ยินดีต้อนรับทุกคนค่ะ เรื่องท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ายอมแล้ว เปิดให้อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ ฉบับนี้เป็นฉบับรีไรท์แล้วนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจจริง ๆ

พบจิ้งจอกสีเงินแห่งแคว้น (1)

ชื่อตอน : พบจิ้งจอกสีเงินแห่งแคว้น (1)

คำค้น : ท่านอ๋อง, จีน, จีนโบราณ, ฟิน, จิกหมอน, NC, พระเอกงานดี, รักเมีย, หลงเมีย

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2561 14:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พบจิ้งจอกสีเงินแห่งแคว้น (1)
แบบอักษร


พบจิ้งจอกสีเงินแห่งแคว้น (1)

มู่เลี่ยงหรงย่างเท้าออกจากถ้ำ เขาปรับสีหน้าให้สงบนิ่งกลับไปเป็นบุรุษผู้สุขุมอีกครั้ง ไม่มีวี่แววของโทสะปรากฏอยู่บนใบหน้าแม้แต่น้อย ท่านอ๋องผู้สูงส่งเย็นชากลับมาแล้ว

เยี่ยนเยว่ฉีมองซ้ายมองขวาหาซูจิ้ง มู่เลี่ยงหรงเห็นดังนั้นก็ใช้ลมปราณเปล่งเสียงสั่งออกไป

“ซิ่นเฉิง...นำคนของคุณหนูเยี่ยนกลับมา”

เพียงไม่นานชายผู้หนึ่งก็เดินนำหน้าซูจิ้งออกมาจากสวนอีกด้าน สาวใช้ตัวน้อยเอาแต่เดินก้มหน้าก้มตาตามหลังชายผู้นั้นมาอย่างเงียบ ๆ

เมื่อเดินเข้ามาใกล้มากพอสาวใช้ตัวน้อยก็ต้องตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของฉินอ๋อง ครั้นนึกถึงคำที่ตนก่นด่าซิ่นเฉิงกับ ‘นายท่าน’ ของเขา นางก็หน้าซีดมีเหงื่อเม็ดน้อย ๆ ผุดขึ้นบนหน้าผาก แต่พอหวนคำนึงเรื่องน่าอายของตนกับองครักษ์หนุ่มเมื่อสักครู่ ซูจิ้งก็กลับมาหน้าแดงซ่านอีกครั้ง

เยี่ยนเยว่ฉีเห็นสาวใช้คนสนิทมีท่าทีแปลก ๆ เดี๋ยวหน้าซีดเดี๋ยวหน้าแดง ก็รีบเข้าไปถามด้วยความห่วงใย

“ซูจิ้งเจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม เขาทำอะไรรุนแรงกับเจ้าหรือเปล่า?” ผู้เป็นนายมองสาวใช้ของตนเองสลับไปมากับองครักษ์

“มะ...ไม่มีอะไรเจ้าค่ะคุณหนู” ซูจิ้งก้มหน้าตอบไม่ยอมสบตา

“ทำไมเจ้าเอาแต่ก้มหน้าก้มตา บอกข้ามาเขาทำร้ายเจ้าหรือไม่ ถ้าเขาทำ ข้าจะขอให้ท่านอ๋องลงโทษคนผู้นี้อย่างสาสม”

“ไม่มีจริง ๆ เจ้าค่ะคุณหนู องครักษ์ซิ่นแค่ขอให้บ่าวอยู่เงียบ ๆ จะได้...จะได้” ซูจิ้งอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่เป็นนาน

“จะอะไรเล่า ซูจิ้งบอกข้ามา” ผู้เป็นนายหญิงคาดคั้น

‘จะได้ไม่จับข้ากินซาลาเปาเจ้าค่ะ’ สาวใช้ตัวน้อยไม่กล้าบอกความจริง “บ่าวแค่ตกใจเท่านั้นจริง ๆ คุณหนูไม่ต้องเป็นห่วง ว่าแต่คุณหนูเถอะเจ้าค่ะ เข้าไปทำอะไรในนั้นกับฉินอ๋อง หรือถูกท่านอ๋องลงโทษเรื่องเมื่อเช้า” ซูจิ้งเปลี่ยนเรื่องโยนเผือกร้อนให้ผู้เป็นนายแทน

เมื่อโดนถามเรื่องของตนเองเยี่ยนเยว่ฉีก็หน้าแดงแปร๊ด นางเหลือบตามองอย่างขอความช่วยเหลือไปยังบุรุษต้นเหตุ

“เราพบขลุ่ยหยกจึงนำมาคืนนายของเจ้า เราก็ชอบดนตรีจึงขอให้นางสอนเคล็ดลับการเป่าให้เล็กน้อย”

“อย่างนั้นเองหรือเพคะ บ่าวก็เป็นห่วงคุณหนูแทบแย่...นึกว่ามีอะไรเสียอีก”

“นายของเจ้ายอดเยี่ยมมากจริง ๆ เราเองก็เพลิดเพลินจนลืมเวลาเสียสนิท” มู่เลี่ยงหรงยกมุมปากยิ้มกริ่ม มองสบตาเยี่ยนเยว่ฉีอย่างลึกซึ้งทีหนึ่ง

“กลับเข้างานกันเถอะ เยว่ฉีต้องไปแสดงต่อหน้าพระพักตร์ นี่ก็ใกล้ถึงเวลาแล้ว” เยี่ยนเยว่ฉีรู้สึกว่าตนกำลังจะละลายกลายเป็นแอ่งน้ำ จึงรีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อเบนความสนใจของทุกคนเสีย

“เจ้านำไปก่อนเถิด แล้วเราจะตามไป” ท่านอ๋องหนุ่มไม่อยากเดินกลับเข้าไปพร้อมกับนาง เพราะเกรงว่าหญิงสาวจะเสื่อมเสียที่เดินหายออกจากงาน แล้วกลับเข้าไปอีกครั้งพร้อมบุรุษ

“เพคะ” เยี่ยนเยว่ฉีคลี่ยิ้มอ่อนหวาน ยอบกายแล้วเดินจากไปทางกระโจมจัดงานพร้อมกับสาวใช้ตัวน้อย

เมื่อหญิงสาวทั้งสองเดินจากไปเกินระยะการได้ยิน มู่เลี่ยงหรงก็เหลือบมองไปยังซิ่นเฉิง เขาเห็นความผิดปกติขององครักษ์คนสนิทและท่าทีของสาวใช้นามซูจิ้ง จึงเอ่ยถามด้วยเสียงอันราบเรียบ

“ซิ่นเฉิง...เจ้าทำอะไรนาง?”

“เรียนท่านอ๋อง นางโวยวายเสียงดัง กระหม่อมจึงจูบปิดปากนางเท่านั้นเองพะยะค่ะ” ซิ่นเฉิงไม่ได้ปิดบังซ่อนเร้นอะไร บอกผู้เป็นนายไปตามความจริงด้วยใบหน้าอันสงบนิ่ง

“เจ้าชอบนาง?”

ซิ่นเฉิงเป็นองค์รักษ์คนสนิทของเขามาตั้งแต่ยังอาศัยอยู่ในวังหลวง เป็นผู้มีวรยุทธ์ล้ำเลิศ รูปร่างกำยำล่ำสัน หน้าตาก็ถือว่าหล่อเหลา มีหญิงสาวกับนางกำนัลจำนวนไม่น้อยหมายตาองครักษ์หนุ่ม

ปกติองครักษ์หนุ่มจะระวังตัวอย่างมาก ไม่ปล่อยตัวปล่อยใจผูกพันใกล้ชิดกับสตรีใด แม้แต่นางกำนัลในจวนที่มีโอกาสใกล้ชิดกันบ่อยครั้ง เขาก็ยังระวังตัวไม่ไปเกี้ยวพาเกี่ยวข้อง แล้วนี่เป็นสาวใช้ของจวนกั๋วกงจะไม่ระวังตัวได้อย่างไร

“ข้าแค่จะตรวจสอบวรยุทธ์ของนาง” ด้วยความไม่แน่ใจว่าจะถูกเอาโทษหรือไม่ องครักษ์หนุ่มเลยตอบไปแบบเป็นงานเป็นการ

“อ่อ แล้วได้ความว่าอย่างไร”

“นางไร้วรยุทธ์พะยะค่ะ เป็นแค่สตรีที่ไม่มีแรงจะฆ่าไก่ด้วยซ้ำ”

“ก็ดีแล้ว และในเมื่อเจ้าไม่ได้ชอบนาง ข้าก็ไม่ต้องเป็นธุระอะไรให้สินะ”

“ทะ...ท่านอ๋องวันนี้ท่านดูแปลกไปนะพะยะค่ะ”

“ไม่มีอะไร ปกติข้าไม่เคยเห็นเจ้าไปไล่จูบนางกำนัลสวย ๆ ในจวนสักคน ข้าจึงแปลกใจอยู่ไม่น้อย” ท่านอ๋องหนุ่มยกยิ้มที่มุมปาก “เจ้าไม่ชอบก็ไม่เป็นไร จะได้ให้เยว่ฉียกนางให้คนอื่น เห็นว่าทหารจวนกั๋วกงหมายตานางอยู่หลายคน”

“ท่านอ๋องรู้ได้ยังไงว่านางมีคนหมายปองมากมาย?” ซิ่นเฉิงรีบถาม

“ก็เยว่ฉีบอกข้าเมื่อครู่ กลัวเจ้าจะทำมิดีมิร้ายสาวใช้ของนางแล้วไม่รับผิดชอบ” ฉินอ๋องนึกสนุกจึงแกล้งพูดเพื่อดูปฏิกิริยาขององครักษ์หนุ่ม จะดูว่าซิ่นเฉิงจะปากแข็งไปถึงไหน เขาไม่ได้ตาบอดจะได้มองไม่เห็นอะไร

“จูบไป...แค่นิดเดียวเอง” ซิ่นเฉิงหลบตาแล้วพูดอู้อี้ในลำคอ ‘จริง ๆ ก็ไม่นิด แถมเกือบได้กินซาลาเปาของนางด้วย’ เขาคิดในใจแต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปอีก

“นางก็เป็นแค่สาวใช้ เจ้าไม่ชอบก็ช่างเถอะ”

มู่เลี่ยงหรงเลิกคุยเสียดื้อ ๆ เดินตรงลิ่วกลับกระโจมงานเลี้ยงในทันที นึกแปลกใจตัวเองเล็กน้อยที่อยู่ ๆ ก็นึกสนุกแกล้งองครักษ์คนสนิทเสียอย่างนั้น อาจจะเป็นเพราะนาน ๆ ครั้งที่ซิ่นเฉิงจะเผยจุดอ่อนให้เห็น และคงเป็นเพราะเยี่ยนเยว่ฉีที่ทำให้เขาอารมณ์ดีมากกระมั่ง

ซิ่นเฉิงเดินตามผู้เป็นนายไปอย่างเงียบ ๆ ในใจก็คิดถึงซูจิ้งขึ้นมา เขาชอบนางหรือเปล่าก็ยังไม่แน่ใจ แต่ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้แต่งให้แก่ชายอื่น โอกาสที่ตนจะได้เจอสาวใช้ตัวน้อยอีกจะมีมากแค่ไหนก็ยังไม่รู้

ภาพของซูจิ้งลอยเข้ามาให้หัวซิ่นเฉิงไม่หยุด ใบหน้ากระจุ๋มกระจิ๋มได้รูป ผิวพรรณก็ขาวนวลเนียน ตัวนุ่มนิ่มกอดแล้วอุ่น ปากเล็กบางสีชมพู นางปากจัดเหลือเกินเวลาด่าก็น่าประกบปากบดขยี้ แล้วไหนจะซาลาเปาใบน้อยเต่งตึงนั่นอีก

‘น่าอายนัก นี่ข้าคิดอะไรอยู่ ท่านอ๋องข้าเพิ่งเจอนางแค่ครั้งเดียวจะไปรู้ได้อย่างไรว่าชอบนางหรือเปล่า ซิ่นเฉิงได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจเพียงผู้เดียว

เมื่อแยกกับมู่เลี่ยงหรงที่ภูเขาจำลองแล้ว เยี่ยนเยว่ฉี กับซูจิ้งก็มุ่งหน้ากลับไปร่วมงานชมดอกเหมย เพื่อเตรียมการแสดงอย่างไม่รอช้า

สาวใช้ร่างเล็กประคองผู้เป็นนายไปตามเส้นทางอันสวยงามของอุทยานหลวง ทั้งสองเดินเคียงกันไปอย่างเงียบเชียบ ถึงแม้จะรู้สึกสนใจใคร่รู้สถานการณ์เมื่อครู่ของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่มีผู้ใดเอ่ยอะไรแม้แต่ครึ่งคำ

ขณะกำลังเดินข้ามหนึ่งในบรรดาสะพานมากมายของสวนอันใหญ่โต เยี่ยนเยว่ฉีพลันนึกถึงเรื่องเมื่อหลายวันก่อน

เยี่ยนจิ้นหลิงแจ้งถึงชะตาที่นางไม่อาจเลี่ยง เมื่อได้ฟังในคราแรกหญิงสาวก็ร้องไห้ฟูมฟายเสียยกใหญ่ ด้วยตีความทั้งหมด ไปเองว่าตนคงไม่อาจพ้นการถูกคัดเลือกไปเป็นพระสนมในวังหลัง

โฉมสะคราญทบทวนเหตุการณ์ในวันนี้ ก็เห็นว่าตนน่าจะคาดเดาคำทำนายของพี่ชายผิดไปเสียแล้ว เพราะตั้งแต่เหยียบย่างเข้ามาในวังหลวง บุรุษเพียงผู้เดียวที่หญิงสาวได้ใกล้ชิดมีเพียงฉินอ๋องเท่านั้น

เมื่อนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษผู้เอาแต่ใจ เยี่ยนเยว่ฉีก็หน้าแดงขึ้นมาอีกครา ท่านอ๋องช่างเผด็จการยิ่งนัก เขาทั้งเรียกร้อง และบงการให้นางมิอาจต้าน

ในเมื่อเขาเป็นบุรุษผู้พรั่งพร้อมถึงเพียงนี้ จะให้สตรีเช่นนางต้านทานได้อย่างไร และหากสวรรค์ลิขิตให้ตนได้พบคู่ครองแล้ว คงจะต้องเป็นมู่เลี่ยงหลงไม่ผิดแน่

ครั้นเมื่อนึกถึงคำสัญญาอันหนักแน่นของท่านอ๋อง นางก็อดหวานล้ำในหัวใจมิได้ แม้เขาจะเอาเรื่องการลงโทษ มาอ้าง แต่นางก็พอจะรับรู้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสอง หากต้องแต่งงานกับฉินอ๋องใน  เร็ววันนี้อย่างไรก็ยังดีกว่าต้องถูกส่งเข้าสู่พระหัตถ์ของฮ่องเต้

'ชะตาข้าหาใช่พระสนม คงได้แต่งเป็นสะใภ้หลวงเสียมากกว่า'

**********************

โปรดติดตามพาร์ทต่อไป


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว