ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 เขาหนีผม

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 เขาหนีผม

คำค้น : #สัตว์ร้ายของผม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.3k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2561 01:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 เขาหนีผม
แบบอักษร

            “มาตรา 276 มีใจความว่า ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000 บาท ถึง 40,000 บาท...”

            ภายในห้องเลกเชอร์ของคณะนิติศาสตร์ ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ตรงมุมห้องด้วยสีหน้าเหมือนกำลังจะโดนโทษประหารชีวิต ขณะที่ท่องประมวลกฎหมายอาญามาตราที่ 276 อย่างแม่นยำ ชนิดไม่ต้องพึ่งหนังสือที่เปิดกางเอาไว้

            มาตรานี้ว่าด้วยเรื่องอะไรน่ะหรือ...การข่มขืนไง

            กฎหมายอาญานับว่าเป็นวิชาถนัดของนายสินธุ์ ไม่ใช่เพราะสนใจเป็นพิเศษ แต่เพราะ...กลัวเป็นพิเศษยังไงล่ะ!

            หมับ

            “อีกแล้ว กูทำลงไปอีกแล้ว!”

            สินธุ์ยกมือขยี้หัวแรงๆ อย่างคิดไม่ตก นึกไปถึงเช้าที่ตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนของใครไม่รู้ ที่สำคัญกว่านั้น...รอยกระทำชำเราบนเนื้อตัวของฝ่ายนั้น

            ไม่ต้องให้ใครมาพิสูจน์ความผิด เขาก็รู้ดีว่าใครเป็นคนทำ

            เขาเอง ไอ้สินธุ์คนนี้เนี่ยล่ะ แถมยังทำกับผู้ชาย!

            แม้หน้าตาที่เลือนลางในสมองจะน่ารักแค่ไหน แต่สินธุ์มั่นใจว่ามีอะไรบางอย่างที่ห้อยอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างแน่ๆ ซึ่งกฎหมายก็บอกชัดเจนแล้วว่าการข่มขืนคือการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น...เขาอาจจะเมามาก แต่ยัดไปเต็มที่แน่นอน

            ใช่ ก็เหมือนกับทุกๆ ครั้งที่มีเซ็กส์นั่นแหละ และถึงแม้กฎหมายจะไม่ได้ระบุรวมถึงช่องทหารหนักเข้าไปด้วย แต่ไม่ว่ามองมุมไหน สินธุ์ก็ข่มขืนไปแล้วแน่ๆ

            ที่ผ่านมา เขาอาจจะมีนิสัยที่ไม่สามารถกำราบได้ยามมีเซ็กส์ แต่นั่นไม่ใช่การข่มขืน แม้จะตื่นขึ้นมาเจออีกฝ่ายร้องห่มร้องไห้ด่าว่าเขาเป็นปีศาจร้าย แต่ตอนเริ่มต้นคือการยินยอมพร้อมใจ หากแต่ครั้งนี้ไม่ใช่ สินธุ์จำได้เพียงเลือนๆ เท่านั้น แล้วเขาไม่คิดด้วยว่าทางนั้นจะยอมให้เขาทำง่ายๆ

            สินธุ์รู้ตัวว่าเขาเป็นคนตัวใหญ่ แรงเยอะ แล้วเด็กคนนั้น...ตัวนิดเดียว!

ให้ตายเถอะ อายุเกินสิบแปดแล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้

            ชายหนุ่มยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด ยิ่งมานึกว่าเขาเผ่นป่าราบออกมาก็ยิ่งรู้สึกผิด ก็รู้หรอกว่าก้มหัวขอโทษแล้ว แต่การหนีความผิดแบบนี้ไม่ใช่นิสัยที่คนเรียนกฎหมายควรมีเลยสักนิด แต่จะให้ทำยังไงล่ะ เขามองหน้าน้องคนนั้นไม่ติดจริงๆ

            ไม่เพียงแค่ท่าทางเหนื่อยอ่อน แต่รอยฟันพวกนั้น รอยช้ำบนตัว รอยที่ผ่านการกระทำชำเราพวกนั้น...

            “ทำเหี้ยอะไรลงไปวะ!”

            “เฮ้ยไอ้สินธุ์ เป็นอะไรของมึง”

            สินธุ์เงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก แล้วพบว่าเป็นเพื่อนสนิทของตัวเอง

            “เมื่อคืน...”

            “เออ เมื่อคืนมึงไปแดกเหล้ากับพวกไอ้ดริวใช่ป่ะ”

            “ก็ไม่เชิง จริงๆ กูแค่จะไปเอาของจากมัน แต่มันบอกว่าไหนๆ มาแล้วก็กินสักหน่อย มึงก็รู้ว่ากูคออ่อน”

อ่อนมากจนเมามายไม่ได้สติปล้ำคนอื่นเขาไง

            สินธุ์คิดอย่างกลุ้มใจ ขณะที่เพื่อนก็มองอย่างนึกแปลกใจ

            “แล้วทำไมมึงทำหน้าเหมือนจะโดนตัดสินโทษประหารวะ แล้วเอามาทำไมประมวลกฎหมายอาญา เทอมนี้ไม่มีเรียนนี่หว่า อย่าบอกนะว่าจะท่องแม่งทั้งเล่ม กูแค่สอบเสร็จเอาตัวรอดได้ก็ลืมหมดแล้ว” มิกซ์ว่าอย่างขำๆ แต่คนฟังไม่ขำด้วยสักนิด เพราะสายตาเผลอเหลือบไปยังมาตราที่เปิดค้างทิ้งเอาไว้ จนเพื่อนมองตาม

            “อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนมึงไปเผลอปล้ำใครเขาเข้าจนมานั่งคำนวณโทษตอนศาลตัดสินน่ะ...เอ่อ มึงไม่ได้ล้อกูเล่นใช่มั้ย” คนพูดชักหน้าเสียลงเรื่อยๆ แบบที่สินธุ์เองกุมขมับไปเรียบร้อยแล้ว

            “เกิดอะไรขึ้นวะ”

            มิกซ์นั่งลงข้างๆ ถามอย่างเป็นห่วง

            “กูไม่รู้ว่ะ กูจำได้แค่ว่ากูเริ่มเมาแล้ว จะกลับ แต่พวกไอ้ดริวบอกว่าอยู่ต่ออีกหน่อย แล้วก็จำไม่ได้ว่ากลับมาได้ยังไง คือมันเลือนลางมากไอ้มิกซ์ ตื่นมาก็เจอคนนอนอยู่ข้างๆ แล้ว โอเค กูก็พอจำได้เลือนๆ ว่ากูมีเซ็กส์ แต่...” คนพูดเงียบหายไป และนั่นก็ทำให้คนฟังถอนหายใจตาม

            พวกเขารู้จักกันเข้าปีที่สี่แล้ว ดังนั้นจึงพอจะรู้ปัญหาของสินธุ์อยู่บ้าง

            ปัญหาที่ว่า...เซ็กส์คือสาเหตุที่ทำให้นายสินธุ์เลิกกับแฟนทุกคน

            “สภาพเขาหนักมากมั้ยวะ”

            “...รอยฟันกูเต็มตัว”

            คนพูดแทบจะครางออกมาแทนคำตอบ บ่งบอกว่าสภาพของคู่นอนดูไม่จืดเลยสักนิด เขาแทบไม่ได้สนใจเลยว่าหน้าตาอีกฝ่ายเป็นยังไง เพราะเนื้อตัวที่เต็มไปด้วยรอยรัก รอยช้ำจากการดูด รอยฟันที่ประปรายตามผิวขาวผ่องจนเห็นเด่นชัด แม้กระทั่งรอบราวนมก็เห็นรอยงับจนทำให้ชายหนุ่มตะลึงตาค้างกับสิ่งที่ทำลงไป

            มันหนักหน่วงกว่าแฟนเก่าคนไหนของเขาที่เคยได้รับเสียอีก

            “ฉิบหายล่ะ”

            นั่นคือสิ่งที่อยู่ในใจสินธุ์แต่ไม่เอ่ยออกมา

            “แล้วเขาว่ายังไงบ้าง”

            นี่คือสิ่งที่สินธุ์หนักใจที่สุด เพราะ...

            “ไม่รู้ กูขอโทษเขา บอกว่ากูไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น พอเขาบอกว่าไม่เป็นไร กูก็ออกมาเลย กูทนเห็นสายตารังเกียจเหยียดหยามที่มองเหมือนกูเป็นไอ้ชั่วไม่ได้ว่ะ แล้วตลกร้ายฉิบหาย เขาอยู่คอนโดเดียวกับกู ห้องหมายเลขเดียวกัน แต่เขาอยู่ข้างล่าง กูอยู่ข้างบน” สินธุ์เอ่ยอย่างหมดแรง เพราะความรู้สึกผิดกำลังค้ำคอ แถมยังเผลอคิดไปด้วยว่า...

            “มึงเมาจนไปผิดห้องแล้วพอเขาเปิด มึงก็ปล้ำเขาหรือวะ”

            นั่นไง ไอ้มิกซ์พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาอย่างหมดสิ้นแล้ว

            “กูไม่รู้”

            “แล้วมึงจะเอายังไงวะ”

            “กูไม่รู้”

            “มึงจะไปเจอหน้าเขามั้ย”

            “กูไม่รู้”

            เวลานี้สินธุ์ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรเป็นอย่างแรก ในใจเขาต้องการไปขอโทษอีกฝ่ายอย่างเป็นทางการ แต่อีกใจก็คิดว่าควรจะทำแบบนั้นจริงๆ น่ะหรือ ถ้าทางนั้นไม่โทรเรียกตำรวจก็คงด่ากราดถึงความเลวที่เขาทำลงไป แล้วแบบนี้ เขาสมควรจะโผล่หน้าไปให้คนคนนั้นเห็นอีกหรือ

            ถ้าไม่หวาดกลัวจนหนีหน้า ก็คงรังเกียจเดียดฉันท์ชนิดไม่อยากอยู่ใกล้

            อีกครั้งที่สินธุ์กำลังตอกย้ำไปว่าคนอย่างเขา...ไม่ควรมีความสัมพันธ์กับใคร

            ใครจะพูดก็ช่างว่าความรักไม่เกี่ยวกับเซ็กส์ เขาขอแย้งเลยว่าไม่จริง มีด้วยหรือรักแล้วไม่อยากทำอะไรกับคนที่รัก ดังนั้น สิ่งที่สินธุ์บอกตัวเองในช่วงปีหลังนี้คือเขาไม่ควรจะรักใครคนไหนทั้งนั้น เพราะเมื่อความรักไปถึงจุดที่มีเซ็กส์...ก็หนีหายไปทุกรายอยู่ดี

            เขาควรจะทำยังไงกับนิสัยรุนแรงตอนอยู่บนเตียงนี่ดี!

            ตอนนี้ชายหนุ่มไม่มีคำตอบจะให้ แถมยังต้องมานั่งกลุ้มใจอีกว่าจะโดนโทษคดีข่มขืนเมื่อไหร่

ในโลกนี้จะไม่มีใครยอมรับนิสัยด้านนี้ของกูได้เลยหรือ

            ความคิดของคนที่จ้องมองประมวลกฎหมายอาญาอย่างหมดแรง หารู้ไม่ว่า...เจอแล้วจังๆ

.........................................

            เพราเพลิงอารมณ์เสียมาตลอดทั้งวัน เพราะดูเหมือนว่าเพื่อนสนิททั้งสองจะเอาแต่คุยเรื่องที่เขาเสร็จรุ่นพี่จากคณะนิติฯ คนที่หนีหายไปทันทีที่ตื่นเช้าขึ้นมาอย่างออกรส วิพากษ์วิจารณ์ว่าสงสัยทางนั้นจะไม่ชอบแนวหนุ่มน่ารักตัวเล็กน่าปล้ำ จนหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

            อย่าบอกนะว่าที่ทำท่าช็อกขนาดนั้นเพราะเห็นว่าเขาเป็นผู้ชายน่ะ

            ความคิดของคนที่หน้าบึ้งลงทุกขณะ

            เพลิงก็รู้หรอกว่าถึงน่ารักยังไงก็สู้ผู้หญิงไม่ได้ มันอาจจะจับสายตาเกย์ด้วยกัน แต่ชายแท้อย่างพี่แอนดริวนี่คงหมดหวังแน่ๆ แล้วไม่ว่าจะมองยังไง ไอ้พี่ชื่อเชยนั่นก็คงแมนทั้งแท่ง การตื่นมาเจอผู้ชายอยู่บนเตียงเดียวกันคงเป็นสาเหตุที่ทำให้เผ่นป่าราบนั่นแหละ

            “แย่!” เจ้าตัวพึมพำอย่างหงุดหงิดอีกที ทั้งที่ใบหน้าบิดเบ้เหมือนจะร้องไห้ไปแล้ว

            ไม่ใช่เสียใจหรอกนะ แต่เจ็บใจต่างหากล่ะ

            “อุตส่าห์เจอไซส์ในฝันแท้ๆ”

            เพลิงสะอื้นเบาๆ ขณะที่เดินมาถึงหน้าห้อง แล้วก็สะดุด

            “อะไรวะเนี่ย”

            ตอนนี้มีกระเช้ารังนกวางไว้หน้าห้องเขา พร้อมกับ...กระดาษโน้ต

            ฟึ่บ

            ไม่ต้องคิดให้มากความ เพลิงคว้ามันขึ้นมาอ่านทันที แล้วเจอลายมือหวัดๆ ที่เขียนไว้ว่า...

            ...ขอโทษนะครับ ผมรู้ว่าแค่นี้แทนคำขอโทษไม่ได้ แต่ผมอยากขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น...

            “...”

            เพลิงเม้มปากเข้าหากันแน่นแล้ว...ขยำกระดาษจนเป็นก้อนกลม

            จากนั้นก็เดินถือกระเช้ารังนกปึงปังเข้าไปในห้อง ซึ่งทันทีที่ประตูปิดลง...

            “กูไม่ได้อยากได้คำขอโทษโว้ย!”

            ทุกอย่างมันยิ่งยืนยันได้ว่าผู้ชายท่าทางจริงจังที่เคยปรามาสไว้ว่าถ้าได้ทำที คงเข่าอ่อนขออีกฝ่ายแต่งงานเพื่อแสดงความรับผิดชอบหนีหายไปเพราะเขาเป็นผู้ชาย หากไอ้ความจริงจังขั้นเทพนั่นก็ยังกระตุ้นให้อุตส่าห์ซื้อของมาแทนคำขอโทษเสียฉิบ

            แน่นอนว่าเพลิงไม่ต้องการ!

            “ถ้าจะขอโทษก็มาเอากันอีกทีสิวะ!”

หนนี้ขอแบบไม่วิ่งหนีด้วยนะ

            ชายหนุ่มคิดอย่างหงุดหงิด วางกระเช้าเอาไว้แถวนั้นแหละ เหลือบตามองเตียงนอนที่ยังอยู่สภาพเดียวกับเมื่อเช้าแล้วยกมือปิดหน้า

            เปล่าๆ คนแบบเขาไม่ได้เสียใจเพราะเสียซิง อันนั้นเสียไปนานแล้ว แต่เสียดายฉิบหาย

            “ทำไมไอ้นั่นที่ถูกใจดันอยู่กับคนประเภทนี้วะ”

            เพลิงนึกถึงเรื่องสนุกสุดเหวี่ยงเมื่อคืนที่ทิ้งรอยฟันเต็มตัวแล้วถอนหายใจ ตรงดิ่งไปทึ้งผ้าปูที่นอนมาโยนลงเครื่องซักผ้า ไม่อยากเห็นหลักฐานที่บอกว่าคนอย่างเขาอ่อนระทวยกับคนประเภทนั้น ปากก็พึมพำไปด้วย

            “คอยดูนะ ไอ้เพลิงจะหาที่เจ๋งกว่า ดีกว่า เก่งกว่า เสียวกว่าให้ดู!”

            เขาบอกตัวเองในใจว่าช่างหัวชายแท้ไปเถอะ เขาจะไปหาเอาข้างหน้าที่ดีกว่านี้!

            อ้อ แต่ไม่ใช่วันนี้นะ ตอนนี้ปริ่มมาก อารมณ์เมื่อคืนยังค้างคาอยู่ คงหายคันไปอีกหลายวัน

...........................................

แม่งเอ๊ย*! ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้นะ!*

            หลังจากนั้นหลายวัน เพลิงเลี้ยวรถเข้ามาในคอนโดด้วยอารมณ์ที่อยากร้องไห้เต็มแก่ ทั้งที่ควรจะยิ้มร่าอารมณ์ดีหลังจากที่เพิ่งไปปลดปล่อยมา แต่ไม่ใช่เลย แม้เขาจะไปผับประจำกลางเมือง แม้เขาจะไปร่อนโปรยเสน่ห์เพียงไม่กี่นาทีก็ได้ปลาติดเบ็ดมาหลายตัวให้ชี้เอาตามใจ ซึ่งพอกะด้วยสายตาและขนาดจากภายนอก พากันไปต่อที่โรงแรม...ล่มไม่เป็นท่า

            ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายทำไม่เป็นหรือเป็นครั้งแรกกับผู้ชายแล้วล่มปากอ่าวหรอกนะ

            อารมณ์เพราเพลิงเนี่ยล่ะที่ล่ม!

          ‘ดี ฮ้า แฮก แฮก แน่นชะมัด น้องน่ารักสุดๆ ไปเลย’

‘...’

          ‘ชอบแบบนี้ใช่มั้ยล่ะ ข้างในบีบพี่โคตรแน่น’

          ‘...’

          ‘น้องแม่งสุดยอดเลย’

          ‘...’

            เพลิงอยากถามไอ้เวรนั่นเหลือเกินว่า...ได้มองหน้ากูสักนิดมั้ย

            เขาเคยคิดว่า ‘ขนาด’ เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจอันดับแรกๆ เพราะถึงจะห่วยยังไงก็ยังถือว่ายังมีดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อหลายคืนก่อนทำให้เจ้าตัวรู้ว่าคิดผิดถนัด เพลิงกำลังถามตัวเองว่าเซ็กส์มันน่าเบื่อได้ขนาดนี้จริงๆ น่ะหรือ

            ไหนคือความฟิน ความวูบวาบ ความพุ่งพล่านยามที่ถึงฝั่งฝันของอารมณ์

            คืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักอย่าง

            โอเค เขารู้สึกถึงส่วนนั้นที่ถูไถเข้ามา แต่อะไรบางอย่างบอกเพลิงว่าไม่ใช่ เขาอยากได้มากกว่านี้ รุนแรงกว่านี้ ทำเหมือนกับเขาเป็นแค่กระต่ายตัวน้อยๆ ที่ไร้ทางสู้มากกว่านี้ แต่นี่อะไร ทางนั้นเอาแต่ครางอย่างชอบอกชอบใจ ตะบี้ตะบันทำแล้วยังภูมิใจอีกว่าตัวเองเก่งนักหนา ทั้งที่เพลิงไม่เสร็จเลยสักรอบ

            แย่!

            ดังนั้น พอทางนั้นเสร็จ และทำท่าจะต่อ เพลิงก็ลุกจากเตียง อาบน้ำแล้วจากมาด้วยความรู้สึกอยากร้องไห้นี่ไงล่ะ

“เกาไม่ถูกจุดจะหายคันได้ยังไงวะ****!”

            เพลิงสะอื้นในคอ เดินขึ้นมาถึงหน้าห้อง แล้วก็ยิ่ง...อยากร้องไห้แม่ง

            วันนี้มีกระเช้าผลไม้

พ่อไอ้พี่สินธุ์เปิดธุรกิจห่อกระเช้าหรือไงวะ*!*

            เพลิงคว้ากระเช้าเข้าห้อง ไม่ต้องอ่านกระดาษโน้ตที่แปะมาก็รู้แล้วว่าทางนั้นคงเขียนมาขอโทษอีกตามเคย และด้วยความที่เจ้าตัวถือคติไม่วิ่งตามคนที่ไม่สนใจ ก็เลยยังไม่ได้เจอตัวกันสักที

            จะมีก็แต่กระเช้าเต็มห้องเนี่ยล่ะ!

            เมื่อวานก็มีกระเช้าแบรนด์

            วันก่อนก็มีกระเช้าของกินเหมือนของขวัญปีใหม่

            ไม่รู้หรือว่ายิ่งเห็นก็ยิ่งเจ็บใจน่ะ

            ถ้าอยากขอโทษกันจริงก็มาช่วยเกาเหมือนคืนนั้นทีสิ!

            ความคิดของคนที่วางกระเช้าลงข้างอีกสามใบ แล้วตรงดิ่งไปยังห้องนอน คว้าสิ่งที่ช่วยเขาได้ในอารมณ์แบบนี้...ดิลโด้อันโปรดสีฟ้าสดใส

            ตอนนี้ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง จัดการถอดเสื้อผ้า กระโจนขึ้นเตียง เริ่มต้นปฏิบัติการความเสียวด้วยสองมืออย่างเร่งรีบ เผื่อจะช่วยให้ลืมคืนห่วยแตกไปได้บ้าง ยังไงตัวเพลิงเองก็ต้องรู้ดีที่สุดว่าร่างกายอ่อนไหวตรงไหน

            มือหนึ่งจึงเล่นคลึงหัวนมตัวเองไปด้วย อีกมือก็ส่งเครื่องมือสุดที่รักลงข้างล่าง

เสียวสุดลิ่มทิ่มประตู...

            “ฮึก...”

            มันควรจะเป็นแบบนั้นแหละ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเพลิงร้องเบาๆ ในคอคล้ายเสียงสะอื้น แล้วโยนเจ้าลูกรักไปอีกฝั่งของเตียง นอนแผ่อย่างหมดเรี่ยวแรง ใช้ดวงตาฉ่ำน้ำมองไปยังเพดาน เพราะ...มันไม่ใช่

            ความรู้สึกในคืนนั้นมันดีมาก ดีจนไอ้ของพวกนี้ไม่สามารถทำให้รู้สึกอย่างที่เคยเป็นมาตลอดได้

ไอ้เพลิงอยากได้พี่สินธุ์เดี๋ยวนี้*! ตอนนี้!*

            ในใจก็อยากจะทำแบบนั้นอยู่หรอก ก็แค่โทรหาแอนเดรียกริ๊งเดียว เขาก็ได้เบอร์อีกฝ่ายมาไว้ในกำมือ เผลอๆ จะรู้เลขห้องที่อยู่ด้วย แต่ด้วยทิฐิที่ว่าไม่เคยวิ่งตามใคร ทั้งชีวิตมีแต่อ่อยพอเป็นพิธี ทางนั้นก็กระโจนเข้าหา การต้องพยายามเพื่อให้ได้ใครสักคนมานอนด้วยมันเสียศักดิ์ศรีสุดๆ

            เขาไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นเกย์ช่างตื๊อจนน่ารำคาญนี่นา

            แต่ตอนนี้...

            “ไอ้พี่สินธุ์บ้า ไอ้คนน่าเบื่อ ไอ้ทนายปล้นสวาท!”

            ประเด็นคือ...แล้วพี่คิดจะมาปล้นอีกมั้ย

            “อยากได้อะ อยากได้ อยากได้ ไซส์ในฝันนั่นน่ะ อยากได้ ฮือออออ!”

            สุดท้ายก็ได้แต่งอแงกับตัวเอง

..................................

            “พี่เพลิงหน้าคล้ำๆ นะ โดนคู่ขาพี่เสกควายเข้าท้องหรือ”

            “ไอ้พรรณ พี่เป็นพี่แกนะ”

            “แล้วพรรณบอกว่าพี่เพลิงเป็นน้องพรรณตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ”

            พอเข้าวันหยุดสุดสัปดาห์ เพลิงก็ไม่อาจจะทนให้ห้องเต็มไปด้วยกระเช้าที่ไม่เห็นหน้าเจ้าของได้ เขาเลยขนทุกอย่างกลับมาที่บ้าน จนน้องสาวคนเดียวที่เรียนปีหนึ่งอีกมหาวิทยาลัยทักว่าคู่ขาใหม่เปิดร้านรับบริการห่อกระเช้าหรือไง ทำเอาสะดุ้งโหยง ปากปฏิเสธเป็นพัลวัน

            หากน้องสาวก็ยังทักต่ออีก

เออ ตอนนี้ไม่ได้โดนเสกควายเข้าท้อง แต่อยากเสกไอ้นั่นเข้ารู พอใจมั้ย*!*

            เพลิงค้อนอีกขวับ แล้วจ้องหน้าน้องสาวคนเดียวเจ้าของหุ่นสูงโปร่งประหนึ่งนางแบบมาเอง

            บ้านของเพราเพลิงประกอบไปด้วยพี่น้องสามคน

            พี่คนโต...พระพาย

            คนกลาง...เพราเพลิง

            น้องเล็กสุด...พรายพรรณ

            ในขณะที่พี่ชายคนโตสูงใหญ่เหมือนพ่อ หน้าตาคมเข้มเช่นเดียวกับสีผิว ตัวเพลิงกลับได้ส่วนสูงกับผิวพรรณของมารดามา ซึ่งยิ่งเสริมเติมแต่งก็ยิ่งขาวจัด ส่วนน้องเล็กนั้นได้ร่างสูงจากพ่อ ผิวพรรณจากแม่ เรียกว่าสมบูรณ์พร้อมที่สุด

            แม้ว่าสามพี่น้องจะมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกันน่าดู แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน...นิสัยเอาแต่ใจตัวเอง

            ถ้าถามเพลิงว่ารักสนุกแบบนี้จากใคร คำตอบแรกคืออา แต่เพราะอาแต่งงานไปแล้ว เขาจึงขอตอบใหม่ว่าพี่ชาย

            พี่พระพายของพวกเขาก็สนุกกับการหาคู่นอนถูกใจเหมือนกัน

            ส่วนน้องเล็กที่แม้จะอยู่แค่ปีหนึ่ง แต่...มันฟันเรียบมาครึ่งชั้นปีตอนม.ปลายแล้ว

            อ้อ ในโรงเรียนหญิงล้วนด้วยนะ

            ถ้าถามว่านิสัยแบบนี้เหมือนใคร เพลิงคงต้องตอบว่าทั้งบ้านเนี่ยแหละ

            “แล้วนี่พี่พายไปไหน”

            “อยู่ข้างบน แต่งหล่ออยู่ เห็นว่าวันนี้จะไปดักเหยื่อ”

            เพลิงพยักหน้าช้าๆ เพราะแค่นี้ก็เป็นอันรู้กันแล้วว่าพี่ชายกำลังหมายตาใครสักคนอยู่ แล้วพูดไม่ทันขาดคำ พี่ใหญ่ก็เดินผิวปากลงมาข้างล่างอย่างอารมณ์ดี มือถือหมวกกันน็อกใบเก่งลงมาด้วย บ่งบอกว่าวันนี้คงเอาบิ๊กไบค์คู่ใจออก

            “ท่าทางจะถูกใจเหยื่อคนนี้น่าดูเลยนะ” คนกลางส่งเสียงทัก ให้พี่ใหญ่ที่สุดแสนจะอารมณ์ดีแวะเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง

            “ทำไมวันนี้กลับบ้านได้ล่ะไอ้เพลิง”

            “แม่บอกว่าให้กลับมาช่วยเลือกน้ำหอมหน่อย เดี๋ยวบ่ายๆ ก็ออกไปห้างฯ กัน” ในจำนวนสามพี่น้อง เพลิงเป็นลูกคนโปรดของมารดา เพราะเป็นคนเดียวที่ไม่นึกเบื่อตอนที่ถูกลากไปซื้อของ ส่วนน้องเล็กถึงจะเป็นผู้หญิง แต่เพราะง่ายๆ สบายๆ เหมือนพ่อมากกว่า เวลาแบบนี้จึงขอบาย

            “แล้วก็เอานั่นมาให้ช่วยกิน” คนพูดพยักหน้าไปยังกระเช้าหกใบที่วางเรียงราย

            “นี่แกคบกับคนเปิดร้านห่อกระเช้าหรือวะ”

            “พูดเหมือนพรรณเลยพี่พาย”

            เพลิงเบ้ปากใส่สองพี่น้องที่รุมเขาอย่างเคืองๆ

            “เอาไปสักหน่อยมั้ยล่ะ เผื่อเหยื่อพี่จะชอบ”

            “ไม่ล่ะ รอบก่อนชวนไปกินข้าวยังปฏิเสธเสียงแข็งเลย ถ้าเอาให้ก็คงโยนทิ้ง” พระพายว่าพลางหมุนหมวกกันน็อค ใบหน้าคมคายก็ยิ่งเผยรอยยิ้มกว้างขวาง ดูเหมือนจะนึกถึงคนที่ว่าอยู่ แล้วเพลิงไม่ได้มองผิดไปแน่ๆ ที่เขาเห็น...แววตาเอ็นดู

            “คนนี้ใช่คนเดียวกับเมื่อเดือนก่อนป่ะ”

            “อ่าฮะ”

            “นานนะ ยังไม่ได้ฟันอีกหรือ”

            “ฟันแล้ว”

            “แล้ว?”

            “แต่อยากได้มากกว่าแค่ฟันเฉยๆ”

            น้องคนกลางชะงักไปทันที มองพี่ใหญ่ที่ยิ่งดูอารมณ์ดีไปอีกขั้น เพราะส่วนใหญ่พี่พายเป็นคนขี้เบื่อ ไม่เคยพูดถึงใครเกินสองครั้ง แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะพุ่งเป้าไปที่คนเดิมทั้งที่ผ่านมาสักพักแล้ว ทั้งที่ได้เขามาแล้ว จนอดจะถามไม่ได้

            “นี่จริงจัง?”

            พระพายเหลือบมองโทรศัพท์ที่สั่นแวบหนึ่ง แล้วหันมายักคิ้วให้น้อง ขณะที่ลุกขึ้นยืนไปด้วย จากนั้นก็พูดคำที่คนฟังทั้งสองแทบจะช็อกตาตั้ง

“แล้วถ้าคิดจริงจังมันผิดด้วยหรือไง”

            “พี่เพลิงๆๆ โทรบอกอาเร็วว่าพี่พายถอดเขี้ยวเล็บออกแล้ว!”

            “เออ โทร โทรเดี๋ยวนี้เลยพรรณ”

            พระพายหัวเราะลั่น เขกหัวน้องไปคนละที

            “ไม่เล่นกับพวกแกแล้ว พี่ไปล่ะ ช่วยอวยพรให้พี่โชคดีด้วย”

            พี่ใหญ่เดินไปถึงประตูห้องนั่งเล่นแล้ว ขณะที่น้องเล็กกำลังคว้าโทรศัพท์มาหมายจะโทรหาผู้เป็นอาจริงๆ แต่คนกลางกลับมองตามหลังพี่ใหญ่ที่เพิ่งสารภาพเองว่าตามตื๊อใครบางคนมาสักพักแล้ว และนั่นทำให้...

            “พี่พาย!”

            เพลิงวิ่งตาม จนเจ้าของชื่อหันมา

            “ถ้าเพลิงมีคนที่อยากได้มากๆ ควรจะทำยังไง”

            พระพายยิ้มร่า มองสีหน้าจริงจังจนน่ากลัวของน้องชาย (ไม่จริงจังได้ไงเปลี่ยวมาหลายวันแล้ว) แล้วบอกด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

“ทำทุกวิถีทางจนกว่าจะได้มา”

            “ทำทุกวิถีทาง...” เพลิงทวนคำ

            “ใช่ ทุกทาง งั้นพี่ไปแล้วนะ แกก็โชคดีล่ะ”

            พี่ใหญ่เร่งเครื่องบิ๊กไบค์ออกไปแล้ว ขณะที่เพลิงยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ผิดกับดวงตาที่กำลังวาวโรจน์ขึ้นทีละน้อย มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหมายมั่น

            นั่นสิ ถ้าอยากได้ท่อนซุงในฝันก็แค่ทำทุกอย่างจนกว่าจะได้มา!

            ถ้าไม่ให้ก็ตัดแม่งมาทำดิลโด้ประดับห้องซะเลย

            ความคิดของคนที่กำลังยิ้มร้าย

............................................

            สินธุ์ยังคงถอนหายใจเฮือกๆ เป็นวันที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ขณะที่จ้องมองโทรศัพท์มือถือที่ปรากฏหน้าสั่งกระเช้าของขวัญ พลางคิดว่าวันนี้เขาควรจะส่งอะไรไปแทนคำขอโทษเด็กคนนั้นดี ชายหนุ่มเองก็ไม่รู้หรอกว่าควรจะทำแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่...ก็จนกว่าความรู้สึกผิดนี่จะจางหายลงล่ะมั้ง

มันก็คงอีกนานแหละ

            ความคิดของคนที่ถอนหายใจอีกเฮือก เดินลงมาจากตึก หากก็ต้องชะงักปลายเท้า เพราะ...

            “สวัสดีครับพี่สินธุ์”

            เขาเพิ่งเคยเจอผู้ชายที่น่ารักขนาดนี้เป็นครั้งแรก

            ชายหนุ่มบอกตัวเองในใจ พลางกวาดตามองคนที่เรียกชื่อเขาอย่างงุนงง

            เขาเป็นคนตัวสูง อีกทั้งเพื่อนรอบตัวก็สูงพอๆ กันเลยไม่ค่อยรู้สึกอะไร แต่พอมายืนเทียบกับน้องคนนี้แล้ว อีกฝ่ายดูตัวเล็กไปถนัดตา หากส่วนสูงไม่ใช่สิ่งที่สินธุ์สังเกตเห็นเป็นอย่างแรก แต่เป็นดวงตากลมโตที่ดูหวานอย่างบอกไม่ถูก ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงแจ๋ ผิวขาวจัด ยิ่งพอล้อมด้วยเรือนผมสีน้ำตาลแดง ใบหน้าก็ยิ่งดูโดดเด่นชนิดที่แอบใจเต้นอย่างไม่น่าให้อภัย

            สินธุ์พอจะได้ยินพวกสาวๆ พูดถึงผู้ชายสวยบ้างล่ะ น่ารักบ้างล่ะ แต่เพิ่งมีครั้งนี้เองที่เจอกับตัวจังๆ

ไม่สิ หนก่อนก็เจอ...

            กึก

            วินาทีนั้น ตาคมก็เบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ ความทรงจำแล่นแวบเข้ามาในหัว

            ตอนนั้นเขาสังเกตแค่รอยฟันบนตัว อีกทั้งใบหน้าของเด็กคนนั้นก็ดูซีดเซียวกว่านี้ ผมเผ้ายุ่งเหยิงกว่านี้ แต่มันกำลังทับลงบนใบหน้าน่ารักที่กำลังฉีกยิ้มให้เขาอยู่ จนคนร้ายคดีข่มขืนสะดุ้งวาบ ขายาวเผลอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว

            “จำผมได้มั้ยครับ”

ฉิบหายแล้ว*!*

            เท่านั้นแหละ ผู้ชายตัวโตเป็นตึกก็หมุนตัวหมายจะชิ่ง แต่...

            หมับ

            “พี่จะหนีไปไหนครับ”

            “ปะ...เปล่าครับ” สินธุ์ส่ายหน้าแรงๆ มองเด็กน้อยน่ารักที่กำลังขยับเข้ามาหาเขาอีกก้าว อดคิดไม่ได้ว่าภายใต้ความน่ารักนี้ด้วยแฝงด้วยความเซ็กซี่ แถมอันตรายอย่างบอกไม่ถูก นอกจากนั้น...กำมือเขาแน่นเชียว

            “พี่สินธุ์คงจำผมไม่ได้ งั้นผมแนะนำตัวก่อนนะ ผมชื่อเพลิง อยู่ปีสามนิเทศฯ พอจะจำได้ลางๆ มั้ยครับ”

          ‘เพลิงไม่ไหว...ฮื่อออ ไม่ไหว ไม่ไหวแล้ว...’

            ความทรงจำพลันผ่านวูบจนแทบจะจังงัง

            “เอ่อ พี่นึกขึ้นได้ว่าติดธุระ น้องเพลิงช่วยปล่อยมือได้มั้ยครับ...”

            “อ้อ เพลิงก็นึกขึ้นได้พอดีเลยว่าต้องเอาข่าวไปลงเน็ตว่ามีผู้ชายบางคนทำอะไรไว้แล้วไม่รับผิดชอบ”

            กึก

            จากนั้น คนที่สินธุ์มองว่าน่ารักก็ฉีกยิ้มให้อีกที

            “คราวนี้ พี่พอจะเลื่อนธุระของพี่ออกไปก่อนได้หรือยังครับ”

            วินาทีนั้น ทำไมสินธุ์ขนลุกได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้

.......................................

            ครบค่ะ พี่สินธุ์ควรจะขนลุกก็ถูกแล้วจ้า เจ้าเด็กนี่มันร้ายนะคะพี่ชาย ประโยคเดียวทำเอาพี่สินธุ์ไปไม่เป็นเลย นี่ถ้าพี่สินธุ์เจอสามพี่น้องพร้อมกัน อ้อ พ่วงอาหนุ่มสุดหล่อมาอีกคน บอกได้เลยว่าคนแบบพี่สินธ์นี่มีตายอะจ้า โดนรุมแบบไม่ได้ผุดได้เกิด แล้วผู้ชายอะไร รู้สึกผิดแล้วส่งกระเช้าของบำรุงไปให้ เพลิงมันแค่โดนปล้ำนะคะพี่ ไม่ได้ท้องใกล้คลอด แล้วถ้าอยากรับผิดชอบ เพราเพลิงบอกเลยว่ามีวิธีอื่นที่ดีกว่าเยอะล่ะจ้า แฮ่

            เรื่องนี้หนังสือหนา 390 หน้า มีภาพประกอบด้านในหนึ่งภาพ ราคา 350 บาท บาทครับผม มีวางขายที่บูธ Ookbee x02 ที่งานมหกรรมหนังสือครั้งที่ 23 ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค.61 ค่า


            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #สัตว์ร้ายของผม นะคะ


ความคิดเห็น