ขอนอนได้ไหม,

บทที่ 12 ภาคกำเนิดฮอลโลว์

ชื่อตอน : บทที่ 12 ภาคกำเนิดฮอลโลว์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ต.ค. 2561 19:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 ภาคกำเนิดฮอลโลว์
แบบอักษร

ตึ้งงงงงง

"[ Level up !!! ]"

"[ + 1,000 พลังวิญญาณ /แรงดันวิญญาณ ถาวร ]

"[ ท่านได้รับเหรียญวิญญาณ 500 เหรียญ ]"

'ได้แค่ 1 เลเวลเอง ดูเหมือนว่ายิ่งระดับเลเวลสูงขึ้นการเลื่อนระดับใหม่อีกครั้งก็ยิ่งช้าลง แต่เรื่องที่น่าตกใจก็คือเหรียญวิญญาณดูเหมือนการสังหารระดับตัวตนระดับสูงก็ยิ่งได้เหรียญวิญญาณมากขึ้น'

แต่ไทม์ก็ไม่ได้สนใจเสียเท่าไหร่เพราะยังไงเสีย ของในระบบก็เตรียมขูดเลือดเนื้อเขาอยู่แล้ว เขาจึงเลิกสนใจและหันไปมองที่มือที่มีก้อนสีฟ้าคล้ายลูกไฟวิญญาณของเจ้าแอดจูคาสที่เขาได้คว้ามันมาก่อนที่ร่างมันจะสลายไป

'เจ้านี่คืออะไรหรอเจ้าระบบ'ไทม์ถามพร้อมใช้สายตากวาดมองไฟคล้าย ดวงไฟวิญญาณของประเทศญี่ปุ่น

"[ มาสเตอร์ เจ้าสิ่งที่อยู่ในมือท่านคือแก่นแท้จิตวิญญาณสถิต ถ้าท่านกลืนกินสิ่งนี้เข้าไป ระดับเลเวล พลังวิญญาณและแรงดันวิญญาณของท่านจะเพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง ]"

"โอ้ งั้นหรอขอบคุณสำหรับข้อมูล"

ว่าเสร็จไทม์ก็โยนสิ่งที่คล้ายลูกไฟวิญญาณเข้าปากอย่างไม่รีรอ เพียงพริบตาเดียวจู่พลังวิญญาณและแรงดันวิญญาณของเขาก็ปะทุอยู่ภายในจิตวิญญาณ มันมาพร้อมเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ทำให้ไทม์ยังตื่นตกใจ

ตึ้งงงงงง

" [ ท่านได้รับโบนัสจากการกลืนกินแก่นแท้จิตวิญญาณราชันย์วัวคลั่ง เลเวลของท่านเพิ่ม 50 เลเวล 50,000 + 100,000 พลังวิญญาณ /แรงดันวิญญาณ ถาวร ]"

สิ้นเสียงระบบไทม์ที่หลับตาจากการเพิ่มระดับอย่างกระทันหัน ก็ลืมหาขึ้นพร้อมใช้ตาดำนัยน์ตาสีน้ำเงินกวาดมองแอดจูคาวอีกห้าตนที่เหลือด้วยรอยยิ้มก่อนจะกล่าวบางอย่างเพื่อเรียกสติพวกมัน

"เอาละถึงเวลาแล้ว พวกเจ้าทั้งห้าจงกลายมาเป็นบันไดรากฐานพลังให้เราผู้นี้เสียเถอะ"

ร่างของไทม์หายไปจากเดสโคเลอร์โดยไม่สนใจเทียกับยัยตัวแสบ และมาโผล่อีกครั้งตรงหน้าของแอดจูคาสทั้งห้าด้วยโซนีดโด้

เขาไม่รีรอ จะปล่อยพวกมันที่พิการไปอย่างไร้ความหมายและไร้ประโยชน์เช่นนั้น สู้ให้พวกมันมาเป็นพลังส่วนหนึ่งให้เขาน่าจะมีประโยชน์มากกว่า และนี่คงเป็นเกียรติสำหรับพวกมันแน่ๆ

ความคิดที่แสนอำมหิตนี้ค่อยโผล่ออกมาจากสัญชาตญาณของไทม์แต่เขาก็ไม่คิดจะหยุดมันเหมือนเมื่อก่อน ตอนนี้เขาไม่**กลัวที่จะถูกสัญชาตญาณกลืนกินอีกต่อ เพราะเขานี่แหละที่จะกลืนกินมันเอง

"ยะ อย่า ข้ายังไม่อยากตาย ข้ายัง..."

"ท่าน ผู้สูงส่งข้าสามารถเป็นกำลังให้แก่ท่านในอนาคตดังนั้น..."

ฉัวะ!!!

ตึกๆ

เขาไม่สนเสียงอ้อนวอนที่น่าสังเวชของพวกมันเพียงแค่ไทม์สะบัดฝ่ามือหัวของแอดจูคาสทั้งห้าก็หมุนกลิ้งเป็นลูกข่างมาใกล้ๆแทบเท้าของเขา

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงเกิดอาการคลื่นใส้อยู่บ้าง แต่ตอนนี้เขากับเฉยชาราวกับมันเป็นเรื่องที่เขาทำเป็นปกติในชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว

ในช่วงที่กายวิญญาณของพวกมันกำลังสลายหายไป ก็มีดวงไฟหลากสีลอยออกมา มันพยายามจะหนีออกจากที่นี่ แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยมันไป เพียงแค่เขาสะบัดมือไฟทั้ง 5 ก็ถูกเขาจับได้ทั้งหมด

"ไฟแก่นแท้จิตวิญญาณสถิตพวกนี้มีขนาดไม่เท่ากัน คงเป็นเพราะด้วยระดับเลเวลและพลังวิญญาณที่ต่างกันใช่ไหมเจ้าระบบ ?"

"[ สมกับเป็นมาสเตอร์ ท่านคาดเดาได้ถูกต้อง ทางที่ดีมาสเตอร์กินไฟแก่นแท้ที่มีดวงใหญ่ที่สุด ส่วนที่เหลือควรเก็บไว้ให้กองกำลังของท่านในอนาคตน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า ]"

"นั่นสินะ กินพวกระดับต่ำมากเกินไปก็ใช่ว่าจะดี"

ที่พูดเช่นนี้ก็เพราะดวงไฟเหล่านี้มีผลข้างเคียงอยู่มากเกินไป มันมีสัญชาตญาณดิบของฮอลโลว์หลงเหลืออยู่เกือบแปดส่วน การกลืนกินมากเกินไปอาจจะไปปลุกความดิบเถื่อนหรือเสริมความดิบเถื่อนให้เขามีมากเกินไป

ก็เหมือนกับการกินยาเพื่อรักษาโรค กินมากๆในครั้งเดียวก็ใช่ว่าจะหายเสียเมื่อไหร่ บางทีอาจจะตายเพราะกินยามากเกินขนาดด้วย ดังนั้นเขาจะกลืนกินแบบนานๆทีและใช้เวลา**ย่อยสลายความดิบเถื่อนของฮอลโลว์ไปอย่างช้าๆ แต่สมบูรณ์แบบ

เมื่อสำรวจดูไฟทั้งห้าสี ไฟสีม่วงด้วยใหญ่ที่สุดเขาจึงไม่รีรอที่จะกลืนกินมันเข้าไป เพียงชั่วพริบตาเดียวระดับของเขาก็เพิ่มขึ้นมาอีก 68 เลเวล พร้อมกับพลังวิญญาณและแรงดันวิญญาณที่เพิ่มขึ้นมาอีก 68,000 + 136,000 หน่วย

"เทียรับนี่ไป"

ไทม์ขว้างไฟสีครามที่มีขนาดเป็นรองไฟสีม่วงแค่หนึ่งมิลไปให้เทียที่ยังยืนเด๋ออยู่ในเดสโคเลอร์ที่ไทม์เปิดทิ้งไว้

"ดะ เดรโก้ฉันไม่อยากกินตนอื่นเพื่อพลัง"

"ก่อนที่เธอจะคิดแบบนั้นเธอต้องแข็งแกร่งมากพอเสียก่อน เชื่อผมสิเทีย"

เทียยืนตัดสินใจอยู่นาน จนเมื่อเธอนึกถึงความแข็งแกร่งแสนสุดยอดของไทม์เธอก็ตัดสินใจกลืนกินไฟสีครามเข้าไป เธอเลือกที่จะเชื่อเขาดีกว่าต้องมาเสียใจในภายหลัง

"ยัยตัวแสบ เดินไปทางนั้นสิ พวกเพื่อนเธออยู่ที่นั่นกัน"

ไทม์กล่าวและชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง ซึ่งเมื่อยัยตัวแสบได้สติก็รีบใช้สี่เท้าวิ่งไปหาเพื่อนเธอทันที และไม่นานเธอก็พบกับพญางูขาวขนาดยักษ์ กับราชสีห์ทอง ที่หมดสติจากบาดแผลน้อยใหญ่ตามร่างกาย

"ปลอดภัยสินะ"

บอกตามตรงไทม์ก็แอบหวั่นใจอยู่เหมือนกัน เพราะเขาไม่รู้ว่าตอนที่เขาใช้เซโร่ ดับเบิ้ลไป ความรุนแรงจากระเบิดจะสร้างผลกระทบให้แก่ทั้งคู่หรือไม่ แต่เมื่อพบว่าเขาคำนวนได้ถูกต้องสองตนนั้นไม่เป็นอะไรก็ถอนลมหายใจโล่งอก

"อะ เออคือ ขะขอบคุณท่านมากท่านผู้สูงส่ง"

"เออ ยัยตัวแสบเธอเป็นอะไร ไม่สบายหรือเปล่า"

ไทม์สับสนกับท่าทีที่แสดงออกมาจากหลังตีนเป็นหน้ามือของอีไมโรล กวางป่าเขาเดียวตนนี้ ปกติเธอจะแก่นแก้ว หัวร้อนง่าย ชอบใช้คำพูดขวานผ่าซากเสียจนน่าเชือดทิ้ง แต่ดูเธอตอนนี้สิ เธอดูสงบเสงี่ยมราวกุลสตรีที่แท้จริง

"ไม่ได้เป็นอะไรค่ะท่าน"

"เอิ่ม ฮูเอโกมุนโด้อาจมีฝนตกในครั้งแรกของประวัติศาสตร์เลยก็ได้เนี่ย"ไทม์เผลอพูดออกมาลอยๆ

"ท่านว่าอะไรนะ ?"

"อ่อเปล่า ไม่อะไร"

ไทม์เลิกสนใจยัยตัวแสบ และเดินกลับไปหาเทีย ที่กำลังตกใจกับพลังที่เพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาล ก็ไม่แปลกหรอก ที่เจ้าตัวจะตกใจ ก็เธอไม่เคยกินฮอลโลว์ตนอื่น แล้วเธอจะรู้ได้ยังไงว่าการกลืนกินมันวิเศษมากขนาดไหน

"เอาละเรากลับกันที่ถ้ำกันก่อนเถอะ แต่ก่อนอื่นยัยตัวแสบเธอรีบปลุกเพื่อนของเธอได้แล้ว"

"เข้าใจแล้วค่ะท่านผู้สูงส่ง"

หลังปลุกพญางูขาวและราชสีห์ทองให้ตื่นจากการหลับไหล ไทม์ก็ไม่รีรออะไร เขารีบเปิดเดสโคเลอร์พาทุกตนกลับมายังถ้ำของเทีย เพื่อที่จะมาช่วยย่อยพลังวิญญาณภายในร่างของเธอให้เป็นของเธออย่างแท้จริง

"พวกเธอไปพักก่อนก็แล้ว ผมกับเทียมีธุระที่ต้องจัดการ"

""""ทราบแล้วค่ะท่านผู้สูงส่ง""""

เออเอาเข้าไป ดูเหมือนยัยตัวแสบจะไปเป่าหูให้ทั้งสองฟังจนได้เรื่องแบบนี้ จะให้เขาห้ามก็น่ารำคาญช่างมันเลยละกัน เขาออกเดินพาเทียมาอยู่ในระยะห่างไกลจากถ้ำของเธอพอสมควร

"ที่นี่แหละเงียบสงบดี เอาละก่อนอื่นผมมีอะไรจะให้"

ไทม์หยิบดาบซัมปาคุโตที่โผล่ออกมาจากกลางอากาศหลังจากจ่ายเหรียญวิญญาณให้แก่ร้านค้าบลีชไปร้อยเหรียญ ให้แก่เทียโดยไม่นึกเสียดาย ส่วนเจ้าตัวก็งงตึบ เดรโก้เอาดาบฟันวิญญาณของยมทูตมาให้เธอทำไม ?

แต่เธอก็รับมันไว้ และเพียวชั่วพริบตาที่นิ้วสัมผัสกับด้ามดาบ จู่ๆร่างกายของเธอก็เหมือนมีบางสิ่งขาดหายไป แต่กว่าจะรู้ตัวก็พบอีกว่าแรงดันวิญญาณที่เธอมีกำลังถูกสูบหายไปจนหมด จนเธอหมดสติกลางอากาศ ร่างของเธอกำลังจะล้มตึงสู่พื้นทราย

แต่ยังไม่ทันที่หัวของเธอจะสัมผัสพื้น ก็มีมือหนาเข้ามาโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขนเพื่อไม่ให้เธอล้มหัวฟาดพื้นไป ก่อนที่เขาจะค่อยๆพยุงตัวเธอให้นอนลงอยู่ที่พื้นเพื่อเข้าสู่กระบวนการที่แท้จริง

"ระบบเริ่มกระบวนการหลอมรวมได้แล้ว กองกำลังคนแรกของเราคือเธอคนนี้ เทีย ฮาริเบล"

"[ รับทราบครับมาสเตอร์! ]"

​ว่าจะลงสองตอนแต่ถ้าคอมเมนท์น้อยก็​อดไปนะจ๊ะ !

ความคิดเห็น