facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่27 เด็กเลี้ยงเเกะ (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่27 เด็กเลี้ยงเเกะ (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 42.5k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2562 20:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่27 เด็กเลี้ยงเเกะ (✔️)
แบบอักษร

​ตอนที่27 เด็กเลี้ยงเเกะ​ 

 

“ถ้ามันมีปัญหา ก็กลับไปจัดการเถอะครับ” ผมหันไปบอกคนที่ดูจะวุ่นวายมาตั้งเเต่เช้า ตั้งเเต่ตื่นมาก็มีเเต่สายโทรเข้ามาไม่หยุด 

“ไม่เป็นไร” เขาพูดบอกออกมาเเบบนั้น เเต่มือก็ยังระรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊กตรงหน้าไม่หยุดเช่นกัน 

“ยังไงวันนี้เราก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอยู่เเล้ว เพราะผมต้องไปเรียน คุณจะไปนั่งรอผมเฉยๆ ก็เสียเวลาเปล่านะครับ” 

“เอาเเบบนั้นเหรอ” 

“เเบบนั้นเเหละครับ ถ้าคุณต้องเสียการเสียงานเพราะผม คงรู้สึกไม่ดีเเน่ๆ” 

“เอาเเบบนั้นก็ได้...ไปสั่งเธอเสร็จ ค่อยนั่งเครื่องบินส่วนตัวไป จะได้ไวหน่อย” 

“เอางั้นก็ได้ครับ” 

“เเฟรงค์ เดี๋ยวช่วยจัดการให้ฉันด้วย” พอรับคำสั่งจากนายของตัวเองเสร็จ คุณเเฟรงค์ก็เดินเเยกออกไปจัดการทันทีเลย 

 

พอใกล้ถึงเวลาที่ผมต้องไปเรียน คุณโทมัสก็เป็นคนพาผมมาส่งที่หน้าตึกเรียนเหมือนเดิม เเถมยังสั่งผมอีกว่า เลิกเรียนเเล้วให้โทรหาเขาก่อนยังไม่ต้องกลับเองเพื่อว่าเขาจะมารับผมทัน 

 

“อย่าลืมที่ตกลงกันไว้นะ เลิกเเล้วโทรหาฉันก่อน” 

“ครับ ผมรู้เเล้ว” 

“...ตั้งใจเรียนนะ” เขาว่าออกมาเบาๆ ยกมือลูบหัวผมไปด้วย 

“รู้เเล้วครับ...คุณเองก็ตั้งใจทำงานนะครับ...ถ้าวันนี้ไม่เสร็จก็นอนที่โน่นนะครับไม่ต้องฝืนกลับมานะครับ รู้ไหม” 

“สั่งฉันหรือไง” 

“ผมเเค่เป็นห่วง...ไม่ได้สั่งนะครับ!” 

“หึหึ...ไปๆ ไอ้เจ้าเด็กปากร้ายเพ่ื่อนเธอเดินมานู้นเเล้ว” เขาหมายถึงหวายนะครับ พอหันมองออกไปนอกรถก็เห็นหวายกำลังเด็กเข้ามา 

“งั้นผมไปนะครับ...ไปนะครับคุณเเฟรงค์” 

 

ผมพูดบอกเขายิ้มๆ เลยไปถึงคุณเเฟรงค์ที่ขับรถให้ เเต่พอจะลงจริงๆ คนตัวสูงกลับเรียกเอาไว้ 

 

“ฟิวส์” 

“ครับ??” 

“ตั้งใจเรียนนะ...ฟอดด” 

“ค...ครับ...ตั้งใจเรียนครับ” 

 

ผมพูดออกมาไม่เป็นศัพท์ ก็ดูเขาทำสิ! คุณเเฟรงค์ก็อยู่ยังจะมาขโมยหอมเเก้มผมเเบบนี้อีก...โอ๊ย! เเล้วทำไมเปิดไม่ออกเนี่ย!! ผมที่พยายามจะเปิดประตูรถเพื่อที่จะรีบชิงออกไป เเต่มันกับเปิดไม่ออกเสียเเบบนั้น...ทำไมละทำไม!! 

 

“เอาล็อกออกก่อนสิ...เเบบนั้นเปิดให้ตายก็ไม่ออกหรอก” 

“รู้เเล้วครับ>//<” 

 

ผมรีบเปิดประตูเเล้วกระโจนลงจากรถมา ได้ยินเสียงเขาหัวเราะเบาๆ ตามหลังมาด้วย...ก็ที่ผมสติหลุดเเบบนี้ มันก็เพราะเขานั้นเเหละ...เขาเเกล้งผม!! 

 

“หน้าเเดงมาเเบบนี้ โดนไอ้ตาลุงนั้นรังเเกมาเเต่เช้าเลยหรือไง” หวายพูดทั้งขึ้นเมื่อผมเดินเข้าไปหาเขา 

“พูดไรเนี่ยหวาย” 

“ความจริงทั้งนั้นใช่ไหมล่ะ^^” 

“ไม่คุยด้วยเเล้ว” 

 

ผมรีบเดินชิงหนีหวายเข้าตึกเรียนมา ขืนยังยืนอยู่ตรงนั้นคงได้โดนล้อโดนเเซวยาวเเน่ๆ 

 

“...พอมาคิดดูเเล้ว...ฟิวส์ไม่เหมาะจะเป็นเเฟนเราจริงๆ นั่นเเหละ...โชคดีเเล้วที่เจอไอ้ลุงนั้น” 

 

หวายพูดออกมาเบาๆ....มองตามหลังของเพื่อนสนิทที่รีบวิ่งเข้าตึกเรียนไป...อันที่จริงก็ควรจะคิดเเบบนี้ได้ตั้งเเต่เเรกเเล้ว เพราะมั่วเเต่คิดเข้าข้างตัวเองว่ายังไงก็สามารถเเย่งฟิวส์มาได้เเน่ๆ ถึงได้มองข้ามความจริงข้อนี้ไป...ความจริงที่ว่า..ถ้าฟิวส์จะรักเขาก็คงรักไปนานเเล้ว...คงจะรักไปตั้งเเต่ที่อยู่ด้วยกันมาเกือบ 5 ปี… 

 

ผมเข้าเรียนในเวลาต่อมา เเต่เหมือนผมจะมาเเค่ตัวเลย...เพราะสติของผมในตอนนี้เหมือนมันจะหลุดลอยออกไปจากตัวเเล้ว เรียกได้ว่า ถึงจะเห็นอาจารย์ยืนพูดอยู่หน้าห้องเเต่สมองกับไม่รับสิ่งที่เขากำลังถ่ายทอดออกมาเลย….เเต่สิ่งที่กำลังเเทนที่เนื้อหาการเรียนของวันนี้ดันเป็นเหตุการณ์เมื่อเช้าเสียเเบบนั้น-*-! 

 

“บ้า! ดันมานึกถึงอะไรตอนนี้เนี่ย!” 

“เป็นอะไรหรือเปล่านักศึกษา” 

“เอ่อ...ขอโทษครับ”ผมรีบยกมือขอโทษขอโพยทุกคนในห้องยกใหญ่ที่เผลอหลุดพูดเสียงดังออกไปรบกวนการเรียนของพวกเขา 

“สติๆ ฟิวส์ สติ” ผมพูดกับตัวเองเบาๆ ยกมือตบหน้าของตัวเองเรียกสติกลับมา เเล้วพยายามตั้งหน้าตั้งตาเรียนต่อ...ถึงจะไม่ค่อยช่วยอะไรก็เถอะ 

. 

. 

. 

การเรียนของวันนี้จบไปตั้งเเต่ 5 โมงเช้าเเล้ว เเต่ผมก็ยังคงเอาตัวเองมานั่งจมอยู่ในหอสมุดของมหาลัยเเห่งนี้ ไม่ยอมกลับบ้าน...ก็เขาเล่นพูดออกมาว่าให้ผมโทรหาเขาเมื่อเรียนเสร็จเเบบนั้นใครจะไปกล้าละ เขามาส่งผมตอน 9 โมงเช้า เวลาผ่านไปเเค่ 2 ชั่วโมงเอง ถ้าโทรตอนนี้เเล้วเขากำลังเดินทางก็รบกวนเขาเเย่สิ เอาเป็นว่ามาหาหนังสือนั่งอ่านฆ่าเวลาอยู่ที่นี่ก่อน สัก 4-5 โมงเย็นค่อยกลับเเล้วกัน 

 

อือๆ เเบบนั้นเเหละ ห้าโมงเย็นค่อยกลับ 

. 

. 

. 

พอเห็นว่าเป็นเวลาสมควรเเล้วผมถึงได้กดโทรหาอีกฝ่ายไป เขาก็พูดประมาณว่าอาจจะกลับมาไม่ทัน เเต่จะส่งคนมารับเเทน ผมเลยนั่งรออยู่ที่หอสมุดอีกสักพักก่อนจะเดินกลับไปที่หน้าตึกเรียนของตัวเองพอเห็นว่าเป็นเวลาสมควรเเล้ว 

 

“พี่ฟิวส์!!” หญิงสาวที่ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดี...น่าเเปลกที่ตอนนี้เธอดูต่างออกไปจากที่ผมเคยเห็นครั้งล่าสุดมากๆ 

“หมิว” ผมเรียกชื่อเธอเบาๆ หยุดขาที่กำลังจะก้าวต่อเอาไว้เพียงเท่านั้น หมิวมองมาที่ผม ใบหน้าหมองคล้ำไปจากเดิมจนเกือบจำไม่ได้ 

“หมิวรู้ว่าพี่มาเรียนต่อที่นี่ ก็เลยมาหา...คุยกับหมิวหน่อยได้ไหม” เธอจับมือผมเอาไว้ พูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนจนผมสงสาร  

 

ผมเหลือบมองออกไปด้านนอกตึกก็เห็นมีรถจำนวนหลายคันขับเข้ามาจอดด้านหน้าตึกเเล้ว เเละเเน่นอนว่าถ้าพวกเขาเห็นผมคุยอยู่กับหมิวเเบบนี้ จะต้องเอาไปบอกคุณโทมัสเเน่ๆ 

 

“ไปคุยตรงอื่นเถอะ” ผมพูดก่อนจะรีบเดินนำเธอออกมา เเอบใช้จังหวะนั้นเเกะมือที่จับออกด้วย 

 

ผมเดินนำหมิวออกมาที่ด้านข้างของตึกที่เป็นลานว่างๆ มีนั่งศึกษาชายหญิงนั่งคุยกันเป็นกลุ่มๆ ผมเลือกที่จะมาหยุดคุยกับหมิวตรงมุมๆ หนึ่งซึ่งก็ไม่ได้เป็นมุมลับอะไร หรือจะเรียกว่าอยู่ท่ามกลางพวกนักศึกษาพวกนั้นเลยก็ว่าได้...เเค่ทิ้งระยะห่างออกมาหน่อยเดียวเท่านั้น 

 

“มันหลอกหมิว มันไม่ได้รวยเลยเเถมยังเป็นผีพนัน วันไหนอารมณ์ไม่ดีมันก็ซ้อมหมิว เเล้วตอนนี้มันยังหอบเงินหนีหนี้ไปเเล้ว ฮึก พี่ฟิวส์ช่วยหมิวด้วย ไอ้พวกเจ้าหนี้มันมาทวงเงินกับหมิว ถ้าหมิวไม่ให้มัน มันจะเอาหมิวไปขายซ่อง...ฮึก...หมิวไม่เอาเเบบนั้น...ฮึก” 

 

เธอพูดออกมาเป็นชุด จับมืออ้อนวอนผมอย่างที่เธอไม่เคยทำมาก่อน พอลองมองดีๆ บนใบหน้าของเธอก็มีรอยดดนซ้อมจริงๆ ไหนจะผิวขาวๆ ที่ตอนนี้คล้ำลงมาก มือนุ่มๆ ที่ผมเคยจับตอนนี้ก็เเข็งกระด่างเหมือนคนทำงานมาหนัก… 

 

“หมิวเป็นหนี้พวกมันเท่าไร” 

“2 เเสน...พี่ช่วยหมิวหน่อยเถอะนะ” เธอพูดออกมาเสียงสั่น น้ำตาไหลหน่องหน้าไปหมด 

“พี่คงไม่มีมากขนาดนั้น” 

 

ถึงผมจะพอมีบ้างจากการไปทำงานใช้ทุนมา เเต่เงินก้อนใหญ่ก้อนนั้นผมตั้งใจว่าจะให้ยายบุญส่วนหนึ่งเเละอีกส่วนจะเอาไว้เป็นทุนการศึกษาให้หลง หรือถ้าจะเอาที่เป็นเงินเก็บของผมละก็ก็มีเเค่ 2 หมื่นเท่านั้น 

 

“จะเป็นไปได้ไง พี่ไปทำงานมาตั้งปีหนึ่ง เเล้วไหนจะไอ้รถหรูที่ขับมารับมาส่งพี่นั้นอีก เเค่ 2 เเสนทำไมพี่จะไม่มี” 

“หมิวรู้ได้ยังไงว่ามีคนมารับมาส่งพี่...นี้หมิวสะกดรอยตามพี่เหรอ” 

“...เอ่อ..คือ” เธออ้ำอึ้งจนผมมั่นใจว่าสิ่งที่ผมคิดคือความจริง… 

“ถ้าหมิวจะเอาพี่ก็ให้ได้เเค่ 2 หมื่น เเต่ถ้าหมิวจะเอามากกว่านั้นพี่ให้ไม่ได้” พูดจบเเล้วผมก็เดินหนีออกมาเลย 

“คุณโทมัส!” 

 

ผมร้องเรียกชื่อเขาออกมาอย่างตกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะมารับด้วย ก็ไหนว่ามาไม่ทัน...ทำยังไงดีละ..เขาจะเห็นหรือเปล่า!! 

 

“ไปไหนมา” เขาถามออกมาเสียงนิ่ง จนดูไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่... 

“เอ่อ...ห้องน้ำครับ” ผมไม่กล้าพูดออกไปตรงๆ เพราะไม่อยากให้เขากังวลหรือไม่พอใจที่รู้ว่าผมไปคุยกับเเฟนเก่ามาเเบบนั้น 

“ทำไมต้องโกหก ปิดบังทำไม!” 

 

เขารู้! 

 

“พี่ฟิวส์!!” หมิวรีบวิ่งเข้ามาหาผม เธอมองผมสลับกับคุณโทมัส 

“พี่ช่วยหมิวนะ 2 หมื่นนั้นก็ได้” เธอพูดออกมาอีก 

“เอาเงินให้มันไปตามที่มันต้องการ เเล้วให้มันไสหัวไปให้ไกลที่สุด อย่าให้มายุ่งกับคนของกูอีก!” คุณโทมัสหันไปสั่งคุณเเฟรงค์เสียงดัง เเล้วหันมากระชากเเขนของผมจนตัวปลิว 

“โกหกฉันทำไม!” พอขึ้นรถได้เขาก็พูดถามออกมาเสียงเเข็ง ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ว่าตอนนี้เขากำลังอารมณ์ไม่ดีสุดๆ 

“ผมเเค่ไม่อยากให้คุณกังวล” 

 

ผมตอบไปตามความจริง ไม่โกหกเเล้ว ผมไม่อยากให้เขาโกรธผม ไม่อยากเลย...ถ้ารู้ว่าเป็นเเบบนี้จะไม่โกหกเขาไปเเต่เเรก...จะบอกความจริงไปตั้งเเต่เเรก 

 

“เรื่องอะไร” 

“ก็ที่ผมไปคุยกับหมิว ผมไม่อยากให้คุณคิดมาก ไม่อยากให้เรามีปัญหา” 

“ที่เราทะเลาะกันก็เพราะฉันโกหกเธอไม่ใช่หรือไง...เเล้วไม่คิดบ้างเหรอว่าเราจะทะเลาะกันเพราะเธอโกหกฉัน” 

“ผ...ผมขอโทษ...ฮึก...จะไม่ทำอีกเเล้วครับ...อย่าโกรธผมเลยนะ...ฮึก..ผมขอโทษ” 

 

ผมพุ่งตัวเข้าไปกอดเขาเอาไว้ กอดเเน่นมาก เเน่นเเบบที่ไม่เคยทำมาก่อน 

 

“...เจ็บหรือเปล่า” คุณโทมัสดันตัวของผมออก เเล้วจับท่าทางให้ผมนั่งดีๆ มือหนาของเขาลูบเบาๆ ที่รอยเเดงบนเเขนของผม 

“ฮึ ไม่เจ็บครับ” ผมพูดปฏิเสธออกไป 

“โกหก! เเดงขนาดนี้ไม่เจ็บได้ยังไง” 

 

คุณโทมัสลูบเบาๆ ที่รอยเเดงที่เเขนของผมอยู่เเบบนั้น รอยนี้ซึ่งเกิดจากการกระชากเเรงๆ ของเขาเมื่อครู่ 

 

“เจ็บตรงนี้มากกว่า...ฮึก” ผมชี้ไปที่หัวใจของตัวเอง ก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดคุณโทมัสเอาไว้อีกครั้ง 

“อย่าโกรธผมเลยนะ...ผมสำนึกผิดเเล้ว จะไม่ทำอีกเเล้ว จะไม่โกหกคุณอีกเเล้ว” 

“ต่อไปนี้มีอะไรต้องบอกฉันเข้าใจไหม” 

“ครับ” 

“ครับอะไร” เขาถามออกมาเสียงเข้ม 

“เข้าใจครับ..ฮึก” 

 

เเละเเน่นอนว่าผมรีบตอบออกไปทันที โดนไม่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำ...จะไม่ทำอีกเเล้วจะไม่โกหกเขาอีกเเล้ว...จะไม่ทำให้เขาโกรธอีกเเล้ว 

 

“งั้นก็หยุดร้อง เเล้วโทรไปบอกยายว่าวันนี้เราจะไม่กลับบ้าน” 

“ครับ??” 

“เด็กดื้อต้องโดนลงโทษ!” น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ของคนตัวสูงพูดขึ้นมาก่อนจะกอดตอบคนตัวขาวเอาไว้เเน่นๆ ซุกไซร้ซอกคอขาวสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวนั้นไปเรื่อย 

“...ไม่ได้ดื้อสักหน่อย” 

“ยังจะเถียง” 

 

เปล่าเถียง! คนตัวขาวได้เเต่พูดในใจ ก่อนจะยอมทำตามอีกฝ่ายตามคำสั่งของเขา 

 

ฮั่นเเน่ๆ!  รู้หรอกว่ารออออ 

เก๊าขอโต๊ดน่าาาา  ที่หายไปนาน....เข้าสอบเสร็จมาสักอาทิตย์เเล้ว...เเต่อยากจะพักสักอาทิตย์....บอกเลยว่ายิ่งเรียนสูงยิ่งเหนื่อยย...เเต่ช่างมันเถอะ ผ่านไปเเล้วก็ผ่านไป ยังไงตอนนี้ก็เสร็จเรียบร้อยเเล้ว 

เเล้วก็ๆ เค้าเปิดนิยายเรื่องใหม่เอาไว้เด้อออ  อย่าลืมไปอ่านกันน่า...เเต่บอกก่อนว่า เเค่เปิดเอาไว้เฉยๆ เเต่งเฮียโทมัสกะหมอตัวขาวเสร็จก่อนถึงจะไปต่อเรื่องนั้นนะจ๊ะ..... 

เลิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ 

BY : ลั้น ลา 

ความคิดเห็น