ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 เขารุนแรงกับผม

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 เขารุนแรงกับผม

คำค้น : #สัตว์ร้ายของผม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.4k

ความคิดเห็น : 44

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2561 11:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 เขารุนแรงกับผม
แบบอักษร

            “...”

            “...”

            ภายในห้องน้ำที่เปิดไฟสว่างไสว ผู้ชายสองคนกำลังยืนเอาตัวเบียดชิดกันอยู่ ตามองตา ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกนับตั้งแต่ที่เพราเพลิงชวนมีเซ็กส์ด้วย หากสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปจนคนตัวเล็กสัมผัสได้คือบรรยากาศ...ราวกับได้กลิ่นความใคร่โชยออกมาจากร่างสูงใหญ่

            มันหอมหวน มันดึงดูด มันปลุกเร้า จนสองมือยิ่งกระชับลำคอแกร่งแน่นขึ้น

            ดวงตาทั้งสองคู่ยังสบกันและนั่นทำให้เพลิง...แทบลืมหายใจ

            ชายหนุ่มรู้สึกถึงคลื่นอารมณ์ที่กำลังก่อตัวในท้อง สร้างความปั่นป่วนให้กับร่างกาย แผ่ความร้อนลงสู่ปลายเท้า แล้วไล่วนขึ้นมายังกึ่งกลางของร่างกาย ขนอ่อนที่หลังคอลุกซู่ ลำคอแห้งผาก หัวใจเต้นแรงอย่างตื่นเต้นระคนคาดหวัง

            พี่สินธุ์มองราวกับว่าจะฉีกกระชากเนื้อตัวเขาแล้วลิ้มรสจนถึงกระดูก

            “เฮือก!”

            เพลิงสูดหายใจเข้าเต็มปอด แล้วเขาก็ได้กลิ่นหอมหวานคาวคลุ้งซึ่งอีกฝ่ายปลดปล่อยตั้งแต่ก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามาในห้องนี้ จนเผลอเหลือบมองลงต่ำ และนั่นทำให้เจ้าตัวอดจะเลียปากตัวเองไม่ได้ ตาจับจ้องเพียงส่วนที่ยังอยู่ใต้ฝ่ามือของอีกฝ่ายไม่วางตา ลมหายใจก็สะดุดเป็นห้วงๆ

            “พี่สินธุ์ครับ~” คนตัวเล็กเรียกเสียงกระเส่า ส่งมือไปแตะมือใหญ่อย่างนุ่มนวล หมายจะช่วยปลดปล่อยจากความทรมาน

            “ออกไป”

ไม่มีทาง

            “พี่สินธุ์ให้เพลิงช่วยนะ...นะ”

งานนี้ใครจะด่าว่าแรดก็ยอม

            ความคิดของคนที่ซุกใบหน้าลงกับซอกคอที่มองว่าน่าดูด ใช้ริมฝีปากปัดผ่านผิวที่ชุ่มไปด้วยเหงื่ออย่างยั่วยวน ไม่สนใจคำที่อีกฝ่ายบอกเลยสักนิด พลางดึงดันที่จะเอากายเข้าแนบชิด เพื่อให้ร่างสูงใหญ่รับรู้ถึงความต้องการที่แข็งจัดในกางกาง

            เพลิงจงใจถูส่วนที่อยู่ใต้กางเกงขาสั้นให้เสียดสีกับมือใหญ่ที่ยังกุมของใหญ่กว่า

            “เพลิงพูดจริงๆ นะ...” น้ำเสียงของคนเด็กกว่าทั้งแหบ ทั้งกระเส่า เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ ซึ่งมันทำให้คนที่เคยได้ฟังทนไม่ไหวมานักต่อนักแล้ว นี่ยังไม่รวมลมหายใจที่จงใจเป่ารดซอกคอ ร่างกายที่มั่นใจว่ามีดีไม่แพ้ใครเบียดใกล้ ทั้งหมดทั้งมวลที่เพลิงคิดว่าควรจะตบะแตกได้แล้ว

            ในเมื่อของในมือแข็งซะขนาดนี้ ต่อให้เป็นผู้ชายแท้ๆ ก็คิดเหมือนกันล่ะว่าจะทนไปทำไม

            เขาทำแล้วไม่ท้องเสียหน่อย ป้องกันให้ดีก็วินวินกันทั้งคู่

            คนตัวเล็กจึงเขย่งขาขึ้นอีกนิด เพื่อกระซิบข้างหู...

“มามีเซ็กส์กันเถอะ”

            หมับ

            โครม!

            “อื้อ!”

            ทันใดนั้น ผู้ชายตัวโตที่ยืนนิ่งมาตลอดก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างของเพราเพลิง แล้วยังไม่ทันที่คนอ่อยจะตั้งตัว ร่างทั้งร่างก็ถูกผลักเข้าชิดกับผนังห้องน้ำจนส่งเสียงเบาๆ นิ่วหน้าอย่างเจ็บไม่น้อย หากเหนือสิ่งอื่นใดไม่ใช่ความตกใจหรือเจ็บปวด แต่เป็นความตื่นเต้นที่ทำให้หัวใจแทบจะกระดอนออกมานอกอก ยิ่งพี่สินธุ์กระชากแขนให้ชูขึ้นเหนือหัว!

            “เพลิง!”

            คราวนี้ไม่มีคำว่าน้อง แต่เจ้าของชื่อกลับชอบใจเสียยิ่งกว่าตอนที่พี่แอนดริวเรียกว่าน้องเพลิงเสียอีก

            มันดุดันจนขนหัวลุกเลยเชียวล่ะ!

            ไม่เพียงเท่านั้น เพลิงเริ่มจะถูกใจใบหน้านี้ขึ้นมาบ้างแล้ว...ยามที่อารมณ์เข้ามาครอบงำความเป็นพ่อพระของอีกฝ่าย

            ใบหน้าที่ปราศจากแว่นตาดูเถื่อนมาก ดวงตาที่หางตาตกๆ ดุดันวาววับ ฟันคมขบกันจนขึ้นสันนูนดูข่มกลั้นอารมณ์เสียจนใจสั่น ทั้งหมดนั่นทำให้เพลิงเองก็แทบจะหลุดครางออกมาด้วยความพึงพอใจ เผลอแอ่นอกเข้าหาราวกับจะเปิดทางให้อีกฝ่ายฉีกกระชากเสื้อเหมือนครั้งก่อน

            “พี่บอกว่ายังไง!”

            หากเสียงทุ้มที่ตวาดลั่นทำให้เพลิงสะดุ้งโหยง ไม่คิดว่าคนคนนี้จะขึ้นเสียงใส่เขา และใช่ ดวงตาคู่นั้นมันป่าเถื่อนแบบที่เขาชอบก็จริง แต่มันแฝงด้วยความดุร้ายบางอย่างที่บอกว่าเขาไม่อาจสู้ หัวใจดวงน้อยเต้นกระเด้งกระดอนไปมา เหงื่อเริ่มเปียกชื้นเต็มแผ่นหลัง

            “บอกว่า...อะไร...”

            เขาไม่รู้อะไรแล้วจริงๆ เพราะราวกับถูกดวงตาคู่นั้นตรึงให้อยู่กับที่ และนั่นก็ทำให้พี่สินธุ์คำรามขึ้นมาอีกครั้ง

            “พี่บอกว่าให้ออกไปไงเพลิง!”

            “มะ...ไม่”

            คนอย่างไอ้เพลิงเสียงสั่นด้วยความกลัว!

            หากเจ้าตัวก็ยังยืนยันคำเดิมว่าไม่

            กึก

            และคนบอกว่าไม่ก็ตัวชาวาบ เพราะว่ารอยยิ้ม...ดุร้าย

            หมับ

            “อื้ออออ!!!”

            ทันใดนั้น เพลิงเองก็ร้องเสียงอื้ออึง เพราะมือใหญ่ผละจากข้อมือของเขาแล้วจับเข้าที่ปลายคาง เชิดขึ้นให้เงยหน้า แล้วบีบเอาไว้แน่น ในจังหวะเดียวกับที่ริมฝีปากร้อนจัดประกบลงบนกลีบปากสีสด รุนแรงเสียจนได้กลิ่นคาวเลือดจากฟันที่กระทบเข้าหากัน เนื้อบางๆ ก็ถูกบดขยี้อย่างไร้ซึ่งความปรานี ราวกับบอกว่าสินธุ์...หมดความอดทน

            “เฮือก! ฮื่ออออ” คราวนี้คนยั่วเป็นฝ่ายดิ้นหนี เพราะต้องการอากาศหายใจ หากคนตัวโตก็ไม่ยอมให้ง่ายๆ เพราะมือหนึ่งยังคงล็อกปลายคาง อีกมือก็จับลำคอเอาไว้ไม่ให้หันหนี ปากอุ่นทั้งบดเบียด ทั้งดูดแรงๆ จนสัมผัสถึงความเจ็บ นอกจากนั้นปลายลิ้นร้อนระอุยังสอดลึกเข้ามาด้านใน บังคับให้เอาลิ้นไปสัมผัสด้วย แล้วสินธุ์ก็ดูดลิ้นนิ่มแรงๆ จนเจ้าของลิ้นหัวเข่าสั่น

            ไม่ใช่แค่เข่าหรอก มันสั่นไปทั้งตัวแล้ว

            “อื้ออ แฮก ...แฮก...”

            ลมหายใจหนักหน่วงถูกผ่อนออกหลายต่อหลายครั้ง เพลิงต้องอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายผละออกเพื่อฮุบอากาศเข้าปอด รู้สึกถึงฝ่ามือที่ลำคอกำลังเลื่อนไปยังแผ่นอกของเขา...

            ฟึ่บ

            “อี๊ อื้ออออ” อีกครั้งที่คนตัวเล็กครางก้องในคอ ดวงตาเบิกโพลง เพราะอีกฝ่ายไม่ได้แค่ลูบไล้ แต่...หยิก

            ปลายนิ้วยาวนั้นกำลังหยิกหัวนมเขา ทั้งยังดึงแรงๆ จนแผ่นอกแทบจะผวาตามมือ สัมผัสได้ถึงความเจ็บที่เปลี่ยนเป็นความกระสันที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย แขนขาไม่รักดีก็เหมือนจะทรุดฮวบลงกับพื้นเสียดื้อๆ แต่พี่สินธุ์ก็ยังไม่หยุด ปากที่เคยแต่พูดจาสุภาพใส่ก็สัมผัสอย่างตะกละตะกลาม หัวแม่มือขยี้ลงบนตุ่มไตบนอกแรงๆ จนต้องครางอื้ออึง

            ดวงตากลมโตหรี่ปรือลงแล้ว ฉ่ำไปด้วยหยดน้ำใสที่ไม่รู้ว่าเกิดจากความเจ็บหรืออะไรกันแน่

            เขารู้สึกเหมือนกำลังเล่นรถไฟเหาะตีลังกาเวอร์ชั่นซาดิสม์

            “พะ...พี่สินธุ์...”

            ฮวบ

            ทันทีที่อีกฝ่ายปล่อย ร่างทั้งร่างจึงทิ้งฮวบลงนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ริมฝีปากครางชื่ออีกฝ่ายตะกุกตะกัก ดวงตาเปียกชื้นเงยขึ้นมองหน้า แล้วเขาก็ได้เห็น...สัตว์ร้าย

            ปึง!

            ใครจะเชื่อเล่าว่าผู้ชายแสนสุภาพคนนั้นจะกระแทกฝ่ามือกับผนังข้างหัวของเพลิงเสียงดัง ใบหน้าคมโน้มลงจนเกือบชิดแก้ม บังคับให้มองเข้าไปในดวงตาของนักล่ากระหายเลือด แล้วเสียงทุ้มเข้มที่แฝงด้วยอันตรายก็กระซิบข้างหู

            “พี่เตือนแล้วนะว่าให้ออกไป”

นะ...น่ากลัว

            เพลิงสะอื้นในลำคอ น้ำตาหยดใสไหลพรากจากดวงตา ขณะที่ในปากยังลิ้มรสคาวเลือดจากปากที่แตกเพราะแรงบดขยี้ได้อยู่เลย แถมผู้ชายตรงหน้า...

            แผล๊บ

            “เฮือก! ฮื่ออออ”

            คนตัวเล็กหลับตาแน่น เมื่อลิ้นร้อนเลียเข้าที่ปากของเขา แถมยังขยี้ที่รอยแตกตรงกลางริมฝีปากหนักๆ จนสัมผัสได้ถึงความเจ็บ แล้วความร้อนก็ยิ่งรวมตัวกันบนใบหน้า เพราะ...

            “โรคจิตหรือเพลิง”

            ดวงตาคู่คมกดลงไปมองส่วนที่ควรจะอ่อนแรงเพราะเจ้าของกลัวจนตัวสั่น หากแต่มัน...ชูชันฉ่ำน้ำจนเผยตัวออกมาจากขากางเกงสั้นกุด

            “มะ...ไม่นะ ไม่ใช่...”

            “ฮึ!”

            เนื้อตัวคนฟังยิ่งสั่นเทา เมื่ออีกฝ่ายยกยิ้มเยาะ ขณะที่ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ เขาเองก็เผลอกระเถิบถอยห่าง สิ้นฤทธิ์เด็กขี้ยั่วเมื่อครู่ราวกับคนละคน เสียงหอบหายใจก็ดังขึ้น เมื่อมือใหญ่ยื่นมาสัมผัสที่ลำคอแสนอ่อนไหว แล้วลากลงมาถึงต้นแขนขาว

            หมับ

            “พี่...พี่สินธุ์ เดี๋ยวก่อน...เดี๋ยว...”

            ทันใดนั้น ร่างที่ทิ้งตัวนั่งบนพื้นห้องน้ำก็ถูกกระชากขึ้นมายืนตัวตรง จนเพลิงรีบร้องบอกอย่างตื่นกลัว หากคนตัวโตไม่คิดจะต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น จนร่างเล็กแทบจะลอยตามแรงกระชาก สองขาสั่นระริกก็แทบจะเซปัดเข้าหากัน จนได้แต่กลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ขณะที่พี่สินธุ์ก็ก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็พ้นประตูห้องน้ำ เข้ามาในห้องนอน ประชิดเตียง แล้ว...

            โครม!

            เพลิงถูกโยนลงกลางเตียงอย่างไร้ซึ่งความปรานี ใบหน้าแดงก่ำก็เงยขึ้นหมายจะสบตาคู่คมในความมืด จนเห็นเพียงแสงเรืองรอง ความกลัวเข้ามาเกาะกุมหัวใจ ตอนที่พี่สินธุ์บอกเสียงต่ำ

            “อย่าให้พี่เตือนหลายครั้ง”

            ปัง!

            เพลิงได้แต่นั่งนิ่งอึ้งอยู่ที่เดิม เพราะคนที่ฝากคำเตือนเอาไว้หมุนตัวกลับไปยังห้องน้ำอีกครั้ง แล้วปิดประตูดังปัง ทิ้งเขาเอาไว้ในห้องนอนที่แอร์เย็นจัดเพียงลำพัง ดวงตาฉ่ำน้ำก็กะพริบปรือ สองมือยกขึ้นกอดร่างตัวเอง แล้ว...

            แหมะ

            “น่ากลัว”

            คนตัวเล็กร่วงแปะลงไปนอนบนเตียงอย่างสิ้นแรง พึมพำเสียงเบากับตัวเอง ดวงตายังคงเบิกโพลงกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น มือก็ยกขึ้นแตะริมฝีปากแตกช้ำอย่างเบามือ ซึ่งมันกำลัง...ยกขึ้น

            พรึ่บ

            ทันใดนั้น เพลิงเองก็ลุกขึ้นจากเตียง ไม่ได้จะเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับคนที่เพิ่งจะโยนเขาออกมาจากห้องน้ำ แต่เซถลาไปยังประตูห้องนอน มือควานหากุญแจห้องที่วางทิ้งไว้ แล้วกระเสือกกระสนออกจากห้องนั้นให้ไวที่สุด เร็วที่สุด แล้วด้วยความที่ลิฟต์มันช้าจนน่าขัดใจ สองขาอ่อนแรงจึงก้าวไวๆ ลงมาทางบันไดหนีไฟ แถมจะสะดุดขาตัวเองล้มเมื่อมาถึงหน้าห้องของตัวเอง

            เพลิงไขกุญแจเข้าไปมือไม้สั่น แล้วพุ่งไปยังห้องนอน เปิดลิ้นชักที่อยู่ข้างเตียงเพื่อคว้าขวดเจลหล่อลื่น และของเล่นชิ้นโปรดออกมา

            ฟึ่บ

            ใช้เวลาเพียงสามวินาที เสื้อนอนที่สวมอยู่ก็หลุดร่วงออกจากร่าง กางเกงถูกแตะให้พ้นทาง แล้วสองมือก็มุ่งมั่นกับการชะโลมเจ้าของเล่นสีน่ารักจนชุ่มโชกไปด้วยของเหลวเย็นๆ

            “อื้ออออ”

            จากนั้นร่างเล็กก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียง สองขาแยกกว้างออก เพื่อเปิดทางให้ของในมือ ฟันคมกัดริมฝีปากล่างแน่น เมื่อส่วนปลายเรียบลื่นถูไถกับปากทางเข้า ก้นกลมก็กระดกขึ้นอีกนิด อีกมือช่วยแหวกมันออกกว้างกว่าเดิม จนต้องนึกขอบคุณเมื่อเย็นที่ล้างทำความสะอาดเตรียมตัวเรียบร้อย เพราะ...

            ฟึ่บ

            “อาห์...ฮ้า อื้อ ฮื่อออ...”

            เพลิงเปล่งเสียงครางกระเส่า หลับตาแน่น ยามที่ดันเจ้าของเล่นชิ้นโปรดเข้าไปช้าๆ รู้สึกถึงความเสียวกระสันที่แล่นวูบผ่านช่องทางคับแคบ กระตุ้นส่วนหน้าที่เปียกฉ่ำตั้งแต่ตอนที่อยู่ในห้องน้ำ แล้วสอดลึกเข้ามาด้านใน เสียดสีผนังนิ่มที่ตอดรัดแทบคลั่ง

            “แฮก แฮก อาห์...ฮ้า อื้ออ...”

            เมื่อเข้าไปจนสุดความยาวแล้ว เพลิงก็เปิดเครื่องอย่างไม่รีรอ แล้วดวงตาหยาดเยิ้มก็หลับแน่น ดื่มด่ำอารมณ์หวามที่สร้างขึ้นด้วยตัวเอง

            ไม่สิ สร้างขึ้นด้วยใครบางคน แต่ต้องมาจบด้วยมือตัวเอง

            หากเวลานี้ไม่ใช่เวลามาเจ็บใจ หรือคิดให้มากความ เพราะเพลิงรู้สึกถึงความต้องการที่ล้นปรี่อยากปลดปล่อยออก มือที่ช่วยแหวกทางก็เลื่อนขึ้นมากลางแผ่นอก คีบคลึงหัวนมนิ่มเล่นแบบที่ตัวเองชอบ ซึ่งทุกครั้งมันจะทำให้เขาครวญครางแทบขาดใจ แต่มันยังไม่พอ

            “แรงๆ แรงๆ สิ”

            คนพูดแทบสำลักลมหายใจตัวเอง เร่งเร้าด้วยการดึงหัวนมนิ่มแรงๆ จนสัมผัสได้ถึงความเจ็บ แต่เหนือความเจ็บคือความกระสันอยากที่มาพร้อมกับภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่เพียงเหนือหัวเขาขึ้นไป เพียงแค่คิกว่าตอนนี้ผู้ชายคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่ เพลิงก็เผยอปาก เปล่งเสียงคราง แผ่นอกเด้งขึ้นเหนือพื้นเตียง ดวงตาเบิกกว้าง

            ฟึ่บๆ

            “แรงๆ แรงอีก...”

            ชายหนุ่มขยับมือที่จับส่วนปลายของเล่นให้สอดเข้ามาลึกขึ้น แรงขึ้น เร็วขึ้น พยายามใช้จังหวะที่เขาเคยชื่นชอบมาตลอด แต่มันไม่เท่ากับความรู้สึกตอนที่ใครอีกคนทำให้ และไม่เท่า...ภาพในจินตนาการ

            ภาพในหัวที่เพลิงเห็นตัวเองกำลังถูกดูดไปทั้งตัว แล้วก็กัดแรงๆ จนต้องร้องขอความเมตตา ขณะที่ส่วนนั้นยังคงแทงลึกเข้ามาในกายซ้ำๆ ย้ำที่จุดกระสันจนดิ้นเร้าๆ บนเตียง หากแต่คนคนนั้นก็ไม่ยอมหยุด ยังคงโจนจ้วงเข้ามาจนขาเตียงสั่นกึกกัก บังคับให้เขาแยกปลายเท้าออกเพื่อเปิดทางให้สัมผัสใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

            ในขณะที่ดวงตาซึ่งมองตรงมาก็เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ ใบหน้าที่เคยคิดว่าไม่ชอบก็ดุดันน่ายำเกรง มีอำนาจเหนือเขา สั่งเขา บังคับเขา ลงโทษเขา

            ผู้ชายที่กัดรอบหัวนมเขาแรงๆ จนต้องร้องไห้สะอึกสะอื้น แล้วก็เลียราวกับจะปลอบใจ หากทำให้ขนลุกเกรียว ส่งเขาไปสวรรค์ได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ไม่ยอมหยุดง่ายๆ อีกฝ่ายยังโจนจ้วงเข้ามา ขยี้ขยำเขาราวกับเป็นแค่กระต่ายตัวน้อย

            ใช่ แรงๆ ลึกเข้ามาด้านใน กระแทกหนักๆ พร้อมกับเสียงครางต่ำๆ

            ผู้ชายคนนั้นที่ไม่ได้พูดมากบนเตียง แต่เมื่อใดที่เอ่ยออกมา เขาก็จะสะท้านไปทั้งตัว

            “แฮก...แฮก แฮก...”

            เพลิงหอบหายใจดังขึ้นทุกขณะ สองมือยังคงปลุกปั่นอารมณ์ ดวงตายังหลับแน่น เพื่อให้เห็นภาพที่ทำให้ร่างกายแทบจะระเบิดเป็นจุณ

             คนคนนั้นยังคงแทงลึกเข้ามาแม้เขาจะบอกว่าไม่ไหวแล้ว

            คนที่ส่งยิ้มเยาะให้ แล้วกระซิบว่า...

          ‘โรคจิต’

            พรวด

            “ฮื่ออออออ!!!”

            ทันใดนั้น ความสุขก็ระเบิดอยู่หลังม่านตา ปลดปล่อยความต้องการออกมาเต็มแผ่นท้อง ร่างกายก็ทิ้งฮวบลงมากับเตียงนุ่ม ผิดกับความรู้สึกที่พุ่งสูงขึ้น เสียงหอบหายใจดังก้องไปทั่วทั้งห้องกว้าง ประสานไปกับเสียงของเล่นที่ยังสั่นวี้ๆ หลุดร่วงลงมาบนเตียง นอนนิ่งอยู่ระหว่างขา ดวงตาทั้งสองข้างยังปิดแน่น ผิดกับน้ำตาที่ไหลลงมาเลอะแก้ม

            เพลิง...เสร็จอย่างรุนแรงเพียงเพราะเล่นกับตัวเอง

            นี่อาจจะเป็นครั้งแรกเลยด้วยซ้ำที่เขารู้สึกเหมือนถูกโยนลงมาจากที่สูงได้ขนาดนี้

            “แฮก แฮก...พี่สินธุ์”

            ชายหนุ่มลืมตาขึ้น มองฝ่าม่านน้ำตาที่เกิดจากอารมณ์รุนแรงไปยังเพดานห้อง ริมฝีปากทำได้เพียงพึมพำเสียงเบาหวิว

            ใช่ คนที่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกมากมายเช่นนี้คือ...พี่สินธุ์

            ผู้ชายที่เขาเคยปรามาสว่าช่างน่าเบื่อ หากแต่ได้รู้แล้วว่าอีกฝ่ายซ่อนความรุนแรงเอาไว้มากแค่ไหน

            เพลิงไม่คิดเลยว่าแค่จูบนั้นจะทำให้เขาต้องหนีลงมาช่วยตัวเองอย่างสิ้นท่าแบบนี้

            “พี่สินธุ์~”

            อีกครั้งที่เพราเพลิงเรียกหาคนที่อยู่ชั้นบนด้วยเสียงหวานเชื่อม แววตาเหม่อลอย

.......................................

            “ไอ้เพลิง”

            “...”

            “ไอ้เพลิง ยู้วฮู”

            “...”

            “ดาวโลกเรียกดาวศุกร์ ไอ้เพลิงได้ยินเสียงสัญญาณมั้ย ตอบ”

            “...”

            “มึงจะเล่นอีกนานมั้ย แบบนี้สิ”

            ผัวะ

            “โอ๊ย!”

            เพราเพลิงปล่อยช้อนให้ร่วงจากมือลงกระแทกจานข้าวที่กินไปไม่กี่คำ ทำเอาเศษข้าวกระจายลงมาเต็มตักจนร้องลั่น อีกมือก็จับหัวที่โดนตบ ผุดลุกขึ้นมามองที่มาของความรุนแรงนั้นอย่างขุ่นเคือง

            แม้จะชอบเล่นแรงๆ บนเตียง แต่ใช่ว่าชอบให้ใครเล่นหัวนะ ผมยุ่งหมด

            “ไม่ต้องมาเขม่นมองพวกกูเลย ไอ้เดรียเรียกมึงมาสามชาติแล้ว มึงก็เอาแต่เหม่อ” เพ้นท์ยกมือสารภาพว่าเป็นมือตบอย่างไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด ปากก็บอกอย่างเหนื่อยหน่ายใจ จนทำให้เพลิงลูบหัวป้อยๆ หันไปมองเพื่อนสนิทอีกคนที่พยักหน้ายืนยัน

            “เออ กูนึกว่าใจมึงบินไปดาวศุกร์และ เหม่อซะ”

            “กูเปล่าเหม่อ”

            คนที่ตักข้าวแล้วถือค้างมานานหลายนาทีปฏิเสธทันควัน ส่ายหน้าว่าไม่ได้เหม่อ จนเพื่อนทั้งสองหันมามองหน้ากัน

            “เมื่อกี้มึงทำแบบนี้” พอเห็นว่าไม่เชื่อ เพ้นท์เลยจัดการตักข้าวขึ้นมา ถือค้างตรงหน้าตัวเอง จากนั้น...ยิ้มหวาน

เออ นี่หวานหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ไอ้เพ้นท์ยิ้มกว้างชนิดเห็นฟันทุกซี่ ทำตาหวานเชื่อมจนน่าขนลุก

            ขณะที่แอนเดรียก็กำลังเล่นเทปย้อนหลังให้ดู เพราะมันกำลังเต้นแร้งเต้นกาอยู่หน้าเพ้นท์ ยกมือโบกไปมา แล้วยื่นหน้าไปกระซิบเรียกหูขวาก็แล้ว หูซ้ายก็แล้ว เพ้นท์ก็ยังยิ้มหวาน มองช้อนที่ถืออยู่แล้วหัวเราะขึ้นมาเสียเฉยๆ ดูยังไงก็เหมือนคนบ้าไม่มีผิด จนต้องยกนิ้วขึ้นมาชี้ตัวเอง

            “เมื่อกี้กูทำงี้?”

“เออ****!”

            ทีอย่างนี้ล่ะหันมาประสานเสียงซะพร้อมเพรียงกันเชียว

            เพลิงเบ้ปาก ปัดข้าวที่เลอะกางเกงนักศึกษา แล้วกลับมานั่งที่เดิม จับช้อนขึ้นมาจะกินข้าวต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ไม่ถึงนาทีเท่านั้นแหละ...

            “ไอ้เพลิง!!!”

            “ห้ะ!”

            พอถูกเพื่อนทั้งสองเรียกเสียงดังลั่นชนิดคนแทบทั้งโรงอาหารหันมามอง เจ้าของชื่อเองก็สะดุ้งโหยง หันมาแยกเขี้ยวใส่

            “อะไรของพวกมึง!”

            “ก็มึงตาเยิ้ม ปากหวออีกแล้วนี่หว่า” สาวลูกครึ่งว่าเสียงกลั้วหัวเราะ ขณะที่ขยับมานั่งข้างๆ แล้วยกมือจิ้มแก้มเสียจนเพลิงเบ้ปาก

            “พูดเหมือนกูเป็นคนบ้าเลย”

            “ก็เกือบๆ ล่ะวะ ถามจริง วันนี้เป็นอะไรของมึง มึงนั่งตาเยิ้มมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ นี่ถ้ามึงไปนั่งทำหน้าแบบนี้อยู่กลางสีลมคงโดนลากไปแล้วล่ะ” เพ้นท์วิจารณ์พลางส่ายหน้า มือก็คว้าจานข้าวของแอนเดรียที่กินเสร็จแล้วมาซ้อนจานตัวเองเตรียมเอาไปเก็บ

            “กูเนี่ยนะตาเยิ้ม”

ไม่ยักกะรู้สึกแฮะ ก็แค่...อิ่มอกอิ่มใจนิดหน่อย

            “แน่ะ หรือว่ามึงถูกพี่สินธุ์ปราบ”

            เฮือก!

            นี่ไม่ได้ตั้งใจจะสะดุ้งให้มีพิรุธเลยจริงๆ นะ แต่ทำให้เพื่อนสนิททั้งสองถึงกับตาโต โดยเฉพาะแอนเดรียที่ยื่นมือมาเขย่าแขนแรงๆ ด้วยความตื่นเต้น

            “จะมีวันที่กูเสร็จน้องมึงแล้วสิ”

            “ไอ้เดรีย รักนวลสงวนตัวนิดนึงครับเพื่อน” เพ้นท์ว่าอย่างหน่ายใจ ทำเอาสาวสวยอารมณ์ดีหัวเราะลั่น แล้วหันมาสนใจเพื่อนตัวเล็กที่นั่งหน้าแดงซ่าน ช่างดูน่ารักน่าเอ็นดู อ้อ แต่บางทีก็น่าตบ อย่างตอนนี้ที่มันกำลังยกสองมือขึ้นมาเสมอใบหน้า แล้วทำท่ากะขนาด

            “กูไม่ได้โดนพี่สินธุ์ปราบ แต่กูโดนไอ้นี่ของพี่สินธุ์ปราบอะมึง คือมึงเข้าใจมั้ย คือเท่านี่อะ เท่านี่!”

            “กูจะบ้าตาย!”

            เพราพนาถึงกับยกมือกุมขมับ ไม่กล้าหันมองซ้ายมองขวาเลยเพราะกลัวว่าจะมีคนอื่นได้ยินบทสนทนาของพวกเขา และอีกครั้งที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่อยากรู้ลึกถึงเรื่องขนาดที่เพื่อนชอบ ซึ่งทำให้คนยกมือกะขนาดหันไป...

            แปะ

            “น้องเพ้นท์น่าร้ากกกกก”

            เพราเพลิงกับแอนเดรียยกมือไฮไฟท์กันอย่างเห็นขำ จนคนที่ยังเหลือยางอายคนเดียวในกลุ่มถอนหายใจอีกเฮือก

            “กูไปเก็บจานดีกว่า”

            “เดี๋ยวๆๆ ฟังกูเล่าก่อนมั้ย”

            “ส้นตีนสิ!” คนหน้าหล่อ (หรือบางทีก็น่ารัก) หันมาถลึงตาใส่ แล้วเพ้นท์ก็เดินลิ่วๆ ไปเก็บจาน ไม่ขอรับฟังอะไรมากกว่านี้ ผิดกับเพื่อนสนิทอีกคนที่แทบจะเอานมมาเกยแขน กะพริบตาปริบๆ บ่งบอกว่าอยากรู้ฉิบหายแล้วเนี่ย เล่ามาเร็วๆ เข้าสิ

            ท่าทางที่เพลิงก็หรี่ตามองอย่างนึกสงสัย

            “แล้วมึงอะ หนนี้ไม่ด่ากูแรดล่ะ”

            แม้แอนเดรียจะชอบเล่นมุกใต้สะดือเพื่อแกล้งเพื่อนอีกคนกับเขา แต่เอาเข้าจริง หญิงสาวก็ไม่เห็นด้วยที่เขาชอบเล่นสนุกไปทั่วแบบนี้ มันพูดปากเปียกปากแฉะว่าหาตัวจริงได้แล้วอยู่นั่น และเพลิงเองก็ยืนยันคำเดิมว่าไม่มีทาง ไม่เอา ไม่สน จะอยู่เป็นโสดให้คนสอยไปนอนเล่นสักคืนสองคืนเนี่ยแหละ

            “มันคนละกรณีกัน”

            “ยังไง”

            “ก็นี่พี่สินธุ์นี่หว่า ไม่ใช่ผู้ชายตามปลักโคลนที่มึงตกมาได้” เพลิงขมวดคิ้ว

            “ถึงเป็นปลักโคลนก็โคลนจากทะเลเดตซีนะเว้ย ไม่ใช่ตามท้องร่องบ้านมึง”

            “บ้านกูอยู่รัสเซีย”

            “อ้าว ไม่ใช่บางแคหรือวะ”

            แอนเดรียแยกเขี้ยวใส่ ก่อนที่จะโบกมือไปมา

            “มึงอย่ามาเปลี่ยนเรื่อง เล่ามาเร็ว”

            “ใจร้อนจริงสาวบางแค” เพลิงยังล้อเลียนไม่เลิก แต่พอเห็นเพื่อนอยากรู้ชนิดที่แทบจะมาแหวกอกเขาได้อยู่แล้ว ก็เลยยอมเล่าในที่สุด

            “ก็ไม่มีอะไรหรอก กูก็แค่...ติดกาย”

            “ไม่ใช่ติดใจหรือวะ” หญิงสาวถามอย่างสงสัย

            “ก็กูอยากได้แค่ร่างกาย จะติดใจได้ไง” เพลิงยังว่าต่ออย่างขำๆ แต่แอนเดรียรีบถามต่อ

            “แล้วพี่สินธุ์เขายอมด้วยหรือวะ”

            “แล้วทำไมเขาต้องไม่ยอม”

            “กูก็ไม่ได้สนิทกับพี่สินธุ์มากนักหรอกนะ แต่ดริวบอกว่าพี่สินธุ์เป็นคนจริงจัง เขาไม่เคยเล่นๆ กับใคร แล้วมาเจอแบบมึงนี่ กูว่าเขาไม่น่าเล่นด้วยหรอก” หญิงสาววิจารณ์ตรงๆ ไม่ได้พูดต่อว่าไม่เล่นด้วยนี่หมายถึงพี่แกน่าจะเอาจริงเลย หากคนฟังเข้าใจไปอีกทางว่าผู้ชายแบบนั้นคงไม่เอาคนแบบเขาทำเมีย ซึ่งมันก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่

            เพลิงเองก็ไม่คิดว่าตัวเองเหมาะกับคนแบบนั้นเหมือนกัน

เดี๋ยวนะ แล้วกูคิดเรื่องเหมาะไม่เหมาะทำไม ก็แค่อยากนอนด้วย

            “ก็เพราะไม่เล่นด้วยไง กูถึงเหี่ยวอยู่นี่”

            “อย่างมึงเหี่ยวเป็นด้วย พี่สินธุ์ทำให้มึงเป็นขนาดนั้นเชียว”

            “แล้วมึงตื่นเต้นทำไมเนี่ยต่างด้าว”

            “กูเกิดที่ไทย เผื่อมึงไม่รู้” สาวบางแคที่ตอนนี้ถูกเพื่อนบอกว่าเป็นต่างด้าวย่นคิ้วใส่ แต่ยังไม่เลิกถาม

            “ตกลงมึงจะบอกว่าติดใจพี่สินธุ์จริงดิ”

            “กูถึงถามไงว่ามึงจะตื่นเต้นทำไมเนี่ย”

            แอนเดรียยิ้มกริ่มทันที ก็เพราะเธอเพิ่งเคยเห็นเพื่อนมีอาการแบบนี้น่ะสิ จนอดจะลุ้นไม่ได้ เผื่อจะได้เห็นวันที่ฝันเป็นจริง...วันที่ไอ้เพลิงเลิกแรด

            แม้ใจจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าคนอย่างพี่สินธุ์จะปราบเพื่อนเธออยู่หมัด แต่มันก็น่าลุ้นนี่หว่า คนนิสัยต่างกันคนละขั้ว เขาว่ามักจะดึงดูดกัน แล้วอย่างพี่สินธุ์คงทำให้ไอ้เพลิงยอมอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีได้บ้าง และถ้าทำได้นี่เธอจะไชโยโห่ร้องเลยทีเดียว ทุกวันนี้ห่วงมันจะตายเวลาชอบดอดหนีไปเที่ยวคนเดียว

            “ระวังนะ อาจจะไม่ใช่แค่ตัวมึงก็ได้ที่ถูกพี่สินธุ์สอย”

            “เขาไม่ได้สอย เขาแค่ปล้ำกู”

            “แต่มึงก็ยินยอมให้เขาปล้ำ”

            “...”

            เพลิงเงียบเสียงลง เพราะก็ใช่...ยอมให้ปล้ำจริงๆ นั่นแหละ

            ท่าทางที่สาวสวยยิ่งกระแซะเข้ามาหา แล้วว่าเย้าๆ

            “ระวังเถอะ ใจมึงจะยอมเขาไปด้วย”

            “ฮึ ไม่มีทางหรอก ผู้ชายน่าเบื่อพรรคนั้นน่ะ กูว่าคนแบบนั้นไม่มีทางทำให้กูใจสั่นได้หร้อกกก”

ยกเว้นตอนทำหน้าเถื่อนๆ แล้วโยนขึ้นเตียงอะนะ

            เพลิงคิดอย่างมั่นอกมั่นใจ อย่างที่คนมองนึกหมั่นไส้

            “เฮ้ยไอ้เพลิง ไอ้เดรีย!”

            หากเวลานั้นเองที่คนไปเก็บจานวิ่งกลับมาหาที่โต๊ะ เรียกจนต้องหันไป แล้วพบว่ามันกำลังทำหน้าตื่นๆ

            “เป็นอะไรวะ”

            “โน่น พวกมึงมองไปทางโน้น!”

            เพลิงก็หันไปตามที่เพื่อนชี้ ซึ่งไม่ใช่มีเพียงเขาคนเดียว ดูเหมือนว่าคนครึ่งค่อนโรงอาหารก็มองไปทิศทางเดียวกัน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเพ่ง ต้องให้ใครชี้ให้ดู สิ่งที่ตกเป็นเป้าความสนใจของทุกคนก็เด่นเสียจนดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้าง

            ผู้ชายที่มาพร้อมกับดอกลิลลี่ช่อโต

            ผู้ชายที่สูงเด่นเป็นสง่าอยู่แล้ว

            ผู้ชายที่สวมแว่นตากรอบคุ้นเคย

            ผู้ชายที่กำลังก้าวตรงมาหาเพลิงอย่างมั่นคง

            ผู้ชายคนนั้นที่กำลังยื่นดอกไม้ที่ห่างไกลจากความเป็นตัวเพลิงเสียคนละโลกให้

            “พี่สินธุ์”

            ใช่ ผู้ชายคนนั้นคือนายสินธุ์หนุ่มนิติศาสตร์นั่นเอง


...................................................................

ครบค่ะ ฝากติดตามน้องเพลิงและพี่สินธุ์ด้วยนะคะ หากใครสนใจหนังสือเรื่องสัตว์ร้ายของผม รบกวนติดตามทางเพจFacebook FictionMame12938​ นะคะ 

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #สัตว์ร้ายของผม นะคะ

ความคิดเห็น