ขอนอนได้ไหม,

บทที่ 1 ภาคกำเนิดฮอลโลว์

ชื่อตอน : บทที่ 1 ภาคกำเนิดฮอลโลว์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ต.ค. 2561 14:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 ภาคกำเนิดฮอลโลว์
แบบอักษร

ตี๊ ดี ดิด ตี๊ด ตี๊ด

แกร็ก!!

"อา~  เช้าแล้วหรอ เอ้าฮึบ"

เสียงหล่อออกหวานๆจากภายในคอนโดห้องนอนสุดหรู บนเตียงผ้าปูที่นอนสีเทามีชายหนุ่มผมดำเงางามหน้าขาวดูดีในระดับเอสคลาสอายุประมาณยี่สิบห้าถึงยี่สิบหกปีกำลังลุกขึ้นมาบิดเนื้อตัวยืดเส้นยืดสายหลังจากตื่นนอนตอนเช้าตามปกติในชีวิตประจำวัน

ก็อกๆ ๆ!

"พี่ไทม์ตื่นหรือยังค่ะ ถ้าตื่นแล้วหนูขอเข้าไปนะ"

เสียงเคาะประตูที่มาพร้อมกับเสียงเล็กๆของเด็กหญิง น่าเอ็นดูดังออกมาจากหลังประตูห้องของเขา ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังยืดเส้นยืดสายอดยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่เขาจะกล่าวตอบเจ้าของเสียงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมากเป็นพิเศษ

"เข้ามาสิมิไร"

สิ้นเสียงของชายหนุ่มประตูห้องก็ถูกเปิดออกในทันใด ไม่รอช้าร่างเล็กในวัยสิบสองสิบสามปีในชุดนักเรียนชั้นมัธยมต้นที่เปิดประตูออก ก็วิ่งเข้ามาในห้องด้วยความเร็วสูง ก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดรัดชายหนุ่มอย่างออดอ้อน

"พี่ไทม์อาหารเช้าวันนี้หนูอยากกินแฮมชีสไข่ดาวละ"

เสียงออดอ้อนของสาวน้อยออกมาไม่หยุด ปกติแล้วพี่ชายของเธอจะไม่ค่อยให้เธอทานของที่ไร้ประโยชน์เช่นแฮมชีสสักเท่าไหร่ ผิดกับตอนที่พ่อแม่เธอยังอยู่ อาหารเช้าทุกเช้าจะเป็นขนมปังแฮมชีสเสียทุกมื้อ จนเธอเบื่อหน่ายอาหารเช้าที่แสนจำเจ

แต่วันนี้เป็นอะไรไม่รู้เธออยากกินแฮมชีสขึ้นมา แม้มันจะทำให้เธอนึกถึงฉากการเสียชีวิตของพ่อและแม่ที่ทำให้เธอเจ็บปวดก็ตาม แต่เธอก็อยากเก็บห้วงความทรงจำเหล่านั้นไว้

"เอาสิ เดี๋ยวพี่จะทำให้กินเป็นพิเศษ และจะทำไปเผื่อพ่อและแม่ด้วย"

ชายหนุ่มหรือไทม์นั้นตามใจมิไรไม่น้อย ตัวเขาเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ถูกครอบครัวของมิไรอุปถัมภ์ค้ำชู เลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่มีการงานที่มั่นคง เรียนสูงจนจบปริญญาเอก มีบริษัทใหญยักษ์เป็นของตัวเอง

ช่วงชีวิตที่พ่อและแม่บุญธรรมยังอยู่ก็ประมาณ4-5ปีก่อน มิไรในตอนนั้นยังเด็กมากตัวเขาในตอนนั้นพึ่งเปิดบริษัทได้ไม่นาน ซึ่งวันที่พวกท่านประสบอุบัติเหตุทางถนนใกล้เสียชีวิตพวกท่านฝากดูแลน้องด้วย ทำให้ไทม์นั้นพยายามทำตัวให้เป็นที่พึ่งพาได้เลี้ยงดูมิไรอย่างดี ไม่ขาดตกบกพร่อง

และหลังชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียง ก็บอกกล่าวให้น้องสาวไปเตรียมตัวจัดตารางสอนให้พร้อม ส่วนตัวเขาก็ไปอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวในชุดสูทเพื่อเข้าไปในบริษัทหลังจากไปส่งมิไรที่โรงเรียน แต่วันเป็นวันพิเศษเพราะมันเป็นวันครบรอบวันเสียชีวิตของพ่อและแม่ของทั้งคู่พอดี

อาหารเช้าก็เป็นไปตามใจปราถนาของมิไร และเมื่อปฏิบัติชีวิตประจำวันของยามเช้าเสร็จสิ้น ไทม์ก็รีบพาสาวน้อยมิไรขึ้นรถยนย์ที่ตนเองซื้อไว้เพื่อเตรียมไปเยี่ยมหลุมศพของพ่อและแม่

"นี่พี่ไทม์ หนูจะได้อยู่กับพี่ตลอดไปหรือเปล่าค่ะ ?"

หลังจากที่รถเคลื่อนที่ออกจากคอนโด มิไรที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ ถามไทม์ที่กำลังขับรถอยู่บนถนนใหญ่ด้วยน้ำเสียงอยากรู้และยืนยันอะไรบางอย่าง เพราะเธอในตอนนี้เหลือเพียงเขาเท่านั้น ถ้าตัวเขาหายไปแล้วละก็ เธอก็ไม่รู้จริงๆว่าจะอยู่ต่อไปยังไง

"แน่นอนพี่จะอยู่กับเธอไปอีกนาน นานจนกว่าเธอจะแต่งงานมีครอบครัวเป็นของตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าเด็กแก่นแก้วของพี่จะหาแฟนได้หรือเปล่านี่สิ"ไทม์ตอบด้วยน้ำเสียงดูตลก แต่สายตากับหนักแน่น

"ใครบอกหนูจะหาแฟนกัน ถ้าหนูจะแต่งงานหนูจะแต่งกับพี่ไทม์เท่านั้นละ เราจะได้อยู่กันจนแก่ไปเลย ฮิฮิ"

สาวน้อยวัยสิบสองกล่าวพร้อมตบอกไซด์ไข่ดาวราวสิ่งที่พูดนั้นจริงจังเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่ติดรอยยิ้มแก่นแก้วของเธอละก็ ไทม์คงเชื่อสุดใจว่ามิไรไม่ได้พูดเล่น ซึ่งไทม์ก็ไม่รู้เลยว่าคำพูดของมิไรนั้นจริงจังเป็นที่สุด

"ฮ่าๆ แล้วพี่จะรอดูนะ"

"คะรอวันนั้นของพวกเราได้เลย เอ๋พี่ไทม์ระวัง!!!!!"

แปล๊นๆๆ

เสียงแตรดังกระหึ่มไปทั่วท้องถนน ทำให้ไทม์ตกใจ แต่ตัวเขาก็ยังตั้งสติได้ ในสายตาผ่านกระจกรถ เขาเห็นรถพ่วงสิบแปดล้อที่วิ่งข้ามเลนเข้ามาด้วยความเร็วสูง

มันพุ่งเข้ามาใกล้รถของเขาราวอสูรร้ายกระหายเลือด เสียงแตรของรถพ่วงยังดังออกมาอย่างต่อเนื่องแถมยังมีเสียงเบรครถด้วย ซึ่งแม้ตัวเขาจะตั้งสติได้ก็ตาม แต่จากที่เห็นระยะห่างในตอนนี้มันทำให้เขาหมดหวังที่จะหักพวงมาลัยหลบ

"มิไรหลับตาไว้นะ"

"อื้ม หนูจะทำตามที่พี่บอก"

มิไรทำหน้าเศร้า แต่มันก็เป็นเพียงเสี้ยววิเท่านั้นก่อนที่เธอจะยิ้มและพุ่งตัวเข้าไปโอบกอดพี่ชายสุดที่รักของเธอเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมหลับตาลงตามคำพูดของที่ชาย

ตู้มมมมมมมมม!!!!!

สิ้นเสียงการปะทะกันของรถ ไทม์ที่ลืมตามองภาพน้องสาวตัวน้อยที่เขารักสุดใจ จู่ๆมันก็ดับลงพร้อมกับสติสัมปชัญญะที่วูบดับลงในชั่วพริบตา ทั้งที่เป็นแบบนั้นแต่ภายในใจของเขายังกล่าวขอโทษพ่อแม่อย่างรู้สึกผิด ที่รักษาสัญญาไว้ไม่ได้

'ผมขอโทษครับพ่อ แม่'

ตึ้งงงงง~

"[ Setup systems game & shop anime online bleach ]"

'เสียง ? ใครพูดกัน'

"[ การติดตั้งระบบเกมส์และร้านค้าสู่ร่างโฮสต์เสร็จสิ้น ระบบขอความกรุณา ช่วยยืนยันตัวตนของโฮสต์ต่อระบบ ]"

ตอนนี้สติไทม์ยังคงสับสน ตัวเขาไม่รู้จะทำยังไงดี หรือทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ความฝัน ถ้าอย่างนั้นช่วยทำให้ตื่นที ขอร้องเถอะ ไทม์ได้แต่ภาวนาในใจอย่างช่วยไม่ได้

ยิ่งนึกถึงภาพรอยยิ้มสุดท้ายของมิไรน้องสาวที่น่ารัก ความเศร้าก็ทะลวงความรู้สึกของเขาจนหยดน้ำตาเริ่มไหลริน แม้ตอนนี้เขาจะลืมตาก็แต่ความมืดดำแสนว่างเปล่า

ตึ้งงงงงงง!

"[ ระบบขอความกรุณา ช่วยยืนยันตัวตนของโฮสต์ต่อระบบ ]"

'เอาก็เอาวะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว'

"ยืนยัน"

"[ ข้อมูลเสียงและจิตวิญญาณของโฮสต์ถูกต้องตามฐานข้อมูล เรียกเปิดใช้ ระบบเกมส์ ได้โดยการกล่าวว่า 'เปิด' วิธีปิดระบบเกมส์ ได้โดยกล่าวว่า 'ปิด' ส่วนคำแนะนำต่อ โฮสต์มือใหม่กรุณา เปิดระบบอ่านเอง เพราะระบบต้องการเตรียมตัวพักผ่อน ]"

เสียงแปลกยังกล่าวรัวๆ ไม่หยุด แต่ยังดีที่ไทม์ตั้งใจฟังเพราะเขารู้สึกว่าทุกสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เพียงแค่ฝัน


ตึ้งงงงงงงง

"[ การย้ายจิตวิญญาณของโฮสต์สู่โลกใหม่เสร็จสิ้น ทั้งนี้ระบบขอให้โฮสต์สนุกไปกับการล่าเลเวลและพัฒนาสู่ระดับเทพเจ้า ทางระบบขอให้โฮสต์โชคดี ]"

วูป

"หืมนี่มันเรื่องอะไรกันวะเนี่ย"

ไทม์มองภาพทะเลทรายสีเทาดูแห้งแล้งด้านหน้าด้วยสีหน้าตกใจ เพราะฉากนี้เขารู้สึกว่าตัวเขาเองเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ทั้งบรรยากาศที่นี่ก็ดูสดชื่นแปลกๆ แต่ไม่นานนักเขาเริ่มหันเหมาสนใจตัวเองก่อน ซึ่งเขาก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อพบว่าตัวของเขาดูสูงขึ้น

ร่างกายใหญ่ขึ้นอย่างผิดหูผิดตามันดูเทอะทะน่าเกลียดเสียไม่มี แถมผิวที่เคยขาวใสมีออร่าจนเหล่าสาวน้อยใหญ่ต้องอิจฉา แปรเปลี่ยนไปเป็นผิวสีฟ้าหยาบก้านราวไม่ได้อาบน้ำเป็นแรมปี


"สรุปนี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย แล้วเสียงของเราอย่าบอกนะว่า...."

เสียงที่ดูแหบแก้นสะท้อนอยู่ในหู เป็นสองเสียงราวกับตัวเขานั้นใส่หน้ากากอยู่ อืมหน้ากาก? ไทม์ได้แต่คิดอย่างปวดหัว ทะเลทรายสีเทา บรรยากาศสดชื่น ? ร่างกายราวสัตว์ประหลาด สวมหน้ากาก

"นี่ถ้าเรามีรูกวงที่อกคงเป็นเจ้านั่นเลยสินะ ฮ่าๆ ๆ"


ไทม์กล่าวติดตลก แต่ก็ตลกได้ไม่นานนัก เมื่อลองสำรวจแล้วพบว่าร่างกายของเขานั้นมีรูกวงที่หน้าอก ชัดเลยนี่มัน... มันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่ตัวเขาเป็นอยู่นั่นก็คือ

"

เวรเอ้ยนี่ผมกลายเป็นฮอลโลว่ ซะงั้น..."

ความคิดเห็น