สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

ตอนที่26 #บทฮินาตะ ฮินะ (ไกอา)

ชื่อตอน : ตอนที่26 #บทฮินาตะ ฮินะ (ไกอา)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 347

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2561 02:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่26 #บทฮินาตะ ฮินะ (ไกอา)
แบบอักษร

"เรนส์ถูกเล่นงานแล้วเพคะ ท่านราชินีแห่งเรา"​

"...เช่นนั้นหรือ?"

"จะเอายังไงดีคะ? เราไม่ได้ทั้งตัวโครวและมุซาชิเลย สองคนนั้นมีพลังที่น่ามหัศจรรย์ หากได้ตัวมาคงมีผลดีต่อพวกเราเป็นอย่างมากแน่นอนนะเพคะ"

"ไม่เป็นไร แค่สองคนนั้นก็เพียงพอแล้ว นี่มากพอที่จะล้างบางเหล่ามนุษย์ทุกผู้แล้วเสียด้วยซ้ำ"

ข้าไม่จำเป็นต้องตอบคำถามว่าข้าเป็นใคร หรือว่าข้าจำเป็นจะต้องแนะนำตัวข้าก่อนดีล่ะ? แต่ก็ช่างมันเสียเถอะ

ข้าคือไกอา เทพีแห่งโลก ข้าเป็นผู้ปกครองเอกภพแห่งนี้แต่นั่นมันเป็นเพียงอดีต ซึ่งข้าได้สูญเสียร่างกายของข้าไปแล้วจากการก่อกบฏของลูกชายแห่งข้า จนถึงตอนนี้ข้าก็ไม่ทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้นต่อไป

ณ โลกแห่งนี้นั้น นี่มีวิญญาณจากเศษเสี้ยวของวิญญาณของสามีของข้า อูรานอสซึ่งมันก็คือเจ้าอูรานอสที่พวกเจ้ารู้จักกันดีในฐานะจอมมารนั่นแหละ แต่นั่นเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเท่านั้น แถมยังอ่อนแอเสียอีก

ข้าไม่สนใจเรื่องมหาราชาหรือตำแหน่งราชาของคนอื่นหรอกนะ ที่ข้าสนใจมีเพียงพหุภพและคนที่แข็งแกร่งเพียงเท่านั้น

และข้าก็พบอยู่คนนึง เขาต้องแข็งแกร่งขึ้น มากพอที่จะคู่ควรกับตัวข้า...และร่างกายนี้

เจ้าของร่างกายนี้ ถ้าข้าจำไม่ผิดนางมีนามว่าฮินาตะ ฮินะสินะ? นางมีจิตใจที่แกร่งกล้า และยังต่อต้านข้าได้ถึงขนาดนี้อีกด้วย แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ตื่นขึ้นมาเพราะนางยังเป็นมนุษย์ จิตใจย่อมมีการพักผ่อนในระดับนึงอยู่แล้ว

ข้ากับนางตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นคนเดียวกัน ข้ากับนางมีการตัดสินใจที่หลายครั้งก็ขัดแย้งกันเอง แน่นอนว่ามีการกำหนดเส้นกั้นเพื่อไม่ให้ล้ำเส้นซึ่งกันและกัน และข้าก็ไม่มีพลังที่จะต่อต้านนางด้วย เพราะพลังของข้านั้นถูกดึงไปโดยวิญญาณของเธอจนข้าอ่อนแอลง แม้จะดูเหมือนแข็งแกร่งขึ้น

หากนางต้องการนางสามารถละทิ้งข้าได้เสมอเลยเสียด้วยซ้ำ

"แล้ว เขากลับมาหรือยัง?"

"...ฉันต้องขออภัยที่ต้องพูดแบบนี้ แต่เขาได้ตายไปแล้วนะเพคะ คุโรมิเนะ คุโระ ชายคนนั้นตายไปตั้งแต่เหตุการณ์ที่ท่านฟื้นกลับมาแล้วนะเพคะ"

"ดีนะที่ฮินะหลับไป เพราะถ้านางได้ยินคำเมื่อกี้ล่ะก็ ข้าคงห้ามนางไม่ให้ฆ่าเจ้าไม่ได้หรอกนะ และข้าขอบอกเจ้าตรงนี้เสียก็แล้วกัน ชายคนนั้นยังไม่ตาย และจะไม่มีวันตายอีกด้วย"

"...ท่านหมายความว่าอย่างไรเพคะ?"

"ไว้ถึงคราวที่เราได้พบกันอีกครั้ง เจ้าก็คงจะเข้าใจเองล่ะ"

อเดลมองข้าราวกับเด็กน้อยที่ไม่รู้ประสีประสา แต่ข้าไม่สนใจอะไร

ข้าลุกออกจากบัลลังก์แล้วเดินออกจากห้องของราชานี้ไป ตามที่ฮินะต้องการ ข้าไม่ฆ่าผู้บริสุทธิ์ แต่หากมันเป็นปีศาจในคราบของมนุษย์หรืออมนุษย์ข้าก็ไม่จำเป็นต้องปรานี และอาณาจักรแห่งนี้เองก็ไม่จำเป็นต้องปรานีเช่นกัน

อาณาจักรแห่งนี้ ตามที่ได้ทราบคืออาณาจักรที่ไม่เป็นที่นิยม ด้วยเนื่องจากกฎที่แย่และอำนวยต่อการเกิดอาชญากรรม เมืองแห่งนี้จึงมีแต่ผู้ที่มีจิตใจชั่วช้ากว่าครึ่ง ซึ่งข้าก็ฆ่าพวกมันไปหมดแล้ว

จะว่าไปวิธีการพูดของข้านั้นค่อนข้างจะแตกต่าง แต่เอาความจริงข้าคิดว่าคนที่กำลังกดปุ่มพิมพ์อยู่ตรงนั้นอาจจะใช้ภาษาทางการได้ไม่ค่อยดีเสียมากกว่า แต่ก็ช่างเถอะ จะอ้างว่าข้าติดวิธีการพูดมาจากฮินะก็ได้

"เราจะพักกันที่นี่ในคืนนี้ เจ้ามีอะไรจะแย้งหรือไม่?"

"ไม่เพคะ ข้าจะไปเตรียมมื้อเย็นให้พวกเรานะเพคะ"

"อืม ฝากเจ้าด้วยล่ะ"

"เพคะ"

ข้าเดินออกจากห้องไป แล้วออกมาจากปราสาทที่ดูโสมมแห่งนี้ เนื่องจากชาวเมืองที่ยังเป็นคนดีและถูกข่มเหงนั้นข้าได้ปล่อยกลับไป โดยให้ผู้คุ้มกันเป็นฟีบี บุตรีของข้าก็แล้วกัน

ก็ถ้าเจ้าจะบอกว่าไม่รู้จักนางก็ไม่แปลก นั่นเป็นหนึ่งในวิชาของอเดลคือการดึงวิญญาณที่หายไปของเหล่าลูกๆของข้า นางคือหนึ่งในบุตรสาวของข้า และเป็นเทพีแห่งดวงจันทร์ผู้ที่มีความสามารถล้นหลาม แต่น่าเสียดายที่คนรุ่นหลังรู้จักเพียงแค่เทพีองค์อื่นๆ ไม่เคยจดจำบุตรของข้าแม้แต่คนเดียว

ฟีบี ในตอนนี้กำลังใช้ร่างกายของหญิงสาวคนนึง ถ้าข้าจำไม่ผิดนางคือลิลลี่ และอีกคนนั้น รูบี้สินะ? นางถูกใช้งานร่างโดยธีอา เทพีแห่งการมองเห็นผู้เฝ้าดูแลมนุษย์บนโลก แน่นอนว่าข้าไม่ได้หมายถึงโลกใบนี้

แค่สองคนนี้ ข้าก็มั่นใจแล้วว่าไม่มีอะไรที่จะต่อต้านพวกเราได้ แม้จะเป็นกองทัพของจอมมารอูรานอสอะไรนั่นข้าก็คิดว่าไม่มีทางที่ข้าจะปราชัย แม้ว่าจะยังมีปีศาจแห่งความริษยาอย่างลิเวียธานอยู่ก็ตามที

จะยังไงก็ช่าง แค่กองทัพสัตว์อสูรนิดๆหน่อยๆ มังกรสิบยี่สิบตัวไม่คณามือข้าหรอก อีกอย่าง...

"ถ้าเขากลับมาแล้วล่ะก็ ไม่แน่ว่าอีกฝ่ายอาจจะหายไปก่อนที่ข้าจะได้ตั้งตัวอีก"

ข้าหัวเราะเล็กน้อย แม้ว่าครั้งล่าสุดที่เราจะเจอกันเขาอาจจะไม่ได้ดูแข็งแกร่งมากนัก แต่ข้ามั่นใจว่าเขาจะต้องแข็งแรก่งขึ้นแน่ๆในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา และเขาก็ยังมีผนึกอยู่ในร่างอีกด้วย ข้าไม่มั่นใจว่าเขาจะได้พบกับเจ้างูนั่นแล้วหรือยัง

แต่ข้าก็ไม่นึกเลย ว่าเขาจะเป็นหนึ่งเดียวกับงูนั่น ข้ารู้สึกไม่ค่อยถูกใจแต่ถ้ามันไม่มายุ่งกับข้าก็คงไม่มีปัญหาเท่าไรหรอก

ข้าเดินมาตามย่านการค้า สิ่งของหลายอย่างถูกทิ้งเอาไว้ ข้าเริ่มจะรำคาญเสื้อผ้าชุดนี้แล้ว ข้าเลยมาหาชุดใหม่ใส่เสียหน่อย และมันก็มีมากพออีกด้วย

ข้าถอดชุดออก เกราะนี่มันทำให้ข้ารู้สึกรำคาญมานานมาก หากแต่ร่างกายนี้ยังรองรับพลังของข้าได้ไม่หมดนัก แต่นั่นมันเมื่อสองเดือนที่แล้วและข้าก็ทนมานาน

ข้าถอดเกราะและชุดออก เหลือแต่ชุดชั้นในที่ข้าใส่มาทั้งวัน และแน่นอนว่าข้าก็ถอดมันแล้วโยนทิ้งไปเช่นกัน

"อืม หุ่นร่างนี้ค่อนข้างจะดีจริงๆนั่นแหละ"

ข้าชอบร่างกายของฮินะ และข้าพยายามจะถะนุถนอมมัน ชุดชั้นในที่วางทิ้งไว้นี่ในเมื่อไม่มีเจ้าของข้าก็หยิบเอามาใช้งาน มันก็ดีอย่างทเพราะข้าไม่จำเป็นต้องใช้เงินในการซื้อของพวกนี้เลยแม้แต่น้อย

หน้าอกนี่ดูเหมือนจะใหญ่ขึ้นเล็กน้อย และข้ารู้สึกว่าข้าผอมลงเล็กน้อยอีกด้วย แต่กล้ามเนื้อค่อนข้างจะเพิ่มขึ้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

ข้าหยิบเสื้อซับในสีขาวมาใส่ กางเกงข้างก็เลือกที่มันขยับได้ง่ายและไม่ติดขัดเพื่อการเคลื่อนไหวที่ดี นั่นต้องเป็นกางเกงขาสั้น และเสื้อที่ข้าเลือกคือเสื้อเชิ้ตสีดำที่ยาวกว่าร่างกายนี้เล็กน้อย

ในส่วนของรองเท้านั้นข้ายอมรับว่าบูทเกราะสีขาวนี่ค่อนข้างจะดี แต่มันคงจะดีกว่านี้ถ้ามันเป็นรองเท้ารัดข้อหรือบูทหนัง แต่ข้างไม่สนใจอะไรนัก

เกราะส่วนข้อมือและแขนเองก็ยังใช้งานได้ ส่วนอื่นๆนั้นข้าต้องขอโทษแต่มันไม่จำเป็น ...ผ้าคลุมอาจจะนำมาใช้เป็นชุดคลุมได้อันนี้ข้าจำเป็นต้องเก็บเอาไว้ก่อน

หลังจากที่ข้าเสร็จกิจของข้า ข้าก็เดินออกจากที่แห่งนั้นแล้วมุ่งหน้าไปยังปราสาท อาวุธของข้านั้น ข้าพึ่งทำสัญญากับอาวุธนั่นได้ไม่นาน แต่ตอนนี้มันอยู่ในร่างกายของข้าทำให้ข้าไม่ต้องพกอาวุธให้เกะกะร่างกาย

"ผมค่อนข้างจะยาวขึ้นแล้วสินะ? ถึงข้าจะชอบผมสีดำ แต่ผมสีขาวนี่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักหรอก"

ผมนี่เริ่มจะน่ารำคาญแล้ว ไว้ข้าค่อยไปตัดออกสักเล็กน้อยก็คงจะดี

ข้าหยิบเชือกเส้นหนึ่งออกมาจากเวทย์เก็บของของข้า แล้วมัดผมที่ยาวนี้ไว้ด้านหลัง ภาษาโลกของฮินะเรียกมันว่าทรงโพนี่เทลสินะ? คิดภาพแบบนั้นก็ดี

"...เฮ้อ เมืองแห่งนี้นั้นเงียบสงบจากการที่ข้าฆ่าพวกคนเลวทั้งหลายและเหล่าประชาชนอพยพออกไป เจ้าเข้าใจไหม? มันง่ายมากที่ข้าจะจับสัมผัสตัวเจ้าได้ และเจ้าก็ยังซ่อนตัวได้ห่วยแตกสุดๆไปเลยด้วย"

ถึงข้าจะไม่ได้มีปัญหา แต่ข้าก็ไม่ชอบใจที่ถูกแอบมองเช่นกัน เพราะเจ้านั่นแอบซ่อนตัวแล้วจ้องมองมุ่งเป้ามาที่ข้า ตั้งแต่ตอนที่ข้ากำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วล่ะ

"แหม นึกไม่ถึงว่าจะสัมผัสถึงตัวข้าได้ด้วย สมแล้วที่เป็นสตรีผู้ที่จะมาเป็นราชินีของข้า"

น่าขยะแขยงเสียจริง ชายคนนั้นเป็นคนที่ดูมั่นใจเกินหน้าเกินตาข้าไปเล็กน้อยจนน่าหงุดหงิด แถมหน้าตาก็ไม่ได้ดีเด่อะไร ยิ่งมีหนวดอยู่บนใบหน้าหน่อยๆนั่นยิ่งทำให้ข้าไม่สบอารมณ์

ข้านั้นมีอายุมานานหลายล้านปี ห้วงมิติเวลาที่มิอาจเอาแน่เอานอนนี้ได้นั้นถ้าจะคิดว่าข้ามีอายุมาเป็นพันล้านปีก็ย่อมไม่ผิด เพราะนั่นคืออายุวิญญาณของข้า

ชายคนนี้เป็นผู้ที่ดูมีอายุ ข้าคิดว่าคงแก่กว่าฮินะราวๆห้าปีเห็นจะได้ แต่ความแข็งแกร่งนั้นข้าต้องขอยอมรับ เขาสามารถซ่อนมันได้อย่างแนบเนียน

แต่ยังไงข้าก็ชอบชายที่ดูเยาว์วัยอย่างมหาราชาคนนั้นมากกว่า แต่จะให้เรียกว่ามหาราชาก็ไม่ถูก เขาแค่เป็นผู้ที่มีสิทธิ์ในตำแหน่งมหาราชาเท่านั้น

"เจ้าเป็นใคร?"

"นั่นสินะ ขออภัย ข้ามีนามว่าลุค เป็นราชาในหมู่ราชา เดินทางมามากมาย นอกจากนี้ข้ายังได้สังหารราชาไปแล้วถึงสามคนด้วยกัน เรียกได้ว่าข้านั้นแข็งแกร่งเหนือผู้ใด ฉะนั้นแล้วเจ้าควรจะมาเป็นของข้านะ ท่านราชินี"

"ขอปฏิเสธ เจ้าสังหารราชาจากโลกใบอื่นไปเพียงแค่สามคนเท่านั้น ผู้ที่เกิดมาพร้อมตำแหน่งราชามีมากมายกว่าที่เจ้าคิด แต่ถึงเช่นนั้นการที่เจ้ากล้าพูดออกมาว่าเจ้าคือราชาในหมู่ราชานั่นทำให้ข้าอยากจะหัวเราะ เพราะเจ้ากำลังหมายถึงมหาราชาอยู่"

"ข้าก็หมายความตามนั้น"

ข้าหัวเราะออกมา ทำให้รอยยิ้มของชายคนนั้นกระตุกเล็กน้อย

"ท่านหัวเราะอะไรรึ?"

"ข้าบอกแล้วไง การที่เจ้าพูดว่าเจ้าคือราชาในหมู่ราชาซึ่งหมายความว่าเจ้าคือมหาราชานั้นมันทำให้ข้ารู้สึกอยากจะหัวเราะออกมา นั่นเพราะข้ารู้จักกับผู้ที่เกิดมาพร้อมกับตำแหน่งมหาราชาเป็นอย่างดี เขาผู้นั้นผ่านอะไรมาค่อนข้างจะมากตามช่วงอายุของเขา และยังสูญเสียไปมากมาย ถ้าให้ข้าพูดก็ เขาแข็งแกร่งกว่าเจ้าแม้ว่าเขาจะยังอยู่ในสภาพที่อ่อนแอที่สุดเท่าที่เขาจะเป็นได้ก็ตาม"

ข้าพูดไปเช่นนั้น แม้จะดูน่าขันแต่มันก็เป็นเรื่องจริง

และนั่นทำให้เขาเปลี่ยนสีหน้าในทันที ติดกับเข้าอย่างจังเชียวนะ

"ข้าไม่ตลกเลยนะราชินีของข้า"

"ใครเป็นของเจ้ากัน ข้ามีเจ้าของแล้ว เจ้าน่าจะสังเกตนี่นะ"

แหวนแต่งงานของเขานี่คงเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้จิตใจของฮินะเข้มแข็งแกร่งจนถึงขนาดนี้ แถมไม่ว่าจะมีอะไรก็สามารถล่อให้ชายคนนี้เข้ามาติดกับข้าได้ง่ายๆเลยล่ะนะ

-ฮัลโหล~? นี่ เกิดอะไรขึ้นข้างนอกน่ะ

หือ? ฮินะตื่นแล้วงั้นเหรอ? แต่พวกเราแบ่งปันความทรงจำและความคิดร่วมกันไม่ใช่รึอย่างไร? แต่พอข้าไม่ตอบอะไรนางก็ดูเหมือนจะรับรู้เสียแล้ว

"จู่ๆท่านก็เงียบไปนึกว่าจะมีอะไรพูดมากกว่านี้เสียอีก แต่ข้าจะบอกเอาไว้ให้ ไม่มีชายใดแข็งแกร่งไปเหนือข้า จงเข้าใจเสียใหม่นะท่านราชินี ...เอาล่ะ ถอดแหวนนั่นออกแล้วไปกับข้าดีกว่า"

"เหมือนว่าข้าจะได้ยินอะไรผิดไป ไม่นึกเลยว่าข้ากำลังถูกตะล่อมโดยชายที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าแถมยังดูอ่อนแอจากมิติไหนก็ไม่รู้อีก ข้าจะบอกเอาไว้เลย ถ้าเจ้าไม่ทำให้ข้าสยบต่อเจ้าได้ เจ้าก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นเจ้าของข้าหรอกนะ"

"ท่านพูดเองนะ!"

เป็นชายที่ไร้ซึ่งความอดทนและไร้ซึ่งสมองจริงๆ

หมัดที่ตรงมานั้นเชื่องช้าอย่างมาก ข้าแค่หลบแล้วกระแทกฝ่ามือใส่ที่ลิ้นปี่ของมัน แม้จะดูเหมือนไม่ได้ผลแต่การเคลื่อนไหวของพวกข้าไม่ได้ติดขัดจนถึงขั้นโดนโจมตีทีเผลอได้

ข้าใช้มือผลักตัวดันออกไปแล้วทิ้งระยะห่างจากชายผู้นั้น ข้าคิดว่าถ้าข้าเรียกชื่อมันอาจจะง่ายกว่าที่จะอธิบาย ชื่อของมันคือลุคสินะ? ถ้าข้าจำไม่ผิดล่ะก็นะ

"เจ้ายังช้าอยู่นะ ไม่สิ ไม่มีทางที่เจ้าจะเร็วไปกว่านี้แน่นอน"

"ถ้าท่านเห็นสิ่งนี้แล้ว ท่านจะพูดแบบนั้นอยู่รึเปล่ากัน!?"

ข้าที่ยังคงแสยะยิ้มอยู่เล็กน้อยตอนนี้กลับกลายเป็นละทิ้งรอยยิ้มออกจากใบหน้า และข้าก็หรี่ตามองอย่างจริงจังในทันที

-นั่นมัน...

อย่างที่ฮินะคิด นั่นไม่ใช่สิ่งที่คนปรกติจะไปถึงได้เลย อาจจะไม่มีอธิบายในตอนใดก็ตาม แต่ผู้ที่มีพลังวิญญาณสูงส่งล่ะก็ ผู้นั้นต้องมีความสามารถระดับสูง

แม้โลกนี้จะมีแต่ผู้คนที่มีความสามารถค่อนข้างจะต่ำ แต่ตัวอย่างมีให้เห็นชัดเจนทั้งจอมมารนั่น หรือสามพี่น้องดิ ลันดอนอย่างอเดล ถ้าเห็นชัดที่สุดตามความทรงจำของฮินะล่ะก็ มันคือร่างเงาของสามีแห่งเรา

-ใครเป็นสามีใครกันน่ะ?

ในความคิดของข้าตอนนี้คือข้าเริ่มหวาดกลัวนางเล็กน้อยแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าควรคิด สิ่งที่ข้าต้องการจะบอกก็คือ การหมุนเวียนและปลดปล่อยมานาออกมาใช้งานเพื่อเสริมสร้างหรือเปลี่ยนแปลงร่างกาย หรือที่เรียกกันว่า 'ร่างจำแลง' นี้คือทักษะระดับสูง ถ้าเทียบกันแล้วล่ะก็มันคือทักษะระดับBจากทั้งหมดในพหุภพเลยล่ะ

และเขาอยู่ในระดับนี้ ซึ่งมันค่อนข้างจะสูงมาก และแน่นอนว่าข้าไม่สามารถประมาทได้ เพราะร่างจำแลงทั้งหลายต่างมีความสามารถที่แตกต่างกัน และข้าก็ไม่ได้รับรู้และเข้าใจร่างจำแลงของชายคนนี้ด้วย

แต่ถึงยังไงระดับมันก็ยังคงต่ำเมื่อเทียบกับข้า ระดับที่ข้ากำหนดนั้นคือสิ่งที่ข้าเคยพบมาก่อน และมันจะมีระดับของสีที่แสดงออกมาอีกด้วย ถ้าเรียกว่าธาตุก็ไม่แปลก อย่างข้ากับฮินะก็เป็นประเภทเดียวกันคือแสงที่จะมีสีขวา ยูริที่อยู่ในกลุ่มของเขาก็มีสีทองซึ่งเป็นประเภทแสงศักดิ์สิทธิ์ และเขาก็มีสีดำที่เป็นประเภทของความมืด

ทั้งหมดทั้งมวลสีดำและสีขาวย่อมอยู่ ณ จุดสูงสุดของขีดความสามารถที่มนุษย์ไม่มีวันไปถึง และธาตุพิเศษเองก็เป็นสิ่งที่หาได้ยากว่าใครจะสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่ชายคนนี้ ลุคมีร่างจำแลงที่ไม่สมบูรณ์ซึ่งมีสีประจำร่างเป็นสีเขียวประกาย หรือก็คือมันอาจจะเป็นธาตุลมหรือธาตุพิเศษชนิดอื่น ข้าจึงต้องระวังเป็นพิเศษ

ร่างจำแลงที่ไม่สมบูรณ์คือสิ่งใด? ข้าคงตอบได้ไม่มากนักเพราะนอกจากข้าแล้ว ข้ายังไม่เคยเจอร่างจำแลงสมบูรณ์จากผู้ใดเลยสักราย ในส่วนของร่างจำแลงไม่สมบูรณ์คือร่างจำแลงที่มีพลังงานเวทย์หรือมานาห่อหุ้มร่างกายทั้งๆอย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง

ในส่วนของข้า ร่างจำแลงของข้านั้นเป็นร่างเทวะเทียมซึ่งจะเปลี่ยนแปลงร่างกายให้อยู่ในรูปแบบของเทพชั่วคราว ร่างจะมีสีขาวนวลไม่ใช่สีผิวของมนุษย์ทั่วไป เซลล์เองก็ถูกเปลี่ยน ระบบต่างๆภายในร่างกายก็จะหยุดลงไป เหลือเพียงแต่การเคลื่อนไหวของระบบประสาทและการไหลเวียนของมานา อีกทั้งข้ายังสร้างอาภรณ์แห่งเทพมาได้ด้วยเช่นกัน

และมันยังมีอีกระดับหนึ่ง คือระดับกึ่งสมบูรณ์ สิ่งนี้เป็นสิ่งเดียวที่ข้าไม่รู้จักแต่กล่าวว่ามันคือหลักฐานของการมีวิวัฒนาการที่สามารถก้าวเข้าสู่ร่างที่สมบูรณ์ได้ คนที่ข้าคิดว่าเขาอาจจะเป็นไปได้มีเพียงแค่เขาคนนั้นคนเดียวเท่านั้น

แต่หากเขาไม่สามารถเป็นได้ล่ะก็ ข้าคงต้องทิ้งเขาเอาไว้แล้วตามหาความต้องการของตัวเอง จนกว่าข้าจะสยบโลกทุกใบข้าจะไม่มีวันหยุดเด็ดขาด

เรานอกเรื่องมามากเกินพอแล้ว พักการอธิบายเอาไว้ชั่วคราว เพราะข้าต้องจริงจังกับการต่อสู้ครั้งนี้ แม้ว่าข้าจะไม่สามารถแพ้ง่ายๆแต่มันก็ไม่สามารถประมาทได้เช่นกัน

ฮินะ ข้าขอลงมือล่ะนะ

-อืม เดี๋ยวเราจะช่วยด้วยก็แล้วกัน

ข้าชักจะเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่านี่เป็นร่างของใครกันแน่ ข้าก็ไม่ใช่คนที่แย่พอที่จะยึดร่างของคนอื่นได้เหมือนกัน เพราะแม้แต่เหล่าลูกๆของข้ายังไม่ได้ยึดร่างจากเจ้าของร่างตัวจริงเลย เพียงแต่พวกเธอทำให้วิญญาณของเจ้าของร่างอยู่ในสภาพหลับไหลไปชั่วคราวแบบระยะยาวเท่านั้น

"ท่านเงียบไปนานเลยนะ หวาดกลัวข้าแล้วรึอย่างไร!"

"หึ! ไร้สาระ! พวกข้าน่ะไม่เคยหวาดกลัวสิ่งใดทั้งนั้น!"

ถ้าแค่ข้าผู้เดียวอาจจะระแวงมากเกินไปจนอาจจะพลั้งพลาดได้ ข้าเพียงคนเดียวไม่อาจไปสู่จุดสูงสุดได้ และนางก็ไม่สามารถปกป้องใครได้ด้วยตัวคนเดียว

แต่ถ้าเป็นพวกเราสองคนรวมกันล่ะก็...พวกเราจะไร้เทียมทาน

ประกายแสงสีเขียวพุ่งมาอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง แม้จะมีพลังที่อยู่ในระดับสูงแต่ข้าคิดว่ามันค่อนข้างจะไร้ซึ่งประสบการณ์อย่างเห็นได้ชัด อ่อนหัดเกินไปจนข้ารู้สึกเบื่อเสียด้วยซ้ำ

ดาบศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในร่างกายของพวกเรา ข้าเรียกมันออกมาใช้งานในฐานะดาบสั้นที่มีใบดาบเรียวเล็กกว่าปรกติ แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่ข้าจะเรียกมันว่าเรเปียร์ แต่จะอย่างไหนก็ช่างอย่าได้สนใจเลย

ข้าโจมตีสวนกลับด้วยการตวัดดาบเล็กน้อย จากนั้นข้าก็ย่นระยะเข้าหาแม้ว่าเขาจะทิ้งระยะห่างจากดาบของข้า เขาไม่มีอาวุธใดๆเลยแต่ข้าก็มิอาจจะประมาทได้อยู่ดี

ข้าเปลี่ยนดาบให้กลายเป็นอาวุธที่ข้าถนัดที่สุด เคียว

เพราะดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้สามารถเปลี่ยนแปลงรูปทรงได้ตามใจนึก ฮินะนั้นถนัดการใช้ดาบคาตานะที่เป็นดาบของบ้านเกิดและอาวุธประเภทสนับมากกว่า ส่วนข้าถนัดดาบสั้น เรเปียร์และเคียวเสียส่วนใหญ่ แต่ดาบประเภทอื่นถ้าจำเป็นพวกเราก็สามารถใช้ได้เช่นกัน

หรือก็คือไม่มีสิ่งใดที่เราไม่สามารถใช้งานได้ ข้ากวาดเคียวเป็นแนวนอนแต่เขาก็ยังหลบได้ แม้จะไม่พ้นก็ตาม

"อึ่ก.."

"ดูสีหน้าเจ้าไม่ดีเลยนะ หมดฤทธิ์แล้วหรือไง?"

ข้าตั้งท่าพร้อมรบ เขาคงกระวนกระวายใจน่าดูที่ข้าสามารถสู้กับเขาได้ แม้ว่าข้าจะไม่ได้ใช้ร่างจำแลงก็ตามที

พลังที่ข้าสัมผัสได้จากเสี้ยววินาทีเมื่อสักครู่นี้ มันมีความเข้มข้นที่แตกต่างกัน ซึ่งนั่นเป็นอะไรที่แย่มาก เพราะเขาควบคุมมันไม่ได้ หรืออาจจะได้แต่ไม่ดีเท่าไรนัก

ข้าจะรีบจบการต่อสู้นี่ซะ เพราะข้ามีอะไรที่ต้องไปทำอยู่ เพราะฉะนั้นข้าจะเริ่มเอาจริงแล้วล่ะนะ

-จะใช้จำแลงร่างเทพีก็ได้นะ จะได้จบเร็วๆ

อย่าดีกว่า นั่นคงไม่ดีเท่าไร ข้าคิดว่าการที่ข้าต้องมาใช้พลังถึงระดับนั้นในตอนนี้คงไม่ดีแน่นอน หากว่ามันจวนตัวจริงๆข้าค่อยใช้งานมันก็แล้วกัน

-ถ้างั้นเราขอควบคุมร่างก็แล้วกัน ถ้าเธอไม่ว่าอะไร มันอาจจะช้าเล็กน้อยนะ

...เอาเถอะ ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไร ถ้าเจ้าแข็งแกร่งขึ้นนั่นก็ดีต่อตัวข้า ยิ่งเจ้าแข็งแกร่งได้มากเท่าไร พวกเราก็จะไร้พ่ายยิ่งขึ้นเท่านั้น

ข้าปล่อยการควบคุมร่างกายออก ผู้ที่เข้ามาควบคุมเป็นฮินะแทนที่จะเป็นข้า แน่นอนว่านั่นทำให้บรรยากาศภายนอกรวมไปถึงการแสดงความรู้สึกและท่าทางของร่างกายนี้เปลี่ยนไป

ฮินะเปลี่ยนเคียวของข้ากลับเป็นดาบคาตานะ แล้วเปลี่ยนท่าเตรียมพร้อมของเธออีกด้วย

เนื่องจากบรรยากาศรอบกายเปลี่ยนไป ทำให้ลุคสับสน แต่เขาไม่ลังเลที่จะบุกเข้ามา ในช่วงนี้ข้าขอคั่นรายการสักหน่อยก็แล้วกัน

ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ฮินะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก นางทั้งซึมซับประสบการณ์จากข้าและฝึกใช้งานพลังที่ได้รับมาอย่างไม่ขัดตอน เธอล้มศัตรูที่แข็งแกร่งได้ด้วยตัวคนเดียว แต่เธอยังไม่ยอมสังหารผู้ใดเลยแม้แต่น้อย อันที่จริงนางก็ฆ่าได้แต่นางบอกว่ามันน่ารำคาญที่ต้องมาไล่ฆ่าทุกคน ข้าเลยจะออกทำงานมากกว่านางอยู่บ่อยครั้ง

และเป้าหมายของลุค ความจริงแล้วหลายคนคงเข้าใจแต่บางคนก็ยังไม่รู้สาเหตุที่ข้ากับลุคต่อสู้กันสินะ? ข้าแค่ไม่ชอบชายคนนั้นตั้งแต่ที่แอบดูพวกเราอยู่ตั้งแต่ทีแรกแล้ว ส่วนเหตุผลของเขาคือการที่เขาต้องการตัวข้าไปก็เท่านั้น

ก็อย่างที่บอกว่าข้าไม่ชอบคนแบบเขา แต่ชอบคนแบบเดียวกับที่ฮินะชอบเสียมากกว่า เพราะฉะนั้นข้าจึงพูดอะไรที่คิดว่าค่อนข้างจะแทงใจดำเขาเพื่อดึงให้เขาอยู่ในสภาพที่ไร้ซึ่งความยั้งคิด และมันก็ได้ผลที่ค่อนข้างจะดี

ตอนนี้แม้ว่าท่าทีของข้าจะเปลี่ยนไปเพราะฮินะ แต่เขาก็ดันทุรังเข้ามาจู่โจมอยู่ดี นั่นทำให้ฮินะของข้ามีโอกาสชนะมากขึ้น

แต่ข้ากำลังวิเคราะห์ความสามารถที่ซ่อนเร้น และอะไรบางอย่างที่เขากำลังซ่อนไว้อยู่ ข้าเคยบอกแล้วนะว่าข้าจะไม่ยอมประมาทอีก หากข้าไม่ประมาท ไม่ว่าใครข้าก็ไม่แพ้ให้โดยเด็ดขาด

แต่แม้ว่าเขาจะโจมตีมาเช่นไรก็ตาม ทั้งมือและเท้า หมัด เตะ หรือจะลูกถีบก็ทำอะไรเราไม่ได้ แต่เขาไม่ยอมใช้เวทย์มนต์เลยแม้แต่น้อย

ฮินะ ใช้กระสุนเวทย์สิ

-อืม จะลองดูนะ

พอข้าบอกไปเช่นนั้น ฮินะก็สร้างลูกแก้วมานาขนาดหนึ่งนิ้วออกมาสามลูกที่ด้านหลัง และยังควบคุมได้อย่างดีอีกด้วย

กระสุนเวทย์มนต์แห่งแสงถูกยิงออกไปใส่ลุคเพื่อกระตุ้นให้เขาใช้เวทย์มนต์กลับมา แต่กลับกลายเป็นว่าแม้แต่ความเร็วของกระสุนเวทย์เขายังหลบไม่ได้เลยเสียด้วยซ้ำ

ทำให้เขาถูกโจมตีใส่ด้วยกระสุนเวทย์จำนวนมากได้อย่างง่ายดาย

"เอ๋!? ไม่หลบหรอกเหรอ!?"

ความงี่เง่านั่นทำให้ฮินะตะโกนออกมาอย่างตกใจเลยล่ะ ก็นะ ขนาดข้ายังคิดว่าเขาจะหลบมันพ้นเสียด้วยซ้ำ น่าเสียใจที่ข้าคิดผิด

ร่างของลุคกระเด็นถอยกลังไปไกล แถมยังหลุดออกจากร่างจำแลงอีก

อา...ข้าขอโทษที่ข้าระแวงมากเกินเหตุ แต่เขากระจอกสุดๆไปเลยล่ะฮินะ

-อ...อืม นั่นสินะ เราก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน

เพราะงั้นรีบจบกันเถอะ ถ้าเจ้าไม่ฆ่าเขาข้าจะเป็นคนทำเองก็ได้นะ

-นั่นสินะ ขอฝากด้วย

จากนั้นข้าก็เข้าควบคุมร่างอีกครั้ง แม้สิ่งที่ฮินะจะแสดงให้เห็นนั้นจะไม่มาก แต่สำหรับข้านางพัฒนาไปได้ค่อนข้างไกลมาก ตอนนี้ฮินะคงดึงพลังจากข้าไปได้มากกว่าครึ่งแล้ว อาจจะใช้ร่างจำแลงได้ดีกว่าข้าเสียอีก

ให้ตายสิ ข้าไม่นึกเลยว่าบนโลกใบนี้จะมีคนที่แข็งแกร่งเช่นนางอยู่ แต่ก็นะ...นางมาจากต่างโลกนี่นา ช่างมันเถอะ

ข้าเปลี่ยนคาตานะเป็นดาบสั้นอีกครั้ง และข้าก็เข้าใกล้ลุคเพื่อปลิดชีพเขาเสีย แต่ว่าข้าดันทำพลาด เพราะแม้ข้าจะระแวงเพียงใด ข้าก็ต้องตกหลุมพรางอีกครา

"ท่านพลาดแล้วนะ"

*ฉึก!*

"!!!"

ร่างกายของข้า...ถูกโจมตีด้วยมีดสั้นขนาดเล็กมาก และมันก็ทำให้ร่างกายนี้รู้สึกแสบร้อน นี่คงเป็นพิษชนิดหนึ่งสินะ?

"ข้าอุตส่าห์คิดว่าจะไม่ได้ใช้มันเสียแล้วซะอีก"

"ก็น่าจะเก็บมันเอาไว้ต่อไปนะ!"

ข้าถีบพื้นเข้าประชิดแล้วพยายามแทงเขาด้วยดาบของข้า แต่ทว่าเขาก็สามารถหลบได้ แต่นั่นไม่ได้ดูง่ายเลย ราวกับเขากำลังฝืนสังขารอยู่ก็ไม่ผิด

เขาพยายามเพื่อจับตัวข้าไปขนาดนี้เชียวหรือนี่ แต่นั่นไม่ทำให้ข้าดีใจเลยแม้แต่น้อย

-เอ่อ...เอายังไงดีล่ะ?

ข้าก็ไม่รู้ ข้าคิดว่านี่คงถึงคราวซวยของข้าแล้วจริงๆ เพราะว่าขาของข้าเริ่มชาพอสมควรแล้ว ก็นะ มีดมันแทงเข้ามาที่ท้องของร่างกายนี้นี่นะ

-ไม่ใช่ เราจะบอกว่าถ้าระเบิดพลังเวทย์ออกมาล่ะก็ มันอาจจะกำจัดพิษในร่างกายของพวกเราได้นะ หมายถึงร่างกายของเราน่ะ แล้วก็เอามีดออกได้แล้ว คาไว้แบบนี้มันน่าเกลียดด้วย และมันจะไม่ได้ผลด้วย

...นั่นสินะ? ว่าแต่มันจะได้ผลแน่เหรอ?

-เราเคยเห็นคุจังทำแบบนั้นอยู่ แต่ว่าเราไม่รู้ว่าเวทย์ฟื้นฟูจะใช้ได้รึเปล่า...แต่ถ้าเป็นไกอาก็คงจะทำได้อยู่ล่ะนะ

นั่นสินะ ข้านั้นตัดสินใจไม่ใช้เวทย์ฟื้นฟูเพราะมันไม่มีผลต่อตัวข้าถ้าอยู่ในสภาพที่ติดพิษเช่นนี้ แต่ถ้าวิธีที่ฮินะบอกมาเป็นจริงล่ะก็ ข้าก็คงหลุดจากสภาพนี้ได้

*ฟูมมมมมมมม!!!*

ข้าดึงมีดออกจากท้องแล้วก็ปลดปล่อยมวลมานาออกจากร่างกาย คงจะอยู่ในสภาพร่างจำแลงไม่สมบูรณ์จากที่เห็นล่ะมั้ง แต่มันก็แค่การระเบิดมานาเท่านั้น

ข้ารู้สึกว่าพิษมันหายไปหมดแล้ว ข้าจึงรักษาหน้าท้องที่เป็นแผลให้หายด้วยเวทย์แสงของข้า บาดแผลจึงสมานกันจนหายสนิท อ่า...เสื้อนี้อุตส่าห์ไปเปลี่ยนมาแท้ๆ น่าเสียดายชะมัด

-ตรงนั้นหรอกเหรอ?

ข้าลุกขึ้นยืนแล้วเร่งมานาไปไว้ที่ขา ความเร็วที่ข้าเคลื่อนไหวตอนนี้มีมากกว่าเขาอย่างแน่นอน เพราะความเร็วของกระสุนเวทย์นั้นยังตามข้าไม่ทัน จะบอกว่าข้ามีความเร็วเสียงล่ะก็ไม่ผิดล่ะนะ

*ฉึก!*

ข้าจึงมาอยู่ด้านหลังของลุค และข้าก็แทงดาบของข้าแทงทะลุกลางอกของเขา นี่ไม่ใช่ภาพติดตาหรือตัวปลอม เขาอ่อนแอถึงขนาดนั้นจริงๆ

"อึ่ก...ก...เกิดอะไรขึ้น ท...ทำไมพิษถึง ม...ไม่มีผล ก..กับท่านกัน?"

"ก็เพราะพวกเราช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การที่เจ้าจะเอาชนะพวกเราได้ ข้าคิดว่าเจ้าคงต้องเก็บฝันนั่นเอาไว้ไปกับความตายของเจ้าล่ะนะ"

"อึ่ก...ข้าคงมาได้แค่นี้จริงๆ ...ตายโดยฝีมือของท่านก็ไม่ได้แย่อะไร..."

ข้าบิดใบดาบแล้วดึงออกทางด้านข้าง ทำให้ดาบของข้าเฉือนร่างของเขาไป และเขาก็ตายลงในทันที 

"บ่นอะไรอยู่ได้ น่ารำคาญจริง"

ข้าทำความสะอาดเลือดที่เปรอะเปื้อนด้วยเวทย์มนต์ทำความสะอาด นี่เป็นเวทย์ที่ค่อนข้างดีข้าจึงฝึกใช้งานอยู่บ่อยๆ แต่ว่าเสื้อมันขาดไปแล้วนี่สิ... ขี้เกียจเปลี่ยนชะมัด

*แคว้ก!*

ข้าฉีกส่วนที่ถูกแทงออก ตอนนี้เสื้อตัวนี้ก็สั้นลงจนกลายเป็นเอวลอยไปเสียแล้ว แม้มันจะดูน่าอายไปหน่อยแต่มันก็ไม่ใช่สำหรับข้า เพราะข้าไม่ได้สนสายตาผู้อื่นที่จะจ้องมองข้าอยู่แล้ว หากแต่ไม่ใช่ด้วยจุดประสงค์โง่ๆแบบนั้นล่ะก็นะ เพราะถ้าทำแบบนั้นข้าคงเผลอฆ่าทิ้งไปอย่างแน่นอน

"เอาล่ะ ชักจะหิวแล้วสิ ร่างกายของมนุษย์ก็ลำบากหน่อยๆแฮะ"

-ฮะฮะ กลับไปกินข้าวกันเถอะ เราไม่ได้กินข้าวมานานพอสมควรแล้วนะ อาณาจักรนี้มีของที่คล้ายกับข้าสินะ สินะ!

"จ้าๆ ไปกันดีกว่า"

วันนี้คงมีแค่นี้แหละ ไว้เจอกันใหม่คราวหน้านะ สำหรับวันนี้ก็ลากันก่อนล่ะนะ

-เอ๊ะ? ลาอะไรเหรอ?

ไม่มีอะไรหรอกน่า

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว