนางสังข์บ่าวของแม่นลิน นำจดหมายเข้ามาให้ผู้เป็นนาย ด้วยความกล้าๆ กลัวๆ  แต่ก็ต้องขยับเข้าไปหา เพื่อยื่นจดหมายสำคัญให้ โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

      “อะไรของมึง เอามาให้กูด้วยเหตุใด” แม่นลินเอ่ยถาม ด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

      “ของคุณหลวงเจ้าค่ะ ท่านให้คนเอามาส่งให้ บอกว่าต้องส่งถึงมือแม่หญิง” นางสังข์เอ่ยไป พร้อมกับก้มหน้า มือก็ถือจดหมายไว้ กลัวจนตัวสั่น

     “ก็ส่งมาสิ ชักช้านัก”

    แม่หญิงนลินเห็นว่าบ่าวทำการชักช้าไม่ทันใจ ก็ก้มลงไปกระชากจดหมายในมือขึ้นมา พร้อมกับเปิดอ่าน  พออ่านจบก็ถึงกับกรีดร้อง โวยวายอย่างกับคนเสียสติ  บ่าวที่อยู่ในห้องต่างก็วิ่งหนีออกมากันลนลาน ปล่อยให้ผู้เป็นนายแผลงฤทธิ์เดชอยู่ในห้องตามลำพัง

     “ไม่ กูไม่ยอม เหตุใดต้องบังคับจิตใจกูนัก ไม่ กูไม่ยินยอม” หญิงสาวเอ่ยจบก็กรีดร้องเสียงดัง ในที่สุดคุณพ่อก็บังคับเธอจนได้ อย่างไรท่านก็เห็นเธอเป็นเพียงที่สิ่งของที่มีไว้ตอบแทนพระเดชพระคุณ เป็นเพียงสิ่งของ ไม่มีหัวจิตหัวใจ  มิใช่ลูกสาวของท่าน หญิงสาวร้องไห้ออกมาอย่างสุดเสียง สะอื้นอยู่นาน จนบ่าวที่แอบฟังอยู่เริ่มใจไม่ดีกลัวว่าผู้เป็นนายจะคิดสั้นขึ้นมา

      เมื่อสงบสติอารมณ์ลงได้  หญิงสาวก็เริ่มระลึกถึงความหลัง ความรักของตน

       “คุณพ่อช่างใจดำกับลูกนัก”  

      หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับ กำสร้อยทับทิม ของแทนใจที่ได้รับมาจากคนรักเอาไว้แนบอก  แม้จะสุขสบายกายด้วยข้าวของ เครื่องใช้ เบี้ยอัฐที่ท่านประโคมมอบให้ มีสิ่งเดียวที่มิอาจได้รับคือการยอมรับ ในความรักของเธอแลชายลูกครึ่งตาน้ำข้าว  

     แม่นลินได้พบกับเรือตรีเบญจมินทร์ ครั้งแรกในงานเลี้ยงเรือนท่านเจ้ากรมท่าขวา  ซึ่งคุณพ่อให้เธอนำการแสดงชุดพิเศษไปร่วมแสดงในงานนี้ การแสดงจบลงไปด้วยดี ผู้คนในงานต่างก็ประทับใจในการแสดงนั้น ครั้นเสร็จจากการแสดง หญิงสาวมองไปรอบๆ ลานกว้างเพื่อดูว่าวันนี้มีใครมาร่วมงาน  มองไปเรื่อยๆ ก็เห็นว่ามีแต่คนเดิมๆ ข้าราชการในกรมเดียวกับคุณพ่อ แลท่านชายเกริกฤทธิ์  โอรสของเสด็จในกรมฯ พระองค์หนึ่ง ที่ทรงให้การสนับสนุนราชการคุณพ่ออยู่เสมอ จะว่าไปท่านก็รูปงาม มีสาวๆ มาทอดสะพานถวายท่านกันเกรียว หม่อมเอก หม่อมห้าม ท่านก็มีมาก หากหล่อนต้องการบุญวาสนา ได้เป็นหม่อมของท่าน ก็คงยินยอมตอบรับคำคุณพ่อไปแต่นานแล้ว 

   พิธีการงานรื่นเริงนี้จัดแบบพวกฝรั่ง มีคนมาร่วมมากโดยเฉพาะเชื้อสายตาสีฟ้า ผมสีทอง เดินกันเต็มลาน  หากไม่นับหล่อน แลกลุ่มภรรยาของข้าราชการกรมคุณพ่อ คนเชื้อสายสยามก็มีแต่ข้าราชการ แลขุนนางชั้นผู้ใหญ่เพียงไม่มาก เธอมองบรรยากาศที่อยู่รายรอบตัวด้วยความสนใจ แลไม่ระวัง ทำให้แม่นลินถอยหลังไปชนเข้ากับ ชายตาน้ำข้าวในชุดเครื่องแบบทหารด้วยความไม่ตั้งใจ

     “ขออภัยเจ้าค่ะ” หญิงสาวเอ่ยคำขอโทษขึ้น ตั้งแต่ยังไม่ทันมองคนที่ตนไม่ระวังชนเข้า เมื่อเห็นว่ามิใช่ชนชาวสยาม ก็ยิ่งทำให้เธอร้อนใจขึ้นไปอีก ด้วยไม่สามารถสื่อสารภาษาของพวกตาน้ำข้าวได้คล่องนัก

     “ฉันขอโทษ  ไม่ได้ตั้งใจ แต่คุณคงฟังไม่เข้าใจสินะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้น พร้อมกับพนมมือไหว้ ขออภัย อย่างอ่อนช้อย ชายหนุ่มตรงหน้ารับไหว้ พร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยภาษาสยามชัดเจน

   “ต้องขออภัยที่ไม่ระวัง เดินชนคุณเข้า” เรือตรีเบญจมินทร์เอ่ยขึ้น พร้อมกับชักชวนหญิงสาวพูดคุยกันต่ออีกพักใหญ่ ทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอ แลคล้ายว่าจะตกอยู่ในมนต์สะกดของกันและกัน กว่าจะแยกย้ายจากกันด้วยคุณหลวงบุญส่ง เดินมาตามบุตรสาวกลับเรือนด้วยตนเอง 

    ครั้นกลับมาถึงเรือน ก็มีเรื่องมีราวให้ได้ผิดใจกับบิดา ด้วยว่าเธอสมาคมกับชายแปลกหน้า ที่สำคัญชายผู้นั้นคือชาวต่างศาสนาที่ท่านชังนัก  ด้วยเพลานี้การแต่งงานข้ามเชื้อชาติ ศาสนายังไม่เป็นที่ยอมรับ คุณพ่อจึงหัวเสียกับการที่บุตรสาวทำตัวห่ามเกินหญิง ออกสมาคมกับชายแปลกหน้าให้คนโจษเอาได้ แม้ว่างานสมาคมที่ว่านั้น จะเป็นงานที่ท่านเป็นคนพาเธอไปร่วม

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว