สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

ชื่อตอน : ตอนที่25.5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 391

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2561 22:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่25.5
แบบอักษร

​"ผลประเมินจะประกาศในวันพรุ่งนี้ อีกสักพักก็จะถึงเวลาอาหารเย็นแล้วล่ะนะ จะไปด้วยกันไหม? คุโระ"

"แลดูเธอกับชั้นจะสนิทถึงขั้นเรียกชื่อได้เลยนะ มิยุ"

"ไม่ได้รึยังไงกัน?"

"เปล่า ไม่ได้ห้ามอะไรสักหน่อย"

"ท...ทีฉันเขายังไม่แม้แต่จะเรียกชื่อเลยนะ..."

"อ่ะฮะฮะ"

หลังจากผ่านไปสักพักพวกเราก็คุยอะไรสัพเพเหระกันไป เนื่องจากชั้นกับยูยะไม่ได้เจอกันนาน เรื่องที่จะพูดคุยกันนั้นมีมากมายก่ายกองสุดๆไปเลย

ชั้นต้องยอมรับตัวเองว่าชั้นนั้นรู้สึกชอบเธอในฐานะผู้หญิงคนนึง นั่นก็เป็นเพราะยัยเอวาแท้ๆ

"ว่าแต่..."

จู่ๆบรรยากาศที่สดใสทั้งหมดก็ถูกทับถมด้วยความรู้สึกด้านลบของยัยยูยะ ที่มาพร้อมกับคำพูดเกริ่นนำของเธอเมื่อสักครู่นี้ แม้แต่มิยุยังตกใจในเรื่องนี้เลย

จะบอกว่าเธอโกรธก็ไม่แปลก แต่ที่น่าแปลกคือมิยุยังไม่เคยเจอตอนที่ยัยนี่โกรธงั้นเหรอ?

"ใคร...ใครตัดแขนของนายไปกันแน่ คุโระ?"

"เอ๊ะ!? นี่ถูกตัดไปหรอกเหรอ!?"

ตาบอดรึไงกันยัยมิยุ แต่ชั้นก็ไม่ได้จะเก็บเป็นความลับหรอกนะ

"จอมมารของโลกใบนี้น่ะ อูรานอส ยังไงเธอก็คงจะได้เจอในอนาคตนี้ล่ะนะ"

"...เหรอ...ฉันจะฆ่ามันเอง"

*พรึ่บ!*

เปลวไฟปะทุจากร่างกายของเธอพร้อมกับใบหน้าที่ค่อนข้างจะดูน่ากลัวสุดๆสำหรับคนอื่นๆ นี่น่ะเหรอ? พลังของผู้พิทักษ์สวรรค์ลำดับที่สามน่ะ? สมแล้วจริงๆ

เปลวเพลิงนั่นเกิดจากการเผาไหม้ของดาวฤกษ์ ชั้นก็ไม่ใช่สายวิทย์เต็มตัวซะด้วยสิ แต่ถ้านึกภาพไม่ออกก็นึกถึงดวงอาทิตย์ซะ แต่นี่น่ะร้อนกว่านั้นถึงหลายสิบเท่า ก็สีมันต่างกันถึงขนาดนั้นเลยนี่นะ

"นี่ไม่ใช่ธุระของเธอ เจ้านั่นชั้นจะเป็นคนฆ่ามันเอง สำหรับเธอไว้ค่อยคุยกันทีหลังเถอะว่าจะทำอะไรต่อน่ะ"

"ว่าก็ว่าเถอะคุโระ นายมาทำอะไรที่เมืองนี้กันล่ะ?"

อารมณ์เย็นลงเร็วจังเลยนะยัยนี่ แต่ตามที่เคยบอกไป ชั้นไม่มีที่จะต้องไปอยู่แล้ว เหลือแค่สามอาณาจักร หนึ่งในนั้นถูกจู่โจมอยู่ ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปที่อาณาจักรนั้นเพื่อจบเรื่องทุกอย่างใช่ไหม? แต่นั่นมันกรณีที่ชั้นอยู่ในสภาพที่เตรียมพร้อมเต็มที่ แต่นี่ไม่ใช่

พลังเวทย์ลดลงถึงขีดสุด ฟื้นฟูอย่างเชื่องช้าจนไม่สามารถใช้พลังได้เต็มที่ แต่ร่างกายของชั้นดันมีประสิทธิภาพสูงสุดๆ เทียบกันแล้วชั้นในตอนนี้อ่อนแอกว่าก่อนหน้านี้ในร่างเงานั่นอยู่พอสมควร ชั้นมาเพื่อตั้งหลักซะมากกว่า

นอกจากนี้ คานะยังต้องฝึกฝนอยู่อีกมาก แม้จะดูแข็งแกร่งขนาดนั้น คนอื่นๆเองก็ด้วย พวกเราต้องหาข้อมูลเพราะยัยยูริบอกว่ายัยอเดลมีกองทัพ นั่นก็หมายความว่ามีคนที่อยู่ฝั่งยัยนั่น ถ้าไม่ถูกล้างสมองก็คงจะสมัครใจไปสินะ

เพราะแบบนั้นเราถึงต้องตรวจสอบ และเพิ่มพลังให้กับคนอื่นๆ แน่นอนว่ายัยยูริกับแอสโมดิอุสมีพลังมากพอ แต่ว่าคานะกับรูรูก้าไม่ใช่ คานะนั้นยังต้องฝึกอีก แต่รูรูก้าคงเป็นตัวถ่วงแน่ๆ

ฉะนั้น ถ้าไม่ให้ยัยรูรูก้าฝึก หรือต่อให้ฝึกแต่ยังแข็งแกร่งไม่มากพอล่ะก็ ถึงเวลานั้นชั้นต้องให้ใครสักคนไปปกป้องเธอ

"ชั้นมาเพื่อเตรียมพร้อม ต่อการรุกรานและทำลายโลกของสองจอมมารนั่นยังไงล่ะ"

"เรียกพี่ของหนูว่าเป็นจอมมารแบบนี้ ตาสว่างแล้วสินะคะพี่คุโระ"

ยัยนี่ ในสายตาของเธอฮินะเป็นจอมมารหรอกเหรอ? ให้ตายสิเพิ่งจะรู้เลยนะเนี่ย

"ยังไงก็ตาม ชั้นไม่ได้มาเพื่อที่จะเรียน แต่เพื่อให้ยัยนี่เรียนต่างหาก ฉะนั้นอย่างคาดหวังว่าชั้นจะเข้าห้องทุกครั้งที่มีการเช็คชื่อหรือตั้งใจเรียนล่ะ เพราะมันจะไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน"

ชั้นก็คิดว่าอาจจะไม่ได้เข้าทุกครั้งหรอกนะ คาบเรียนน่ะ

ทำเอายัยหัวแดงซึมไปเลยด้วย

"...เปลี่ยนไปจริงๆนั่นแหละ ... เฮ้อ! เพราะแบบนี้ไงฉันถึงชอบนาย! คุโระ!"

"ไปจีบกันที่อื่นเลยนะยัยพวกนี้ แล้วนายมีที่พักรึยัง?"

"ชั้นกำลังจะไปหาคนที่ชั้นฝากให้ไปทำเรื่องที่ว่านั่นอยู่ล่ะนะ"

ก็ถ้ามีที่พักก็คงดีล่ะนะ แต่ถ้าไม่มีก็คงจะแย่เล็กน้อยแหละ

"ขอประทานอภัยค่ะท่านราชา รูรูก้าหาที่พักให้ท่านได้ก็จริง แต่ทว่า..."

"ข...ข้าไม่ได้ผิดสักหน่อย! ก็เจ้าของโรงแรมเขามาลวนลามข้า ข้าก็เลย...."

วิธีพูดเปลี่ยนไปนิดหน่อยแฮะ ต้องบอกว่าเริ่มทิ้งความสุภาพบางส่วนออกไปแล้วสินะ

"ดีล่ะ ไปถล่มที่นั่นกันเถอะ"

"หยุดเลย!!"

ยูยะเข้ามาห้ามชั้นเอาไว้ แต่ที่พูดไปนั่นชั้นเอาจริง ชั้นจะถล่มโรงแรมนั่นให้ดูเป็นขวัญตาว่าอย่ามายุ่งกับผู้หญิงของชั้น ถ้าไม่อย่างนั้นล่ะก็จะเป็นยังไงก็ตามสภาพที่เห็น

แต่ถ้าทั้งประเทศต่อต้านชั้นก็จะถล่มมันให้ราบก่อนที่ยัยนั่นกับไอ้สารเลวนั่นจะมาถึงแน่ๆ แบบนี้ไม่ต้องรอสงคราม โลกก็พินาศไปก่อนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

"แล้ว? สามคนนี้เป็นใครกันเหรอคะ ท่านราชา?"

"ยัยนี่ชื่อยูยะ เป็นเพื่อนรักของชั้น"

"เมื่อไรความสัมพันธ์ของพวกเราจะพัฒนากันล่ะ?"

"อีกเดี๋ยวก็เป็นแบบคนอื่นๆแล้วล่ะ ส่วนนี่คือมิยุ"

"แล้วเมื่อไรฉันกับนายจะมีความสัมพันธ์แบบเดียวกับยูยะล่ะ?"

"ยัยนี่เป็นเพื่อนของชั้น หมายถึงเพิ่งจะได้เป็นเพื่อนกันน่ะ ส่วนยัยหัวแดงนี่ชื่อ..."

"อามาเมะ! ฉันเป็นอาจารย์ของนายนะ!"

*ฟิ้ว!*

"อย่าได้ริอาจปฏิบัติตัวอย่างไร้มารยาทเช่นนั้นอีกเชียวล่ะ นังมนุษย์"

"...ค่ะ"

ยัยยูรินี่ค่อนข้างจะน่ากลัวจริงๆ อย่างน้อยก็ยังดีที่เป็นคนของฝั่งชั้น ถ้าเปลี่ยนยัยอเดลเป็นยัยนี่อาจจะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นก็ได้

"สรุปว่าไม่มีที่พักสินะ? บ้านของฉันที่ซื้อมาด้วยเงินของฉันและมิยุมันกว้างสุดๆไปเลยล่ะ ว่าไง?"

"เธอก็น่าจะรู้คำตอบดีนะ"

"ดีล่ะ! ไปหาอะไรกินกันก่อน แล้วค่อยกลับกันเถอะ"

"ท่านราชาคะ"

หลังจากที่ยูยะได้รับคำตอบเรื่องที่พักจากชั้น ยูริก็เดินเข้ามาพร้อมกับทำสีหน้าจริงจัง

นั่นเป็นการบ่งบอกอ้อมๆว่าเรื่องล้อเล่นนั้นควรจะพักเอาไว้ได้แล้ว จากนั้นยัยนี่ก็พูดขึ้นด้วยความจริงจัง

"ตอนนี้รูรูก้าได้พบข้อมูลสำคัญบางอย่าง เกี่ยวกับมุซาชิค่ะ"

"ส่วนโครวนั้นข้ามิพบข้อมูลอะไรเลยค่ะ แต่ข่าวลือในช่วงนี้คือพบผู้หญิงเผ่ามนุษย์เร่ร่อนอยู่ในป่าที่ห่างออกไปไม่มากจากเมืองแห่งนี้ และลือกันว่าผู้หญิงตนนั้นใช้ดาบคู่พร้อมกับสะบั้นผู้ที่เข้าไปต่อสู้กับนางไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตามค่ะ และยังมีข่าวลือที่ว่าผู้หญิงคนนั้นสามารถต่อสู้กับมังกรเจ้าถิ่นอย่างมังกรลมเรนส์ได้อย่างสูสีอีกด้วยค่ะ"

ถ้าเป็นยัยมุซาชิจริงล่ะก็ ยัยนั่นก็แข็งแกร่งพอที่จะทำแบบนั้นอยู่หรอกนะ แต่ทำไมยัยนั่นถึงไม่ยอมเข้ามาในเมืองกันล่ะ? และทำไมถึงทำร้ายคนที่เข้าไปใกล้เธอด้วยล่ะ?

ชักจะอยากรู้แล้วสิ ว่ายัยนั่นเปลี่ยนไปแค่ไหนกัน

"มังกรลมเรนส์ งั้นเหรอ?...เป็นคนที่น่ากลัวพอสมควรเลยนะ"

"กิ้งก่าแบบนั้นแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ?"

"ก...กิ้งก่า?! ...ก็นะ แข็งแกร่งสุดๆไปเลยนะ ถึงจะไม่เท่าสัตว์ประหลาดของจอมมารอูรานอส แต่ก็นับว่าแข็งแกร่งเกินกว่าจะสู้ได้อยู่ดีน่ะ"

กิ้งก่านั่น...ถ้าบอกว่าสูสีกันล่ะก็ แสดงว่ามีพลังที่ใกล้เคียงกันสินะ?

"พักมื้อเย็นของพวกเราเอาไว้แล้วไปตามหายัยนั่นกันเถอะ"

"นั่นสินะคะ ถ้าเช่นนั้นล่ะก็..."

ยูริเงยหน้าขึ้นแล้วร่ายเวทย์สั้นๆออกมาเบาๆ

" เทเลพอร์ต! "

พริบตา พวกเราก็ถูกส่งมาด้านนอกที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนของป่า ชั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรกับการเทเลพอร์ตหรอกนะ แต่อีกสามคนไม่ใช่

"ค...คุณเป็นใครกันแน่น่ะ?!"

"ข้าหรือคะ? ข้าคงไม่ได้แนะนำตัวไปสินะคะ ข้ามีนามว่ายูริ ดิ ลันดอน ทุกท่านคงจะทราบชื่อที่ลือเลื่องของลันดอนแห่งสรวงสวรรค์ดี แม้ว่าจะไม่มีพระเจ้ามาคอยดูแลแต่มีข้าคอยปกครองอยู่นะคะ"

"...ไม่ใช่ว่า โลกนี้ตัวที่อันตรายที่สุดคือจอมมารหรอกเหรอคะ?"

*ชิ*

เฮ้ยๆ พอถูกทักแบบนั้นยัยยูริก็เดาะลิ้นเสียดังแถมแววตากะสีหน้าก็เปลี่ยนไปอีกด้วย จากนั้นเธอก็ทำตาขวางมองยัยหัวแดงแล้วทำมือผายมาทางนี้

"ท่านนี้คือมหาราชาผู้อยู่เหนือทุกสิ่งอย่าง แม้จะยังไม่ได้รับพลังมาอย่างเต็มที่แต่กะอีแค่จอมมารกระจอกๆนั่นแค่พริบตาท่านผู้นี้ก็สามารถสังหารไปได้แล้ว"

"ง...งั้นเหรอ...แล้วมหาราชาคืออะไรกันล่ะ?"

*ปึด*

ยัยยูริฟิวส์ขาดไปซะแล้วสิ...

จากนั้นยัยยูริก็ร่ายยาวบ่นใส่ยัยหัวแดงนั่นระหว่างทางที่เดินมา แต่ก็มีข้อมูลที่ทางนี้ว่าจะถามตั้งนานแต่ก็ไม่ได้ถามอยู่เหมือนกัน นั่นคือ

"มหาราชา(大王​ อ่านว่าไดโอ< dai-ou>) คือคำเรียกของผู้ที่อยู่เหนือมวลราชาทั้งหลาย ราชาแห่งหมู่ราชา ถ้าจะให้พูดก็คือพหุภพที่มีอยู่นี้นั้น มีโลกคู่ขนานแตกแขนงออกไปอีก และในแต่ละมิตินั้นก็จะมีราชาคนนึงถือกำเนิดขึ้น แต่ทั้งหมดทั้งมวลแล้วผู้ที่อยู่เหนือราชาทุกคนคือท่านราชาผู้ที่อยู่ตรงนี้ค่ะ"

เข้าใจได้คร่าวๆว่าพหุภพคือมิติอื่น และไม่นับรวมกับโลกคู่ขนาน ชั้นเข้าใจง่ายๆด้วยการคิดว่าพหุภพคือหนังสือเล่มนึงที่แต่ละหน้านั้นแตกต่างกัน ในขณะเดียวกันโลกคู่ขนานคือกระจอกสองฝั่งที่จะแยกออกไปจากเดิมหลายต่อหลายมิติ นั่นจึงทำให้เราสามารถรับรู้และเข้าใจได้ว่าพหุภพนั้นมีไม่จำกัด และมิติคู่ขนานเองก็ด้วย

"ราชาที่ข้าเคยคิดว่าแข็งแกร่งที่สุด และอาจจะเป็นมหารราชาในสักวันคือท่านพ่อของท่าน ท่านโซโนซากิ อาร์คัสคือผู้ที่แข็งแกร่งอย่างหาที่สุดมิได้"

แต่ทว่า เธอพูดแล้วร่างกายของเธอก็สั่นเทาเล็กน้อย

"แม้จะไม่น่าเชื่อ แต่พลังของเขาถดถอยลงอย่างมากค่ะ และมันก็ลดลงเรื่อยๆ นั่นคือเหตุผลที่ข้าเชื่อมั่นว่าท่านราชาคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด...เพราะพลังของท่านได้กลืนกินพลังของท่านอาร์คัสผู้เป็นบิดาไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงพลังเฉพาะตัวของท่านอาร์คัสเท่านั้น ระบุคือพลังความมืดเท่านั้นที่ถูกกลืนกินไปค่ะ"

ร่างจำแลงนั่นกำความมืดนี่เป็นของพ่องั้นเหรอ?

"แต่ชั้นไม่คิดว่าเป็นแบบนั้นหรอกนะ...นี่น่ะ เป็นพลังที่ได้รับสืบทอดมาจากพ่อไม่มีผิดแน่นอน แต่สาเหตุที่พลังของพ่อหายไปนั่นน่าจะเป็นเพราะ พลังของชั้นดึงพลังในตัวของพ่อเข้ามาในร่างกายแล้วหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวเช่นเดิมมากกว่า"

ชั้นมั่นใจว่าเป้นแบบนั้น นั่นทำให้ยัยยูริคิดหนัก

แอสโมดิอุสที่ฟังอย่างเงียบๆก็เข้ามาร่วมการสนทนาครั้งนี้ และเธอก็เคยเป็นของพ่อของชั้น และชั้นหมายถึงเป็นของพ่อชั้นจริงๆ เธอน่าจะมีข้อมูลอะไรสำคัญสุดๆก็ได้

"พูดถึงพ่อของท่านแล้ว ทำให้ข้านึกถึงแม่ของท่านเลยล่ะค่ะ นางเป็นสตรีที่งดงาม มาพร้อมกับพลังแห่งแสงเช่นเดียวกับท่านฮินะ... ฮินาตะ...เมงุมิ เดี๋ยวก่อนนะ"

ดูเหมือนเธอจะนึกอะไรออก แต่ทางนี้เองก็ได้ยินและยัยยูยะก็เหมือนกัน

"ฮินาตะ เมงุมิ ลูกพี่ลูกน้องของแม่ของยัยฮินะ ทำไมเธอถึงนึกเรื่องนี้ไม่ออกกันล่ะ?"

"...เทเฮะ!?"

*โป๊ก!*

ชั้นลงโทษเธอด้วยการเขกหัวด้วยแขนกลนี่ไปทีนึง จากนั้นเธอก็ทำสีหน้าจริงจังแล้วพูดขึ้นอีกครั้ง

"การพบกันครั้งแรกของข้ากับท่านพ่อของท่านนั้น พวกเราพบกันภายในสนามรบค่ะ เป็นข้าที่ปราชัยเพราะความแข็งแกร่งของท่านพ่อของท่าน...จากนั้นข้ากับท่านพ่อของท่านก็สมสู่กัน และข้าก็ถูกท่านแม่ของท่านลากตัวออกจากห้องนอนของท่านพ่อของท่านไป..."

ก็สมควรอยู่หรอก

"...ไปยังห้องนอนของท่านแม่ของท่าน แล้วเราก็ไม่ได้นอนกันทั้งคืนเลยล่ะค่ะ แบบว่าได้ทั้งสามีและภรรยาทำให้ข้ารู้สึกไม่อยากไปไหนอีกเลย ก็เลยจงรักภักดีน่ะค่ะ"

...แม่ของชั้นเป็นคนยังไงกันแน่นะ? นอกจากจะไม่โกรธจนบ้านแตกแล้วยังเข้ากันได้ดีกับเมียน้อยขนาดนี้ สมกับเป็นพ่อของชั้นพอสมควร หรือว่าชั้นจะสมกับเป็นลูกของพ่อกันแน่นะ?

"แม่ของท่านมีอาวุธประจำกาย และพลังที่ล้นหลามหากแต่พลังนั่นเป็นภัยต่อร่างกายของแม่ของท่าน และดูเหมือนพลังนั่นจะถูกส่งต่อ ข้าไม่แน่ใจว่าพลังนั่นอาจจะอยู่ที่ท่านหรือไม่ แต่ข้าก็พึ่งจะนึกขึ้นได้เมื่อกี้ค่ะ"

"ช่างเถอะ ตอนนี้เรามาโฟกัสกับงานตรงหน้ากันก่อนดีกว่า"

พวกเราก็เดินมาค่อนข้างจะไกล รูรูก้าแสดงสีหน้าไม่ค่อยชอบใจออกมา แอสโมดิอุสก็เข้าไปคุ้มครองเธอตามที่ชั้นคาดหวัง

คานะแทงปลอกดาบลงพื้นแล้วเตรียมชักดาบด้วยท่าเตรียมถีบพื้นวิ่งไปด้านหน้า ยัยยูริเตรียมเวทย์ระดับสูงเอาไว้ ยัยหัวแดงก็ไม่น้อยหน้า เธอไม่ลดการ์ดลงเลยสักนิด ต่างจากตอนที่เราสู้ด้วยกันลิบลับ ยัยมิยุเองก็เหมือนกับยัยยูริ เธอพร้อมจะสนับสนุนการต่อสู้เต็มที่

ต่างจากพวกนั้นก็มีแต่พวกชั้น ยูยะและชั้นในท่าทีสบายๆ แถมดูยูยะจะสนใจในตัวยยัยมุซาชิที่เหลือบตามองมาทางนี้มากกว่าซะอีก

ดาบของยัยมุซาชิ ถึงจะไม่อยากจะคิดแต่นั่นก็คงจะเป็นดาบที่คล้ายคลึงกับดาบต้องสาป แต่มันอาจจะเป็นคำสาปจากความโกรธของยัยมุซาชิก็ได้ แถมตอนนี้ยัยนั่นดูไม่เป็นมิตรกับพวกชั้นเลยแม้แต่น้อย

ชั้นควรจะทักทายไปสักหน่อยล่ะนะ

"ไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ มุซาชิ"

"ถอยไปซะ แกไม่ใช่คุโระของฉัน คุโระน่ะ...ตายไปแล้ว"

ยัยนี่ปากเสียขึ้นแฮะ ชั้นยังไม่ตายสักหน่อยยัยบ้านี่

"ชั้นยังไม่ตาย และนี่คือหลักฐาน แขนของชั้นถูกตัดไปโดยไอ้บ้านั่นไง เห็นไหม?"

"...อย่ามาหลอกกันให้ยาก"

"...ยัยหัวแข็งเอ้ย ชั้นจะพิสูจน์ให้เธอดูด้วยตาของตัวเองมันคงจะเร็วกว่าล่ะนะ!"

ชั้นถีบพื้นเข้าประชิดยัยนั่นอย่างรวดเร็ว ความเร็วและความแข็งแกร่งของชั้นเพิ่มมากขึ้นเป็นอย่างมาก ชั้นง้างแขนขวาแล้วประจุมานาจำนวนน้อยเข้าไป พร้อมกับปล่อยใส่เป็นวงกว้างใส่ยัยมุซาชิ

แต่ยัยมุซาชินั้นป้องกันได้ด้วยดาบของเธอ สายฟ้าของชั้นผ่านไปได้แค่เล็กน้อยและยังไม่สามารถทำอะไรเธอได้เลยแม้แต่น้อย

ชั้นใช้มือซ้ายจับดาบ บีบที่คันโยกของเบรกที่ถูกทำออกมานี้แล้วดึงดาบขนาดสองเมตรออกมา จากนั้นก็กวาดในแนวเฉียงจากทางล่างซ้ายไปขวาบน

ยัยนั่นหลบไม่พ้นเพราะความเร็วของชั้นมีมากกว่า เพราะฉะนั้นยัยนี่จึงต้องป้องกัน และยัยนี่ดันถนัดการป้องกันอีกด้วย

"...คุโระ ใช้ดาบมือขวา"

"เพราะว่าเธอยังไม่เคยเห็นชั้นใช้มือซ้ายยังไงล่ะ อย่าลืมสิ นี่น่ะแขนกลนะ"

ชั้นยกแขนขึ้นมาให้เธอดู แต่ยัยนี่ก็ยังไม่ยอมรับว่าชั้นคือตัวจริง แต่นั่นน่ะไม่ใช่ปัญหาหรอกนะ ถ้าได้สู้กันไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็รู้เอง

แต่คราวนี้ไม่ใช่ฝ่ายชั้นเป็นฝ่ายบุก ยัยนั่นบุกเข้ามาแทงชั้นด้วยดาบของเธอ และชั้นก็ไม่หลบทำให้ดาบของเธอทั้งสองเล่มแทงทะลุร่างกายของชั้น

"ท่านราชา!...."

"หยุดเลย ฉันพอจะมั่นใจว่าเขาไม่เป็นไร และภายในสองปีที่ผ่านมา ฉันก็ฝึกมาดีพอที่จะรักษาเขาด้วย"

ยัยยูยะหยุดยยัยยูริเอาไว้ให้ชั้นต้องขอขอบคุณจริงๆ และดาบนี่ก็ทำอะไรชั้นไม่ได้ด้วย

ชั้นปักดาบของชั้นไว้ที่พื้นแล้วจับแขนของยัยมุซาชิเอาไว้ จากนั้นก็ถ่ายโอนมานาไปไว้ที่มือแล้วช็อตกระแสไฟฟ้าสีดำแรงสูงใส่ยัยมุซาชิจนยัยนั่นต้องกัดฟันร้องโอดโอยในลำคอ

"อึ่ก!"

ชั้นใช้มือขวาแบมือออกจากกันแต่ชิดนิ้วทุกนิ้วเข้าด้วยกัน ชี้ไปที่หน้าอกของยัยมุซาชิในสภาพที่ฝ่ามือไปทางตรงกันข้ามของแขน และเปลี่ยนเป็นหมัดกระแทกคลื่นพลังใส่หน้าอกของยัยนั่น นี่คือเป็นอาการบาดเจ็บที่เกิดจากภายใน มันไม่สามารถหายได้ง่ายๆหรอกนะ

มันเป็นวิชากังฟูที่เคยไปเรียนมากับยัยฮินะ ถึงจะเรียนได้แค่ไม่กี่วันแต่ก็เรียนรู้อะไรบางอย่างมาได้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้ใช้อยู่ดี ส่วนใหญ่ที่ใช้ก็มีแต่เทควันโด้ คาราเต้ ยูยิตสึและเคนโดเท่านั้น

พูดตามตรงชั้นน่ะถนัดการต่อสู้มือปล่าวแบบซัดกันตรงๆมากกว่าจะใช้ท่าสวยๆพวกนั้นซะอีก

ชั้นเก็บดาบของชั้นไว้ที่หลังแล้วเอาดาบของยัยมุซาชิออกจากร่างกาย ชั้นไม่อยากเดินไปมาทั้งๆที่ถูกเสียบทะลุหรอกนะ และชั้นก็ไม่ได้อยากใส่ชุดนี้นานๆด้วย ปล่อยขาดไปก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลยแม้แต่น้อย

"ไง ชั้นน่าจะแสดงให้เห็นแล้วนะ"

"..."

ยัยนั่นคงพูดไม่ได้สักพักแต่ช่างเถอะ ชั้นเองก็ค่อนข้างจะชอบยัยหัวดื้อนี่เหมือนกัน แม้จะดูเหมือนฝืนใจแต่ถ้ามันทำให้สติยัยนี่คงที่ล่ะก็ชั้นก็ไม่สนหรอกนะ ยังไงยัยนี่ก็เป็นเพื่อนของชั้น แม้ว่าเพื่อนจะไม่จำเป็นต้องจูบกันก็ตาม

ใช่ ชั้นจูบเธอ แต่นั่นเป็นทางเดียวที่จะถ่ายโอนพลังเวทย์ส่วนนึงเข้าไปและดูดซับพลังด้านลบออกมา ชั้นยังไม่พบวิธีอื่นแต่ถ้าเป็นผู้ชายชั้นคงฆ่าทิ้งไปแล้ว มันง่ายกว่ากันเยอะ

"...อึ่ก อ่ะ...คุโระ?"

"ว่าไง ไม่ได้เจอกันนาน"

"รู้สึกปวดหัวสุดๆ เมื่อกี้คุมตัวเองไม่ได้เลย ราวกับเป็นคนละคนไม่มีผิด...แต่ฉันโกรธเรื่องที่เธอมาจูบฉันนะ"

"ให้อภัยกันเถอะ คิดซะว่ายังดีที่ชั้นยังเป็นชั้นก็แล้วกัน"

"...ก็ดีจริงๆนั่นแหละ"

ชั้นพยุงให้ยัยมุซาชิลุกขึ้นยืน ยัยยูยะก็เดินเข้ามาแต่คนที่รักษาเป็นยัยมิยุ ชั้นคิดว่าอาจจะเป็นปัญหาเรื่องพลัง ถ้าเธอใช้พลังนั่นรักษาคนอื่นนอกจากชั้นมีหวังได้มีคนตายแน่ๆ และชั้นก็เชื่ออย่างนั้นจริงๆ

"แล้วทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่ล่ะ?"

"เรื่องมันยาวน่ะ อยากจะฟังไหม?"

ยัยฮารุทำหน้าเอือมสุดๆ คงไม่อยากฟังอะไรยาวๆสินะ? แล้วจะถามทำไมกันล่ะ?

"งั้น ทำไมเธอถึงสู้กับกิ้งก่าลมอะไรนั่นกันล่ะ? มันต้องมีเหตุผลใช่ไหม?"

"...โครวถูกพวกมันจับตัวไป มังกรนั่นเป็นพวกของเจ้าพวกนั้น ฉันหนีมาได้แต่พวกมันก็จะจับตัวฉันไป ฉันเคยคิดว่าจะยอมให้จับไปแล้วค่อยสู้กับพวกมันทีหลัง แต่พวกมันสามคนแข็งแกร่งมากเลยล่ะ"

สามคนงั้นเหรอ?

"ว่าแต่รู้เรื่องด้วยเหรอที่คุโระคุงบอกว่ากิ้งก่าลมน่ะ?"

"ก็มันเป็นกิ้งก่าจริงๆนั่นแหละนะ"

"ช่างเรื่องนั้นเถอะ ว่าแต่สามคนที่ว่านี่ใครกัน?"

"...ลิลลี่ รูบี้ และอเดล"

ลิลลี่และรูบี้...เหรอ?

*ครืด...*

"...โกรธซะแล้วล่ะ ท่านราชาแห่งเรา"

อา ตามที่ยัยยูริพูดเลย ชั้นในตอนนี้กำลังอารมณ์เสียสุดๆไปเลยล่ะ นั่นก็เพราะยัยโครวถูกเจ้าพวกนั้นจับไปยังไม่พอ พวกมันยังได้ตัวยัยรูบี้และลิลลี่ไปด้วย

และชั้นก็ค่อนข้างจะชอบพวกยัยรูบี้ด้วย แม้จะเป็นพวกเผ่าอมนุษย์แต่ก็พยายามใช้ชีวิตทำงานเพื่อครอบครัวของตัวเอง แม้จะต้องเสี่ยงชีวิตก็ตามแบบนั้น ชั้นไม่ชอบใจยัยอเดลสุดๆไปเลยล่ะ

*พรึบ*

ชั้นได้ยินเสียงปีกที่กระพือบนอากาศ พอเงยหน้ามองก็เจอตัวการที่ว่านั่น

"คราวนี้แหละ ข้าจะพาเจ้าไปหานายแห่งข้า!"

ไอ้จิ้งเหลนนั่นมันมองไม่เห็นพวกชั้นด้วยซ้ำ ชั้นหยิบดาบของชั้นออกมาแล้วปักไว้ที่พื้น จากนั้นก็ชักปืนออกมาแล้วยิงออกไปหนึ่งนัดที่ปีของไอ้จิ้งเหลนนั่น

*ปัง!*

และมันก็มากพอที่จะสร้างรูที่เป็นบาดแผลให้กับเจ้าสัตว์ชั้นต่ำนั่น ชั้นเก็บปืนแล้วหยิบดาบขึ้นพร้อมกับพุ่งออกไป

แน่นอนว่าไม่มีใครคนไหนที่จะเข้ามาห้าม เพราะขนาดยัยยูริยังไม่กล้าจะเข้ามายุ่งเลยด้วยซ้ำ นอกเหนือจากยัยนั่นก็มียัยฮารุและยัยแอสโมดิอุส ส่วนยัยรูรูก้านั้นไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นสินะ?

ตอนนั้นชั้นควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ราวกับมันเป็นระเบิดลูกใหญ่ที่ระเบิดอยู่ตลอดเวลาเลยล่ะนะ แถมตอนนี้ชั้นก็เหมือนกับตอนนั้น ระเบิดลูกใหญ่ที่ว่ากำลังระเบิดออกมา

จิ้งเหลนสีเขียวนั่นกำลังตกลงมาที่พื้น ชั้นก็วิ่งเข้าไปหาด้วยความเร็ว แม้ว่ามันจะพยายามที่จะกางปีกแล้วลดความเร็วด้วยความลนลาน ชั้นก็ตัดปีกของมันออกไปแล้ว

"กรรรรรรรรรรรรรรรรร!!! ก...เกิดอะไรขึ้นกับข้า!?"

ดาบนี่คมดีจริงๆ ชั้นล่ะเริ่มรู้สึกชอบมันซะแล้วสิ ชั้นแสยะยิ้มแล้วบุกเข้าโจมตีใส่อย่างต่อเนื่อง

ดาบของชั้นตวัดขึ้นจากซ้ายล่างไปยังขวาบน จากนั้นชั้นก็ใช้แขนซ้ายหมุนข้อศอกแล้วตวัดดาบลงมาจากทางซ้ายบนฟาดผ่ากลางจากบาดแผลเดิม

รอยฟันนั้นเหวอะหวะมีเลือดพุ่งกระฉูดซะจนดูน่าเกลียด แม้เลือดของมันจะเต็มตัวของชั้นแต่ชั้นไม่สน

"ก...แกเป็นใคร!?"

"เดี๋ยวแกก็จะต้องเป็นฝ่ายตอบคำถามชั้นแล้วล่ะ"

ชั้นปล่อยหมัดขวาที่อัดแน่นไปด้วยมานาใส่มัน สายฟ้าสีดำนั่นคงทำให้มันขยับไม่ได้สักพัก แถมพลังของมันก็คงทำให้มันได้รับความเสียหายมากพอควร

พลังเวทย์ของชั้นเพิ่มขึ้นสูง และมันก็สูงขึ้นเรื่องๆ ร่างกายของชั้นเองก็เหมือนกัน แต่ว่าปริมาณการฟื้นตัวมานาของชั้นนั้นลดน้อยลงอย่างมาก แม้แต่ตอนนี้มันก็ยังไม่กลับไปเป็นปรกติ

ชั้นเก็บดาบให้เข้าที่ แล้วเดินไปลากร่างที่ไร้สติของไอ้เจ้ามังกรนี่ไว้แล้วผนึกการเคลื่อนไหวของมันด้วยโซ่ที่สร้างจากเวทย์ความมืดของชั้น

"ชั้นเริ่มหิวแล้ว กลับไปกันเถอะ"

"...สมกับเป็นคุโระ ฉันเทียบไม่ได้จริงๆ"

*ฟุ้บ*

"...ฉันเดาว่าเธอคงแค่เหนื่อย แล้วนายก็แสดงด้านเท่ๆให้ฉันเห็นถึงสองครั้งเลยนะคุโระ ฉันยิ่งรักนายขึ้นไปอีกนะ"

ยัยนี่เคยอายในสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาบ้างไหมเนี่ย? แต่ชั้นไม่สนใจอะไรมากมายหรอกนะ

ยูยะแบกร่างของมุซาชิให้ชั้น ส่วนชั้นก็แบกร่างของมังกรยักษ์นี่เอาไว้ ยัยมิยุก็มองมาที่ชั้นแล้วตะโกนขึ้นมาอย่างอารมณ์เสีย

"นอกจากจะไม่ให้ฉันได้แสดงความสามารถแล้ว นายยังจะสร้างปัญหาให้บ้านฉันอีกนะ...บ้านฉันไม่ใหญ่พอที่จะยัดมังกรเข้าไปหรอกนะจำไว้ด้วย!"

เธอพูดมางั้นน่ะนะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว