facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 86 : สูทสีขาวล้วน

ชื่อตอน : ตอนที่ 86 : สูทสีขาวล้วน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.8k

ความคิดเห็น : 98

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.พ. 2564 19:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 86 : สูทสีขาวล้วน
แบบอักษร

 

ตอนที่ 86 : สูทสีขาวล้วน 

“ไชโย... ไชโย... ไชโย...” 

เสียงร้องตะโกนในงานดังขึ้นเมื่อประธานในพิธีชูเครื่องดื่มสีอำพันขึ้นสูงเหนือศีรษะ คนในงานต่างพากันเปล่งเสียงที่เป็นตัวแทนแห่งความยินดีอย่างยิ้มแย้ม บรรยากาศในงานช่างหอมหวานและอบอวลไปด้วยความรัก 

ปัณฑูรในวัย 29 ปียืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายได้ยากยิ่ง คนบนเวทีที่กำลังสวมชุดสูทสีขาวล้วนไม่ใช่ใครอื่น ไอ้ว่าน เพื่อนที่สนิทที่สุดในชีวิตเขาที่หากจะนับกันจริงๆ แล้ว จำนวนนิ้วมือก็คงแทบจำนวนปีที่คบกันได้ไม่พอ เขาแอบมายืมหลบมุมตรงมุมห้องอยู่คนเดียวในขณะทีแขกเหรื่อที่กำลังมาร่วมงานกำลังชูเครื่องดื่มในมือเพื่อแสดงความยินดีกับงานวิวาห์ที่แสนหอมหวานในค่ำคืนนี้ 

“ใจหายเหรอ” 

“อืม” 

เขาเอ่ยปากตอบออกไปโดยไม่ต้องหันไปดูก็รู้ดีว่าใคร ไอ้อิฐ หรือถ้าจะให้เรียกอย่างเต็มยศก็คือคุณอิทธิกร รองประธานฝ่ายปฏิบัติการบริษัทมหาชนรับเหมาก่อสร้างเสาเข็มชื่อดังในตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ มันยังรับตำแหน่งแฟนคนแรกและคนเดียวของเขามากินเวลาฉิวเฉียดจะ 10 ปีอีกด้วย 

“ที่รักของอิฐคิดอะไรอยู่ครับ ทำไมหน้านิ่งสนิทแบบนี้ วันแต่งเพื่อนสนิททั้งที ยิ้มหน่อยเร็ว” 

อิฐเอื้อมมือมาแตะข้อศอกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะออกแรงน้อยๆ เป็นการเรียกร้องความสนใจของคนตรงหน้าให้กลับไปที่ตนเอง ไป๋หันกลับไปมองที่อีกฝ่ายอย่างว่าง่าย 

“เวลานี่เดินเร็วเนอะ รู้สึกเหมือนเพิ่งนั่งกินข้าวอยู่ใต้คณะวิทย์กันอยู่เมื่อวานนี้เอง” 

เขาบ่นรำพึงออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา รู้สึกตัวอีกทีตัวเองก็อายุจะแตะเลขสามแล้ว เพื่อนที่สนิทที่สุดก็กำลังจะแต่งงานและเริ่มชีวิตครอบครัว คนตรงหน้าที่เคยเป็นเด็กม.ปลายที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยติดแหล่ไม่ติดแหล่ วันนี้ได้เป็นถึงรอง COO ของบริษัทชื่อดังของประเทศ อิทธิกร เด็กหนุ่มหัวไวอนาคตไกลเจ้าของตำแหน่งลูกรักของท่านประธานบริษัท 

“เวลาผ่านไป แต่หัวใจอิฐเหมือนเดิมนะ ลองแตะดูสิ มันยังเรียกแต่ชื่อไป๋เหมือนเดิมเลย” 

ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทเอื้อมมือไปคว้ามือสะอาดของคนตรงหน้ามานาบไว้ที่หน้าอกข้างซ้ายของตน ราวกับว่าจะพิสูจน์ว่าก้อนเนื้อก้อนนั้นยังร้องเรียกหาแต่ชื่อคนที่ตนรักมาตลอดเวลาเพียงคนเดียว 

“ไอ้อิฐ!” 

ไป๋พูดเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถือวิสาสะคว้ามือตัวเองไปวางบนแผ่นอกตนเอง เขาเหลียวมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจก็ปล่อยให้คนตรงหน้าจับมือของตนอย่างตามใจ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาก็ไม่เคยควบคุมอุณหภูมิใบหน้าเวลาอยู่กับไอ้อดีตเจ้าชายของโรงเรียนคนนี้ได้เลย 

“กอดกันนะที่รัก” 

อิทธิกรออกแรงดึงคนตรงหน้ามาไว้ในอ้อมอก พร้อมกับหลบฉากเข้าไปอยู่หลังป้ายสำหรับถ่ายรูปตอนเข้างานแต่งขนาดใหญ่ ไฟในงานดับมืดสนิทเพราะกำลังฉายวีดีโอพรีเซนเทชัน ไฟข้างหลังฉากกว้างนี่ก็มืดสนิทเช่นกัน ไป๋ซบใบหน้าอยู่กับอกคนที่ตนฝากหัวใจไว้ตลอดมาอย่างต้องการที่พักพิง เขารู้สึกเหมือนภายในอกมันว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก อย่างที่อิฐพูด มันไม่ได้เศร้า แต่มันคือความใจหายเสียมากกว่า 

“อ้อมกอดมึงยังอุ่นเหมือนเดิมเลย” 

ปัณฑูรพึมพำออกมาด้วยเสียงดังเท่ากระซิบ อีกฝ่ายเอามือหนามาลูบไปบนศีรษะของเขาอย่างแผ่วเบา ไป๋ฝังตัวลงไปบนแผ่นอกของคนตรงหน้าราวกับอยากจะระบายความอัดอั้นทั้งหมดออกไปโดยไม่ต้องใช้คำบรรยาย 

“เก็บไว้ให้ไป๋คนเดียวเลยนะ” มือหนาของเจ้าของเสียงนั้นลูบไปบนศีรษะของเขาอย่างปลอบประโลม 

“มึงว่าเราจะได้เจอว่านเหมือนเดิมไหม” ไป๋ถามด้วยเสียงเบา 

“ไป๋ ไป๋ลืมไปหรือเปล่าว่าตัวเองทำงานที่เดียวกับว่าน แถมเรียนต่อเฉพาะทางที่เดียวกับว่านอีก นี่ไป๋เจอว่านบ่อยกว่าอิฐจนอิฐจะหึงแล้วเนี่ย ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรอกไป๋ ดูอย่างไอ้โฟคไอ้เพียวซิ ขนาดไอ้เพียวถ่อไปทำงานถึงกลางอ่าวไทย พวกเรายังเจอมันได้บ่อยๆ เลย” อิฐตอบอย่างใจเย็น 

“กูก็ไม่รู้เหมือนกันหวะอิฐ กูก็ไม่ได้โกรธไม่ได้เสียใจนะที่ไอ้ว่านมันแต่งงาน กูแค่รู้สึกโหวงๆ” 

ไป๋พูดออกไปตามความรู้สึก เขาไม่ได้เสียใจ มันเป็นความรู้สึกอัดแน่นอยู่ในอก ตอนที่เห็นภาพเพื่อนสนิทอยู่ในงานวิวาห์บนเวที น้ำตามันพาลจะไหลให้ได้ แต่เขาเองก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันว่าน้ำตาที่ว่ามันมาจากความรู้สึกไหนกัน 

“แล้วไป๋หละ อยากแต่งงานบ้างไหม” อิฐก้มลงมาพูดที่หูเขาด้วยน้ำเสียงกระซิบ 

“พอละ กูหายนอยด์ละ ขอบคุณมาก” ไป๋รีบดันตัวออกจากอ้อมอกคนตรงหน้าทันที เมื่อเห็นว่าหัวข้อสนทนาเริ่มจะวกกลับมาที่เรื่องของตนเอง 

“อย่าหนีสามีสิครับคนดี” 

อิฐดึงตัวอีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในอ้อมอกตามเดิม ไป๋ที่พยายามดันตัวออกไปก็แพ้แรงคนตรงหน้าจนเซกลับไปที่แผงอกกว้างนั่นอีกครั้ง 

“ถ้ามึงพูดคำว่าสามีอีกรอบ ครั้งหน้าที่มึงป่วย ยาที่กูให้กินจะเป็นยาพิษแน่ ไอ้อิฐ!” 

ไป๋พูดขู่กระซิบที่ข้างหูแฟนของตนเองด้วยเสียงเยียบเย็น อิฐหันมามองก็ได้แต่ยิ้มมุมปากน้อยๆ อาจจะเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างรู้จักกันดีว่าคำพูดไหนเป็นเรื่องเล่นหรือเรื่องจริง 

“โอเค งั้นอิฐยอมเป็นภรรยาก็ได้ โอ๋ สามีจ๋า อย่างอนเมียสิจ๊ะ” อิทธิพรพูดเสียงกระเซ้าตรงข้างหูอีกฝ่าย พร้อมกับเอาริมฝีปากขบไปที่หูแฟนของตนเบาๆ จนขนแขนของไป๋ลุกซู่ 

“ไอ้อิฐ เลิกเล่นได้แล้ว เดี๋ยวใครมาเห็น” ไป๋พูดพร้อมดันตัวเองจากอ้อมแขนคนตรงหน้าและฟาดมือไปที่ไหลใหญ่หนึ่งที 

“กลัวคนจะมาเห็นแล้วนินทาเหรอครับว่าเจ้าของโรงพยาบาลชื่อดังจะลดตัวมาคบกับวิศวกรต๊อกต๋อย” อิฐพูดแกล้งพร้อมกับเอามือโอบเอวคนตรงหน้าอย่างคุ้นเคย 

“แหม คุณอิฐ พูดผิดพูดใหม่ได้นะ คุณหนุ่มโสดในฝันอันดับหนึ่งของ MEN’s else ได้ข่าวว่าหนังสือปกคุณอิฐนี่เป็นนิตยสารที่ขายหมดโรงพิมพ์แค่ปกเดียวในรอบปีเลยนะครับคุณอิฐ” ไป๋พูดพร้อมเอามือไปโยกจมูกโด่งของอีกฝ่ายเล่น 

“อิฐก็บอกเขาแล้วว่าอิฐไม่โสด แต่เขาก็ยืนยันจะให้ตำแหน่งให้ได้ อิฐไม่อยากเป็นหนุ่มโสดหรอกครับ อิฐอยากเป็นแฟนของไป๋มากกว่า ฮึ คนอะไรหอมไปทั้งตัว ไหนขอดมหน่อยซิ” 

อิฐพูดพร้อมกับกดจมูกไปตรงแก้มเขาและสูดลมหายใจเข้าฟอดใหญ่ สีหน้าของไป๋ร้อนขึ้นจนเจ้าตัวเองยังรู้สึกได้ โชคดีว่าตรงหลังฉากถ่ายรูปนี้มืดสนิท ไม่งั้นเขาได้โดนมันแซวอีกกระทงแน่ 

“แต๊ะอั๋งกูเหรอ หือ ไอ้หนุ่มโสดในฝัน ฝันใครวะ ฮึ ใครเขาฝันถึงมึง กูนี่อยากรู้จริงๆ” ไป๋แกล้งพูด พร้อมกับเอามือฟาดไปที่แผ่นอกกว้างเบาๆ หนึ่งทีอย่างหมั่นไส้ 

“ไม่รู้เหมือนกันสิครับ ไม่รู้ว่าจะเป็นเจ้าของตุ้มหูกาวน์สีฝุ่นอันนี้หรือเปล่าน้า เห็นคนนั้นเค้าบอกว่าผมเป็นรักเดียวของเค้าเลยนะ ไม่รู้ว่าคบกันมาตั้งนานเค้าจะเปลี่ยนใจไปมองคนอื่นที่หล่อกว่า ดีกว่า รวยกว่าผมบ้างหรือยัง” 

อิฐใช้มือทั้งสองโอบเอวคนรักของตนอย่างประคองคนตรงหน้าไว้ในวงแขน อ้อมกอดนั้นยั่วเย้าคนตรงหน้าไปอย่างอารมณ์ดี ไป๋ทอดกายอยู่ในวงแขนคนตรงหน้าอย่างผ่อนคลาย ความรู้สึกว้าวุ่นเมื่อครู่เริ่มกระจายหายไปทีละเล็กทีละน้อย 

“เหรอ ฝากไปบอกไอ้เจ้าของตุ้มหูรูปเกียร์สีขาวนี่ด้วยนะ ว่าถ้าเจ้าของกาวน์สีฝุ่นเค้ามองคนที่หน้าตาหนะ เค้าไม่ตกลงปลงใจคบกับมันตั้งแต่แรกหรอก ตัวก็ใหญ่เหมือนคิงคอง เล่นไปทำไมเยอะแยะก็ไม่รู้เนี่ย ไอ้กล้ามเนี่ย จะไปล้มหมีด้วยมือเปล่าหรือไง ฮึ ไอ้บาบาเรี่ยน” 

ไป๋พูดพร้อมจับต้นแขนของคนตรงหน้าเขย่าไปมาอย่างประชด คว้าไปก็เจอต้นแขนแน่นปึ้กและหัวไหล่กลมได้รูป อิฐไม่เคยปล่อยปละละเลยตัวเองเรื่องการดูแลตัวเองเลย หุ่นของมันยังฟิตเปรี๊ยะเหมือนสิบปีที่แล้วไม่มีผิด บางทีอาจจะหนากว่า แข็งแรงกว่าด้วยซ้ำ 

“เค้าก็คงอยากให้แฟนของเค้าหลงรักเค้ามั้งครับ แฟนเค้ารวยกว่าฉลาดกว่า เค้าคงกลัวว่าวันหนึ่งจะเจอคนดีกว่ามาทำให้ไขว้เขว เค้าก็ต้องดูแลตัวเอง ฟิตหุ่น รักษารูปร่างหน้าตา เผื่อแฟนเค้าจะตกหลุมรักเค้าได้ใหม่ทุกวัน” 

อิฐพูดพลางเอามือลูบไปที่แผ่นหลังคนรักของตนเล่น ไป๋ที่ฟังประโยคนั้นก็ได้แต่หลบสายตาเจ้าของประโยค ความจริงสิ่งที่ไอ้อิฐพูดไม่มีผิดเลย มันยังหล่อมาก หล่อเหมือนเดิม หล่อจนทำให้เขาตกหลุมรักมันได้ทุกวันจริงๆ นั่นแหละ จากวันนั้นจนวันนี้ ยังไม่มีวันไหนเลยที่เขาสามารถมองร่างกายอันเปลือยเปล่าของคนตรงหน้าได้อย่างไม่รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งไปทั่วทุกอณูเนื้อ 

“เหรอ งั้นฝากไปบอกไอ้คนนั้นด้วยนะว่าแฟนมันอะเบื่อมันแล้ว หมั่นไส้ที่ไปขึ้นปกนิตยสารจนขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เค้าขี้เกียจไปตบตีแย่งชิงกับสาวๆ คนอื่น” ไป๋หันหน้ากลับมามอง พร้อมแกล้งพูดแหย่คนตรงหน้าอย่างติดนิสัย 

“ว๊า แย่จังเลย ไหนต้องลองดูซิว่าเค้าเบื่อผมจริงหรือเปล่า” 

อิทธิกรพูดด้วยน้ำเสียงแกล้งเหมือนจะเสียใจ ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาขโมยจุมพิตของคนที่ใช้คำพูดยั่วเย้าตนเองเมื่อกี้อย่างที่อีกฝ่ายตั้งตัวแทบไม่ทัน ปากของคนทั้งประกบกันสนิท ไป๋เผยอตัวขึ้นรับรสสัมผัสนั้นอย่างเด็กที่ติดลูกอมไม่เคยเบื่อ อ้อมกอดของพวกเขาทั้งคู่อยู่ห่างออกมาจากงานเลี้ยง ห่างออกมาจากแสงไฟ ห่างออกมาเกินกว่าที่ใครจะติดตามมาถึง 

“เบื่ออิฐบ้างหรือเปล่าครับ หัวใจของอิฐ” 

“...” 

“เกือบสิบปีแล้ว อิฐเริ่มคิดคำหวานใหม่ๆ มาจีบไป๋ไม่ค่อยจะออกแล้วนะครับ” 

อิทธิกรใช้มือลูบไปบนใบหน้าอีกฝ่ายอย่างเบามือ ไป๋เอื้อมมือไปจับมือหนาบนแก้มข้างซ้ายของตนอย่างที่แสนจะอธิบายได้ยาก วันนั้นจรดวันนี้ อิฐเสมอต้นเสมอปลายเสมอ ความจริงด้วยสถานะทางสังคมตอนนี้ อิฐมีตัวเลือกเพิ่มได้อีกมาก ไม่จำเป็นเลยที่มันจะต้องจงรักภักดีอยู่เพียงแต่คนแบบเขา 

“ไม่เลยอิฐ” 

“...” 

“9 ปี 10 เดือน 2 วัน 3 ชั่วโมงกว่านี้มีค่ามากมายมหาศาลกับกูมาก ขอบคุณมากนะที่มึงเข้ามาในชีวิตกู” 

ไป๋เอื้อมมือไปลูบผิวหน้าของอีกฝ่ายอย่างรักใคร่ ก่อนจะบรรจงประทับรอยจูบลงไปบนที่ริมฝีปากของชายร่างสูงอีกครั้ง ราวกับจะบรรจงถ่ายทอดความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ภายในทั้งหมดไปให้คนตรงหน้ารับรู้และเข้าใจ 

“เนี่ย ก็ไป๋ก็น่ารักขนาดนี้ แล้วจะไม่ให้อิฐตกหลุมรักไป๋อย่างหัวปักหัวปำยังไงไหวครับ” 

พวกเขาทั้งสองบรรจงจรดหน้าผากประทับไว้ซึ่งกัน ก่อนจะใช้ปลายจมูกเขี่ยกันไปมาอย่างหยอกล้อ อิฐแกล้งเอาฟันของตนมาดึงริมฝีปากของไป๋เล่น ในขณะที่ไป๋ก็แกล้งฝังจมูกลงไปที่แก้มของอีกฝ่ายและสูดลมหายใจฟอดใหญ่อย่างจงใจ มือของไป๋เผลอลูบไล้ตุ้มหูกาวน์สีฝุ่นที่สะท้อนแสงที่ลอดเข้ามาจากภายนอกน้อยๆ นั่นอย่างห่วงหา ลุ่มหลง และแทบจะกลายเป็นนิสัยติดตัว 

“เรากลับเข้างานกันเถอะครับ ป่านนี้เจ้าบ่าวตามหาตัวเพื่อนสนิทแย่แล้ว” 

นายพินต้า 

ฝากเฟสกับทวีตนายพินต้า ninepinta ด้วยนะ เราเหงา มาคุยกับเราหน่อยเร็ววว 

นี่ก็เกือบ 100 ตอนแล้ว มันอาจจะยาวนาน อาจจะน่าเบื่อ อาจจะไม่ตื่นเต้นเท่ากับวันแรกๆ แล้ว แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ผมก็อยากให้ทุกคนอยู่ด้วยกันไปถึงตอนสุดท้ายของเกียร์สีขาวกับกาวน์สีฝุ่นนะครับ ไม่ว่าจะเบื่อ จะรำคาญ จะขี้เกียจอ่าน จะหนีไปไม่อ่านแล้ว แต่ยังไงก็อยากให้กลับมาอ่านบทสุดท้ายของพวกเขาสองคนนะครับ ผมอยากให้ทุกคนได้เห็นบทสุดท้ายของอิฐและไป๋จริงๆ 

ส่วนใครที่ใจดีไม่หนีไปไหน ก็อย่าลืมเมนต์ให้กันบ้างนะ รออ่านทุกคนเลย : ) 

ความคิดเห็น