ยินดีต้อนรับทุกคนค่ะ เรื่องท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ายอมแล้ว เปิดให้อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ ฉบับนี้เป็นฉบับรีไรท์แล้วนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจจริง ๆ

เริ่มงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยแผนการ

ชื่อตอน : เริ่มงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยแผนการ

คำค้น : ท่านอ๋อง, จีน, จีนโบราณ, ฟิน, จิกหมอน, NC, พระเอกงานดี, รักเมีย, หลงเมีย

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ต.ค. 2561 00:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เริ่มงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยแผนการ
แบบอักษร


เริ่มงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยแผนการ

มู่เลี่ยงหรงเร่งฝีเท้าเพื่อไปให้ถึงงานเลี้ยงโดยเร็วที่สุด ต้องการที่จะพบอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายก่อนที่ฮ่องเต้จะเสด็จมาถึง

ขันทีน้อยผู้ทำหน้าที่นำทางในงาน ครั้นเห็นพระอนุชาก็รีบกุลีกุจอเชิญบุรุษผู้สูงศักดิ์ไปยังที่นั่งในกระโจมทันที บรรดาศักดิ์ชินอ๋อง** โต๊ะของมู่เลี่ยงหรงจึงถูกจัดให้อยู่ลำดับแรกในหมู่เชื้อพระวงศ์ถัดจากที่ประทับของฮ่องเต้

ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันทรงใส่พระทัยพระอนุชาคนโปรดเป็นอย่างยิ่ง ครั้นมู่เลี่ยงหรงมีอายุเพียงสิบสองชันษาก็ปรากฏชัดถึงความสามารถทั้งบุ๋นและบู๊ เริ่มอุทิศแรงกายแรงใจแบ่งเบาราชกิจ ท่านอ๋องน้อยมีวิริยะอุตสาหะเป็นอย่างมากจนเป็นที่รู้กันถึงความซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา เพียงไม่นานผลงานก็ประจักษ์ไร้ข้อกังขา บรรดาขุนนางทั้งหลายต่างยกย่องเชิดชูเขาอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

เวลาผ่านไปไวราวกับติดปีก ท่านอ๋องน้อยเติบใหญ่เป็นบุรุษผู้องอาจ ฮ่องเต้ทรงไว้วางพระทัยแต่งตั้งมู่เลี่ยงหรงเป็นฉินอ๋องในวัยยี่สิบชันษา พร้อมตำรงตำแหน่งผู้แทนพระองค์ มีหน้าที่หลักในการตรวจสอบเชื้อพระวงศ์ และขุนนางในราชสำนักอยู่ใต้คนผู้หนึ่ง แต่อยู่เหนือคนนับพัน

ด้วยบุคลิกจริงจังเคร่งขรึม ประกอบกับความเด็ดขาดในการลงโทษผู้กระทำผิดแบบไม่ไว้หน้าผู้ใดของเขา ทำให้เหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางน้อยใหญ่มิกล้าเสี่ยงกระทำการทุจริตกินสินบน ราษฎรทั้งหลายต่างพากันสรรเสริญฉินอ๋อง

มู่เลี่ยงหรงมองหาอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายถางซือเซินทันที เมื่อแลเห็นพระสหายก็ส่งสายตาพร้อมพยักหน้าหนึ่งทีเป็นสัญญาณ ถางซือเซินรู้งานรีบเดินไปหาผู้เป็นอ๋องในทันที

“กระหม่อมถางซือเซิน...คารวะท่านอ๋องพะยะค่ะ”

“ซือเซิน...ไม่ต้องมากพิธี ข้ามีเรื่องด่วนจะคุยกับเจ้า”

“ท่านอ๋องมีสิ่งใดให้กระหม่อมรับใช้”

“คุยตรงนี้คงจะไม่สะดวก เจ้าจงตามเรามา”

มู่เลี่ยงหรงเดินนำถางซือเซินไปไม่รอช้า ทั้งสองมุ่งหน้ามายังศาลากลางสวนซึ่งอยู่ห่างออกมาจากงานไม่ไกลนัก บุรุษทั้งคู่นั่งลงคนละฝั่งของโต๊ะหินกลางศาลา ท่านอ๋องผู้ร้อนใจไม่รอช้ารีบพูดธุระทันที เพราะใกล้เวลาฮ่องเต้เสด็จแล้ว

“เจ้าบอกเรามาเดี๋ยวนี้ว่าเหตุใดจึงแนะนำเยี่ยนเยว่ฉีมาให้?”

“ซือเซินเห็นว่านางเป็นสตรีที่เพียบพร้อมเหมาะสม”

“บังอาจ...เจ้ากล้ามุสาเปิ่นหวาง**” มู่เลี่ยงหรงเดือดดาล กระแทกฝ่ามือลงบนโต๊ะหินจนสั่นไหว เพลิงโทสะแทบจะแผดเผาถางซือเซินให้มอดไหม้ไปตรงนั้น น้ำเสียงก็เข้มขึ้นหลายส่วน เปลี่ยนสรรพนามแทนตัวอย่างผู้เป็นนายในทันที “ดูเจ้าอยากถูกเราสับร่าง...แล้วโยนให้ปลาในบ่อกิน”

“กระหม่อมมิบังอาจ ท่านอ๋องโปรดลดโทสะด้วย” ถางซือเซินไม่ชอบเลยเวลาที่มู่เลี่ยงหรงกดดันเขาด้วยสรรพนามแบบผู้ เป็นนาย เห็นทีต้องยอมถอยก้าวหนึ่ง มิเช่นนั้นก่อนที่แผนจะสำเร็จเขาคงต้องเป็นอาหารปลาอยู่ตรงนี้

“มิบังอาจ? แต่โกหกเราหน้าตาเฉย คงเห็นฉินอ๋องเป็นเด็กอมมือกระมัง” มู่เลี่ยงหรงยังคงประชดประชันอัครเสนาบดีต่อไป มาถึงป่านนี้ยังไม่ยอมรับว่ามีแผนการ ดวงตาคมเข้มยังคงฉายเพลิงโทสะแผดเผาคนตรงหน้า นึกอยากจะยกเท้าถีบพระสหายสักสองสามที

“กระหม่อมสำนึกผิดแล้ว...ท่านอ๋องปรีชายิ่ง” ถางซือเซินลอบปาดเหงื่อบนใบหน้า

“ปรีชาหรือ? เจ้าประจบประแจงทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าเราคิดอะไรอยู่ ความสามารถช่างล้นเหลือสมเป็นเพียงพอนข้างบัลลังก์เสียจริง” มู่เลี่ยงหรงหงุดหงิดขึ้นทุกขณะ การจะเปิดปากอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายไยต้องลำบากถึงเพียงนี้ นี่เขาไม่คิดจะพูดแบบตรงไปตรงมาบ้างหรือไร “พูดจุดประสงค์อันแท้จริงของเจ้ากับพระเชษฐามาเดี๋ยวนี้ หากไม่พูดเราจะไม่ให้ความร่วมมือใด ๆ อีก”

“ย่อมได้พะยะค่ะ” อัครเสนาบดีจอมเจ้าเล่ห์ทำยิ้มกริ่มอย่างไม่กลัวตาย “โอรสสวรรค์ต้องการผูกสัมพันธ์แม่ทัพใหญ่ให้แน่นแฟ้น ส่วนกระหม่อมเห็นนางงดงามหยาดฟ้ามาดิน เป็นสตรีในแบบที่ท่านอ๋องเคยกล่าวเอาไว้ว่าอยากได้เป็นพระชายา”

“ท่านอัครเสนาบดี...เราไม่ใช่พวกลุ่มหลงอิสตรี” มู่เลี่ยงหรงคิ้วกระตุก นี่เจ้าเพียงพอนเห็นเขาเป็นพวกมักมากหรืออย่างไร?

“แต่การได้พระชายาโฉมงามดั่งเทพธิดาก็ดีไม่ใช่หรือพะยะค่ะ?” ถางซือเซินยกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ผู้เป็นอ๋อง “ท่านอ๋องเห็นด้วยกับกระหม่อมสินะ”

‘ให้ตายสิ เจ้ามานั่งในใจข้าหรือไร? มู่เลี่ยงหรงรู้สึกหงุดหงิดที่ถูกรู้ทัน เขาไม่พูดอะไรอีก เพียงแต่เคาะนิ้วเรียวเป็นจังหวะลงบนโต๊ะหิน

ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นฉินอ๋องนั่งนิ่งไม่ยอมตอบรับใด ๆ อัครเสนาบดีจำต้องเปิดการสนทนานี้ต่อ หากมู่เลี่ยงหรงไม่ให้ความร่วมมือ เขาคงต้องถูกลงพระอาญาเป็นแน่

“ท่านอ๋อง อีกสักครู่ท่านก็จะได้พบนางแล้ว กระหม่อมรับประกัน นางคือหญิงที่งดงามที่สุดในเมืองหานจี อาจจะงามที่สุดในเมืองหลวงเสียด้วยซ้ำ”

“เราพบนางแล้ว”

เมื่อเห็นมู่เลี่ยงหรงปรายสายตาเย็นชาใส่ อัครเสนาบดีรู้สึกขนลุกขนชัน ‘หรือว่าฉินอ๋องจะไม่ชอบนาง?’ แต่ถางซือเซินต้องการถามให้มั่นใจ “แล้วท่านอ๋องคิดเห็นเป็นเช่นไรเล่า?”

“หากเสด็จพี่ทรงเห็นว่านางเหมาะสมกับเรา เช่นนั้นก็ทำตามพระประสงค์เถิด เพียงแต่เราไม่ยินดีที่เจ้าไม่พูดแบบตรงไปตรงมา ไม่คิดบางหรือว่ามันเสียเวลา” มู่เลี่ยงหรงหยุดเคาะนิ้วแล้ว เขาไม่มีทางยอมรับว่าที่ยินยอมทำตามแผนของพระเชษฐากับพระสหายเด็ดขาด ถึงแม้จะรู้สึกพึงใจในสตรีนางนั้นอยู่ไม่น้อย “นางเป็นศิษย์ของไป่หลงจิว เราคงต้องคอยจับตาดูทั้งหมดนี้เราทำเพื่อฮ่องเต้ทั้งสิ้น เจ้าอย่าได้คิดว่าเราเพียงต้องการกกกอดสตรีจนหน้ามืด”

เมื่อได้ยินคำตอบของมู่เลี่ยงหรงอัครเสนาบดีจอมวางแผนก็โล่งอก เห็นทีการปล่อยข่าวเรื่องคุณหนูเยี่ยนเป็นศิษย์ปรมาจารย์ขลุ่ยโลกันต์คงได้ผลแล้ว เขารู้นิสัยของท่านอ๋องผู้เป็นสหาย หากไม่คิดบังคับยัดเยียดก็ต้องคิดหาอุบายทำให้เรื่องส่วนตัวกลายเป็นเรื่องของบ้านเมืองไปเสีย เพียงเท่านี้บุรุษขี้ระแวงก็พร้อมจะกระโจนเข้ามาในหลุมพรางที่เขาขุดเอาไว้

“กระหม่อมยินดีรับใช้ท่านอ๋องพะยะค่ะ เพื่อฝ่าบาทและบ้านเมือง ซือเซินจะรีบไปดำเนินการตามที่ท่านอ๋องรับสั่งทันที”

“ดีมาก ซือเซินในราชสำนักมีไม่กี่คนที่เราไว้ใจ และหนึ่งในนั้นก็คือเจ้า”

“นั่นเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว ข้าออกจะรู้ใจท่านอ๋อง” ถางซือเซินยิ้มกว้าง

‘เชอะ! เอาความดีใส่ตัวได้ในที่สุด สมเป็นขุนนางเสียจริง’ ท่านอ๋องหนุ่มลอบด่าพระสหายในใจอย่างอดมิได้

มู่เลี่ยงหรงวางใจคลายโทสะ ปรับสีหน้าเป็นนิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาหยักมุมปากขึ้นเล็กน้อย บรรยากาศระหว่างทั้งสองกลับมาสมานฉันท์ดุจเดิมอีกครั้ง

“อ่อ...มีเรื่องให้เจ้าไปจัดการ ส่งจดหมายให้เยี่ยนเยว่ฉีไปรับขลุ่ยหยกคืนที่อุทยานตะวันออก เรามีเรื่องที่ต้องตรวจสอบด้วยตนเอง”

“ท่านอ๋องโปรดวางใจ”

ทั้งสองเดินกลับเข้าไปในกระโจมจัดงานอย่างไม่รีบไม่ร้อน ต่างคนต่างเดินไปนั่งประจำที่ของตนเอง ต่างรู้สึกยินดีที่แผนการทั้งหลายเป็นไปตามที่ต้องการ

แต่นาทีนี้คงไม่มีใครมีความสุขเท่าอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย นอกจากจะหาพระชายาโฉมงามให้ท่านอ๋องได้แล้ว งานที่ฮ่องเต้ทรงมอบหมายก็ถือว่าสำเร็จ คนที่ฉลาดละเอียดรอบคอบอย่างฉินอ๋องย่อมต้องจับตามองตระกูลเยี่ยนอย่างไม่วางตา

กาลเวลาเปลี่ยนใจคนหรือจะไม่เปลี่ยน เช่นนี้แล้วเยี่ยนเยว่ฉีก็เหมือนหลักประกันชั้นดี ท่านแม่ทัพใหญ่ก็รักบุตรสาวยิ่งชีวิต เช่นนั้นแล้วย่อมต้องเอาใจวางไว้ข้างบัลลังก์อย่างแน่นอน เพียงเท่านี้ฮ่องเต้ย่อมทรงพอพระทัย เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว ‘ท่านอ๋องเพื่อการใหญ่ในวันหน้า...ท่านอาจจะต้องเหนื่อยสักหน่อยล่ะนะ’

กระโจมงานเลี้ยงชมดอกเหมย

“ฮ่องเต้เสด็จแล้ว” หลิวกงกงเดินเข้ามาในกระโจมจัดเลี้ยง แล้วเปล่งเสียงอันดัง บรรดาแขกเหรื่อก็ยืนขึ้นเตรียมต้อนรับองค์ประธานในพิธี

ฮ่องเต้มู่เหวินหลงเป็นบุรุษรูปโฉมงามสง่า กล่าวได้ว่ามีราศีของโอรสสวรรค์อยู่อย่างเต็มเปี่ยม เมื่อมองพระพักตร์จะพบว่าทรงมีรูปลักษณ์คล้ายคลึงฉินอ๋องอยู่สามส่วน แต่ไม่ทรงเย็นชาเท่า แม้พระองค์มักจะแย้มพระสรวลอยู่บ่อยครั้ง พระพักตร์เปี่ยมด้วยพระเมตตา แต่ความน่าเกรงขามก็ไม่ได้ลดลง พระเนตรคมกริบคู่นั้นก็เหมือนจะมองทะลุถึงใจคน แผ่รังสีกดดันรอบพระวรกาย ทำให้บรรดาขุนนางทั้งหลายมิกล้าเสี่ยงแตะเกล็ดย้อนของมังกร**

ฮ่องเต้มู่เหวินหลงฉลองพระองค์สีทองอร่าม ปักลวดลายมังกรเก้าตัวโลดแล่นอยู่เหนือระลอกน้ำรอบชายชุดคลุม ทุกฝีเข็มช่างหลวงออกแบบด้วยความพิถีพิถัน แลดูงดงามล้ำค่าสมเป็นฉลองพระองค์ของโอรสสวรรค์

ฮ่องเต้เสด็จมาพร้อมกับฮองเฮา ไทเฮา และพระสนมเอก พระองค์ค่อย ๆ พระดำเนินผ่านบรรดาเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง และคนในครอบครัวที่ได้รับสิทธิ์ร่วมงานไปยังตำแหน่งประธานของกระโจมจัดเลี้ยง เมื่อทรงประทับลงบนตำแหน่งประธานเรียบร้อยแล้ว บรรดาแขกเหรื่อก็กล่าวถวายพระพรโดยพร้อมเพรียง

“ขอฮ่องเต้ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี”

ฮ่องเต้ทรงอนุญาตให้ทุกคนลุกขึ้นได้ จากนั้นเปล่งสุรเสียงประกาศเริ่มงานเลี้ยงทันที เสียงดนตรีเริ่มประโคมบรรเลงบทเพลงสำหรับการแสง นางระบำชุดแรกก็วิ่งออกมาร่ายรำอย่างงดงาม สร้างความสุขสำราญอย่างเต็มที่ นางกำนัลทยอยยกสุราชั้นดีกับอาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากเข้ามาภายในงาน

เมื่อถึงเวลานี้ก็จะสามารถมองเห็นได้ว่าใครนั่งอยู่ตรงไหนบ้าง ที่นั่งของแขกถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งแยกชายหญิง มีลานแสดงกั้นอยู่ตรงกลาง บริเวณฝั่งของสตรีจะมีผ้าโปร่งบาง ๆ ลงมาบดบังสายตา แต่ก็พอให้เหล่าบุรุษได้ยลโฉมของเหล่าสตรีทั้งหลาย ทั้งชายหญิงต่างหาผู้ที่ตนพึงใจโดยใช้สายตาส่งประสานเชื่อมสัมพันธ์ หากบิดามารดาเห็นด้วยก็ส่งแม่สื่อไปทาบทามสู่ขอตามประเพณี

มู่เลี่ยงหรงจิบสุราอย่างใจเย็น มีขุนนางมาขอคารวะสุรามากมาย เขาพันจอกไม่เมาหน้าไม่เปลี่ยนสี แต่วันนี้ไม่อยากดื่มจนเสียเรื่อง สุดท้ายจึงแผ่รังสีเย็นเยียบไปรอบกาย ส่งผลให้บรรดาขุนนางหยุดเข้ามาที่โต๊ะทันที เมื่อไล่บุคคลน่ารำคาญเหล่านี้ไปได้แล้ว ชายหนุ่มก็นั่งนับเวลารอให้สตรีในห้วงคำนึงได้รับจดหมาย

เยี่ยนเยว่ฉีสีหน้าไม่ดีนัก เพราะทำขลุ่ยพริ้วพรายหายไปงานเลี้ยงเริ่มแล้ว การแสดงก็ดำเนินไปเรื่อยๆ โชคดีที่นางอยู่ลำดับสุดท้ายของรายชื่อ หญิงสาวได้แต่นั่งรอซูจิ้งหาขลุ่ยหยกกลับมา นางชำเลืองมองไปทางเข้ากระโจมครั้งแล้วครั้งเล่า

หญิงสาวจิบน้ำชาลงไปอีกหลายอึก ความกระวนกระวายทำให้ความอยากอาหารหายไปสิ้น ขณะนั้นเองนางกำนัลผู้หนึ่งแอบยื่นจดหมายให้อย่างเงียบๆ แล้วหันหลังจากไปทันทีโดยไม่กล่าวอะไร เยี่ยนเยว่ฉีคลี่กระดาษเปิดอ่านทันที

ขลุ่ยพริ้วพรายงดงามล้ำค่า ปรารถนาจักคืนสู่ผู้เป็นเจ้าของอีกครา

จงมาพบข้าที่ภูเขาจำลองของอุทยานฝั่งตะวันออกเพียงผู้เดียว

คนงามพลิกจดหมายไปมาแต่ก็ไม่พบสิ่งใดเขียนไว้อีก นางลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าจะออกไปตามนัดดีหรือไม่ ในใจก็รู้สึกหวาดระแวงอยู่ไม่น้อย แต่ที่นี่คือวังหลวงจึงคิดว่าไม่น่าจะมีคนร้ายได้ ผู้ที่เก็บขลุ่ยของนางได้อาจจะมิใช่ผู้ที่ได้รับเชิญในงานเลี้ยง ด้วยเหตุนี้กระมังจึงต้องนัดให้ไปรับคืนในบริเวณอื่น

ในที่สุดหญิงสาวก็ตัดสินใจก้าวเดินออกไปจากงานอย่างเชื่องช้า ด้วยความใจร้อนอยากได้ขลุ่ยหยกคืนโดยเร็วพอก้าวขาออกจากงานเลี้ยงเท่านั้น นางก็รีบวิ่งจนอาภรณ์สีชมพูสะบัดพลิ้ว เป้าหมายคืออุทยานตะวันออก

เยี่ยนเยว่ฉีใช้เวลาไม่ถึงครึ่งเค่อก็มาถึงภูเขาจำลองขนาดใหญ่ พาร่างระหงสมส่วนเข้าไปภายในอย่างรีบร้อน นัยน์ตาดอกท้อ  สอดส่ายหาเจ้าของจดหมาย เมื่อไม่พบผู้ใดก็ตัดสินใจเดินลึกเข้าไปตามเส้นทางอันคดเคี้ยว

ภูเขาจำลองของวังหลวงช่างใหญ่โตกว่าที่คิด เยี่ยนเยว่ฉีเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า นางทั้งเดินทั้งวิ่งจนมาถึงน้ำตกจำลองอันสวยงาม ทันใดนั่นเอง...หญิงสาวเหลือบเห็นเงาของคนผู้หนึ่งหายเข้าไปตรงทางเขาถ้ำใต้น้ำตก คนงามรู้สึกลังเลที่จะตามเข้าไป แต่หากเป็นคนที่พบ  ขลุ่ยหยกของนางเล่า?

เยี่ยนเยว่ฉีสูดหายใจลึกเพื่อเรียกความกล้า แล้วจึงเดินเข้าไปใต้น้ำตกอย่างช้าๆ มองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง เมื่อเข้ามาถึงภายในถ้ำหลังน้ำตกก็ปรากฏภาพของบุรุษในชุดคลุมชินอ๋องสีดำยืนหันหลังอยู่

‘นั่นมันฉินอ๋อง มู่เลี่ยงหรง’ เยี่ยนเยว่ฉีรู้สึกได้ถึงเสียงของหัวใจที่เต้นระรัว

**********************

**ชินอ๋อง คือ ตำแหน่งเชื้อพระวงศ์ชายลำดับที่1 เป็นรองเพียงฮ่องเต้และองค์ไท่จื่อ (รัชทายาท) /ตำแหน่งอ๋องแบ่งออกเป็น 4 ลำดับขั้น ได้แก่ ชินอ๋อง จวิ้นอ๋อง เป่ยเล่อ เป่ยจือ ตามลำดับ

**เปิ่นหวาง แปลว่าข้าผู้เป็นอ๋อง ใช้เป็นคำเรียกแทนตัวขององค์ชาย

**เกล็ดย้อนของมังกร คือ ตามตำนานของจีนเชื่อว่ามังกรมีเกล็ดย้อนอยู่เกล็ดหนึ่งหากไปสัมผัสเข้าจะทำให้มังกรคลุ้มคลั่ง มักใช้เปรียบกับการไม่กล้าล่วงเกินฮ่องเต้ให้ทรงกริ้ว เพราะอาจจะถูกลงพระอาญาอย่างหนัก


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว