ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 31 แสนคิดถึง

ชื่อตอน : ตอนที่ 31 แสนคิดถึง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ต.ค. 2561 21:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 31 แสนคิดถึง
แบบอักษร


คชาออกมาวิ่งตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันโก่งคอร้อง

หลายปีแล้วนะ จากนายคชาที่อยู่ทีมพงไพร ชีวิตแทบจะหาหลักลงฐานไม่ได้ เขาได้กลายเป็นคนที่มีหน้าที่การงานมั่นคง

เท้าใหญ่ชะงักก่อนจะมองไปยังที่ที่ครั้งหนึ่งได้พรากคนรักของเขาไป

ต้องเข้มแข็งแค่ไหน

เขากลายเป็นผู้หมวด สองดาวบนบ่าบ่งบอกถึงความพยายามเป็นอย่างมาก

พยายามจะทำทุกทางเพื่อจะอยู่กับความทรงจำถึงใครบางคน

คนที่เขาแสนคิดถึง

แม้ยากจะยอมรับ แต่การตามหาจากตัวเขาเองโดยไม่บอกใครก็ดำเนินการเงียบๆ ตามหาทั้งๆ ที่หายังไงก็ไม่เจอ

ถึงทุกคนจะบอกว่าปลาจากเขาไป เขาก็ยังคงมีความหวัง หวังที่ดูจะลมๆ แล้งๆ แต่เขาก็ยังจะหวัง

จะทำร้ายกันไปถึงไหนนะวันเวลา เกือบเจ็ดปี เขาได้เจอผู้คนมากมาย มีผู้หญิงหลายคนที่ดีบ้าง ไม่ถูกใจบ้างพยายามเข้ามา แต่กลับไม่ได้ทำให้หัวใจของเขาดีขึ้นเลย

จะให้สนใจได้ยังไง

ยอมโสดตายไปดีกว่า ไม่อยากเป็นคนใจร้ายที่จะให้ใครเข้ามา แต่ไม่สามารถรักเขาได้หมดหัวใจ ไม่อยากทำร้ายใครแบบนั้นหรอก

“คิดถึงนะปลา” ยืนบอกสายลมแถวนี้แหละ ปลาคงจะได้ยิน

“โอ้ย” เสียงร้องที่บ่งบอกความเจ็บปวดทำให้เขารีบหันไปมอง

ใจหล่นวาบเมื่อเห็นคุณยายที่อายุเยอะแล้วล้มลงที่พื้น

“คุณยายเป็นอะไรมากไหมครับ” เขาเดินเข้าไปหา ก่อนจะมองไปตามเนื้อตัวที่ไม่ได้มีบาดแผลอะไรจึงประคองคนอายุมากให้ลุกขึ้น

“ตามประสาคนแก่น่ะ เดินๆ ก็ล้ม” ตอนนี้จะหกโมงเช้าได้มั้ง เขาก็วิ่งมาไกลเหมือนกันนะเนี่ย

“ยายจะไปไหนครับ”

“ไปเก็บผักน่ะพ่อหนุ่ม”

“แต่ยายเจ็บขาแบบนี้ ผมว่ากลับไปพักดีกว่านะครับ” คุณยายที่เขาพยุงตัวอยู่พยักหน้า

“บ้านยายใกล้ๆ นี่เอง ขอบใจๆ”

“ผมไปส่ง”

“ไม่อยากรบกวน”

เขายิ้ม ก่อนจะยืนยันด้วยการพยุงคนแก่ที่ดื้อตามวิสัย พอเดินไปส่งจริงจัง โธ่ยาย ไหนบอกบ้านอยู่ใกล้ๆ

ซอยเล็กๆ น้อยๆ แคบจนเดินสวนกันได้สามคนละมั้ง บ้านก็อยู่ลึก ก่อนจะเจอกับร้านขายของชำเล็กๆ

ก็ควรจะมีร้านแบบนี้น่ะนะ ถ้าจะเป็นชุมชนอยู่ไกลและลึกขนาดนี้

“ไม่ไกลเลยนะครับ” คุณยายแค่ยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปหน้าบ้าน

“กอหญ้า มีแขกมาบ้าน เอาน้ำมาให้คุณเขาหน่อย” คุณยายตะโกนเสียงดัง คงจะเรียกหลานสินะ

“จ้ายาย” เสียงตอบรับหวานใสแจ๋ว ไม่นานก็ปรากฏร่างบางที่ทำให้เขาใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม

เมื่อเห็นใบหน้าของอีกคนชัดเจน น้ำตาลูกผู้ชายอย่างเขาก็เอ่อล้นจนตาพร่ามัว

“นั่งก่อนๆ” เขาค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลงเก้าอี้พรางจ้องหน้าอีกคนไม่วางตา

ใบหน้าหวานยิ้มนิดๆ ก่อนจะวางน้ำที่ถือมาให้

“สวัสดีค่ะ”

“ครับ”

“ยายไปหกล้มอีกแล้วใช่ไหม” เธอหันไปสนใจผู้เป็นยายก่อนจะส่ายหน้านิดๆ “บอกแล้วว่าไม่ต้องไปเก็บผักขาย ผักเราที่ปลูกก็เยอะหนิยาย ร้านขายของก็ขายได้”

เขามองไปทั่วบริเวณ

บ้านหลังใหญ่พอสมควร คุณยายคนนี้ดูมีฐานะ ส่วนคนที่พูดเจื้อยแจ้ว ก็ดูเป็นธรรมชาติ เหมือนมาก แต่ทำไมไม่ทักทายเขา

“ขอบคุณคุณมากนะคะ” เธอเอ่ยบอกก่อนจะยิ้มอีกครั้ง

“ปลา”

“คะ? คุณเรียกใครเหรอ ฉันเหรอคะ”

คำถามของเธอทำให้เขาสงบปากก่อนจะส่ายหน้าเป็นคำตอบ

“คุณหน้าคล้ายเพื่อนผมครับ”

“อ้อ ค่ะ” เธอพยักหน้า “ยาย หนูไปทำกับข้าวก่อนนะ ขอตัวนะคะ”

ร่างเล็กเดินกลับเข้าไปในบ้าน

“เมื่อกี้พ่อหนุ่ม เรียกกอหญ้าว่าอะไรนะ”

“เอ่อ ผมจำผิดครับ”

“เหรอ นึกว่ารู้จักซะอีก” คำพูดต่อมาทำเขาขมวดคิ้วมุ่น “จะไปตามหาญาติให้ก็ไม่รู้จะตามที่ไหน พอเลี้ยงมาก็รัก”

ประโยคต่อมากลับทำใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ

“คุณยาย หมายความว่ายังไงครับ”

คุณยายยิ้มนิดๆ นางไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเพราะไม่ไว้ใจ แต่เพราะชายหนุ่มตรงหน้าแสดงสีหน้าและแววตาเว้าวอนตอนมองหลานสาวของนางก็นึกเอะใจ

นั่นไม่ใช่หลานสาวนางหรอก ชีวิตนี้เป็นแค่หญิงที่ตัวคนเดียว แต่ฐานะอยู่ในระดับที่ไม่ได้ลำบากอะไรก็เท่านั้น

แม้จะผูกพัน แต่นางคิดว่าคงถึงเวลาที่จะคืนเธอให้ครอบครัว การดูแลเงียบๆ ไม่กล้าบอกเพราะกลัวจะเป็นอันตรายกับเด็กสาว ที่สำคัญ

การอยู่ที่นี่กับอาการความจำเสื่อม คงดีกว่าปล่อยให้ไปเร่ร่อนตามหาคนรู้จัก

ใช่ว่าไม่แจ้งความ แต่ตำรวจแถวนี้พึ่งได้เพียงนิด นางแค่หญิงแก่ มีกำลังและหัวคิดไม่ไว ถึงจะฐานะพอมี แต่ทีวี โทรศัพท์ก็ไม่ได้ใช้

ไม่รู้จักอะไรเลย นอกจากเด็กข้างบ้านที่เทียวเอาของมาเติมให้พอได้ค่าขนม

ชีวิตที่เรียบง่าย มีอีกคนมาอยู่เป็นเพื่อน ทำให้นางทั้งหวงและห่วง หลายคนก็สงสัย เลยได้แต่บอกว่าเป็นญาติห่างๆ ที่ตกงานเท่านั้น

“เธอไม่ได้ชื่อกอหญ้า แต่จริงๆ แล้ว ชื่ออะไร ยายก็ไม่เคยรู้เลย”

คชาตัวแข็งราวถูกสาป

เมื่อเรื่องราวมากมายถูกกลั่นกรองออกมาจากคุณยายที่บังเอิญเขาได้ช่วยเอาไว้


“โอ๋ๆ ตัวเล็กไม่ร้องนะครับ” พยัคฆ์เอ่ยปลอบเด็กน้อยพรางแลซ้ายแลขวา “พ่ออยู่นี่ไง”

ปลอบยังไง เด็กชายวัยสองขวบเศษก็ยังร้องไห้อยู่ดี

“แม่ ฮื้อ” น้ำตาเม็ดโตล่วงเผาะทำคุณหมอในวัยสามสิบสองปาดเหงื่อ

“จะร้องตามละเนี่ย”

“หลีกเลย” สิงหราชเดินมาหาสองหนุ่มต่างวัยก่อนจะยกหนุ่มน้อยขึ้นมาอุ้ม

“ลูกผมครับ” เอ่ยบอกแถมยังส่งสายตาเคืองๆ ใส่

“อย่าเยอะไอ้สิงห์”

“เงียบไปเลยไอ้เสือ”

“พอทั้งเสือสิงห์แหละค่ะ” บีเข้าไปรับหนูน้อยมาอุ้ม

อีกคนก็หวงลูก ส่วนอีกคนก็เอ็นดูลูกเพื่อนเสียเหลือเกิน

“ก็พึ่งเจอกันไม่กี่ปี มาทึกทักเป็นลูกตัวเอง”

“มากไปครับหมอสิงห์ เราเป็นเพื่อนกันนะ”

“รู้ครับ แต่อยากได้ก็ทำเอง อย่ามาเนียน”

“คนที่อยากให้มาทำ เขาทิ้งไปนี่”

“ทิ้งก็ไปตามกลับมาสิ”

“เถียงกันเป็นเด็กๆ เป็นอาจารย์หมอกันแล้วนะคะ” ส่ายหน้าให้สองหนุ่มก่อนจะพาลูกไปที่อื่น ปล่อยให้เสือสิงห์แยกเขี้ยวใส่กันเต็มที่

“หมอเสือ หมอสิงห์ เชิญที่ห้องประชุมได้แล้ว” ผอ.ของโรงพยาบาลเอ่ยบอกเมื่อเดินผ่านมายังสองหนุ่ม

“ที่มาประชุมวันนี้ เรามีเรื่องจะแจ้งสองเรื่องนะครับ หนึ่งคือเราจะได้ต้อนรับผู้แพทย์ใช้ทุน ปีนี้มาตั้งสามคนแน่ะ”

พยัคฆ์มองไปยังบุคคลที่กำลังยืนพูด ตั้งแต่ที่นี่มีหมอเฉพาะทางเยอะขึ้น แพทย์ที่จะออกใช้ทุนตามโรงพยาบาลประจำอำเภอก็เลือกมาที่นี่เยอะขึ้นเช่นกัน

แต่ก่อนเหรอ มาได้ไม่เกินหนึ่งเพราะถึงจะใช้ทุนแต่ก็ต้องได้รับการดูแลและที่ปรึกษาที่ดี

“เรื่องที่สอง จะมีหมอที่จบจากต่างประเทศมาทำงานกับเรา อืม แพทย์เพิ่มพูนทักษะน่ะ ปีนี้ลงอำเภอ หมอเสือ”

“ครับ”

“ฝากหน่อยนะ”

“เอ่อ”

“หมอสิงห์เขาดูแลลูกเมีย ส่วนคุณหมอคนอื่นดูแลอินเทิร์นสองแล้ว คุณก็ดูแลหมอที่มาจากต่างประเทศแล้วกัน”

อยากแย้งอะ เขาไม่อยากดูแลใคร ขนาดเมียตัวเองแท้ๆ ยังดูแลไม่ได้เลย

“มีปัญหา?”

“ไม่ครับ” ต้องสนิทกันเบอร์ไหน ถึงจะประชุมกันด้วยภาษาแบบนี้

“เธอมากะทันหัน บ้านพักก็จะเต็ม เธอแจ้งประสงค์ว่า?”

เดี๋ยวนะ เธอ? ผู้หญิงงั้นเหรอ

“จะไปพักกับคุณ”

“ไม่นะครับ” ปฏิเสธทันทีที่ประโยคไม่จบดีด้วยซ้ำ

“แน่ใจเหรอที่ปฏิเสธน่ะ”

“ผอ.เรียกว่าเธอ แสดงว่าเป็นผู้หญิง แล้วจะให้ไปพักกับผมเนี่ยนะครับ ผมคิดว่ามันดูจะไม่เหมาะ”

“เหมาะไหมไม่รู้ แต่เธอรอที่บ้านคุณแล้ว จบการประชุม”

คุณหมอหนุ่มอ้าปากค้าง จะเถียงก็ไม่ได้ ทุกคนเดินพรึบพรับกันออกไปหมด

“โชคดีนะเสือ”

“ตลกแล้ว เป็นผู้หญิงภาษาอะไรวะถึงได้กล้าไปขออยู่บ้านพักกับผู้ชาย มาจากนอก คงติดวัฒนธรรมจากที่นั่นมาน่ะสิ ฮึ”

สิงหราชมองคนที่บ่นเป็นหมีกินผึ้ง

บอกตรงๆ แม้จะเคยรู้จักกัน ก่อนที่คนตรงหน้าจะไปเรียนต่อแล้วย้ายกลับมา จำได้ว่าสุภาพกว่านี้เยอะ แถมยังไม่ขี้บ่นแบบนี้ด้วย

แล้วนี่ใช่เสือจริงเหรอ

“มองอะไร”

“เสือสุภาพหายไปไหน มีแต่เสือขี้บ่น”

“ไม่กลับแม่งละ นอนมันที่โรง’บาลนี่แหละ”

นอกจากจะไม่ตอบ ยังเปลี่ยนเรื่องแล้วกลับไปบ่นได้เหมือนเดิม

“กลับไปเถอะ”

“ไม่”

“แต่เธอมาจากต่างประเทศ จะปล่อยให้อยู่คนเดียวได้ยังไง ไม่แน่นะ เธออาจจะเป็นเนื้อคู่นายก็ได้”

“กูมีเมียแค่คนเดียว”

“เมียที่ปล่อยให้ไปอยู่ต่างประเทศ ส่วนตัวเองทั้งเรียนและทำงานหนักน่ะเหรอ ตลกแล้วครับคุณหมอเสือ”

ตวัดตาดุๆ มองก่อนจะถอนหายใจออกมา

ใช่ว่าไม่คิดว่าจะตามไป เขาแทบจะจองตั๋วเครื่องบินแล้ว แต่ใจหนึ่งก็ไม่กล้า

บอกตรงๆ ยิ่งคิดถึงยิ่งขี้ขลาด

“ไม่คิดถึงเหรอ”

“คิดถึง มากด้วย”

“มากก็ไปตามกลับมาได้แล้ว”

“ยังไม่ได้ สัญญายังไม่หมด” อีกตั้ง...

คุณหมอหนุ่มยกนิ้วมือขึ้นมานับ

“สิงห์!”

“ไร?” สะดุ้งเมื่ออีกคนเรียกเสียงดัง

“พรุ่งนี้ลางาน ฉันจะไปสวีเดน เยส”

สิงหราชมองตามอย่างงงๆ

แล้วนั่นคือรีบกลับบ้าน? ไหนบอกจะไม่กลับ แล้วอะไรจะไปสวีเดน ทั้งๆ ตลอดเจ็ดปี...

เดี๋ยวนะ เจ็ดปี

อย่าบอกนะว่าคนอย่างหมอเสือรอให้หมดสัญญาถึงจะไปตามหาน้ำหนึ่ง

“ไอ้หมอ ไอ้คนดี คนซื่อ”

ต้องใจแข็งแค่ไหนถึงได้อดทนรอได้นานขนาดนี้


พยัคฆ์ที่มุ่งหน้ากลับบ้านพักตรงดิ่งไปที่ห้องนอนของตน ก่อนจะรื้อกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกมา

เขาเฝ้านับเวลานี้มาตลอด ถึงเวลาที่เขาควรจะทำตามหัวใจตัวเองสักที

รอพี่เสือหน่อยนะคนดี

ก๊อกๆ

มือแกร่งชะงัก ขมวดคิ้วว่าใครมาบังอาจเคาะห้องของเขา ก่อนจะนึกได้ว่าตอนนี้บ้านหลังนี้ไม่ได้มีเขาอยู่คนเดียว

แต่เป็นคุณหมอมาใหม่ แถมเป็นผู้หญิงที่เสนอตัวมาอยู่บ้านพักกับผู้ชาย

ฮึ

แววตาดุดันมาดร้ายแข็งกร้าวไม่รู้ตัว ก่อนจะย่างสามขุมไปยังประตูพร้อมกระชากมันออกอย่างแรง

“มีอะไร” เสียงแข็งกระด้างถูกส่งไปก่อนจะยืนนิ่งเป็นเสือแช่แข็ง

“สวัสดีค่ะ นายแพทย์พยัคฆ์”

————————-

กลายเป็นเสือแช่แข็ง

อึ้งดิเสือ อึ้งใช่ไหม ใครมา

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว