เป็นกำลังใจและแชร์ให้เทคนิยายให้เทคด้วยน้าาา รักเทค ก็อยู่กับเทคนานๆๆๆๆ ห้ามทิ้งกันไปไหนน้าาาา

ตอนที่ 2 สัตว์ร้ายที่ต้องสั่งสอน

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 สัตว์ร้ายที่ต้องสั่งสอน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2564 19:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 สัตว์ร้ายที่ต้องสั่งสอน
แบบอักษร

ตอนที่ 2 สัตว์ร้ายที่ต้องสั่งสอน

ชีวิตของไอ้รอดมันบัดซบมาตั้งแต่เด็ก หรืออาจจะบัดซบมาตั้งแต่เกิดด้วยซ้ำ พอเกิดมาได้ไม่เกินสามวันด้วยซ้ำมันก็ถูกทิ้งลงข้างถังขยะข้างบ้านเศรษฐี โชคดีที่มีคนไปเจอซะก่อน มันจึงรอดมาได้ ไม่แหกปากร้องโวยตายไปซะก่อน ความจริงแล้วมันน่าจะเกิดมาที่บ้านใหญ่โต ต่อให้ไม่เป็นลูกบุญธรรมบ้านเศรษฐีแต่อย่างน้อยก็ได้เป็นเด็กรับใช้ มีที่อยู่ที่กิน ไม่ต้องหนีหัวซุกหัวซุน

อาจเป็นเพราะโชคไม่ค่อยเข้าข้างมันเท่าไหร่ ตาแก่ขับซาเล้งเก็บขยะที่ชื่อลุงเรืองดันมาพบเข้าซะก่อน จึงได้เอามาเลี้ยงเป็นลูก และเพราะว่ามันรอดมาได้ทั้งที่มีบาดแผลเต็มตัวนี่แหละ มันถึงถูกตั้งชื่อว่าไอ้รอด

ชีวิตของไอ้รอดที่น่าจะดีกลับพลิกผันไปเป็นหลังตีน มันไม่ได้อยู่อย่างสบาย มีชีวิตอดๆ ยากๆ อาศัยหาขยะไปขายได้เงินมาแค่ไม่กี่สิบบาทก็ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องถึงสองคน หากบางวันหาขยะไม่ได้ก็ต้องไปขอข้าววัดกินประทังชีวิต ไอ้รอดมันเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิต มันปากกัดตีนถีบ ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดสมชื่อ หนังสือหนังหาก็ไม่ได้เรียนเหมือนอย่างคนอื่นเขา อย่างดีก็แค่ ป.6 มันยังคิดว่าตัวเองโชคดีด้วยซ้ำที่เรียนจบมาได้โดยสวัสดิ์ภาพ ไม่ถูกโรงเรียนไล่ออกกลางคันเพราะไม่มีเงิน อย่างน้อยตาเรืองก็ยังสามารถหาเงินมาจ่ายค่าเทอมในแต่ละเทอมให้ได้

ทว่าการศึกษาของมันก็ได้แค่นั้น คนจนมันไม่มีทางเลือกมากนัก และไอ้รอดก็ดันไม่อยากเป็นคนดี สิ่งที่มันชอบคือเงิน และมันก็พร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา

เส้นทางของมันก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ลักเล็กขโมยน้อยก็ทำบ่อย ต้องขอบคุณพี่ชายบ้านข้างๆ ที่ดันสอนวิชาให้หมดจด จนทำให้มีวิชาติดตัว บางครั้งมันขี้เกียจทำงานก็ไปลักเล็กขโมยน้อย ถูกนำตัวส่งตำรวจก็ตั้งหลายครั้ง จนเรียกได้ว่าที่โรงพักแทบจะเป็นบ้านหลังที่สองคนมันอยู่แล้ว

และด้วยความเบื่อหน่ายที่ต้องถูกดุด่าเป็นทุนเดิม มันขี้เกียจไปขึ้นโรงพักบ่อยๆ จึงเปลี่ยนวิธีการทำมาหากิน ไม่ไปปีนเอาตามบ้านพวกผู้ดีมีเงิน แต่กลับเลือกเป้าหมายที่กำลังเดินอยู่ คนสมัยนี้ระมัดระวังตัวไม่มาก ชอบทำแต่สังคมก้มหน้า พอสบโอกาสมันก็วิ่งราว อาศัยความชำนาญของพื้นที่ทำให้หนีรอดมาได้ทุกครั้ง ชีวิตสมัยเด็กของมันนับตั้งแต่โตมาได้อายุยี่สิบห้า เรียกได้ว่ามีแต่เรื่องดีๆ ด้วยกันทั้งนั้น คนที่รู้จักบางยังถึงขนาดเบือนหน้าหนีเมื่อได้ยินกิติศักดิ์ของมัน

ไอ้รอดกลายเป็นเด็กส่งยาตั้งแต่อายุสิบสอง มันเรียนรู้ว่าการหาเงินเร็วไม่จำเป็นต้องวิ่งหนีให้เหนื่อย แค่อาศัยความรอบคอบและฝีเท้าที่ไว และมันก็ใช้ชีวิตกับการเป็นเด็กส่งยาประมาณสามปีก็เกิดเรื่อง ตอนที่ไอ้รอดอายุสิบหกเกิดถูกจับได้ มันถูกส่งเข้าไปมนโรงเรียนดันสันดารถึงสองปี พอออกมาด้วยกำพืดและนิสัยเดิม แทนที่มันจะเช็ดหลาบ แค่กลับเลือกที่จะกระทำผิดเหมือนเดิม จนแล้วจนรอดมันก็ถูกจับอีกครั้งตอนอายุยี่สิบ แต่คราวนี้มันกลับเข้าไปอยู่ในซังเตถึงสองปี พอออกมาได้ไม่เท่าไหร่ลุงเรืองก็ป่วยอยู่ทุกวัน เงินที่มีก็ร่อนหรอบงไปทุกขณะ เดิมทีไอ้รอดมันมีชนักติดหลังอยู่ จึงไม่คิดที่จะทำอะไรให้เตะตาตำรวจ เลยคิดอยากลองทำงานสุจนริต ผลปรากฏว่าก็ไปไม่รอด ค่าหมอมันแพง มันต้องการเงินไปรักษา ต่อให้ลุงเรืองไม่ใช่พ่อแท้ๆ มันก็รักเหมือนพ่อ

ไอ้รอดใช้ชีวิตเป็นเดนสังคม ถูกคนตราหน้าว่าเลวก็ไม่สะทกสะท้าน สิ่งเดียวที่ทำให้หวั่นไหวมีเพียงแค่น้ำตาจากลุงแก่ๆ ที่ใกล้ตาย ทนทางเลือกสุดท้ายที่มันจะทำคือการเป็นคนส่งยาล็อตใหญ่ และมันก็พลาด มันถูกตามล่าจนต้องหนีเอาตัวรอดขนาดนี้

แล้วทำไมถึงถูกพันธนาการ...

มันจำได้ว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ในบ้านเศรษฐีที่บังเอิญมันไปจับเป็นตัวประกัน แต่มันกลับจำแทบไม่ได้ว่าพูดอะไรกันบ้าง และก็จำไม่ได้แล้วว่าทำไมตนเองต้องมาอยู่ในสภาพอย่างนี้ ไอ้รอดตั้งท่าจะดิ้น มันอยากหลุดให้พ้นจากพันธนาการ อยากเป็นอิสระ ทว่ากลับไม่ขยับย่างใจคิด ทั้งแขนและขาหรืออาจะเป็นทั้งร่างกายด้วยซ้ำ

บัดซบ!

เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมามันเป็นเหมือนกับคนพิการ

“อยู่เฉยๆ นะ มันจะดีขึ้น”

น้ำเสียงคุ้นหูบอกกับเขา มันดูคุ้นชินอย่างน่าประหลาด ไอ้รอดพยายามลืมตาขึ้นมาดูก็ว่าเปลือกตาทั้งสองข้างของมันหนักอึ้ง

“รอด”

อีกฝ่ายเรียกชื่อของเขา

ต่อให้ถูกเรียกขานก็ยังคงไม่ได้สติ สติของมันมี เพียงแค่ว่าถูกลิดรอนไปเกือบหมด ไอ้รอดที่รับรู้โดยสัญชาตญาณว่าตนเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ชอบมาพากลก็กัดริมฝีปากสีเข้ม และความเจ็บนั้นเองทำให้มันถึงกับเริ่มได้สติ ทันทีที่มันลืมตาขึ้นสิ่งแรกที่เห็นคือความพร่าเบลออยู่บ้าง ทว่าพอเริ่มมองเห็นก็เพ่งตาจนเกือบจะถลนออกมานอกเบ้า

ไอ้หน้าขาว!

“สัส!”

น้ำเสียงแหบพร่าด่าทออีกฝ่ายทันที

อติรุจหัวเราะขบขัน สำหรับเขาผู้ชายตรงหน้าก็เหมือนกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งออกจากป่าและยังเลี้ยงไม่เชื่องโดยทันที

“มึงจะทำอะไร!”

“เซ็กส์” อติรุจตอบหน้าตาย

ทีแรกก็หลงคิดไปว่ารอดจะจัดการยาก แต่ที่ไหนได้กลับผิดคาด หรือาจเป็นรอดเองที่ประมาดคนแปลกหน้าที่ดูเหมือนไม่มีทางสู้มากเกินไป ตอนที่ถูกสายตาคมจับจ้องทุกกิริยาบทเพราะต้องการสำรวจว่าจะวางยาอะไรหรือเปล่า แน่นอนว่าอติรุจไม่ได้ทำ เขาไม่ได้คิดวางยาอะไรทั้งนั้น

พอหลังจากที่เขาเชิญชวนรอดให้ขึ้นมาบนห้องนอน เมื่อประตูถูกปิดลงก็เท่ากับว่าอิสรภาพของอาคันตุกะที่ถูกเชื้อเชิญถูกปิดกั้น เขาจัดการร่างที่ใหญ่กว่าให้สลบ ที่ต้องทำก็เพื่อลดการเสียกำลังของตัวเอง ทันทีที่ร่างใหญ่ทรุดฮวบลงพื้น หัวใจของอติรุจก็พองโตไปด้วยความตื่นเต้น ไม่ใช่เพราะว่ากลัวจะถูกทำร้าย คนที่ควรน่าจะกลัวควรเป็นคนตรงหน้าเขามากกว่า

อติรุจยอมรับว่าเขาถูกใจใบหน้าของรอด เรียกได้ว่าถูกใจตั้งแต่แรกเห็นด้วยซ้ำ ผิวคมเข้มรับกับใบหน้าคมคาย ไม่ว่าจะมองยังไงก็ดูดี

มันตรงสเป็กส์เขามาก

พอเห็นแล้วหัวใจก็พองโต

เขาอยากได้ อยากให้ผู้ชายผิวเข้มมาอยู่ใต้ร่างเขา อยากได้ริมฝีปากสีเข้มเพราะสูบบุหรี่จัดร้องครวญครางเรียกชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน้ำเสียงแหบแห้งกันไปข้าง จนแทบเนื้อเต้นกันเลยทีเดียว มันอาจเป็นความชอบ หรืออาจเป็นรสนิยมส่วนตัว ตอนที่อยู่ในรถ อติรุจพยายามไม่มองมากเกินไป ด้วยเกรงว่าจะทำให้ตื่นกลัวจนหนีไปซะก่อน เขาฉลาดมากพอที่จะตะล่อมและหลอกล่อให้มาอยู่ในรัง ด้วยนิสัยของรอดที่ค่อนข้างห่าม อติรุจไม่ชอบที่จะวิ่งเล่นไล่จับเท่าไหร่ จึงต้องอาศัยตัวช่วยและแผนการนิดๆ หน่อยเท่านั้น

“มึงหลอกกู!”

ใบหน้าคมคายดูเกรี้ยวกราด น่ารักซะจริง...

“เปล่า ไม่ได้หลอก”

สิ่งที่เขาพูดกับรอดเป็นความจริงทุกอย่าง ไม่ได้มีผิดเพี้ยนไปสักนิด เพียงแค่ว่ามีจุดประสงค์ร้าย แต่ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี

ไอ้รอดมันเริ่มได้สติแล้ว มันพยายามดิ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย เมื่อมองไปที่ข้อมือตัวเองก็พบว่ามือของมันกำลังถูกจับล่ามโซ่เอาไว้

“กูจะฆ่ามึง!” ไอ้รอดมาดมั่นเอาไว้แล้ว

อติรุจยังไม่ได้ถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก ของรอดก็ด้วย เขารอให้ร่างใหญ่กว่าฟื้นคืนสติ มันดูเร้าใจและตื่นเต้นดี มือขาวค่อยๆ เคลื่อนมาปลดกระดุมตรงแผงคอ ใช้เพียงแค่มือก็หลุดออกมาจนหมด เผยให้เห็นผิวขาวที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้า จากนั้นก็ปลดกระดุมตรงข้อมือทั้งสองข้างของข้าง ทำทุกอย่างด้วยความยืดยาดและเชื่องช้า จนคนมองถึงกับสะพรึง

"อย่าให้กูหลุดไปได้นะมึง ไอ้เหี้ย!"

คำหยาบคายถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากเข้ม ไอ้รอดมันกำลังมองคนตรงหน้าเหมือนมัจจุราชที่มาเยือน มันไม่ได้กลัว แต่มันรังเกียจและเกลียด มันไม่อยากยอมรับว่าเป็นตัวเองที่โง่ คิดตื้นเกินไปว่าลูกคุณหนูที่ร่ำรวยจะไม่ทีพิษภัย ความโกรธที่พุ่งทะลุอก จึงส่งผลให้พละกำลังเริ่มกลับมาด้วย มันรอดูจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังก้าวเข้าหา ก่อนใช้เท้าเตะไปที่กลางลำตัว

อติรุจกระเด็นไปอีกทาง หน้าท้องขาวเริ่มขึ้นสีระเรื่อ เมื่อสักครู่เขาประมาทคนตรงหน้ามากเกินไป จึงทำให้ได้รับบาดเจ็บนิดหน่อย แววตาคมเฉียบมองคนที่ดูไม่ยอมแพ้

"ทีแรกก็ตั้งใจไว้ว่าจะดีด้วย แต่ผมลืมไปว่ารอดเป็นสัตว์ป่า" สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม

อติรุจใช้ร่างกายที่คล่องแคล่วของตัวเองตะครุบไม่ให้สัตว์ร้ายดิ้นรน ต่อให้ร่างกายของรอดแข็งแรงขนาดไหน ทว่าก็ยังอ่อนแรงอยู่ จึงไม่อาจต่อกรกับคนที่ทำตัวเป็นนายพราน

หนุ่มวัยยี่สิบห้าส่งหมัดหนักกเข้าที่ใบหน้าของหนุ่มผิวสีสองสามครั้งก็หยุดมือ จากนั้นก็เลื่อนสายตาลงไปใต้คาง สองมือประสานบีบบนลำคอเบาๆ ไม่นานเท่าไหร่คนดิ้นรนก็เริ่มหน้าเขียว สีหน้าดูทรมานเพราะช่องลมหายใจถูกปิดกั้น และก่อนที่ร่างหนาจะสิ้นสติ ชายหนุ่มผิวขาวก็ละมือออก แล้วเพื่อเป็นการแสดงความยุติธรรมกับเหยื่อจึงได้ปลดปล่อยให้เป็นอิสระ

ไอ้รอดที่ยังพอมีพละกำลังก็จัดการประเคนหมัดหนักใส่ไอ้หน้าขาวตรงหน้า มันถูกกระทำอย่างเจ็บแสบ จนต้องเอาคืนให้สาสม

อติรุจถูกกระแทกเข้ากลางลำตัวประมาณสองครั้ง แต่ละครั้งก็หมัดหนักใช่ย่อย เมื่อเห็นว่ากำลังจะมีครั้งที่สามอติรุจก็ใช้ความว่องไวของตัวเอง กระทุ้งเข่าเข้าตรงกลางลำตัวทันที รอดที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็เจ็บหนัก ตัวของมันงอเป็นกุ้งดูน่าสงสาร และอติรุจก็ไม่รอให้รอดตั้งตัว เขาจัดการกับสัตว์ร้ายที่ยังไม่เชื่องหลายครั้ง และก็เน้นไปตรงที่ลำตัวมากกว่า ยิ่งเห็นว่าร่างใหญ่กว่าดิ้นพล่านเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตื่นเต้น และถึงแม้ว่าทุกครั้งที่เขาทำรุนแรง ก็ไม่ได้ยินเสียงร้องสักนิด

รอดถูกใจเขามาก...มากจริงๆ

อติรุจพ่นลมหายใจแผ่ว เขาหยุดตัวเองไม่ให้ทำร้ายคนบาดเจ็บไปมากกว่านี้ ก่อนนั่งยองแล้วจับกระชากกลุ่มผมสีดำเต็มไม้เต็มมือ เพื่อบังคับให้นัยน์ตาคู่สีเข้มเงยหน้าขึ้นมองตน คนตรงหน้ากลายเป็นหมาโดนทำร้ายแล้ว

"นายสู้ฉันไม่ได้"

อติรุจไม่ได้เรียกแทนตัวเองว่าผม แต่เขากลับเรียกว่าฉัน นั่นหมายถึงการแสดงว่าเป็นคนอ่อนแอได้สิ้นสุดลงแล้วเช่นกัน

ไอ้รอดมันไม่ยอมจำนน ดวงตาเกรี้ยวโกรธมองอย่างเอาเรื่อง จากนั้นก็ถ่มน้ำลายใส่หน้าเพื่อเป็นการประกาศว่ามันไม่ยอมแพ้

อติรุจลูบหยดน้ำสีขาวนั้นถูกพ่นไปโดนแก้มด้านซ้าย เขาจับมันอย่างเชื่องช้า แสดงท่าทีว่าไม่รังเกียจ และเสี่ยววินาทีนั้นก็พลันเปลี่ยน พร้อมกับร่างกายของรงคนตรงหน้าเริ่มเจ็บตัวอีกครั้ง

อติรุจชอบใบหน้าของรอด เขาจึงไม่ลงมือส่วนั้นเลยนอกจากร่างกาย และขณะนี้กายผิวสีก็มีแต่รอยเขียวช้ำ

"กูจะฆ่ามึง!"

ชายหนุ่มผิวขาวขบขัน

"รอดจากตรงนี้ให้ได้ก่อน"

เขาพูดขึ้นพลางละตัวออกมา แล้วมองไปยังช่วงกลางลำตัวของของอีกฝ่ายที่ขณะนี้ยังดูสงบอยู่ เพื่อจัดการอะไรให้มันง่ายขึ้น ในเมื่อรอดเป็นฝ่ายแพ้ เขาก็แค่ทำตามความต้องการของตัวเอง จึงจัดการมัดสัตว์ป่าดุร้ายที่ยังไม่เชื่อง อิสรภาพของรอดก็ลิดรอนหายไปเช่นกัน

"เคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่า"

เขาถามผู้ชายผิวเข้มตรงหน้า ลูบไล้เรือนกายกำยำ  ริมฝีปากแห้งผาก แสดงความต้องการอย่างล้นพ้น ผิวกายเข้มตรงหน้าสั่นไหวก็แทบอดใจไม่ไหว

“มึงคิดจะทำอะไร!” ไอ้รอดถามอีกครั้ง

ชายหนุ่มรูปร่างกำยำ เนื้อตัวมีมัดกล้ามสวย มันไม่ได้เกิดจากการออกกำลังกายหรือการดูแลตัวเองอย่างดี แต่มันเกิดจากการทำงานหนัก และเมื่อต้องทำงานหนักก็ทำให้มีกล้ามอย่างช่วยไม่ได้ ผิวสีนำผึ้งดูเนียนเรียบจนแทบไม่เห็นรอยด่าง นอกจากรอยแผลที่อยู่บนตัว บางแห่งมันมีติดตัวมาอยู่แล้ว แต่บางแห่งมันเพิ่งเกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์

“ซ้อมนายไง”

ชายหนุ่มใบหน้าขาวดูสะอาด สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ยิ่งทำให้ผิวของเขาดูสว่างสดใส ทว่าผิดกับท่าทีลิบลับ ริมฝีปากสีอ่อนคลี่ยิ้มสวย แลทำให้ดูใจดี

“อย่าให้กูหลุดไปได้นะมึง!”

ผู้ถูกพันธนาการกัดฟันกรอด เขาจ้องมองคนตรงหน้าด้วยแววตาเคียดแค้นราวกับว่าโกรธเกลียดกันมาถึงสิบชาติเต็มประดา ทั้งที่ความจริงแล้วเขาเพิ่งรู้จักเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่กับถูกทำเอาไว้แสบสันต์มากนัก จนความแค้นที่มีมันแทบทะลุอกออกมา

“ก่อนที่จะหลุดไปได้ รอดจากตรงนี้ให้ได้ก่อนเถอะ”

ชายหนุ่มผิวขาวไม่พูดเปล่า แต่กลับเตะอัดเข้าไปที่กลางลำตัวของคนถูกจับมัดตรงหน้า ใช้แรงเหวี่ยงจัดการเตะเข้าหน้าท้องอย่างจัง จากนั้นก็เคลื่อนฝ่ายเท้ามาที่จุดกลางลำตัว เขาใช้แรงตรงปลายขานิดหน่อย เพื่อทำให้อีกคนรู้ว่าหากยังขยับมาก กล่องดวงใจที่ติดตัวอยู่เพียงอันเดียวคงไม่เหลือแน่ และดูเหมือนว่ามันจะได้ผลด้วยซ้ำ เมื่อร่างผิวเข้มตรงหน้าหยุดนิ่ง ทว่าดวงตายังคงแสดงความไม่ยอมแพ้

ดี...ดื้อด้านและเลี้ยงยากขนาดนี้เขาชอบ

นอกจากร่างกายที่เขาติดใจแล้วก็ยังมีอีกอย่าง คือการที่อีกฝ่ายทนมือทนเท้าเขา ขนาดซ้อมจนร่างกายสะบักสะบอมขนาดนี้แต่ก็ยังมีแรงกายเหลือเฟือ

“สัส!”

ผัวะ***!***

คนดื้อด้านยังต้องได้รับการอบรม

สัตว์ร้ายก็ต้องสั่งสอนให้เชื่อง

ริมฝีปากของเขาแห้งกรัก ยามที่เห็นคนผิวเข้มต่อต้านก็ยิ่งทำให้เขาเริ่มรู้สึกถึงความต้องการที่ล้นพ้น กายโปร่งจัดการถอดเสื้อของตัวเองออก

“ไปตายซะมึง!”

เขาหัวเราะขบขันให้กับคนตรงหน้า ที่ตอนนี้สู้ไม่ได้แต่ยังปากดี

“ได้ตายแน่...ตายคาอกนะ”

"สัส! ปล่อยกู!"

ไอ้รอดเคยเป็นผู้ล่า แต่กลับตกเป็นเหยื่ออย่างไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามือทั้งสองข้างสั่นระริก นึกอยากจัดการคนตรงหน้าเต็มประดา ทว่าเขาไม่อาจทำอย่างนั้นได้ ในเมื่อถูกพันธนาการเอาไว้ มันดิ้นพล่านยิ่งกว่าครั้งแรก

“เวลาของนายหมดแล้ว ฉันให้โอกาสนายหนีแล้ว แต่นายหนีไม่ได้เอง”

อติรุจกล่าว เขาไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ ที่เขาปลดพันธนาการรอด ก็เพราะอยากให้โอกาสเจ้าตัวได้หนีจากปีศาจอย่างเขา แต่ในเมื่อหนีไม่ได้ก็แค่ถูกจับมาล่ามเอาไว้อีกรอบแค่นั้นเอง

“ส้นตีนเหอะมึง!”

ไอ้รอดพ้นคำหยาบคายใส่ มันสั่นไหวเมื่อของรักกำลังตกอยู่ในอันตราย ไอ้รอดรู้สึกถึงแรงเหยียบที่มากกว่าเดิม มันไม่กล้าที่จะดิ้นมากกว่านี้ ด้วยกลัวว่าหากพลาดพลั้งไปของรักของหวงจะเจ็บตัว

“ใหญ่ดี”

อติรุจชอบ...

มันใหญ่และสามารถเติมเต็มความต้องการของเขาได้

“มึงจะเอาอะไรกับกู” สีหน้าสะพรึงถาม ทั้งที่มันก็รู้

“อยากเอา เอาได้ไหม”

ไอ้รอดนึกขบขัน มันไม่ได้ผิดแผกไปจากสิ่งที่เขาคิดเอาไว้สักนิด และมันน่าจะดีกว่านี้หากเป็นเขาที่เป็นฝ่ายคุมเกม ไม่ใช่ไอ้หน้าขาวตรงหน้า

“กูไม่ให้มึงเอา ถ้ามึงจะเอากู มึงข้ามศพกูไปก่อนเถอะ!” มันประกาศสิ่งที่ตัวเองคิด มันไม่ยอมให้ไอ้ส่วนนั้นมาเสียบก้นกันได้ง่ายๆ

“แต่ฉันอยากเสียบ” อติรุจยิ้มกว้าง รอยยิ้มนั้นช่างดูบริสุทธิ์

ไอ้รอดกัดฟัน มันนึกอยากฉีกกระชากหน้ากากจอมปลอมนั้นทิ้งเต็มประดา หากเขาไม่จักมาก่อนก็คงคิดว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ชายเรียบร้อยที่อ่อนต่อโลก แต่ที่ไหนได้กลับเป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม

“ไม่ต้องแปลกใจไปหรอกน่า”

อติรุจเคลื่อนกายทาบทับ เขาจับขาของรอดไม่ให้ดิ้นไปมากกว่านี้ ถึงรอดจะพยายามหนีจากเขาเท่าไหร่ก็ทำได้เพียงแค่ดิ้นเป็นปลากระที่กำลังจะขาดใจตาย และเพื่อกันไม่ให้คนผิวเข้มมีฤทธิ์เดชไปมากกว่านี้ จึงต้องตัดกำลังโดยการชกเข้าไปที่กลางลำตัวอีกรอบ เขาแค่ไม่อยากเหนื่อยกับการเล่นแบบเด็กๆ และอีกอย่างตรงส่วนกลางกายของเขามันก็ไม่อาจทนได้ไหวอีกแล้ว

ไอ้รอดมันสิ้นฤทธิ์

มันกำลังตกเป็นของคนอื่น

ความสะพรึงและความกลัวทำให้มันพยายามหาทางช่วยเหลือตัวเอง มันใช้สายตามองกลางลำตัวของอีกฝ่ายที่ถูกจับให้โผล่พ้นขอบกางเกงชั้นใน ไม่นานก็รู้สึกถึงความเจ็บจากนิ้วทั้งห้าที่ก้น มันถูกตีก้นซ้ำๆ เหมือนกับเด็กที่เพิ่งทำความผิดมาซะอย่างนั้น

“ขอฉันนะ”

อติรุจโน้มตัวไปด้านหน้า หยิบของบางอย่างในลิ้นชัก เป็นขวดเจลใสขนาดเล็กกับซองถุงยางอนามัย ชายหนุ่มมองคนใต้ร่างแล้วฉีกซองออกแล้วสวมทับลงบนสิ่งใหญ่โต



TAKE

รักเทคก็อย่าลืมแชร์ให้เค้าน้าาา อาทิตย์นึงเค้ามาอัปทีนึง ก็อย่าเพิ่งทิ้งเค้าไปไหนน้าาา

รักนะจุ๊บๆ


ความคิดเห็น