ยินดีต้อนรับทุกคนค่ะ เรื่องท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ายอมแล้ว เปิดให้อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ ฉบับนี้เป็นฉบับรีไรท์แล้วนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจจริง ๆ

ท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ามาเอาขลุ่ยคืน (2)

ชื่อตอน : ท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ามาเอาขลุ่ยคืน (2)

คำค้น : ท่านอ๋อง, จีน, จีนโบราณ, ฟิน, จิกหมอน, NC, พระเอกงานดี, รักเมีย, หลงเมีย

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2561 10:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ามาเอาขลุ่ยคืน (2)
แบบอักษร


ท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ามาเอาขลุ่ยคืน (2)

มู่เลี่ยงหรงยังไม่ยอมปล่อยร่างบางให้ลงจากตักแกร่ง นัยน์ตาปรากฏแววรักใคร่เอ็นดูขึ้นหลายส่วน ชายหนุ่มเพียงหัวเราะเบา ๆ ทุกครั้งที่นางหน้าแดงยามถูกหยอกเย้าจุดอ่อนไหวบนใบหู

ในคราแรกฉินอ๋องเพียงหวังจะตรวจสอบวรยุทธ์ของหญิงสาว แล้วคืนขลุ่ยหยกให้แก่นางเพียงเท่านั้น ไม่คิดว่าจะได้รางวัลเป็นจูบอันเนิ่นนานแสนหวาน ชายหนุ่มแปลกใจอยู่ไม่น้อยเนื่องจากคาดไม่ถึงว่าคนงามจะกล้า ‘ยั่วยวน’ เขา

ครั้นนึกถึงยามที่พบกันที่ใต้ต้นหลิว บุตรสาวท่านกั๋วกงก็ไม่มีท่าทีอยากจะกระโจนสู่อ้อมอกของเขาเสียหน่อย แต่ก็เป็นไปได้ว่าเยี่ยนเยว่ฉีอาจจะเขินอายเมื่อมีคนอื่นอยู่ด้วย หรือไม่นางอาจจะประทับใจบทเพลงรักนกยวนยางกระมัง เพราะเมื่อครู่เขาเองก็พยายามส่งกระแสความรู้สึกอันท่วมท้นไปถึงนาง

               ‘นางชอบข้างั้นรึ?’ มู่เลี่ยงหรงคิดเข้าข้างตัวเอง ยิ่งหวนนึกถึงสายตาหวานหยาดเยิ้มที่นางส่งให้ที่ใต้ต้นหลิวจึงทำให้รู้สึกมั่นใจขึ้นหลายส่วน หากนางพึงใจในตัวเขาเช่นกันการแต่งงานย่อมเกิดจากความเต็มใจ เท่ากับไม่ต้องบังคับขู่เข็นใครทั้งสิ้น รอยยิ้มอย่างหาได้ยากจึงถูกแขวนขึ้นบนใบหน้าของฉินอ๋อง

“เยว่ฉี...เจ้าชอบเพลงรักของเรามากหรือ?” มู่เลี่ยงหรงกระซิบถามนางพร้อมเรียกขานด้วยชื่อ แอบหวังว่านางจะมีใจให้ดั่งที่เขาคิด

“ทะ...ท่านอ๋องเล่นได้ดีจนหม่อมฉันตกใจ ไม่คิดว่าคนที่เพิ่งจับขลุ่ยพริ้วพรายครั้งแรกจะเป่าเป็นเพลงที่...ที่…” เยี่ยนเยว่ฉีนิ่งเงียบ นางไม่กล้าบอกชายหนุ่มว่าพอได้ฟังเพลงของเขาก็เกิดความรู้สึกหวามไหวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จนปล่อยตัวปล่อยใจให้ท่านอ๋องเชยชิมริมฝีปาก และต้องตกอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษตัวโตอย่างเช่นในยามนี้

นางไม่คาดคิดว่าเรื่องราวจะเลยเถิด แม้ยามที่พบกับเขาเป็นครั้งแรกจะรู้สึกหวั่นไหวระคนประทับใจอยู่ไม่น้อย ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยมีผู้ใดที่สามารถทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวได้เฉกเช่นเขาอีกแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็อดตระหนกไม่ได้ที่ความสัมพันธ์นี้จะ ‘รุดหน้า’  ไปไวปานสายฟ้าฟาด

“ถ้าชอบ เราจะเล่นให้ฟังอีกดีหรือไม่? แต่เจ้าจะต้องให้รางวัลอีกนะ” ชายหนุ่มกระซิบข้างหูนางแล้วขบกัดเบา ๆ เพื่อ    หยอกล้อ หญิงสาวขนลุกไปทั้งร่างส่งเสียงครางอือในลำคอ

“อะ...อือ ท่านอ๋องปล่อยหม่อมฉันได้แล้ว เราทั้งสองออกมาเสียตั้งนาน ควรต้องกลับเข้าไปในงานเสียที” เยี่ยนเยว่ฉีพยายามใช้เหตุผล หวังให้เขาปล่อยนางลงจากตัก ตนเองก็ไม่ใช่สตรีกร้านโลกที่จะไม่รู้สึกถึงความไม่เหมาะสมที่เกิดขึ้นขณะนี้

‘ชายหญิงไม่อาจใกล้ชิด’ เสียงมารดาก้องอยู่ในหัวของโฉมงาม

“อืม...ข้าขอจูบเจ้าอีกทีได้หรือไม่?”

“มะ...ไม่ได้เพคะ”

“ทำไมเล่า? ขออีกทีเถิดนะ...นะ ข้ายังไม่อิ่มเลย” ชายหนุ่มเปล่งเสียงเว้าวอน กระชับอ้อมกอดอีกครั้ง

“ท่านอ๋อง...จูบไม่ใช่กินข้าวจะให้อิ่มท้องได้อย่างไร พอแล้วเพคะ ท่านรังแกหม่อมฉันมากเกินไปแล้ว” เยี่ยนเยว่ฉีเริ่มมีโทสะ บุรุษตรงหน้าทำตัวเหมือนเติงถูจื่อขึ้นทุกที

“ข้ามิได้รังแกเจ้าเสียหน่อย ก็เห็นอยู่ว่าเจ้าเต็มใจ” ท่านอ๋องหนุ่มงุนงงกับคำพูดของนางยิ่งนัก ก็เห็นอยู่ว่ายินยอมพร้อมใจ นางไม่ได้ปัดป้องจุมพิตของตนสักนิด ซ้ำยังจูบตอบอย่างอ่อนหวานอีกด้วย

“ท่านอ๋อง...เลิกพูดเหลวไหลเสียที” เยี่ยนเยว่ฉีน้ำเสียงแข็งขึ้นสามส่วน

“พูดเหลวไหลเมื่อไหร่กัน เป็นเจ้ายั่วยวนก่อน ทำทีเป็นหมดเรี่ยวหมดแรงให้อุ้ม เราก็ตอบสนองเจ้าแล้วมิใช่หรือ?” ท่านอ๋องหนุ่มประชดประชัน ไม่พอใจที่นางพูดเหมือนกับว่าเขาไปบังคับขืนใจ

“ในเมื่อท่านอ๋องเห็นว่าหม่อมฉันเป็นสตรีไร้ยางอายก็ปล่อยสิเพคะ ปล่อย...ปล่อยนะ” ถึงแม้จะเผลอตัวเผลอใจไปชั่วครู่   แต่นางก็มีศักดิ์ศรีของตนกับตระกูลให้รักษา

“เจ้าเป็นอะไรไป ถ้าเจ้าชอบเราก็ไม่มีเหตุผลจะต้องอาย ใช่ว่าเราจะไม่พึงใจเจ้าเสียหน่อย เอาอย่างนี้ดีหรือไม่เราจะรับผิดชอบสู่ขอเจ้ามาเป็นพระชายาเอก เท่านี้เจ้าคงพอใจแล้วกระมัง” เขาพยายามปลอบใจสตรีตรงหน้าด้วยเสียงที่อ่อนลง เพราะนึกว่าสาวน้อยคงจะเขินอาย และเกรงว่าเขาจะไม่รับผิดชอบนาง

แต่หารู้ไม่ว่าคำปลอบโยนเมื่อครู่เปรียบเสมือนคำดูถูกก็มิปาน วาจาของมู่เลี่ยงหรงทำให้เยี่ยนเยว่ฉีทั้งโกรธทั้งน้อยใจเขาเป็นอย่างมาก นางไม่ได้หมายอยากกลายเป็นหงส์เสียหน่อย

“ท่านอ๋องโปรดรับรู้เอาไว้...หม่อมฉันไม่ได้อยากแต่งงานกับท่านจนตัวสั่น”

“เฮอะ...เจ้ารู้หรือไม่มีสตรีมากมายเพียงใดอยากปีนขึ้นเตียงของเรา บางคนพยายามมากกว่าเจ้าเสียอีกเรายังไม่ชายสายตา เราอุตส่าห์เอ็นดูเจ้าถึงเพียงนี้แต่กลับพูดจายโสโอหัง ตำแหน่งหวางเฟยของฉินอ๋องมีใครบ้างไม่อยากเป็น” มู่เลี่ยงหรงเหยียดปาก สีหน้ากลับมาเย็นชา น้ำเสียงของเขาแฝงความเย้ยหยันสตรีเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม

“หึ! แต่หนึ่งในนั้นย่อมไม่ใช่หม่อมฉัน” เยี่ยนเยว่ฉีตวาดใส่แทบจะทันที ถลึงตามองบุรุษสูงศักดิ์ด้วยอารมณ์อันเดือดดาล

“เห็นว่าเราดีต่อเจ้าเพียงนิดหน่อยคงคิดว่าจะพูดจาอย่างไรกับฉินอ๋องก็ได้อย่างนั้นสินะ เราขอเตือน...ต่อให้พึงใจเจ้าสักเพียงใด หากความอดทนของเราหมดสิ้นแล้วเกรงว่าศีรษะสวย ๆ นั่นอาจจะไม่ได้อยู่บนบ่าอีกต่อไป” คิ้วกระบี่ขมวดมุ่น ท่านอ๋องหนุ่มกำมือจนเส้นเลือดปูนโปน สตรีนางนี้ต้องการสิ่งใดกันแน่ พยายามมาป่วนปั่นจนเขาเสียการควบคุม ต่อมาก็ทำเหมือนเขาเป็นโจรขโมยจูบ เอะอะโวยวายพูดอะไรไม่คำนึงสถานะ

“เอะอะก็ส่งกรมอาญา เอะอะก็ตัดหัว หากท่านอ๋องอยากจะฆ่าก็ลงดาบมาเสียเลย หม่อมฉันเยี่ยนเยว่ฉีขอยอมตาย แต่มิอาจยินยอมให้ท่านหยามศักดิ์ศรี” นางจ้องนัยน์ตาสีนิลของเขานิ่งรู้สึกสับสนปนเป ทั้งโกรธและน้อยใจ ทั้งที่เมื่อครู่นางรู้สึกชื่นชมหลงใหลเขาเสียมากมาย ไฉนเหตุการณ์กลับกลายเป็นเช่นนี้  

‘สตรีผู้นี้น่าตายนัก ทั้งที่ตอนแรกก็ยอมให้กอดจูบ แต่ตอนนี้กลับตัดพ้อต่อว่าดั่งข้าเป็นคนฉวยโอกาส นี่นางกำลังทดสอบความอดทนของข้าอยู่ใช่หรือไม่?’

“ฮือ... ปล่อยนะ ถ้าหม่อมฉันไร้ยางอายแล้วมากอดทำไมกัน ถ้าหม่อมฉันเหมือนสตรีที่อยากปีนขึ้นเตียงท่านพวกนั้น...แล้วจะมาจูบทำไม ในเมื่อเหยียดหยามกันขนาดนี้ ทำไมท่านอ๋องไม่เมินหม่อมฉันไปเสียเลย”

เห็นนางตัดพ้อร้องไห้สะอึกสะอื้น มู่เลี่ยงหรงก็ปวดใจอย่างบอกไม่ถูก สตรีนางนี้ช่างบอบบางยิ่งนัก ขนาดร้องไห้ก็ยังงดงามราวดอกสาลี่ที่ต้องฝน แล้วผู้ใดเล่าเมื่อได้เห็นภาพนี้จะทนใจแข็งอยู่ได้อีก

ชายหนุ่มรวบมือเรียวบางที่ทุบอกเขาเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว  แล้วโน้มลงประทับจูบบนเปลือกตาอย่างแผ่วเบาราวปีกแมลงปอ ใช้ริมฝีปากดูดซับน้ำตาของนางเพื่อปลอบประโลม จมูกโด่งรั้นลากไล่ลงมาบนแก้มนวล

มู่เลี่ยงหรงชะงักไปครู่หนึ่ง ลมหายใจอุ่นร้อนเริ่มกระชั้นถี่ สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อแรงดึงดูดอันมหาศาล ท่านอ๋องตัดสินใจครอบครองริมฝีปากสีแดงระเรื่อของนางอีกครั้ง เหยียนเยว่ฉีต่อต้านโดยการเม้มปากเอาไว้แน่น  พยายามครองสติของตนไว้ไม่ให้หวั่นไหวไปกับการล่อลวงอันแสนวาบหวามนี้ 

เขายังคงคิดว่านางมีใจเพียงแต่ขวยอายอยู่เท่านั้น

“อืม...เด็กดีอย่าปากแข็งอีกเลย จะเอียงอายไปไย เจ้าไม่ได้ชอบเราแม้สักนิดเลยหรือ?” มู่เลี่ยงหรงกระซิบชิดริมฝีปากนาง ลมหายใจเจือกลิ่นสุราเป่ารดใบหน้าพาให้มึนงงไปหมด

“มะ...ไม่ ไม่ชอบ...อือ...อืมมม” ปากบางประกบเข้ามาอีกครั้ง ตวัดลิ้นพัวพันดูดลิ้มชิมรสหวานอย่างเหิมเกริม ลิ้นอ่อนนุ่มของนางทำให้เขาแทบคลั่ง ชายหนุ่มพบว่าตนกำลังจะจมดิ่งลึก ความปรารถนาที่จะสัมผัสเทพธิดาในอ้อมกอดมีมากขึ้นจนทบทวี ความรู้สึกนี้ช่างแผดเผาทำลาย

ถึงหญิงสาวยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ในหัวใจก็ยอมรับว่ารู้สึกหวั่นไหวตั้งแต่ได้พบหน้าเขา กิริยาไม่ได้บ่งบอกสักนิดว่ารังเกียจ เพียงพยายามดันเขาออกไปอย่างนิ่มนวลเท่านั้น หากเป็นชายอื่นนางคงซัดฝ่ามือออกไปแล้ว

มู่เลี่ยงหรงเลื่อนจุมพิตลงมาบนซอกคอหอมกรุ่น สูดกลิ่นกายหอมละมุนอย่างเต็มที่ ตัวของนางไม่มีกลิ่นแป้งหรือเครื่องหอมแสบจมูก กลับเป็นกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของบุปผาในวสันตฤดู ทำให้ชายหนุ่มอยากดอมดมจนไม่รู้เบื่อ

“ท่านอ๋องหยุดเถิดเพคะ เมตตาหม่อมฉันสักครั้ง” โฉมสะคร้านสะอื้นไห้ น้ำตาหยดพร่างพราวราวกับไข่มุก แม้ชั่วขณะหนึ่งจะรู้สึกดีกับชายผู้นี้จนคิดไปว่าหากเขาเป็นเนื้อคู่ของนางก็คงดี แต่ก็เสียใจที่ถูกกินเต้าหู้จนไม่เหลือหลอ

“เยี่ยนเยว่ฉีเจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่ อยากให้เราปล่อยเจ้าจากไปจริง ๆ หรือ หากไม่ได้มีใจเหตุใดจึงมา...” มู่เลี่ยงหรงกลืนคำว่ายั่วยวนลงคอ ด้วยไม่อาจพูดให้นางรู้สึกย่ำแย่กว่านี้ได้ “ปั่นป่วนเราเช่นนี้เล่า?”  

“หม่อมฉันเพียงรู้สึกหน้ามืด จากนั้นท่าน...” สตรีในชุดสีชมพูสะอึกสะอื้น มือเรียวงามลูบลงใต้ดวงตาเพื่อปาดน้ำสีใสออกไป “ท่านอ๋องก็ขโมยจูบแรกของหม่อมฉันไป” นางตัดพ้อเสียงเบาหวิวอย่างน่าสงสาร

“เรานึกว่าเจ้า…” มู่เลี่ยงหรงไม่คิดว่านางจะไม่ชอบเขา ชายหนุ่มรู้สึกจุกในอก เขาพบเจอเล่ห์เหลี่ยมสารพัดจากหญิงงามที่หมายกลายเป็นหงส์ แต่ครานี้สายตาของตนคงพร่าเลือน หญิงสาวผู้นี้คงไม่เหมือนสตรีอื่นที่หากมีโอกาสก็จะรีบฉวยเอาไว้

ความรู้สึกกระดากระคนละอายใจทำให้มู่เลี่ยงหรงคลายอ้อมกอด เขากำลังจะปลดปล่อยนางให้เป็นอิสระ แต่แล้วสวรรค์ก็ทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้น

***“คุณหนูเจ้าคะ...ท่านอยู่ที่ใด”***เสียงของซูจิ้งดังใกล้เข้ามา ปลุกให้คนทั้งสองตื่นจากภวังค์แห่งความคิด

“ข้าอยู่นี่...ซูจิ้ง” เยี่ยนเยว่ฉีรีบตะโกนเพราะตกใจ

“ซิ่นเฉิงลากนางออกไปจัดการให้อยู่เงียบ ๆ อย่าให้เข้ามารบกวน” มู่เลี่ยงหรงตะโกนสั่งซิ่นเฉิงที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก ความจริงตนอยากจะสั่งแยกร่างสาวใช้น่าชังผู้นี้ด้วยซ้ำ ‘เช้าไม่มาสายไม่มา ดันมาเอาตอนนี้’

“กรี๊ด...ท่าน ท่านปล่อยข้านะ คุณหนูช่วยข้าด้วย...อ๊าย” เสียงซูจิ้งร้องดังอย่างน่าเวทนา องครักษ์ของท่านอ๋องคงจัดการทำให้นางเงียบ ตามคำสั่งของผู้เป็นนายแน่แล้ว

“อย่านะ...อย่าทำอะไรซูจิ้ง” หญิงสาวดิ้นหลุดจากพันธนาการได้ในที่สุด นางวิ่งถลาไปข้างหน้าด้วยความเป็นห่วงสาวใช้คนสนิท กลัวว่าองค์รักษ์ของท่านอ๋องจะทำรุนแรงกับนาง

ซูจิ้งเติบโตมาพร้อมเยี่ยนเยว่ฉี จึงมีความรักความผูกพันต่อกันอย่างมาก ตลอดเวลาก็รับใช้ไม่ขาดตกบกพร่อง เป็นสาวใช้ที่รู้กาลเทศะและมีกิริยามารยาทเรียบร้อย นางเป็นเพียงเด็กสาวอ่อนแอไร้ซึ่งวรยุทธ์คงไม่อาจทนรับหากถูกจับไปลงโทษ

เยี่ยนเยว่ฉีวิ่งได้ไม่ถึงสามก้าวมู่เลี่ยงหรงก็ปราดมาดักหน้านางเอาไว้ ร่างกายไวกว่าความคิด คนงามตวัดฝ่ามือใส่หน้าผู้เป็นอ๋องอย่างเต็มแรงฉาดหนึ่ง

ชายหนุ่มรับแรงกระแทกจากผ่ามือเต็ม ๆ โดยไม่ได้หลบเลี่ยง

เขาหาได้เจ็บกาย...ทว่าเจ็บที่ใจต่างหาก


************************

ติดตามพาร์ทต่อไป ​

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว