ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เสียงหัวใจจักรกล [2] จบ

ชื่อตอน : เสียงหัวใจจักรกล [2] จบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ต.ค. 2561 21:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เสียงหัวใจจักรกล [2] จบ
แบบอักษร

[2]

การมีหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์เกิดขึ้นมาสะท้านวงการวิทยาศาสตร์โลกไม่ใช่เล่น ทุกคนต่างอย่างทำความรู้จักหุ่นยนต์ตัวนั้นจนเนื้อเต้น สำนักงานข่าวน้อยใหญ่เตรียมจดบันทึกสัมภาษณ์กันอย่างกระตือรือร้น แต่เมื่อทุกคนรู้ว่าหุ่นยนต์ตัวนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของ ‘ใคร’ เข้า ความตื่นตาตื่นใจทั้งหมดก็ถูกเตะจนปลิว กลายเป็นว่าข่าวที่บอกว่ามีหุ่นยนต์เสมือนคนจริงกลายเป็นข่าวโคมลอย ไม่มีใครสามารถสืบค้นล่วงรู้อะไรไปได้มากกว่านี้

ลูคัสเกลียดการสัมภาษณ์ข่าว เกลียดนักข่าว เขาเกลียดเสียงชัตเตอร์และเกลียดทุกอย่างที่รบกวนความเป็นส่วนตัว แต่ยิ่งเกลียดกลับยิ่งได้ ตอนนี้สมบัติชิ้นหนึ่งที่เขาได้ครอบครองคือหุ่นยนต์เสมือนคนจริงตัวนั้น...

ยูเรียลเข้ามาอยู่ใบคฤหาสน์ที่คลับคล้ายกับปราสาทใจกลางเมือง ทุกสิ่งทุกอย่างแตกต่างไปจากเมื่อครั้งยังอยู่ในชนบทกับดอกเตอร์เซนัล หุ่นยนต์หนุ่มน้อยไม่รู้จะวางตัวยังไง เขาถูกพามาไว้ในห้องห้องหนึ่ง แล้วก็ถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น

“ผม...ผมอยากเจอคุณลูคัส” ยูเรียลเอ่ยขอร้องคนติดตามคนหนึ่งของคุณลูคัสที่ชื่อเดนนี่ เพราะเขาไม่ใช่มนุษย์ อาหารการกินก็ไม่ต้อง ห้องน้ำก็ไม่ต้องเข้า นอนก็ไม่ต้องนอน แต่ละวันผันผ่านไปอย่างว่างเปล่า ยูเรียลนั่งอยู่เฉยๆ ในห้องอันกว้างขวางนี่ต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาอาจไม่มีความรู้สึกหรือชีวิต แต่ปัญญาประดิษฐ์ของเขามันเอาแต่คิดวนเวียนเรื่องของลูคัส...

หน้าตาในความทรงจำ เทียบเคียงกับรูปถ่ายแล้ว ลูคัสคือพ่ออีกคนของเขาอย่างแน่นอน พ่ออีกคนที่สาบานรักกับดอกเตอร์เซนัล คนที่ดอกเตอร์รักแม้ว่าจะตายจากไป แต่ทำไมทั้งที่ตายจากไปแล้วเขาถึงได้กลับมา ยูเรียลไม่เข้าใจ

คนติดตามชื่อเดนนี่กลับส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะใช้สายตาเหยียดๆ มองเขา “แกมันก็แค่หุ่นยนต์ หยุดขอนู่นขอนี่สักทีได้ไหม ทำตัวเป็นมนุษย์ไปได้ น่ารำคาญจริง”

“ขอร้องเถอะครับ...ผมมีเรื่องที่ต้องคุยกับคุณลูคัส”

เดนนี่ถอนหายใจใส่ยูเรียล ก่อนจะจัดการดึงประตูปิด ทุกวันนี้เขาต้องวุ่นวายกำจัดจดหมายกี่ร้อยฉบับจากสำนักงานข่าวและผู้มีอิทธิพลต่างๆ ที่อยากรู้เรื่องเจ้าหุ่นยนต์นี่มากมายขนาดไหน แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว

ยูเรียลถูกทิ้งไว้ในห้องอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงของความเงียบที่ซึมแทรกทักทาย ไม่มีใคร ไม่มีอะไร ราวกับว่าหุ่นยนต์หนุ่มน้อยถูกทิ้งอยู่ในถังขยะใบโตหรูหรา ไม่มีใครต้องการเขาอีกต่อไปแล้ว

ตึก...ตึก

คล้ายได้ยินเสียงจังหวะบางอย่างเต้นดังอยู่ข้างในอกซ้าย ยูเรียลอดยกมือขึ้นมาจับไม่ได้ เขามักจะมีอาการแปลกๆ เช่นนี้ทุกครั้งที่คิดถึงดอกเตอร์เซนัล...คิดถึงบรรยากาศและวันวานเก่าๆ คิดถึงช่วงเวลานั้นที่ข้างกายของเขายังมีดอกเตอร์อยู่

ตอนนี้พ่อคนนั้นจากไปแล้ว และพ่ออีกคนก็ดูไม่ต้องการเขา....เช่นนี้แล้วนี่จะเป็นความรักจริงเหรอ หรือเรื่องทุกอย่างที่ดอกเตอร์เซนัลเคยเล่าให้ฟังมามันเป็นเรื่องโกหกหลอกลวง พ่ออีกคนคนนั้นที่ตายไปแล้วแต่เดิมไม่ได้รักพวกเขาเลย...

ไม่ได้รักดอกเตอร์เลย...

“อะไรกัน...ทำไม...”

ข้อต่อเหล็กตรงเข่าของยูเรียลหมดแรงทรุดฮวบ คล้ายว่าเครื่องจักรในตัวกำลังมีปัญหา ยูเรียลได้ยินเสียงดังตึกตักปริศนาในกายเต้นเร็วถี่ ทันใดนั้นที่เขาก้มหน้า...หยดน้ำบางอย่างก็ไหลพรั่งพรูออกมาจากดวงตา!

“ดอกเตอร์...” ยูเรียลตกใจกลัวมาก สมองจักรกลสั่งให้เขาแสดงออกในท่าทีหวาดกลัว ทำไมจู่ๆ แก้วตาของเขาถึงได้มีน้ำไหลออกมา... “ไม่เอานะดอกเตอร์ ผมยังไม่อยากพัง...ไม่เอา”

ถ้าผมพัง ผมก็คงไม่ได้ถูกใครซ่อมอีกแล้ว ถ้าผมพัง ผมก็จะจากโลกนี้ไป ถ้าผมพัง แม้แต่คิดถึงภาพเมมโมรี่ที่บันทึกหน้าของดอกเตอร์เอาไว้ก็จะไม่ได้เห็นอีก โลกที่มืดสนิทแบบนั้นไม่เอา...ไม่เอา

ผมไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ทำไมพ่อคนนั้นถึงได้เอาผมมาทิ้งไว้ในห้องนี้ โดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมาดู ถ้าเขาจะไม่แยแสผม...ไม่แยแสดอกเตอร์ งั้นทำไมถึงไม่ทิ้งผมไว้ที่บ้านของเรา เขาพาผมมาที่นี่ทำไม

ยูเรียลใช้หลังมือปาดน้ำตา ดอกเตอร์เคยเล่าให้เขาฟังว่าน้ำตาของมนุษย์นั้นมีรสชาติเค็ม ยูเรียลมองหยดน้ำใสที่เจ่อนองอยู่บนหลังมือ ก่อนจะลองเสี่ยงใช้ลิ้นสังเคราะห์เลียเบาๆ

“....”

น่าผิดหวัง เขาไม่รับรู้รสชาติ ไม่รู้แม้กระทั่งว่า ‘น้ำตา’ ของตัวเองรสชาติเป็นอย่างไร

ยูเรียลนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งพระอาทิตย์ทอแสงอัสดง ย้อมอากาศในห้องจนกลายเป็นสีส้มแสด หุ่นยนต์หนุ่มน้อยถึงค่อยเงยหน้าขึ้นมาเชื่องช้า คล้ายตัดสินใจบางอย่างได้แล้ว

...

ทางฝั่งเดียวกันนั้น ลูคัสก็นั่งนิ่งอยู่ในห้องทำงาน บนโต๊ะยังมีโน๊ตบุ๊คอีกเครื่องหนึ่ง ในนั้นฉายภาพจากกล้องวงจรปิดของห้องห้องนั้น...ห้องที่เขาเอาเจ้าหุ่นยนต์ไปทิ้งเอาไว้

ลูคัสนั่งมองอยู่นานสองนาน หุ่นยนต์ตัวนั้นก็ไม่มีท่าทีว่าจะขยับ ราวกับเป็นตุ๊กตาเปล่าๆ พังๆ...ชายหนุ่มวัยกลางคนค่อยๆ ยกปลายนิ้วเรียวขึ้นมา แตะสัมผัสไปยังหน้าจอซึ่งสะท้อนภาพของยูเรียล

พื้นผิวของหน้าจอโน๊ตบุ๊คเรียบลื่น ทว่าไม่รู้ทำไม ลูคัสถึงได้รู้สึกว่าบริเวณที่เขาแตะโดนมันราวกับมีหนามแหลมงอกเงยออกมา จนในที่สุดก็ต้องผละปลายนิ้วที่กำลังแตะภาพยูเรียลอยู่ออก กดหน้าจอโน๊ตบุ๊ค ปิดเครื่อง ถอดแว่นแล้วนวดหัวตาด้วยความเหนื่อยล้า

ไม่ใช่ว่าเขารังเกียจยูเรียล ทว่าความจริงนั้นช่างน่าอับอาย เขาเพียงไม่กล้า ‘สู้หน้า’ หุ่นยนต์หนุ่มน้อยก็เท่านั้น

สิ่งที่ค้างคาอยู่ในหัวใจลูคัสเจ็บลึกยิ่งกว่าถูกปลายมีดกรีดลงตรงกลางอก เขาไม่อาจทนมองหน้ายูเรียลได้...ไม่อาจ... ไม่อาจทำใจสู้หน้าดวงวิญญาณของเซนัลได้เลย

ลิ้นชักใต้โต๊ะที่มีกุญแจแน่นหนาถูกไขเปิดออก ในลิ้นชักลับนั้นมิได้มีข้อมูลลับหรือเอกสารราชการใด มันมีเพียงกรอบรูปเก่าๆ รูปหนึ่งเท่านั้น

แต่ยังไม่ทันใดดึงกรอบรูปออกมาดู เดนนี่ก็วิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเขาแล้ว

“เดนนี่!” ลูคัสขึ้นเสียงเข้ม ใครๆ ก็รู้ดีว่าเขาเกลียดการบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้มากแค่ไหน

ทว่าตอนนี้ใบหน้าเดนนี่ตื่นกลัวในความหมายอื่นมากกว่า เดนนี่หอบหนักจนเจ็บปอด แต่ก็ยังอุตส่าห์สู้เปิดปากออกมารายงานผู้เป็นนาย “หนี...ไปแล้ว....”

“...อะไร”

“หุ่นยนต์ตัวนั้น หนีไปแล้วครับ!”

“ว่าไงนะ!”

..........

ด้วยปัญญาประดิษฐ์ของยูเรียล เพียงแค่สะเดาะกลอน สแกนแผนผังคฤหาสน์หาทางออก ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงเลย เพียงแค่ไม่กี่นาทียูเรียลก็หนีออกมาจากในคฤหาสน์อันเปรียบเสมือนคุกหรูหราที่ลูคัสใช้ขังลืมเขาได้แล้ว หุ่นยนต์หนุ่มน้อยรูปลักษณ์เหมือนมนุษย์ไม่มีผิดเพี้ยนออกเดาเปล่า ปะปนเข้ากับฝูงชน มุ่งหน้ากลับบ้านหลังน้อยของเขากับดอกเตอร์เซนัล

หากพ่ออีกคนไม่ต้องการเขา เขาก็ไม่อยากจะอยู่เป็นตุ๊กตาว่างเปล่าที่รอวันถูกทิ้งและพังไปเงียบๆ

...มาถึงตรงนี้ เท้าเปล่าที่กำลังก้าวไปข้างหน้าก็พลันหยุดชะงักลง น้ำไร้รสชาติที่เลียนแบบน้ำตาของมนุษย์ร่วงไหลลงมาจากแก้วตาใสเชื่องช้า หยดแล้ว หยดเล่า ราวกับไม่มีวันหมด

ถ้าหุ่นยนต์ไม่มีความรู้สึกจริง ถ้าทั้งหมดนี้เป็นเพียงปัญญาประดิษฐ์...แล้วทำไมยิ่งน้ำตาเทียมนี่ไหลมากเท่าไหร่ ร่างเขาก็ยิ่งสะท้านไหวเหมือนคนใกล้ขาดใจมากเท่านั้น

“...นี่ เด็กคนนั้นเป็นอะไรหรือเปล่าน่ะ ร้องไห้ใหญ่แล้ว”

“หนู เป็นอะไรหรือเปล่า”

“ไม่ใส่รองเท้าด้วย มาจากไหนจ้ะ”

คนมากมายที่เดินผ่านไปผ่านมาเริ่มสังเกตเห็นเขา ต่างกรูกันเข้ามาปลอบโยน ถามไถ่เด็กหนุ่มเป็นการใหญ่

“พอเถอะครับ ฮึก...พอเถอะ” ยูเรียลสะอื้นไห้ทั้งที่เขาไม่มีแม้กระทั่งลมหายใจ “ผมไม่มีชีวิต...นี่มันก็แค่ สิ่งที่ดอกเตอร์ลงโปรแกรมไว้...”

“...เธอพูดอะไรน่ะ”

“นั่นน่ะสิ”

ไม่มีใครเข้าใจว่าหุ่นยนต์หนุ่มน้อยกำลังจะสื่ออะไร รถยุโรปยี่ห้อดีสีดำวาวเคลือบแก้วก็ขับมาจอดเทียบอย่างแรงจนเสียงผ้าเบรคล้อรถเสียดสีถนนจนเกิดเสียงแหลมสูง หน้ารถยังเกยขึ้นมาบนทางเท้า เกือบชนคนที่เดินผ่านไปผ่านมา

“ขับรถประสาอะไรวะ!” คนที่เกือบโดนชนโวยวาย แต่เมื่อเห็นหนุ่มใหญ่ที่ก้าวขาลงจากรถ สีหน้าขึงขังเมื่อครู่ก็พลอยซีดเป็นสีขาว “นะ...นั่นมันประธานลูคัส....”

ไม่มีใครในเมืองนี้ไม่รู้จักลูคัส นามที่เป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลติดอันดับโลก และในตอนนี้ชื่อกับหน้าเขายิ่งเป็นที่กล่าวถึงเพราะมีข่าวโคมลอยว่าครอบครองหุ่นยนต์เสมือนคนจริงเข้ามาอีก

ลูคัสปรายตามองชายคนนั้นแวบหนึ่งก่อนสะบัดมือให้เดนนี่จ่ายค่าเสียหายให้เขาฟ่อนใหญ่ เวลานี้ในสายตาของลูคัวไม่จับโฟกัสอะไรอีกแล้วนอกจากร่างเล็กของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่กลางฝูงชน

ยูเรียลที่หนีออกมาได้ไม่เท่าไหร่ยังคงก้มหน้าก้มตาร้องไห้ ไม่ทันรู้สึกตัวว่าคนที่มุงรอบตัวเองอยู่ต่างพากันถอยไปคนละก้าวสองก้าว และในตอนนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขา

“ยูเรียล”

“ฮึก...ฮือ...” ยูเรียลยังไม่ทันรับสารทันว่าถูกเรียก ยังยืนก้มหน้าก้มตาร้องไห้อยู่ กว่าจะรับรู้ว่ามีใครกุมมือตัวเองอยู่นั้นก็อีกพักหนึ่ง “...คะ...คุณลูคัส!”

“เธอจะไปไหน” ลูคัสถามอย่างกระชับถ้อยคำ ไม่สนใจว่ารอบกายจะมีคนยืนมุงดูกี่สิบคน “กลับบ้าน”

ยูเรียลชะงักกับคำว่าบ้าน หุ่นยนต์หนุ่มน้อยส่ายหน้า ก่อนจะพยายามดึงมือที่ลูคัสจับอยู่ออกไป “นั่น...นั่นไม่ใช่บ้านของผม”

น่าเสียดายที่ไม่ว่าจะดึงอย่างไร มือใหญ่นั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยจากไป กลับยิ่งกุมแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ “แล้วที่ไหนคือบ้านของเธอ”

ยูเรียลตอบแทบไม่ต้องคิด “ก็ต้องเป็นบ้านของผมกับดอกเตอร์เซนัลอยู่แล้ว”

เพียงชื่อของดอกเตอร์เซนัลหลุดออกมาจากริมฝีปากบางสีชมพู แววตาของลูคัสก็ฉายประกายอ่อนไหวบางอย่างขึ้นมา ยูเรียลทันสังเกตเห็นพอดี แต่ยังไม่ทันได้ถาม ลูคัสก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน

“ได้ งั้นกลับบ้านนั้นกัน เดนนี่ พาฉันกับยูเรียลไปส่งบ้าน”

“แต่ท่านครับ...”

“ฉันสั่ง!”

เดนนี่คอหดเป็นเต่า กุลีกุจอเปิดประตูรถให้ลูคัสจูงมือพายูเรียลกลับบ้านของดอกเตอร์เซนัล

ยูเรียลยังคงถูกจับมือไม่ปล่อย ลูคัสพาเขาไปนั่งอยู่เบาะด้านหลังรถด้วยกัน ดึงให้หุ่นยนต์หนุ่มน้อยกระเถิบเข้ามานั่งใกล้ๆ ไม่ปล่อยให้เกิดช่องว่างระยะห่างระหว่างพวกเขาอีกต่อไป

ยูเรียลมีคำถามมากมาย และลูคัสเองก็รู้ดี จึงชิงหันไปบอกก่อน “ฉันรู้ว่าเธอมีอะไรอยากถามมากมาย...แต่รอให้ไปถึงบ้านของเซนัลก่อน แล้วฉันจะเล่าทุกอย่างให้เธอฟัง”

มือที่กุมกระชับจับอยู่ออกแรงน้อยๆ เห็นอย่างนั้นยูเรียลก็เลือกที่จะนั่งเงียบ ปล่อยให้มือถูกลูคัสเกาะกุม ไออุ่นจากผิวหนังของมนุษย์แผ่ซึมเข้ามาในเครื่องจักรกล เป็นความใกล้ชิดแปลกประหลาดที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น

ยูเรียลปาดคราบน้ำตาที่หางตาออกเล็กน้อย ก่อนจะเอนร่างลงอิงศีรษะกับไหล่กว้างของคนข้างๆ

ลูคัสสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ขยับตัวหนี กลับกันเขายังโค้งหลังลง ให้ศีรษะของยูเรียลเอนซบได้พอดี

ที่ยูเรียลเผลออิงศีรษะพิงลูคัสนั้นเป็นเพียงกลไลจากปัญญาประดิษฐ์ เมื่อครั้นที่ดอกเตอร์เซนัลยังอยู่ เขาก็ชอบนั่งพิงดอกเตอร์อย่างนี้ เมื่อครู่ลูคัทำให้เขาคิดถึงดอกเตอร์เซนัล เขาจึงเผลอพิงไปอย่างไม่ตั้งใจ

แต่พอกลับมารู้สึกตัวและคิดได้ว่าคนข้างๆ ไม่ใช่ดอกเตอร์เซนัล ยูเรียลก็ไม่ได้ผละศีรษะออก...

เดนนี่ที่ขับรถนำอยู่ข้างหน้าแอบมองลูคัสเป็นระยะ เห็นแววตาของหนุ่มใหญ่ที่ทอดมองร่างด้านข้างด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม เดนนี่ก็เลือกจะรีบดึงสายตากลับคืนมา แล้วพยายามลบภาพนั้นออกจากหัวทันที

บ้านของดอกเตอร์เซนัลยังตั้งอยู่ที่เดิม ทางการยังไม่มาทุบบ้านเขา ทรัพย์สินตรงนี้ตกเป็นของหน่วยงานสถาบันวิทยาศาสตร์ที่ดอกเตอร์เซนัลจบมาและตั้งใจเซนต์ยกให้

อาศัยการเหยียบคันเร่งแบบไม่มีเบรกของเดนนี่ ภายในเวลาสามชั่วโมงเขาก็พาลูคัสกับยูเรียลออกจากตัวเมืองหลวงอันวุ่นวาย มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าบ้านในชนบทไกลความเจริญของดอกเตอร์เซนัลแล้ว

เพียงแค่ได้กลับมาบ้าน ยูเรียลก็วิ่งปร๋อเข้าไปอย่างอดไม่ไหว เขาคุ้นหากุญแจสำรองที่ดอกเตอร์เซนัลซ่อนเอาไว้ในกระถางต้นไม้ ไขเข้าไปด้านใน ทุกอย่างยังอยู่ดีเหมือนเดิม ไม่มีอะไรหายไป บรรยากาศเก่าๆ ชวนถวิลถึงกระทบเข้าข้อมูลส่วนความทรงจำไม่หยุด แม้ว่าจะเป็นตอนกลางคืนไร้แสง แต่ยูเรียลที่เป็นหุ่นยนต์กลับยังเห็นทุกอย่างสว่างสดใส คล้ายกับว่า ณ ที่ตรงนั้นยังมีคนๆ นั้นยืนอยู่...

“ผมกลับมาแล้วครับ ดอกเตอร์...” ยูเรียลพูดด้วยเสียงแผ่วเบา สาวเท้าเดินเข้าไปในบ้าน ไปหยุดยืนอยู่ตรงที่เก้าอี้นวมที่ดอกเตอร์เซนัลมักจะมานั่งจิบกาแฟพักสายตา ก็ทรุดร่างลงนั่งหมอบอยู่บนพื้น เขาคิดถึงคนที่จากไปจนทำตัวไม่ถูก

 ลูคัสทันเข้ามาเห็นภาพนั้น เขาสะท้อนใจจนเกือบจะหลั่งน้ำตาลงมาตามยูเรียล แต่ก็ยั้งไว้ได้ทัน

“ถึงเวลา...ที่คุณจะพูดความจริงแล้วครับ” ยูเรียลเงยหน้าขึ้นมาจากเก้าอี้นวม เอ่ยเรียดคนที่เดินตามเข้าห้องเสียงหนักแน่น “พ่อ”

ลูคัสยิ้มไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ เดินเข้าไปใกล้ร่างยูเรียลแล้วดึงหุ่นยนต์หนุ่มน้อยให้ลุกขึ้นมา

“ที่นี่คือที่ที่เซนัล...กับลูเธอร์อยู่สินะ”

ยูเรียลชะงักนิ่ง ก่อนจะจดจ้องใบหน้าคมคายของลูคัสอีกครั้ง “...ลูเธอร์ ใครกันครับ”

นัยน์ตาของลูคัสประกายน้ำวาววาบ เขาจดจ้องดวงหน้าของยูเรียลครั้งแล้วครั้งเล่า รับรู้ว่าในที่สุดวันนี้ก็มาถึง...วันที่เขาจะต้องสารภาพบาปออกมา ไม่คิดเลยว่าเซนัลจะเป็นคนเค้นความจริงที่เขาไม่เคยปริปากบอกใครมาเกินครึ่งชีวิตอยู่ออก ด้วยการสร้างหุ่นยนต์ที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายกับตัวเซนัลและพี่ชายฝาแฝดของเขาเอง!

ลูคัสสูดหายใจเข้าปอดลึก ทรุดร่างลงนั่งกับเก้าอี้หวายที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับเก้าอี้นวมของดอกเตอร์เซนัล แล้วดึงเอาร่างโปร่งของยูเรียลลงมานั่งบนตักด้วย

สองอ้อมแขนกอดเอวหุ่นยนต์หนุ่มน้อยแน่น พลางซุกหน้าลงกับแผ่นหลังบาง

“สัญญามาก่อนว่าเธอจะไม่ไปไหน...จะไม่ไปจากฉัน”

ยูเรียลรู้สึกได้ว่าท่าทีของลูคัสแปลกไป จากที่เคยผลักไส ตอนนี้กลับมาขอร้องให้อย่าทิ้งตนไป ฟังดูน่าโมโหไม่น้อย แต่ตอนนี้ยูเรียลก็ไม่มีใครนอกจากเขา และดอกเตอร์เซนัลก็อยากจะยกเขาให้กับคนคนนี้ คิดได้ดังนั้นยูเรียลก็ยกมือขึ้นลูบมือของลูคัส ก่อนพยักหน้าหนักแน่น “ผมจะอยู่กับคุณ...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

ลูคัสใจชื้น อ้อมแขนที่กอดรัดร่างน้อยไว้พลันกระชับเข้าหาตัว คล้ายอยากจะให้ยูเรียลหลุดเข้ามาอุดช่องว่างในหัวใจ

ลูคัสเอ่ยปากเล่า “คนที่คบอยู่กับเซนัล คือพี่ชายฝาแฝดของฉัน เขาชื่อลูเธอร์”

ยูเรียลเบิกตาโต ถ้าคนที่เป็นพ่อของเขาอีกคนคือคนที่ชื่อลูเธอร์ อย่างนั้นแล้ว ลูคัสก็ไม่ใช่พ่อของเขาอย่างนั้นสิ!

ลูคัสเล่าต่อ แต่ยิ่งเล่า เสียงเขาก็ยิ่งสั่น

“มันเป็นบาป...เป็นความผิดของฉัน ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้รับการให้อภัย กับน้องชายฝาแฝดที่ตกหลุมรักพี่ชายของตัวเองน่ะ! มันผิดปกติใช่ไหมล่ะ...ฉันกับลูเธอร์ เราทำเรื่องไม่สมควรด้วยกัน เพราะความอยากรู้ในตอนยังเป็นวัยรุ่น จนในที่สุดฉันกับเขาก็ก้าวข้ามเส้นขึ้นมา...เธอคิดว่ายังไง มันน่าขยะแขยงใช่ไหม”

“...ผมไม่รู้ครับ” ยูเรียลตอบอะไรไม่ถูก ทำได้เพียงวางมือซ้อนอยู่บนมือของคนที่สวมกอดตนเองแน่นอยู่ข้างหลังเท่านั้น

“มันเป็นความลับมานาน...ฉันไม่เคยคิดว่าฉันจะตกหลุมรักพี่ชายตัวเองได้ จนกระทั่งเขาพบกับเซนัล หัวใจของฉันก็เหมือนถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ฉันรู้ว่าฉันควรปล่อยลูเธอร์ไป แต่ถ้ามันทำได้ง่ายอย่างนั้น ฉันคงทำมันไปนานแล้ว...” ลูคัสละอายเหลือทน เขาไม่สามารถปล่อยมือจากพี่ชายสายเลือดแท้ๆ ไป

                ลูคัสเล่าต่อ “เพราะอยากรู้ว่าเซนัลมีดีอะไร ลูเธอร์ถึงได้รัก ฉันถึงได้แกล้งปลอมตัวเป็นลูเธอร์เข้าไปหาเซนัลบ่อยๆ จนวันหนึ่งฉันกับเขาเราก็พลาด...พลาดมีอะไรกันโดยไม่ตั้งใจ ลูเธอร์เข้ามาเห็นฉากนั้นพอดี...และ...และทุกอย่างก็พังพินาศในวันนั้น”

                ความสัมพันธ์ของพวกเขามาถึงทางตัน ไม่ว่าใครก็ไม่อาจก้าวเดินไปข้างหน้าได้ ลูคัสกับลูเธอร์ที่เป็นพี่น้องแท้ๆ และเคยมีอะไรกัน กำลังใช้คนรักคนเดียวกัน ความรู้สึกของทุกคนต่างย่อยยับพังทลายไม่มีชิ้นดี แต่คนที่เจ็บปวดคงหนีไม่พ้นเซนัล หากเขารู้ว่าพี่น้องคู่นี้ ก่อนหน้านี้มีความสัมพันธ์วิปริตกันมาก่อน เขาก็คงไม่เอาหัวใจเข้ามายุ่งให้ต้องเจ็บปวดหรอก แต่ตอนนี้อยากทวงอะไรก็ทวงไม่ได้แล้ว ในเมื่อความรักมันไม่เคยปราณีใครหน้าไหนเลย

                เซนัลเจ็บปวด แต่คนที่ทนรับความจริงไม่ได้มากที่สุดกลับไม่ใช่เซนัล...แต่เป็นลูเธอร์

                เขาจัดการปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากบาปครั้งนี้ด้วยความตาย!

                เซนัลเริ่มเสียสติจากการจากไปของลูเธอร์...เขากลายเป็นนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง วันๆ เอาแต่ประดิษฐ์ของบ้าบอ แต่ใครเล่าจะล่วงรู้...ว่าโฉมหน้าที่แท้จริงของเซนัลนั้นคืออะไร

                ในอกของเซนัลมีแต่ความเคียดแค้น แค้นที่โดนหักหลัง หลอกลวง แค้นที่หัวใจถูกเหยียบย่ำ ความโกรธทั้งหมดถูกนำมาใช้เป็นพลัง เขาทุ่มเทสร้างหุ่นยนต์เสมือนจริงตัวหนึ่งขึ้นมา เพื่อ ‘แก้แค้น’ ใครคนหนึ่ง

                ซึ่งคนๆ นั้นจะเป็นใครได้นอกจาก ‘ลูคัส’

                เซนัลจงใจปั้นหน้าของยูเรียลให้เหมือนกับพี่ชายฝาแฝดของเขา และจงใจใส่เค้าโครงหน้าของตัวเองเข้าไป ราวจะตอกย้ำลูคัสถึงความผิดที่เขาได้ก่อเอาไว้

                ลูคัสเล่าไป น้ำตาก็ไหลจนเปียกเสื้อของยูเรียล “ฉัน...ฉันทำผิดต่อพวกเขา ลูเธอร์ต้องตายเพราะฉัน”

                ยูเรียลนิ่งเงียบ เมื่อพบความจริงว่าสาเหตุที่ดอกเตอร์สร้างตนมามิใช่เพราะความรักแต่เป็นความแค้น...เขากำเนิดมาเพื่อตอกย้ำถึงตราบาปของคนคนนี้ เกิดมาเพื่อทำให้คนที่กอดตนร้องไห้อยู่ข้างหลังต้องเจ็บปวดไปจนตาย...

ดอกเตอร์เซนัล...ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณมองหน้าผม...เคยรักผมบ้างไหม

หรือทุกครั้งที่คุณมองหน้าผม คุณจะเกลียดชังผม เหมือนที่คุณเกลียดชังลูคัสหรือเปล่า

            ยูเรียลเอี้ยวร่างหันกลับไปสวมกอดลูคัส ดันให้ศีรษะของลูคัสซบอิงอยู่ตรงอกข้างซ้าย เสียง ตึก ตึก ตึก...ดังออกมาไม่หยุด ลูคัสเอนใบหูฟัง น้ำตาร้อนๆ ไหลออกมาเป็นสาย

                “เธอรู้ไหม...ในใบมรดกที่เซนัลเหลือทิ้งเอาไว้ เขากล่าวถึงเรื่องนี้”

                “เรื่องไหนครับ เรื่องเสียงแปลกๆ ในตัวผมน่ะเหรอ”

                “เซนัลเขียนเอาไว้ว่า มันเป็นหัวใจของลูเธอร์”

                “!”

                ลูคัสแนบหูชิดติดกับแผ่นอกบาง โอบกอดขังร่างยูเรียลไว้เหมือนกลัวว่าเขาจะหนีไปไหน “เขาใส่หัวใจของลูเธอร์เอาไว้ในตัวเธอ”

                “มิน่าล่ะ...” ยูเรียลพึมพำเบาๆ พลางลูบสางเส้นผมของคนที่กอดซบตัวเองอยู่ “แล้ว...คุณคิดจะทำอะไรกับผมครับ คุณจะทำลายผมไหม ผมอยู่ไป...ก็ยิ่งทำให้คุณเจ็บปวด”

                “ฉันทำไม่ลง” ลูคัสตอบมาแทบจะทันที “ต่อให้ไม่มีเธอ ทุกวันนี้ฉันก็ยังเหมือนว่ายอยู่ในบ่อโคลนดูด ดีเสียอีกที่เธอโผล่มา อย่างน้อยฉันก็มีเธอ...ฉัน...”

                เสียงของลูคัสหายกลืนลงลำคอ เมื่อริมฝีปากเย็นๆ ของยูเรียลโน้มประทับลงมา ความนุ่มละมุนรสหวานแล่นปลาบเข้ามาในหัวใจ ลูคัสจูบตอบไปทันที

                เสียงหอบหายใจดังกึกก้องอยู่ในห้องเล็กๆ จวบจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นเสียงครางผะแผ่ว

                “เธอ...ทำอะไรแบบนี้ได้ด้วยเหรอ” ลูคัสถามเสียงแหบพร่า ก้มมองยูเรียลที่นั่งคร่อมอยู่ข้างบนตัว

                ยูเรียลส่งยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม “...ผมทำแบบนี้กับดอกเตอร์เซนัลบางเวลาครับ”

                ได้ยินเพียงเท่านั้น ลูคัสก็ส่งเสียงหัวเราะพิสดารออกมา

                เรียกได้ว่าเซนัลแก้แค้นคืนได้อยากถึงแก่น ตอนนั้นเขาเคยทำร้ายอีกฝ่ายยังไง ตอนนี้เซนัลทวงคืนไปหลายร้อยเท่า

                “ผมดีใจ ที่คุณบอกว่าจะไม่ทำลายผม” ยูเรียลเริ่มต้นขยับ รับส่วนนั้นที่แข็งขืนเข้าไปในจุดสัมผัสอ่อนนุ่มของตัวเอง “ผมจะอยู่กับคุณไปแบบนี้....จะเรียกคุณว่าพ่อ เพราะตอนนั้นดอกเตอร์เซนัลบอกว่าคุณคือพ่อของผม เพราะฉะนั้น...ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ลูเธอร์หรือว่าลูคัส...”

                ภาพเด็กหนุ่มหน้าตางดงามที่คลับคล้ายกับลูเธอร์ในอดีตทำเอาร่างกายลูคัสปั่นป่วน เขาปล่อยให้อีกฝ่ายขย่มอยู่ได้ไม่นาน ก็จับยูเรียลอุ้มขึ้นมา ย้ายไปเก้าอี้นวมข้างๆ ที่มีขนาดใหญ่กว่า แล้วเริ่มต้นทำรักต่อเอง

                “สัญญากับฉันมา ว่าเธอจะอยู่กับฉันไปจนฉันตาย...แม้ว่าฉันตาย เธอก็จะเอาหัวใจของฉันไปใส่หุ่นยนต์สักตัว แล้วพวกเราก็จะตื่นขึ้นมาพบกันอีก อยู่ด้วยกันอีก เธอจะไม่มีวันพรากจากฉัน เธอจะอยู่เป็นบาปติดตัวฉันตลอดไป”

                “ผมอยู่เพื่อเหตุผลนั้นครับ”

                สองมือสอดประสาน ไม่มีวันพรากจาก

                หุ่นยนต์ใช่ว่าไร้ความรู้สึก ทว่ามิได้ไร้ความรัก

                แม้ว่าจะเจ็บปวดสักเพียงไหนก็ตาม น้ำตาของหุ่นยนต์ก็ไม่มีรสเค็ม

                สุดท้ายจะเป็นเพียงของเลียนแบบหรือไม่ วันสุดท้ายของอายุการใช้งานจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

                น่าเสียดายที่นับจากนั้นมาอีกเกือบร้อยปี มีหุ่นยนต์เสมือนเกิดขึ้นมาเพิ่มอีกแค่ตัวเดียว และมันก็ได้ปิดการใช้งานไปพร้อมๆ กับอีกตัว ด้วยการจับมือกันไว้ แล้วปล่อยให้สนิมเกาะกินหัวใจที่หลบซ่อนอยู่ข้างใน

SAD END

ความคิดเห็น