ฝากติดตามเค้าด้วยน้าาา💕

บทที่ 24 : ครองราชย์ปีที่ 16

ชื่อตอน : บทที่ 24 : ครองราชย์ปีที่ 16

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2561 20:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 24 : ครองราชย์ปีที่ 16
แบบอักษร

หลังจากหรงชงเยวี่ยนจมหายลงไปยังห้วงนทีหาได้มีใครพบเห็นมานานแรมปี.. ผู้ที่คุ้มคลั่งวิปลาสที่สุดในยามนี้หาใช่ใครอื่นหากแต่เป็นบุรุษเดียวผู้อยู่เหนือทั้งใต้หล้า


เมื่อหยางเหวินซานกลับมาหายสนิทดังเดิมจากอาการหูหนวกตาบอดชั่วคราวเพราะยาพิษ เหวินซานมิได้รีรอสิ่งใดและออกตามหาหรงชงเยวี่ยนแทบพลิกธรณี


ยามนี้นั้นเหลือเพียงชายวิปลาสคุ้มคลั่งในรัก ที่ทำตัวเมามายหัวราน้ำไปวันๆ หมดสิ้นซึ่งความมีสง่าและความเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี เหวินซานทำเพียงเคล้าสุรานารี หาความสำเริงสำราญเพียงชั่วข้ามคืน หากผู้ใดมิได้ดั่งใจก็รัดคอด้วยผ้าไหมสีขาวจนสิ้นใจ ซึ่งเป็นของดูต่างหน้าจากหรงชงเยวี่ยนที่ตนถวิลหาอยู่ทุกราตรี


ความผิดอันใหญ่หลวงของฮองเฮามิได้ถูกผ่อนผัน อย่างไรความโง่เขลาในการกระทำก็ย่อมต้องถูกเปิดเผย เหวินซานบังคับให้เหม่ยหลินดื่มยาพิษโดยมิสนใจว่าองค์รัชทายาทจะร้องขออ้อนวอนชีวิตพระมารดาตนอย่างไรกลับถูกไล่ตะเพิดให้ออกจากตำหนักไปเสีย ความผิดนี้ใหญ่หลวงนัก เหวินซานหาได้อยากเอาความเรื่องวางยาพิษตนแต่สิ่งที่กระทำต่อเสวี่ยม่านเกินจะให้อภัย


สุดท้ายฮองเฮาย่อมมิยอมตายโดยน้ำมือเหวินซาน พระนางได้ลงมือจุดไฟเผาราดตำหนักจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน.. ร่างกายมอดไหม้จนไม่พบแม้เศษธุลี


หวังจะสังหารเหวินซานให้ตายไปพร้อมตน แต่โชคชะตายังคงให้โอกาสแก่ฮ่องเต้องค์นี้มีชีวิตอยู่อย่างทรมานต่อไป..


ตำหนักของฮองเฮาไม่เหลือเคล้าเดิมและสภาพถูกปล่อยทิ้งร้างมิได้รับการดูแลซ่อมแซมให้กลับมางดงามอีกทั้งยังปลดตำแหน่งขุนนางเหยียน บิดาผู้มีส่วนรู้เห็นโทษถึงประหาร พร้อมทั้งฆ่าล้างสังหารไปถึงครึ่งสกุล ส่วนอีกครึ่งที่เป็นเพียงผู้บริสุทธิ์อยู่ห่างไกลก็ถูกยึดทรัพย์สินและถูกส่งไปยังชายแดน เหวินซานมิได้สนใจสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว


ครบรอบวันครองราชย์ปีที่ 16


เหวินซานสละบัลลังค์ให้แก่ หยาง เหวินเหลียง หากจะให้ หยาง เหวินหลง ที่พึ่งจะ 10 ชันษามาขึ้นครองราชย์อย่างไรก็ไม่เหมาะสม สุดท้ายแล้วกลับต้องพึ่งพาพระปิตุลาตนให้มาครองบัลลังค์แทนจนกว่าองค์รัชทายาทจะพร้อม

ซึ่งเหวินเหลียงเองก็มิได้ขัดข้องหรือปฎิเสธอันใด ทั้งยังได้รับการยอมรับและความไว้เนื้อเชื่อใจจากหลายฝ่าย มิมีผู้ใดกล้าคัดค้าน


.


.


“วันนี้เราจะเอ็นดูเจ้าเอง ไหนลองบรรเลงกู่เจิงให้เราฟังเสียสิ”


ในอ้อมแขนกอดไหสุราดอกท้อแนบแน่นขณะที่จ้องมองไปยังเด็กหนุ่มที่ดูจะอายุราว 15-16 ปีเท่านั้น ร่างกายดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง ผิวขาวนวล ใบหน้าหวานหยดย้อย ผมยาวสยายสีดำ สวมชุดขาวคลุมด้านนอกด้วยสีฟ้าอ่อน มวยผมครึ่งศรีษะแล้วเสียบเพียงปิ่นไม้หลวมๆ


มองไปแล้วดียิ่งนัก..


ช่างคลับคล้ายคลับคลากับคนผู้นั้นจนดูจงใจแต่ก็มิได้ทำเอาจนเหวินซานเสียอารมณ์ ฝีมือกู่เจิงก็ถือว่าไพเราะใช้ได้ เมื่อรู้สึกถูกใจก็เลิกกอดไหสุราแล้วดึงเด็กหนุ่มผู้นั้นมาอยู่ในอ้อมกอดเสียแล้วมอบความสุขสมให้บนเรือนร่างไม่ประสีประสา


ดวงหน้าหวานผุดเหงื่อประปรายเพราะความร้อนรุ่มที่ได้รับ.. เหวินซานปลดสายคาดเอวของตนมามัดมือมัดเท้าของเด็กหนุ่มผู้นี้ไว้แล้วเริ่มกระทำตามใจชอบอย่างรุนแรง


“อืม.. เจ้าทิ้งเหวินซาน ทอดทิ้งเหวินซานแล้วกระโดดหน้าผานั่นหรือ”


เหวินซานที่เมามายเริ่มพูดจาเลอะเทอะ แต่สุดท้ายก็หาได้ใส่ใจแล้วกลับมาทำสิ่งตรงหน้าต่อให้จบด้วยตัณหาที่พุ่งพล่านยามนี้


คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับต้องมารองรับการกระทำป่าเถื่อน.. ได้เพียงร้องครวญภายในใจแล้วปล่อยให้บุรุษผู้สูงส่งจัดการกับตนจนกว่าจะพึงพอใจ


แก่นกายใหญ่ชำแรกช่องทางเล็กแคบของเรือนร่างที่จัดว่ายังไม่เติบโตสะพรั่งเต็มวัยเท่าใดนัก  เนื้อตัวพอจับได้แต่ยังคงไม่ถนัดมือตน ท่อนเนื้อร้อนสอดเข้าออกเสียดสีทั้งอย่างนั้น


“เจ้าเป็นเด็กปั้นใหม่แห่งหอโคมแดงงั้นหรือ”


“อ๊ะ.. ข้าเปล่า ขะ.. มีคนเคยบอกว่าข้าจะถูกเรียกใช้งานเช่นนี้ยามที่มีผู้ต้องการชาย.. อื้อ คนรักมาปลดปล่อย”


“อืม งั้นหรือ เจ้ายังเล็กนัก..หากสิ้นสุดราตรีนี้จงอย่ากลับมาที่นี่อีก”


มือคู่เรียวยาวบีบคางมนแล้วพินิจใบหน้าให้ชัดเจนเด็กหนุ่มผู้นี้ยังอายุอ่อนเยาว์เกินไป.. และอย่างไรเสียก็มิใช่เขาผู้นั้นที่ตนต้องการ มิมีผู้ใดแทนที่ได้ มิมีผู้ใดสามารถทดแทนคนผู้นั้นหรือความรู้สึกภายในที่ขาดหายของเหวินซานได้อีกต่อไป


หากมิใช่หรงชงเยวี่ยนเหวินซานก็ไม่ต้องการ..


“เจ้าไปซะ อย่ากลับมาที่หอโคมแดงอีก”


คิดได้ดังนั้นเหวินซานจึงหยุดทุกการกระทำแล้วถอนแก่นกายตนออกมาจากช่องทางเล็กแคบซ้ำยังมีคราบบางอย่างติดออกมาด้วย โลหิตสีสดเปรอะอยู่เกือบทั้งโคน ส่วนปลายเยิ้มสีขาวขุ่นเล็กน้อย


แม้ท่อนเนื้อร้อนจะยังคงผงาดแข็งดั่งหินพร้อมใช้งานแต่เหวินซานหมดอารมณ์ที่จะกระทำชำเราเด็กหนุ่มผู้นี้จึงให้ออกไปแล้วเรียกนางคณิกามาแทนให้เสร็จสมอารมณ์หมายในราตรีนี้


.


.


“ข้ายังคงได้กลิ่นรัญจวนของเจ้าอยู่ทุกราตรีเสวี่ยม่าน.. ยามนี้เจ้าอยู่หนใด เหตุใดเจ้าจึงมิยอมหวนคืนตำหนักเหมยกุย”


ผ้าไหมสีขาวถูกปล่อยทิ้งไปอย่างที่มันควรจะเป็นมาตั้งแต่แรก เหวินซานกลับมายังหน้าผาที่เสวี่ยม่านกระโดดลงไป ภายใต้ห้วงนทีทั้งลึกทั้งมืดมน.. บางทีเจ้าอาจจะอยู่เบื้องล่างนั้น


เหวินซานหลังจากเสด็จประพาสไปเรื่อยนอกวังหลวงหลายเดือนจึงกลับมายังตำหนักเหมยกุยสถานที่ที่เสวี่ยม่านถูกส่งมาอยู่เป็นที่แรกหลังจากถูกไถ่ตัว และยามนี้ผู้ที่เฝ้าวนเวียนเข้าออกภายในตำหนักหาใช่ใครอื่น หากเป็นเจ้าเสี่ยวหลางและเหลียนฮวาที่คอยดูแล


เหลียนฮวาตัดสินใจนำบางอย่างออกมามอบให้แก่เหวินซานที่ยามนี้ดูเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น มิได้มีอารมณ์ร้ายเช่นช่วงแรกที่เสวี่ยม่านหายตัวไป.. เมื่อรับมาไว้แล้วก็ถือเดินไปมาเพื่อหาที่เหมาะในการเปิดดู อย่างไรเสียของในตำหนักนี้ทั้งหมดเป็นของเสวี่ยม่าน ของชิ้นนี้ก็คงเป็นสิ่งที่เสวี่ยม่านทำไว้..


และเมื่อคลี่สิ่งนี้ออกมาก็พบกับข้อความมากมายเป็นลายมือที่ตนคุ้นเคยดีนัก..


“บันทึกของ หรง เสวี่ยม่าน” 

 - หลังจากการกลับมามองเห็น -


ตัวข้ามีนามว่า หรง เสวี่ยม่าน เคยเป็นคณิกาชายที่หอโคมแดง ข้ารักดนตรีและกลอนกวี


ครั้งหนึ่งเคยอยากท่องไปลำเนาไพร เคียงข้าง หยาง เหวินเหลียง ชายคนแรกที่ข้าหลงรัก.. จนยอมพัวพันในวังหลวง


แต่บัดนี้ผู้ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง หยาง เหวินซาน ผู้สูงศักดิ์ หวงตี้แห่งต้าหลง คราแรกข้าถูกลงโทษจนมือไม่สามารถจับกู่เจิง และต่อมาข้าโดนหยามเกียรติจนอัปยศอดสู


ข้าเกลียดเหวินซาน.. เคยเกลียดจนคิดจะฆ่าตัวตาย แต่ยามนี้ข้าตกอยู่ในวังวน.. และข้าจะรอดูวันที่ทุกอย่างอยู่ในกำมือเขา


กอดนี้อุ่นเพียงไรข้ามิสามารถปฎิเสธ แต่ข้ามิได้เกิดมาเพื่อจะเคียงคู่กับเหวินซาน มีพระชายาพระสนมอีกมากมายที่เพียบพร้อม


...................................


- บันทึกวันที่ 1 -


ตอนนี้ข้านั่งที่ตำหนักเหมยฮวาอยู่ข้างๆเจ้าเสี่ยวหลางเพื่อเขียนเกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ข้าเพียงคอยเหวินซานจะมาหา และแวะเวียนมาดั่งเช่นทุกวัน กลับออกไปยามรุ่งสาง


ข้านำความสุขเพียงน้อยนิดมาแลกกับอิสรภาพเพื่อบุคคลที่ข้าคิดว่า ข้ารักเขา.. แต่ข้ามิเคยบอกออกไปและข้าจะไม่มีวันกล่าวมันออกไปโดยง่ายเด็ดขาด


เสี่ยวหลางตอนนี้ลุกไปก่อกวนเหล่าเสี่ยวทู่จนข้าต้องหยุดเขียนและไปห้ามปราม


.


.


- บันทึกวันที่ 2 -


วันแรกข้ายังเขียนไม่เสร็จกลับโดนก่อกวนโดยเจ้าหมาป่าจอมซนและขณะที่ข้ากำลังเขียนข้าเห็นเหวินซานเดินมาทางนี้จึงต้องหยุดเขียนแล้วแสร้งทำเป็นเขียนกลอนกวีแทน


.


.


เหวินซานเริ่มอ่านแล้วพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆอย่างมิรู้จักเบื่อ.. งั้นหรือ แท้จริงแล้วความรู้สึกมากมายที่เจ้ามีต่อเหวินซานเจ้าบันทึกในสิ่งนี้น่ะหรือ แต่กลับมิเคยบอกรักเหวินซานเลยสักคำตลอดเก้าปีที่ผ่านมา


- บันทึกวันที่ 2034 -

เมื่อไหร่กันนะที่ข้าจะได้มีโอกาสมอบมันให้เหวินซานอ่าน.. แต่ข้าเองก็รู้สึกสนุกและเพลินไปกับการเขียนมันจริงๆแม้จะมีเพียงข้าที่อ่านบันทึกตัวเองทุกวัน แต่ข้ารู้สึกว่าชั่วชีวิตข้ามิต้องการสิ่งใดอีกแล้วนอกจากเขียนสิ่งเหล่านี้เป็นประจำ ซึ่งแม้บางวันข้าก็ไม่มีเวลามาเขียนและข้าอยากทำเพียงอยู่เคียงข้างกับหยาง เหวินซาน ข้ายอมมอบทุกอย่างให้คนผู้นี้


- บันทึกวันที่ 2035 -

วันนี้องค์รัชทายาท.....


.....................................................


ผ่านไปหลายต่อหลายชั่วยามที่เหวินซานนั่งอ่านบันทึกสั้นๆในแต่ละวัน ใบหน้านิ่งดั่งศิลาขบกรามแน่นก่อนจะปล่อยให้สายธารอุ่นสีใสของตนไหลออกมาอย่างระทมใจ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต หากย้อนกลับไปเมื่อวันประลองนั้นเหวินซานยอมตายเสียดีกว่าหากต้องใช้ชีวิตอยู่เช่นนี้โดยปราศจากเสวี่ยม่าน


เหวินซานดื่มสุราอย่างหนักอีกครา นอนสำมะเลเทเมาอยู่ในตำหนักเหมยกุย ข้าวของเครื่องใช้บางส่วนเกลื่อนกลาดกระจาย เหวินเหลียงเองแวะเวียนมาดูบางครา ทำได้เพียงเอือมระอาส่ายหน้าแก่บุคคลผู้เคยปราดเปรื่องไปเสียทุกอย่าง ให้ลองทำสิ่งใดแล้วเหวินซานมิเคยเป็นรองผู้ใด แต่ยามนี้นั้นกลับไม่เหลือแม้แต่เคล้าเดิม..


เหวินซานเมามายจนพอใจจึงกลับไปยังหน้าผาเดิมที่เสวี่ยม่านหายลับไป.. ในมือนั้นกุมบางอย่างไว้พร้อมทั้งโยนไหสุราดอกท้อที่โปรดปราดทิ้งอย่างมิใยดี ร่างสูงตระหง่านหันหลังแล้วปล่อยกายให้ร่วงหล่นลงไปยังห้วงนทีเบื้องล่าง


เสียงร่างหนักกระแทกผืนน้ำอย่างรุนแรงจนแผ่กระจายอยู่เป็นวงกว้าง.. ความลึกดำมืดด้านล่างราวกับไม่มีที่สิ้นสุด นทีรัยเย็นยะเยือกพัดพาร่างเหวินซานกลับขึ้นมาแล้วไหลไปตามร่องแม่น้ำทิศทางอื่น..


นี่หาใช่ครั้งแรกที่เหวินซานทำเช่นนี้ แต่ต่อให้ลองทำอีกสักกี่ร้อยทีก็มิพบเสวี่ยม่าน ด้วยความที่ไม่อาจทราบว่านทีรัยเบื้องล่างพัดพาร่างเสวี่ยม่านไปจุดใด เพราะทุกครั้งเหวินซานหาได้กลับขึ้นทิศทางเดิม


ผู้ที่เฝ้ารอให้อีกคนหวนคืนวันแล้ววันเล่า แต่อย่างไรผ่านไปนานเพียงไหนก็ยังคงมิย้อนมา คราแรกเหวินซานยังไม่ละทิ้งความคิดว่าเสวี่ยม่านยังคงมีชีวิตอยู่แต่บัดนี้ไร้ข่าวคราว.. ทุกอย่างเลือนหายราวกับมิเคยมีอยู่จริง


เหวินซานมิได้กลับไปยังวังหลวงหรือตำหนักเหมยกุยแต่ตัดสินใจมาอาศัยอยู่ผู้เดียวที่ตำหนักในหุบเขาของตนที่ตั้งอยู่บนน้ำตกหลายชั้นที่ครั้งหนึ่งเคยพาเสวี่ยม่านมาเยี่ยมชมและพักค้างคืน.. ตำหนักที่สร้างไว้เพื่อตนและหรงชงเยวี่ยน บัดนี้กลับต้องอยู่อย่างเดียวดาย


มิตรสหายในยามนี้มีเพียงเหล้ามัก ไหสุราดอกท้อ แม้จะลดการดื่มลงมาบ้างแต่เหวินซานเองก็ต้องการจะเมามายทุกราตรีเพื่อลืมความรวดร้าวในจิตใจ


กู่เจิงถูกบรรยายถึงความโศกาอาดรูของ หยาง เหวินซาน ผ่านบทเพลงและท้วงทำนองที่พรรณาพร่ำหาถึงชายคนรัก


หยาง เหวินซานเว้นว่างจากการหาความสำเริงสำราญบางคืนก็เอากลอนกวีที่เสวี่ยม่านเคยเขียนไว้มานั่ง อ่าน รวมถึงบันทึกสองสามเล่มนั้นที่เสวี่ยม่านเขียนตลอดหลายปีที่ผ่านมา


เมื่อเริ่มเบื่อหน่ายจึงออกมานั่งดีดกู่เจิงสลับกับอ่านกลอนกวีอีกครั้งทำแบบนี้ซ้ำไปมาวนเวียนวันแล้ววันเล่า.. เหวินซานยามนี้เลิกเรียกหาคณิกามาปรนนิบัติแต่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางป่าเขาโดยมีเหล่าสิงสาราสัตว์มาอยู่เป็นเพื่อน ทิวทัศน์ตรงเฉลียงหน้าตำหนักยังคงงดงาม ทางเชื่อมยื่นยาวออกไปนั่งมองน้ำตกไหลรินจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ


ไม่ทราบว่าคิดการอันใดอยู่นั้น เหวินซานกระโดดลอยตัวจากความสูงที่คนธรรมดาหากร่วงหล่นลงไปคงแหลกสลาย แต่คนที่วิชาล้ำเลิศเช่นตนกลับเพลิดเพลินไปกับการเหาะเหินไปยังจุดต่างๆที่ทิ้งช่วงความสูงห่างกันอยู่ไม่น้อย..


TBC...................


มาต่อแล้วค่ะ ขอบคุณทุกคอมเม้นและผู้อ่านนะคะ น่ารักเหมือนเดิมเลย เดี๋ยวตอนต่อไปจะรีบมาค่ะ💕

ปล.ชีวิตเหวินซานช่วงนี้น่าเบื่อมากค่ะวนไปมาไม่จบสิ้น


ความคิดเห็น