ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 เขานอนกับผม

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 เขานอนกับผม

คำค้น : #สัตว์ร้ายของผม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.6k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2561 12:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 เขานอนกับผม
แบบอักษร

ใช่ ก็นอนล่ะนะ เออ ก็เนี่ยล่ะนอนด้วยกัน คือมันก็ไม่ผิดนะ แต่...

            ในเวลาที่ท้องฟ้ามืดมิด แสงดาวประดับฟ้า แสงไฟประดับดิน เพราเพลิงในชุดนอนตัวเก่งอย่างเสื้อยืดตัวใหญ่ยักษ์และหลวมโพรกจนคลุมหน้าขากับกางเกงขาสั้นกุดกำลังกะพริบตาปริบๆ ทำความเข้าใจกับคำว่า ‘นอน’ ให้ครบถ้วนกระบวนความ

            ความหมายของหนุ่มร่างเล็กคือ...มาเอากันเถอะ

            หากความหมายของพี่สินธุ์นั้น...

“มานอนนี่สิน้องเพลิง”

            การที่คนตัวโตสอดตัวอยู่ในผ้าห่มผืนหนา ทำการเลิกผ้าห่มขึ้น มองมาด้วยแววตาอบอุ่น ยกยิ้มน้อยๆ บอกด้วยน้ำเสียงน่าฟังประหนึ่งคุณพ่อที่กำลังรอลูกชายตัวน้อยปีนขึ้นเตียงมาฟังนิทาน จนอาจจะทำให้ใครต่อใครอายม้วย พ่ายแพ้ความอบอุ่นที่กำจายกรุ่นอยู่ในอากาศ แต่คนคนนั้นไม่ใช่ไอ้เพลิง!

ห้ะ นี่สมองมึงมีปัญหาหรือเปล่าวะ กูว่ากูพูดชัดจนไม่รู้จะชัดยังไงแล้วนะ!

            เพลิงอ้าปากพะงาบๆ เป็นใบ้ขึ้นมากะทันหัน

            ในเมื่อหนก่อนเขาพูดอ้อมโลกแล้วคุยกันไม่รู้เรื่อง ลากยาวไปคบหาเป็นแฟนกันได้ยังไงก็ไม่รู้ คราวนี้ชายหนุ่มจึงทำการเล่นลูกตรงที่ไม่ว่าใครก็ควรจะเข้าใจตรงกันว่า ‘นอน’ ในความหมายของเขาไม่ใช่ตบตูด ร้องเพลงกล่อม แล้วโยกตัวโอ๋เอ๋ เขาต้องการตบตูดแล้วบีบขยำ ร้องสั่งให้ครวญคราง แล้วโยกจนเตียงสั่น!

นี่เราอยู่กันคนละโลกหรือเปล่าวะ

            เพลิงถามตัวเองอีกครั้ง

            เมื่อเย็นที่บอกอีกฝ่ายไป เขาก็ถึงกับตาลุกวาว เมื่อพี่สินธุ์ลังเลอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นก็ตกปากรับคำด้วยท่าทางไม่แน่ใจ แล้วด้วยความที่กลัวอีกฝ่ายอาจจะหนีหายไปไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ ก็ตาม เพลิงจึงลงทุนนั่งรถมาด้วย คิดอยู่ว่าจะถามดีมั้ยว่าห้องพี่มีถุงยางหรือเปล่า แต่กลับกลายเป็นว่าพี่สินธุ์ถามขึ้นมาก่อน

          ‘น้องเพลิงจะมาอาบน้ำห้องพี่ด้วยมั้ย’

            เท่านั้นแหละ เพลิงก็เอ่ยปากถามเลขห้อง ย้ำจนมั่นใจแล้วขอตัวกลับมาขัดสีฉวีวรรณพร้อมเอาอุปกรณ์พร้อมรบ จนตอนนี้กระเป๋าใบน้อยในมือมีทั้งถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นยี่ห้อโปรดนอนแน่นิ่งอยู่ พร้อมที่จะเอาออกมาใช้งานได้ทุกเมื่อ อีกทั้งเนื้อตัวยังสะอาดหมดจรด รับรองหอมสดชื่นทุกตารางนิ้ว

            ทั้งหมดที่ทำมาก็เพื่อนอน...เนี่ยนะ

            แบบว่านอนเฉยๆ นอนเคียงกันอะนะ

            บัดนี้สมองนายเพราเพลิงจึงถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง

            ท่าทางที่อีกฝ่ายคงคิดว่ารุ่นน้องไม่กล้าขึ้นเตียงล่ะมั้ง เพราะขมวดคิ้วฉับ แล้วลุกจากเตียงมาหา คว้ากระเป๋าในมือไปวางไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง จากนั้นก็พึมพำขออนุญาต แล้วดึงแขนเด็กน้อยขึ้นไปสอดตัวอยู่บนเตียง ห่มผ้าเสียเรียบร้อย ดึงหมอนข้างมากั้นกลาง แล้วค่อยตามขึ้นเตียง

            เท่านั้นแหละ สติมาเลย

            “พี่สินธุ์! เพลิงไม่ได้หมายความแบบนี้”

แล้วเอาไอ้หมอนข้างเห้นี่มากั้นทำบ้าอะไรวะ*!*

            “เอ๊ะ พี่เข้าใจผิดหรือ ก็น้องเพลิงบอกว่านอนด้วยกัน พี่ก็คิดว่าแบบนี้ อ่า เข้าใจผิดหรือเนี่ย พี่ก็คิดไปไกลเลยว่าน้องเพลิงฝันร้ายหรือว่าไม่อยากนอนคนเดียวเลยขอมานอนกับพี่ แล้วถ้าไม่ใช่แบบนี้ น้องเพลิงหมายถึงยังไงล่ะ”

นอนแบบเอาตัวแนบตัว เสื้อผ้าไม่ต้องง่ะ

            เพลิงเป็นคนกล้าที่จะบอกความรู้สึกตัวเองตรงๆ แต่กลับกลายเป็นว่า พอเขามองสีหน้าจริงจังของอีกฝ่าย คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากัน รวมทั้งดวงตาที่ดูรู้สึกผิด ทุกอย่างก็จุกอยู่ที่ลำคอ เกิดอาการพูดไม่ออกบอกไม่ถูกขึ้นมากะทันหัน

คืออยากยังไงก็ไม่อยากดูเป็นเด็กเหี้ยในสายตาพี่แกป่ะวะ

            ไอ้ประเภทบอกว่าพี่สินธุ์มานอนกันเถอะนี่ยังอะลุ่มอะล่วยว่าพูดแล้วไม่ขัดปาก แต่ประเภทว่าพี่สินธุ์มาเอากันเหอะนี่มันก็ดูหน้าด้านแถมร่านเกินไปหน่อย จนน้ำท่วมปาก ไอ้ครั้นอยากชวนต่อมั้ยก็อยาก แต่ถ้าพี่แกยังไม่รู้เรื่องอีก...นี่มันอับอายครั้งที่เท่าไหร่แล้ววะ

ฮึ่ย นี่กูโดนแกล้งอยู่ป่ะวะเนี่ย

            เพลิงคิดในใจอย่างหงุดหงิด เพราะมีด้วยหรือคนที่ไม่เข้าใจความหมายแฝงที่เขาพูดน่ะ

            เออ พี่สินธุ์คนนี้ไง

            “หรือว่าน้องเพลิงจะกลับห้องมั้ย เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

            “ไม่!”

            มาถึงขนาดนี้แล้วเพลิงก็ไม่ยอมกลับเหมือนกัน

            ในเมื่อพูดตรงๆ ไม่เห็นผล งั้นทำอย่างอื่นก็ได้!

            ความคิดของคนที่หมายมาดมาตลอดหลายวัน และอยากให้วันนี้บรรลุผลสักที ใบหน้าน่ารักจึงปรากฏรอยยิ้มหวาน ดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ ขณะที่มือ...คว้าหมอนข้างแล้วโยนทิ้งแม่ง

            “ไม่พี่สินธุ์ พี่เข้าใจถูกแล้วครับ เพลิงฝันร้ายจริงๆ ครับพี่ เพลิงไม่อยากนอนคนเดียว พี่สินธุ์นอนเป็นเพื่อนเพลิงนะ” พูดไปก็ยันตัวขึ้นนิด ปล่อยให้แขนเสื้อนอนตัวใหญ่มันตกห้อยลงมาที่หัวไหล่ข้างหนึ่ง โชว์ผิวขาวๆ กับคอน่ากัด  จากนั้นก็กระเถิบเข้าหาคนที่มองตามหมอนข้างด้วยแววตาตื่นๆ

ถ้าแกล้งโง่นัก งั้นโง่ด้วยก็ได้

            เพลิงทำเป็นไม่สนใจสายตาคู่นั้น แล้วเบียดกายเข้ามาชิดแผ่นอกกว้าง บอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

            “เพลิงฝันว่าเจอตัวอะไรไม่รู้วิ่งไล่ พุ่งเข้ามาคร่อมเพลิง มันทั้งกัด ทั้งขบ ทั้งกัดกินตัวเพลิง เพลิงสู้ไม่ได้เลยพี่ ได้แต่ร้องขอความช่วยเหลือ แต่มันก็ไม่หยุดด้วยนะ เพลิงเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง สุดท้ายเพลิงก็โดนมันกินไม่เหลือแม้แต่กระดูก โคตรน่ากลัวเลย”

โอ๊ย กูจะบ้าตาย นี่กูปัญญาอ่อนแค่ไหนวะเนี่ย

            คนเล่านึกหน้าเพื่อนออกเลยว่าถ้าได้ยินจะทำหน้ากันยังไง

            ไอ้แอนเดรียต้องหัวเราะจนกลิ้งแน่ ส่วนไอ้เพ้นท์น่ะหรือ...คำว่าปัญญาอ่อนคงเต็มสองรูหู

            คนตัวเล็กเล่าไปก็กระเถิบเข้าหาไปด้วย กะพริบตาดูน่าสงสาร แล้วก็ได้เห็นแววตา...เห็นใจ

มึงอย่าไปเป็นผู้พิพากษานะ กูว่าไม่น่ารอด

            “งั้นน้องเพลิงก็นอนนี่นะครับ พี่นอนเป็นเพื่อน” คนฟังยื่นมือมาหาอย่างไม่แน่ใจ แล้วลูบผมนุ่มอย่างเบามือ ซึ่งนั่นก็เปิดโอกาสให้เพราเพลิงจัดการเข้าประชิดตัว สองมือจับกำเข้าที่เสื้อนอนอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ทำตัวสั่นสักหน่อย แล้วซบหน้าลงกับหัวไหล่เป็นการบังคับผู้ชายตัวโตให้ยื่นแขนออกมาให้นอนหนุน

            “ขอบคุณนะพี่สินธุ์ โชคดีจังเลยที่เราอยู่คอนโดเดียวกัน เพลิงจะเล่าให้เพื่อนฟังก็อาย”

และมันคงไม่เชื่อด้วย

            “เอ่อ พี่ไม่ว่าหรอกที่น้องเพลิงอยากมานอนนี่ แต่จะนอนตรงนี้จริงๆ หรือ” คนฟังเหลือบมองตาแล้วพบว่าอีกฝ่ายกำลังมองแขนตัวเองอย่างไม่แน่ใจ ซึ่งแทนที่จะถอยห่าง ร่างเล็กก็ยิ่งเบียดกายเข้าหามากยิ่งขึ้น อาศัยผิวเนื้ออุ่นๆ นี่แหละปลุกอารมณ์มันซะเลย

            “อื้อ ก็ถ้านอนห่างๆ เพลิงก็รู้สึกว่านอนคนเดียว เดี๋ยวฝันร้ายอีกจะทำไงล่ะ” ว่าแล้วก็ช้อนตาอ้อน

            “งั้นหรือ”

            “ใช่ครับผม แล้วแขนพี่สินธุ์ก็หนุนสบายจัง”

            ไม่หรอก เพลิงไม่ได้เป็นคนที่ชอบจู๋จี๋หลังเสร็จกิจ ดังนั้น การนอนหนุนแขนใครสักคนไม่ใช่ประสบการณ์พาเพลินแน่ๆ ที่สำคัญ แขนของผู้ชายคนนี้ก็แข็งเอาเรื่อง สู้นอนหนุนหมอนก็ไม่ได้ ทว่า หากอยากจะอ่อย มันต้องเล่นให้สุด!

            “พี่เล่นกีฬาอะไรหรือเปล่า ล่ำจัง”

            “พี่เล่นเทนนิสกับที่บ้านทุกอาทิตย์น่ะ”

            “ทุกอาทิตย์?”

            “ก็เกือบทุกอาทิตย์นะ ถ้าอาทิตย์ไหนกลับบ้านก็จะไปด้วยตลอด หรือบางทีเย็นๆ ก็ไปกับเพื่อน”

            เออ เพลิงก็รู้แหละว่าที่มหาวิทยาลัยของพวกเขามีคอร์ทเทนนิสด้วย แต่ไม่เคยไปเล่นเลยสักครั้ง เพิ่งรู้เนี่ยแหละว่าผู้ชายตัวโตหน้าตาคงแก่เรียนเล่นกีฬาอะไรแบบนั้นด้วย หากนี่ไม่ใช่เรื่องที่เขาอยากรู้ เพราะว่า...

            “น้องเพลิง มือ...”

            “ครับ?”

            เพลิงส่งยิ้มไร้เดียงสา เพราะสองมือเขาเองก็ไม่ได้อยู่นิ่ง มันกำลังไต่ไปตามแนวกล้ามเนื้อท้อง ไล่ลงไปเรื่อยๆ ปากก็ว่าด้วยน้ำเสียงสดใส

            “ก็พอพี่สินธุ์บอกว่าเล่นเทนนิส เพลิงก็เลยอยากรู้ว่ามีกล้ามหรือเปล่า คืนนั้นก็เห็นไม่ชัดเท่าไหร่” เขายกประเด็นคืนนั้นมาโยนใส่หน้า ผู้ชายที่พยายามยึดมือที่ไต่เล่นไปทั่วก็คลายแรงด้วยความรู้สึกผิด และนั่นทำให้ชายหนุ่มคว้าหมับเข้าที่...

เหี้ย*! เนี่ยแหละซุงที่กูตามหา!*

            ใช่ สิ่งที่อยู่ในมือเพลิงกำลังแข็งได้ที่เลยล่ะ

            “น้องเพลิง!” ขณะที่เจ้าของซุงก็รีบคว้าข้อมืออีกครั้ง ใบหน้าคมเข้มดุ ดวงตาลุกวาวจนเพลิงตัวสั่น

            คราวนี้สั่นจริงๆ เพราะเขาเห็นแววตาของสัตว์ป่าตัวนั้นที่กำลังจะกระโจนออกมา จนคนตัวเล็กก็ยิ่งเบียดกายเข้าไปแนบชิดมากกว่าเดิม บอกด้วยน้ำเสียงแกล้งไร้เดียงสาต่อไป

            “ตัวพี่สินธุ์อุ่นดีจัง เพลิงชอบ”

อูย ดิ้นดุ๊กดิ๊กด้วยวุ้ย

...........................................

            เพลิงก็รู้ว่าหน้าตาอย่างเขามันอ่อยขึ้น แต่การได้เห็นผู้ชายตัวโตเหงื่อแตกพลั่กทั้งที่แอร์เย็นจัด ไหนจะขยับตัวอย่างอึดอัด ผิวกายร้อนผ่าวจนแผ่ความร้อนมาถึงตัวเขา รวมทั้งสีหน้าเคร่งเครียดราวกับจะกระโจนสู้ศึกก็ทำให้ความมั่นใจหวนกลับเข้ามาหาตัวอีกครั้ง

แบบนี้ต้องบีบ

            หมับ

            ทันใดนั้น มือแข็งแรงก็คว้าที่ข้อมือของเขาก่อน แล้วบ้าเอ๊ย! มันรวบเอาไว้ด้วยมือเดียวง่ายๆ ขณะที่ดึงพรวดเดียวก็ลอยออกมานอกผ้านวมผืนใหญ่ ขณะที่เจ้าของแรงเองก็ตาเข้มดุ ลมหายใจร้อนผ่อนออกรุนแรงจนเพลิงขนลุกซู่

เปล่า ไม่ได้กลัว แต่ตื่นเต้นจังเลยคร้าบ

            ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกัน

            หนึ่งดุดันรุนแรง

            หนึ่งคาดหวังเต็มเปี่ยม

            จากนั้น เพลิงก็ยื่นหน้าเข้าไปหา ใบหน้าน่ารักหลับตาพริ้ม เป็นสัญญาณของภาษากายที่บอกชัดเจนเหลือเกินว่า...ยินยอม

            ฟึ่บ

            “เฮ้ย!”

            หากจังหวะนั้นเอง ร่างเล็กก็ต้องร้องอย่างตกใจสุดขีด เพราะว่าถูกพลิกให้นอนหันหลังให้คนตัวโต หัวใจเต้นรัวแรงเพราะมันคล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นคืนนั้น...คนที่พลิกเขาให้นอนคว่ำแล้วกระชากางเกงไปอย่างเร่าร้อนรุนแรง

            “น้องเพลิง”

            เฮือก

            ไหนจะเสียงทุ้มสั่นพร่าที่กระซิบข้างหูเขาอีก จนหลับตาปี๋ รอรับสัมผัสวาบหวามที่พรมลงบนร่างกาย มือใหญ่ข้างที่ไม่ได้ถูกเขานอนหนุนก็จับเข้าที่ต้นแขนแล้ว และเดี๋ยวมันคงสอดเข้ามาในเสื้อให้ความรู้สึกหวิวไหวอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่า...

            “...”

            “หืม”

            อะไรคือความนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว

            คนที่กำลังรอรับการจู่โจมแสนหนักหน่วงลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงง เพราะการโจมตีที่เขารออยู่เหลือเพียงความเงียบ จะเหลียวกลับไปมองข้างหลังก็ติดมือใหญ่ที่จับต้นแขนเลื่อนมาจับที่ลำคอ เสียงทุ้มต่ำซึ่งบอกว่าคนพูดเองก็แทบจะทนไม่ไหวก็บอกข้างหูว่า...

            “พี่ว่าน้องเพลิงนอนท่านี้ดีกว่านะ...ฝันดีนะครับ”

ห้ะ มาถึงขั้นนี้แล้วเนี่ยนะ*!*

            เพลิงอ้าปากหวอ จะพลิกกลับไปมองหน้าก็ไม่ได้เพราะอีกฝ่ายเล่นล็อกเขาเอาไว้ด้วยท่านั้น จะพูดอะไรก็พูดไม่ออก เพราะคนตัวโตจัดการตัดบทด้วยการบอกว่าฝันดีนะครับ นี่มันเท่ากับบอกว่าคืนนี้...จบแล้ว

แค่นี้อะนะ

            ดวงตาของชายหนุ่มยิ่งลุกโหมด้วยเปลวไฟ

ไม่มีทาง*!*

            ฟึ่บ

            “น้องเพลิง!”

เออ เรียกกูไปเหอะ กูไม่หยุดหรอก

            เพราเพลิงกำมือแน่น ไม่สนใจเสียงร้องครางที่คล้ายสัตว์บาดเจ็บจากคนด้านหลัง เพราะในเมื่อร่างกายส่วนบนขยับไม่ได้ ก็อย่าคิดนะว่าข้างล่างจะหยุด ก้นอวบๆ จึงแอ่นไปด้านหลัง แล้วจัดการแนบเข้าที่เป้ากางเกงของอีกฝ่าย ไม่มีเวลาสำรวจแล้วว่าขนาดเป็นยังไง รู้เพียงแต่ว่า...ต้องชนะ

            งานนี้ต่อให้ไร้เดียงสาแค่ไหนก็รู้แล้วว่าพี่สินธุ์อยากเต็มที่ จนยิ่งบดเบียดสะโพกเข้าหาอย่างหนักหน่วง หมุนวนเป็นวงกลมเป็นจังหวะหนักๆ จงใจย้ำส่วนที่มีปฏิกิริยาซ้ำๆ ได้ยินเสียงครางฮึ่มที่ก้องสะท้อนในหัว ริมฝีปากได้รูปก็ยกขึ้นกระหยิ่มยิ้มย่อง

            “น้องเพลิง พี่ว่านอนกันเถอะ เฮือก นะ”

            ปกติก็ไม่ทันสังเกต แต่เวลาแบบนี้เสียงเซ็กซี่สัสๆ

            สำหรับเพลิงยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะพูดจาภาษาคนไม่รู้เรื่อง เขาก็พูดจาภาษากายแทน อารมณ์ก็ยิ่งพุ่งพล่าน รู้สึกถึงคลื่นความตื่นเต้นที่ไต่ไปตามผิว ลมหายใจก็เริ่มขาดห้วง แล้วสะโพกก็ทำงานหนักยิ่งขึ้น เบียดเข้าไป ชิดเข้าไป ขยี้เข้าไป!

            หมับ

            “นอนนะ พี่ขอร้อง”

ไม่รู้ ไม่สน ทนมาหลายวันแล้ว*!*

            แม้จะถูกท่อนแขนแข็งแรงสอดมาโอบรัดรอบเอว ดึงเข้าหาจนแผ่นหลังประชิดแผ่นอกกว้างเสียแนบแน่น ความอบอุ่นที่เข้าขั้นร้อนโอบรอบกาย พร้อมกับเสียงแหบต่ำที่เอ่ยขอร้อง แต่เพลิงเองก็ยังดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมา ใช้ร่างกายถูไถกับอีกฝ่ายเสียทุกสัดส่วน

            เขาไม่เชื่อหรอกว่าพี่สินธุ์จะเป็นพ่อพระ...หลักฐานมันคาตูด

            “ไม่อะ เพลิงเป็นคนนอนดิ้นอะพี่สินธุ์” ว่าไปก็หอบลึกๆ ในคอ แถมยังดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมาเพื่อยืนยันคำพูดตัวเอง ซึ่งอ้อมกอดแข็งแรงก็ยิ่งรัดรอบกายแน่นขึ้น ใบหน้าคมก็ซุกซอกคอขาว ลมหายใจอุ่นก็เป่าผิวเนื้ออ่อนจนลุกซู่ซ่า

            ถ้าจะมาถึงขนาดนี้แล้วก็ควรจะทำให้มันเสร็จๆ ไปนะจริงมั้ย

            ความคิดของคนที่สู้ไม่ถอย แม้ว่าจะร้อนเสียจนเหงื่อแตกพลั่ก แม้จะถูกรัดรึงทั้งตัว เขาก็ยังยืนยันว่าจะดิ้น จะถู จะร้องขอจนกว่าจะได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ พอๆ กับคนข้างหลังที่หายใจแรงขึ้น บางครั้งก็กลั้นหายใจเหมือนคนที่สุดจะทน

ใช่ สู้ต่อไปไอ้เพลิง อีกนิดเดียว

ใช่ อีกนิด

อื้อ อีกนิดเดียว...

            ..............

            .............................

            ...............................................

อีกนิด...บ้านพ่อมึงสิ*!*

            “แฮก แฮก แฮก....

            พอผ่านไปครบยี่สิบนาที คนที่บอกว่าคืนนี้จะสู้ไม่ถอยก็หมดแรงน้ำข้าวต้ม เพราะส่ายเอวจนเมื่อยไปหมด แถมพอกอดกันเฉยๆ อารมณ์ที่ลุกโชนในตอนแรกก็ดับมอดลงทีละน้อย ลมหายใจร้อนขึ้นเพราะส่วนล่างของร่างกายก็เปลี่ยนเป็นเหนื่อยหอบ

            สุดท้าย...ก็ได้แต่นอนทิ้งร่างอย่างไร้เรี่ยวแรง

ใครมันจะสู้ไหววะ

            เขาเป็นฝ่ายถูนะ แล้วมันดิ้นธรรมดาไม่ได้ มันต้องดิ้นไปถูไปส่ายไป เหนื่อยแทบตาย ขณะที่พี่สินธุ์แค่กอดเขาเอาไว้นิ่งๆ ไม่รู้ว่าท่องยุบหนอพองหนอหรือไงก็ไม่รู้ เจ้าท่อนซุงนั่นถึงหายวับกลับป่าต้องสาป แถมลมหายใจร้อนก็กลับมาเป็นจังหวะปกติเสียอย่างนั้น

            สู้ตายยังไงก็ตายจริงได้เหมือนกันนะ

            “พี่สินธุ์...” นี่เรียกว่าแรงเฮือกสุดท้ายแล้วนะ

            เพลิงเรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าแบบน่าเอาสุดๆ แต่...

            “นโม...ภควะโต...สัมมา...”

ห้ะ*?!*

            หนุ่มร่างเล็กหันคอไปมองทันทีที่ได้ยินถ้อยคำคุ้นๆ โชคดีที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ล็อกคอเขาเอาไว้แล้ว ซึ่งก็ได้เห็นเพียงเสี้ยวหน้ากับริมฝีปากอีกครึ่งที่...สวดมนต์

ไอ้ฉิบหาย มึงสวดมนต์*! กูไม่ใช่ผีตายโหง!!!*

            “พี่สินธุ์!”

            เพลิงเรียกเสียงดังจนทางนั้นสะดุ้งเฮือก ลืมตาขึ้นมองอย่างงุนงง จนพบกับดวงตาลุกวาวของคนที่บอกว่า...

            “ปล่อย! เพลิงจะนอน!”

เออ ไอ้เพราเพลิงขอยกธงขาวยอมแพ้*!*

            และชายหนุ่มก็แทบจะคำรามออกมาด้วยความโกรธเพราะว่าพี่สินธุ์ปล่อยเขาเหมือนต้องของร้อนทันที ร่างสูงก็กระเถิบไปชิดขอบเตียงฝั่งตัวเอง ปล่อยให้คนมานอนด้วยแผ่อยู่กลางเตียง แต่บอกตรงๆ ว่าตอนนี้ไม่มีแรงค้อน แรงด่า หรือแรงประชดประชันใดๆ

            สิ่งที่เพลิงทำคือการลุกขึ้นเพื่อไปหยิบหมอนข้างมาโยนโครมระหว่างกลางพวกเขา

            “ฝันดีราตรีสวัสดิ์!” เพลิงบอกเป็นคำสุดท้าย แล้วดึงผ้าห่มมาคลุมโปงแม่ง

แม้จะอยากแค่ไหน เจอสวดมนต์ไล่ผีเข้าไป ใครมันจะทำต่อลง*!*

            “เอ่อ แล้วไหนน้องเพลิงต้องนอนใกล้ๆ คนไง”

            “ฟังเสียงพี่สวดมนต์ก็รู้ว่ามีคนอยู่ข้างๆ แล้วพี่”

อีกนิดเดียวจะนึกว่านิมนต์พระมาสวดส่งแล้วจริงๆ ด้วย

            คนที่ไม่เคยเสียหน้าขนาดนี้มาก่อนกัดปากเจ็บใจ หลับตาแน่น หลับหนีความจริงมันซะเลย

แต่อย่านึกนะว่ากูจะยอมแพ้แค่นี้ ถ้าไม่ได้พี่สินธุ์ อย่ามาเรียกว่าไอ้เพลิง*!*

            ตอนแรกอยากพิสูจน์ความฟิน แต่ตอนนี้อยากเอาชนะล้วนๆ

            ขณะที่เพลิงเองก็โกรธจนไม่รู้เช่นกันว่าผู้ชายข้างหลังลอบถอนหายใจกี่เฮือก ยกมือลูบอกกี่ครั้ง ยกไม้ยกมือไหว้ฟ้ากี่หน เอาเป็นว่าไม่ใช่แค่เพลิงหรอกที่ต้องทน คนที่สวดมนต์ทรมานกว่ากันเยอะ

....................................................

            เพลิงคิดอยากหลับหนีความจริงไปกระทั่งถึงเช้าวันใหม่ แต่อาจจะด้วยความที่ไม่คุ้นเคยกับที่นอน ทั้งฟูกที่แข็งกว่าฟูกยวบยาบอย่างห้องเขา กลิ่นหมอนที่ไม่คุ้นชินก็รบกวนใจ และเสียงประหลาดที่เสียดแทงสองรูหูจนดวงตาเปิดปรือในความมืด

            “แฮก แฮก...แฮก...”

            มันคือเสียงหอบหายใจหนักๆ ที่ทำเอาคนถูกสวดมนต์ไล่ผีตื่นเต็มตา

            เปล่า รอบนี้ไม่ได้อยากทำ แต่เพราะ...

            “พะ...พี่สินธุ์” เพลิงลูบไปตามผ้าปูที่นอนเพื่อที่จะสะกิดเจ้าของห้อง เสียงสั่นสะท้าน ขนอ่อนลุกซู่ เพราะเขาคิดว่า...กำลังจะเจอดี

ไม่น่าคิดถึงผีก่อนนอนเลย*!*

            ชายหนุ่มบอกตัวเองอย่างผวา พยายามจะกระเถิบตัวไปข้างหลัง แต่ดันชนกับหมอนข้างจนสะดุ้งโหยง ดวงตาก็เบิกกว้าง เพราะมือที่ควานไปด้านหลังเจอเพียงความเย็นเฉียบของฟูกที่ไร้ซึ่งไออุ่นของผิวกายมนุษย์ จนได้แต่เหลียวมองซ้ายขวาอย่างหวาดกลัว เกรงว่าจะเจออะไรจ้องกลับมาในความมืด

            “แฮก แฮก...”

            อีกแล้ว เขาได้ยินเสียงนั้นอีกแล้ว!

            เพลิงผวาเฮือก

            “พี่สินธุ์ พี่สินธุ์” ทั้งยังร้องเรียกอีกคนด้วยเสียงที่ไม่ต่างจากการกระซิบ แต่พอหันขวับกลับไป...

            “หายไปไหนอะ!” เพลิงลุกขึ้นลูบไปตามที่นอนแล้วพบเพียงความว่างเปล่า จนรีบกวาดสายตามองไปรอบห้องนอนเรียบหรูที่ข้าวของน้อยกว่าห้องเขาจมเลย กลัวหมดหัวใจว่าจะเจอแววตาใครจ้องมา รับรองว่าเขาเผ่นป่าราบ แต่กลับพบเพียงแสงไฟที่ส่องลอดออกมาจากห้องห้องหนึ่งเป็นเส้นยาวทอดเข้ามาในห้องนี้

ห้องน้ำ*?*

            ทันใดนั้นคนกลัวก็ลดอาการตื่นตระหนกลง ยกมือขึ้นลูบอก เงี่ยหูฟังดีๆ

            “แฮก แฮก...ฮ้า...แฮก...อึ้ก...”

เดี๋ยวนะ เสียงแบบนี้ฟังดูคุ้นๆ อย่างบอกไม่ถูก

            เจ้าตัวคิดพลางย่องลงจากเตียง ก้าวด้วยฝีเท้าที่เบาหวิวไปยังหน้าประตูบานนั้น แล้วอาศัยช่องว่างเล็กน้อยที่พอให้แสงส่องเข้ามา เพื่อจ้องเข้าไปด้านในด้วยความอยากรู้อยากเห็น ใจหนึ่งก็แอบกลัวเล็กๆ หรอกนะเพราะนี่ไม่ใช่ห้องตัวเอง แต่อีกใจ...ก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

อื้อหือ เซ็กซี่สัส*!*

            เพลิงถึงกับสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพราะภายในห้องน้ำนั้นมีผู้ชายคนหนึ่ง

            คนที่ดูแตกต่างจากไอ้ผู้ชายที่ท่องนโมเสียราวกับคนละคน

            ในขณะที่พี่สินธุ์คนที่นอนกอดเขาท่องมนต์ไล่ พี่สินธุ์ที่อยู่ในห้องน้ำก็กำลังทำพิธีกรรมบางอย่างจนเพลิงตาลุกวาว!

            สายตาอยากรู้อยากเห็นไม่อาจจะมองผ่านใบหน้าคมคายในเวลานี้ได้เลย...ใบหน้าคมจัดที่ปราศจากแว่นตาอันเดิม เผยให้เห็นคิ้วเข้มและดวงตาลุกวาวราวกับสัตว์ป่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลรอบกรอบหน้าจนเรือนผมสีดำตัดสั้นลู่ลงมา ริมฝีปากอ้าออกน้อยๆ เปล่งเสียงครางต่ำที่กระตุ้นอารมณ์ให้ร้อนจัด สีหน้าเคร่งเครียดกับสิ่งที่ทำอยู่ หากแต่มันไม่ได้ดูคงแก่เรียนเช่นทุกที แต่กลับเซ็กซี่จนน่าใจหาย

            เร่าร้อน รุนแรง กระหาย และ...บ้าคลั่ง

            เพลิงเองก็ไล่สายตาลงมาช้าๆ

            ตอนแรกไม่ทันสังเกตว่าอีกฝ่ายสวมเสื้อแขนสั้นมาก แต่ตอนนี้ชัดเจนเลยเพราะเห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีกล้ามเนื้อน่าขบ เพลิงมองไล่ตามท่อนแขนลงมาเรื่อยๆ แล้วเขาก็ได้เห็นว่าที่ปลายทางนั้นกำลังกอบกุมอะไรเอาไว้

            สิ่งที่ก่อให้เกิดเสียงครางหอบต่ำๆ

            แผล็บ

            เพลิงเลียปากตัวเอง ลำคอแห้งผากกะทันหัน หัวใจเต้นแรง เพราะเขา...ได้เจอผู้ชายในฝันคนนั้นแล้ว

            ใช่ ไอ้พี่สินธุ์เนี่ยล่ะถูกคนแล้ว!

            ดังนั้น สิ่งที่คนตัวเล็กทำคือการหมุนตัวหันหลังกลับ แต่ไม่ได้วิ่งหนีกลับห้อง ไม่ได้กระโดดขึ้นไปคลุมโปงบนเตียง หากแต่วิ่งปรู๊ดไปคว้ากระเป๋าใบเล็กข้างเตียง คว้าของข้าวในออกมามือไม้สั่น แล้วรีบตรงกลับไปยังตำแหน่งเดิม จากนั้น...

            แอ๊ดดดด

            ขวับ

แม่งเอ๊ย ทำเอาวูบไปทั้งตัวเลย*!*

            เขาเปิดประตูห้องน้ำเข้าไป เรียกสายตาเข้มจัดที่ตวัดมองมาทางนี้

            สายตาที่น่ากลัวเสียจนคนทั่วไปคงขนหัวลุก แต่เพราะเพลิงเองก็ถูกเพื่อนด่าว่าไม่ปกติจนชิน มันจึงให้ผลตรงกันข้าม ไม่ใช่แค่ไม่กลัว แต่..อยากได้จนตัวสั่น

            ความคิดที่ทำให้ชูของในมือขึ้นพอดีสายตา แล้ว...

            ฟึ่บๆๆ

            เพลิงปล่อยถุงยางอนามัยที่ติดกันเป็นพรืดให้ร่วงลงมาจากมือ ปรากฏแก่สายตาอีกฝ่าย ดวงตากลมโตก็หรี่ลง กดลงมองส่วนล่างที่ซ่อนอยู่ใต้ฝ่ามือ เลียปากอีกทีอย่างมีความหมาย แล้วช้อนขึ้นสบกับดวงตาเข้มจัดคู่นั้นอย่างท้าทาย ถามด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า

            “เพลิงช่วยมั้ยครับ”

            คนพูดกดสายตามองส่วนล่างอีกครั้ง ยกยิ้มเอ็นดูมัน แล้วยักคิ้วให้

            “ดูเหมือนมันจะอัดอั้นนะ”

            เขาว่าสิ่งที่เขาทำบนเตียงประสบความสำเร็จนะ อย่างน้อยก็มีคนหนีมาช่วยตัวเองด้วยสีหน้าดุดันรุนแรงขนาดนี้ และในเมื่อหลักฐานคาตา จำเลยก็ดิ้นไม่หลุด คนตัวเล็กเลยก้าวเข้าไปประชิดตัว เงยหน้าขึ้นมองตา เบียดกายเข้าไปแนบชิด

            “พี่สินธุ์ เพลิงช่วยได้นะ และเพลิงก็อยากช่วย”

            ท่อนแขนทั้งสองข้างยกขึ้นโอบรอบลำคอ เขย่งตัวเข้าไปหาจนริมฝีปากแทบจะแตะปากอีกฝ่ายเหมือนลมหายใจลูบไล้กัน ใช้ร่างกายบอกว่า...ต้องการไม่ต่างกัน

            “น้องเพลิงออกไปเถอะ”

ออกไปก็โง่สิวะ

            ดังนั้น เพลิงจึงบอกชัดถ้อยชัดคำกว่าครั้งก่อนด้วยดวงตาฉ่ำปรือ

“พี่สินธุ์...มามีอะไรกันเถอะ”

ถ้าบอกแบบนี้แล้วยังไม่เข้าใจ พี่ควรจะเอาหัวจุ่มชักโครกตายห่าไปเลยจริงๆ

            ความคิดของคนที่จ้องตาอีกฝ่ายนิ่ง แล้วตัวก็สั่น เพราะตาคู่นั้น...เอาจริงไม่แพ้กัน

...........................................

          ครบค่า เอาจริงนะ พี่สินธุ์เขาซื่อหรือจริงๆ แค่โง่ (วะ) เมย์เขียนเองก็รู้นะว่าเจ้าเพลิงแรดมาก แต่ก็อดสงสารไม่ได้ อ่อยขนาดนี้แล้วเขายังไม่สนใจ เสียหน้าคนที่มั่นใจว่าน่ารักระดับจักรวาลแน่นอน แต่หลายคนก็รู้ทันนะเออว่าเมย์ต้องมามุกนี้ ก็นอนไง เนี่ย พี่สินธุ์ไม่ผิดนะคะ เขาแค่แปลความตรงตัว ส่วนเจ้าเพลิงนี่แปลความกามเกินต่างหากล่ะเนอะ

บางทีเมย์ก็สงสัย นี่เพลิงแรดหรือแรดหว่า เออ ก็แรดแหละ ถุงยางพร้อม อยากได้เขา แต่เป็นไง เขาสวดมนต์ไล่ผี แล้วอย่างที่ว่าแหละ ถ้าพี่สินธุ์ไม่เข้าใจคำชวนมีเซ็กส์คราวนี้ก็ควรจะเอาหัวจุ่มชักโครกตายไปเลยอย่างที่เพลิงว่าล่ะจ้า มาลุ้นกันว่าคนแรดจะได้ผัวสัตว์ร้ายมั้ยเอ่ย


เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #สัตว์ร้ายของผม นะคะ

ความคิดเห็น