ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น : #สัตว์ร้ายของผม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.4k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ต.ค. 2561 12:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

คนนั้นก็ดี คนนี้ก็แจ่ม ว้าวววว

            “ไอ้เพลิง! มึงจะมองตามตูดผู้ชายทุกคนด้วยสายตาแบบนี้ไม่ได้นะ”

            “ยังไงวะ”

            “ก็อยากได้เขาหมดไงวะ!”

            ภายในร้านอาหารซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เพิ่งจะปิดเชียร์ไปเมื่อชั่วโมงก่อน คราคร่ำไปด้วยนักศึกษาหลากหลายชั้นปีที่มาสรวลเสเฮฮากัน หลังจากที่ปั้นหน้านิ่ง พูดเสียงดุ สอนน้องร้องเพลงกันมานานนับเดือน ขณะที่เหล่ารุ่นน้องก็มาสานสัมพันธ์กับรุ่นพี่ จนไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มักจะมีชายหนุ่มหุ่นฟิตเดินผ่านไปผ่านมาเป็นอาหารตาชั้นดีให้กับ...นายเพราเพลิง

            ชายหนุ่มหน้าตาดีที่มั่นใจว่าดวงตากลมโตน่ามอง จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากสีธรรมชาติที่สดสวยไม่แพ้ใคร ไหนจะรูปร่างเรียวเล็กน่าโอบอุ้มไปทั้งเนื้อตั้งตัว ยิ่งรวมกับผิวขาวจัดตามประสาคนที่ดูแลตัวเองดีเยี่ยม และฉีดกลูต้าไม่ขาด (?) ผู้ชายคนนี้ก็นับว่าเป็นหนึ่งในตัวแรกต้นๆ หากอยากจะหาคู่ควงเป็นเพศเดียวกัน

            คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานเลี้ยงนี้ใดๆ ทั้งสิ้น

            คนที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อลากเพื่อนมาด้วยกัน

            คนที่กำลังมองตามตูดผู้ชายต้อยๆ ด้วยสายตาหวานเชื่อม

            คนคนนี้นี่แหละ นายเพราเพลิง นักศึกษาปีสามคณะนิเทศศาสตร์

            “เอาน่า กูอยากได้เขา ไม่ใช่อยากได้มึง”

            “ก็นั่นพี่ชายกู!”

            คราวนี้ เพลิงยอมละสายตาจากผู้ชายตัวโตหน้าตาหล่อเหลาที่มองอยู่ กลับมาหาเพื่อนสาวคนสนิทที่กำลังเตะขาเขายิกๆ จากนั้นก็ทำหน้าบูด

            “มองทางนี้แล้วไม่เจริญหูเจริญตาเลย”

            “เออ ขอโทษด้วยแล้วกันที่กูเกิดเป็นชะนี!”

            แอนเดรีย สาวสวยลูกครึ่งไทย-รัสเซียเจ้าของใบหน้าสวยจัดและตาสีควันบุหรี่แยกเขี้ยวกลับ จากนั้นก็ถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจกับนิสัย ‘คันไม่เลือกที่’ ของเพื่อนสนิท แถมรอบนี้มันยังมาคันกับพี่ชายเธอที่เป็นประธานสโมสรคณะวิศวกรรมศาสตร์อีกนั่น

            นี่แหละสาเหตุที่มันลากเธอออกมาด้วยกันในวันปิดเชียร์คณะอื่น

            เพียะ!

            “กูพูดอยู่นะ!”

            “โอ๊ย ตีกูทำไมเนี่ย”

            พอเพลิงเหลียวกลับไปมองหนุ่มลูกครึ่งตัวโตพี่ชายเพื่อน แอนเดรียก็ตีเพียะเข้าที่หลังมือ จนต้องหันหน้าง้ำๆ ที่น่าเอ็นดู๊น่าเอ็นดูกลับมา จนถูกจิ้มหน้าผากหน้าเกือบทิ่ม

            “ก็กูพูดอยู่ ฟังกู มองกูนี่ ไม่ใช่มองตามพี่กู”

            “ก็พี่ดริวมึงหล่ออะ มึงดูเด้ อดีตเดือนมหา’ลัย พูดได้สามภาษา หน้าตาอย่าพูดถึงเพราะแม่งล้ำหน้าคนทั้งร้านรวมกัน แล้วหุ่นยิ่งไม่ต้องบรรยาย อื้อหือ ต้นแขนก็แน่น ต้นขาก็ฟิต ดูตูดในกางเกงยีนนั่น แล้วไม่ต้องมีแว่นตาโดเรมอน กูยังเดาได้เลยว่าใต้นั้นต้องหะ...อ็อก!” เพลิงที่กำลังว่าเพ้อๆ ถึงกับตาเหลือก เพราะเพื่อนสนิทคว้ากุ้งทอดทั้งตัวยัดใส่ปาก ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่ทะลวงถึงคอหอย!

            แม้ว่าถ้าเอาอย่างอื่นมาทะลวงจะชอบ (?) ก็เหอะ!

            “เออ กูรู้ว่าแอนดริวหล่อ แต่กูไม่อยากฟังคำวิจารณ์ว่าพี่กูมีอะไรใต้เข็มขัด...ให้ตายเหอะ! มึงจะช่วยเป็นเกย์สงบเสงี่ยม รักนวลสงวนตัวอย่างไอ้เพ้นท์บ้างได้มั้ย”

            “ถ้ากูเป็นอย่างไอ้เพ้นท์ มดลูกกูก็สนิมเกาะแล้วดิ”

            “ไอ้เพลิง! มึงไม่มีมดลูก!”

            เพลิงหัวเราะอย่างขบขันที่ทำให้เพื่อนสนิทหน้าเบ้ได้ เลิกเล่นเป็นคนได้หมดถ้าสดชื่น แล้วหันกลับมาสนใจเพื่อนซะที หลังจากที่คืนนี้เอาไปมองตามโต๊ะนั้น ส่องโต๊ะนี้ จากนั้นก็ยกมือเท้าคางบ้าง

            “หน้าตามึงก็น่ารักระดับแอดวานซ์ ถ้ามึงจะช่วยเก็บความแรดอีกนิด กูมั่นใจว่าผู้ชายจะวิ่งตามมึงเป็นพรวน” ก็ท่าทางเท้าคาง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ กับคนตาโตๆ ปากแดงๆ หน้าเล็กนิดเดียว แถมผิวสวยขนาดนี้มันน่ารักน้อยเสียเมื่อไหร่ เสียก็แต่เจ้านิสัยอยากได้ก็ต้องเอาเนี่ยล่ะที่เป็นปัญหา

            “ขอบใจที่ชม”

            “เออ กูสรรเสริญมึงเลย” แอนเดรียประชดอย่างหมั่นไส้

            “กลับมาเรื่องไอ้เพ้นท์ กูทำอย่างมันไม่ได้หรอก หลงรักคนคนเดียวมาตั้งกี่ปี เสียเวลาจะตายชัก”

            “ก็มึงมันไม่ปกติไง”

            เพลิงพองลมจนแก้มพอง มองตานิ่งๆ และนั่นก็ทำให้สาวสวยจิ้มหน้าผากไปที

            “ไม่ต้องเลย กูรู้จักมึงมาปีที่สามแล้ว กูไม่หลงกลมึงหรอก”

            “ฮ่าๆๆ ก็จริงเนอะ กับมึงอะใช้ไม่ได้ผลแล้ว” เพลิงว่าขำๆ นึกถึงเพื่อนสนิทอีกคนที่มักจะอยู่ด้วยกัน แต่ถ้ามาส่องผู้ชายในร้านเหล้าแบบนี้ มันไม่มาด้วยหรอก ทั้งที่ปกติตัวติดกับเขาเป็นตังเม สนิทซี้ย่ำปึกขนาดที่เล่าให้ฟังทุกเรื่อง เพราะว่ามันมีคนในหัวใจแล้ว

            ความคิดที่ว่าต้องเอาตัวเองไปผูกกับคนคนเดียวทำให้เพราเพลิงถึงกับขนลุกด้วยความหวาดหวั่น

            พี่ชายเขาสอนว่าชีวิตเราต้องใช้ให้คุ้ม ไม่แคร์หรอกถ้าใครจะว่าว่าได้หมดถ้าสดชื่น ก็มันสดชื่นจริงๆ นี่หว่า

            “เนี่ย ดูอย่างคนนั้นนะมึง มองระยะร้อยเมตรยังรู้เลยว่าต้องเป็นพวกจริงจังจนน่าเบื่อ รักเดียวใจเดียว แถมน่าจะยังเวอร์จิ้นด้วย ผู้ชายแบบนี้ใครจะอยากเข้าใกล้วะ” เพลิงหันกลับมากระซิบกระซาบกับเพื่อน แล้วพยักหน้าไปยังโต๊ะที่พี่แอนดริวนั่งอยู่ มองตรงไปยังผู้ชายตัวโตที่สวมแว่นกรอบหนา หน้าตาดูจริงจังเสียจนไม่น่าเข้าใกล้

            เอาจริงๆ เพลิงมองระยะนี้ก็ไม่รู้หรอกว่าหน้าตาดีมั้ย หุ่นก็ผ่านอยู่หรอก แต่ออร่าที่แผ่ออกมาว่าเป็นคนจริงจังชนิดว่าถ้าได้ใครแล้วคงเอ่ยปากขอแต่งงานทำให้ไม่อยากเข้าใกล้ ก็เขามันคนรักอิสระ ขณะที่แอนเดรียก็หรี่ตาลงนิด ก่อนที่จะร้องขึ้นมาเบาๆ

            “นั่นพี่สินธุ์นี้”

            “อื้อหือ ชื่อยังน่าเบื่อเลย”

            “ไอ้นี่นี่! ฟังก่อนสิยะ นั่นพี่สินธุ์ เพื่อนสนิทพี่ดริว รู้จักกันมาตั้งแต่ม.ปลายแล้วมึง มาเที่ยวบ้านกูบ่อยๆ ก็จริงอย่างมึงว่าแหละว่าพี่เขาเป็นคนจริงจัง แต่สาวๆ กรี๊ดตรึมนะเว้ย ท่าทางสุขุมนุ่มลึก ใจดี ยิ้มแล้วหล่อมาก นอกจากนั้นยังเรียนนิติฯ ด้วย ระดับต้นๆ ของรุ่น สมองนี่ระดับสอบหมอติดแต่ไม่เอาเลยนะ”

            “โง่ป่ะ สอบหมอติดแล้วไม่เอา”

            “ก็พี่เขาไม่อยากรับผิดชอบชีวิตคนนี่หว่า”

            “เลยเรียนนิติฯ ขูดรีดคนแทน”

            “มึงอคติอะไรเขาป่ะเนี่ย!” แอนเดรียขึงตามอง แบบที่คนแกล้งก็หัวเราะ

            “เปล่าๆ มึงชอบหรือวะ”

            “ฮื่อออ ไม่ได้ชอบ แค่คิดว่าหล่อดี แต่แบบนั้นก็ไม่ใช่สเปกว่ะ”

            “เห็นม่ะ มึงยังบอกเลยว่าไม่ใช่!” เพลิงหัวเราะร่า จนเพื่อนสนิทค้อนขวับ

            “ไม่รู้ดิ เวลากูอยู่ใกล้พี่สินธุ์ กูจะรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างทำให้กูกลัว...ไอ้เพลิง มึงฟังกูอยู่ป่ะเนี่ย!”

            แอนเดรียถึงกับถอนหายใจเฮือก เพราะไอ้หนุ่มน้อยน่ารักที่เตี้ยกว่าเธอกำลังกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านอีกครั้ง แล้วถ้าไม่ได้คิดไปเอง โน่น ตรงนั้นก็มองมัน ตรงนี้ก็มองมัน บอกได้เลยว่าถ้าไอ้เพลิงคิดจะตกปลาล่ะก็ คืนนี้มันได้ปลาติดมือกลับบ้านแน่นอน

            นี่เธอคิดถูกคิดผิดที่ยอมมากินข้าวด้วยเนี่ย

            “กูจะรอดูสักวันที่มึงมีตัวจริง”

            “อีกสิบปี มึงค่อยมาคุยเรื่องนี้กับกูใหม่นะ”

            หญิงสาวขอสาธุต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้มันโดนปราบ!

เจ้าข้าเอ๊ย ขอให้ไอ้เพลิงครางเหมียวเป็นลูกแมวสักทีเถอะ***!***

...........................................

            พอเข็มสั้นของนาฬิกาเลยเลขสิบสองไปสักพักใหญ่ๆ เพลิงก็กำลังกรึ่มได้ที่จนพวงแก้มแดงเรื่อ ดวงตากลมโตฉ่ำเยิ้มไปด้วยแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด จนเรียกสายตาของใครหลายคนให้เหลียวมามอง และถึงช่วงเวลาที่เจ้าตัวกำลังตัดสินใจว่าควรจะเลือกใครกลับด้วยดีก่อนจะเมากว่านี้แล้วไม่มีอารมณ์

            ทว่า...

            “เดรีย กลับกับดริวใช่มั้ย”

            แอนดริวก็ผละจากกลุ่มเพื่อนและรุ่นน้องมาทางนี้ ถามน้องสาวอย่างเป็นห่วง ขณะที่กวาดสายตามองไปรอบร้านเพื่อบอกว่าน้องข้าใครอย่าแตะ จนน้องสาวเหลียวมองคนข้างตัว

            ปากด่าว่ามันแรดยังไงก็อดเป็นห่วงมันไม่ได้

            “มึงกลับกับพี่ดริวเหอะ เดี๋ยวกูก็กลับแล้ว”

กับใครสักคน

            แน่นอนว่าท้ายประโยคไม่พูดออกไป เพราะยังไงก็อยากดูดีในสายตาของรุ่นพี่หน้าหล่อ แถม...ใหญ่มากอยู่ดี

            ว่าแล้วก็อดเหลือบมองลงต่ำไม่ได้

อื้อหือ กูอยากเห็นง่ะ

            “ไอ้เพลิง!”

            “ห้ะ! อ้อๆ มึงกลับกับพี่ดริวเหอะ กูไม่เป็นไรจริงๆ กูกินไปไม่กี่แก้ว แถมคอนโดกูอยู่แค่นี้เอง” พอเพื่อนเรียกก็กระแอมนิด หันไปส่งยิ้มให้พี่ชายเพื่อนสนิท แต่ดูเหมือนเขาเองก็ดึงความสนใจของอีกฝ่ายได้เหมือนกัน

            “น้องเพลิงอยู่คอนโดไหนครับ”

แม่เจ้าโว้ย คนอะไรวะหล่อฉิบหาย เรียกกูว่าน้องเพลิงทีไรระทวยทุกที

            “เพลิงอยู่คอนโดตรงข้ามกับม.ครับพี่ดริว ตึกสีเขียวครีมสูงๆ”

            “อ้อออ”

ย๊ากกกกก นิ่งไว้ไอ้เพลิง วันนี้มึงอาจจะสอยของนำเข้าระดับพรีเมี่ยมกลับบ้านก็ได้

            รุ่นพี่ตัวโตกำลังยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มยินดี จนคนมองก็พยายามกลั้นยิ้มเอาไว้ เน้นทำตาปรอยๆ แอ่นอกเข้าหานิดหน่อยพองาม นี่ถ้าไม่เกรงใจเพื่อนจะยื่นมือไปลูบแขนสักทีสองที ขณะที่ตั้งใจมองริมฝีปากแสนเซ็กซี่ที่ขยับขึ้นลงเป็นเสียงนุ่มๆ เพราะๆ

            คนที่บอกว่า...

“งั้นพี่ฝากเพื่อนกลับด้วยกันหน่อยสิ”

            แป่ว!!!

            “หึๆ ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆ โอ๊ย ขอโทษที กูแดกเห็ดหัวเราะเข้าไป”

            ทันใดนั้น ไอ้เพื่อนทรพีก็หัวเราะเสียงดังลั่น ทำเอาพี่ชายหันหน้าหล่อๆ ไปมองอย่างงุนงง แต่คนเพื่อนน่ะกำลังมองอย่างอาฆาตแค้น นึกอยากก้มลงไปเก็บเศษหน้าที่แตกละเอียดบนพื้นขึ้นมาประกอบเข้าที่เดิม

พี่ไม่สนน้องไม่ว่า แต่พี่จะผลักภาระให้น้องงี้ไม่ได้นะ!!!

            เพราเพลิงคิดอย่างเข่นเขี้ยว

เรื่องอะไรจะรับวะ!!!

            “ได้ครับพี่ดริว คนไหนครับ”

กูอยากต่อยตัวเองสักหมัด!!

            เพลิงลอบถอนหายใจ ก็ถ้าใครมามองหน้าพี่ดริวตอนนี้ก็ต้องใจอ่อนกันทั้งนั้น ทั้งดวงตาสีควันบุหรี่คู่นั้นที่มองอย่างคาดหวัง ริมฝีปากที่คลี่ยิ้มขอร้อง สีหน้าที่บอกว่าช่วยหน่อยนะ เมื่อรวมทั้งหมดนั่น เพลิงเองก็อ่อนยวบเป็นพุดดิ้งนิ่มๆ

            ไหนจะรอยยิ้มที่ยิ่งกว้างขึ้นตอนถามว่าคนไหนนั่นอีก

โอเค วันนี้ปล่อยปลาไปก่อนก็ได้

            หากคนที่แอนดริวเดินไปหิ้วปีกมาเนี่ยสิที่ทำให้เพลิงนึกอยากกุมขมับ ขณะที่แอนเดรียหัวเราะลั่นอีกรอบ

            ทำไมน่ะหรือ

            “นี่สินธุ์เพื่อนพี่ มันอยู่คอนโดเดียวกับเรา พี่ฝากมันกลับด้วยหน่อย เฮ้ย ไอ้สินธุ์ยังมีสติอยู่เปล่าวะ!”

            เพลิงอยากถามตัวเองมากกว่าว่ายังมีสติอยู่มั้ย เพราะผู้ชายที่ถูกหิ้วปีก ตัวโงนเงนพาดแขนกับไหล่แอนดริวคือคนเดียวกับที่เขาเพิ่งนินทาไปสดๆ ร้อนๆ แถมบอกว่าชื่อโคตรน่าเบื่อ ซึ่งพอหันไปมองหน้าเพื่อนสนิท รายนั้นก็ปิดปากไหล่สั่นสถานเดียว ไม่คิดจะออกปากช่วยสักคำ จนได้แต่จำยอม

เอาวะ ไม่ได้กินไอติมคืนเดียวก็ไม่ตายหรอก!

            “พี่ดริวช่วยพาพี่ เอ่อ สินธุ์ ไปที่รถให้หน่อยได้มั้ยครับ”

            “ได้สิ ขอบคุณนะครับน้องเพลิง”

กูยอม!

            พอแอนดริวเรียกน้องเพลิงอีกคำ คนที่หมายจะมาหาหมอนข้างอุ่นๆ ก็ล้มเลิกแผน ลุกขึ้นจากโต๊ะ คว้าเงินมาส่งให้เพื่อน แล้วเดินไปช่วยประคองไอ้พี่สินธุ์อะไรนั่นอีกข้าง ไม่ทันสังเกตว่าไอ้รุ่นพี่คนนี้ตัวใหญ่มาก เพราะใช้ช่วงจังหวะนั้นแอบแต๊ะอั๋งแอนดริวเนียนๆ

            ใครว่าเวลาประคองคนเมาต้องกอดเอวคนเมา ม่ายยย ไอ้เพลิงจับหมับที่หลังเสื้อพี่แอนดริวเรียบร้อย

            “ฮึบ! ไอ้สินธุ์ มึงตัวหนักฉิบหาย”

นั่นสิ เล่นเอากูหอบเลย

            เพราเพลิงบอกในใจอย่างเหนื่อยๆ หอบหนักๆ ไม่คิดว่าแค่เดินจากร้านมาถึงรถจะใช้แรงขนาดนี้ จนต้องเขม่นมองผู้ชายที่ถูกโยนขึ้นไปนั่งข้างคนขับ แต่ยังไม่ทันจะได้มีเวลาสำรวจ แอนดริวก็หันมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง

            “พี่ฝากเพื่อนหน่อยนะครับ...น้องเพลิงจะเอามันขึ้นห้องไหวมั้ย ตัวเรานิดเดียวเอง”

            “ไหวครับ!”

ตบปากตัวเองหนึ่งที!

            เพลิงอยากจะบ้าตาย เพราะที่บอกว่าไหวน่ะ ไม่ใช่พาคนชื่อเชยขึ้นห้อง แต่ถ้าพี่ดริวจะทำอะไรด้วย ท่าไหน ยังไง ไหวหมดครับ!

            “งั้นพี่ฝากด้วยนะ”

            “ครับผม”

ขอตบปากตัวเองอีกที ฮ่อลลลลลลลลล

            ความคิดของคนที่จำใจเดินอ้อมไปประจำที่คนขับ ทำตาละห้อยเหมือนลูกหมาไม่มีเจ้าของ (ซึ่งใครๆ ว่าน่ารักขาดใจ) มองตรงไปยังรุ่นพี่ลูกครึ่งสุดหล่อ หวังเหลือเกินว่าจะทำให้ความน่ารักนี่สะกิดใจพ่อสุภาพบุรุษให้แปลงร่างเป็นหมาป่าทะยานเข้าสู่อกขาวๆ ของเขาสักนิดสักหน่อยก็ยังดี แต่แอนดริวแค่...ก้าวถอยหลังสองก้าว แล้วยกมือโบกบ๊ายบาย

            “นก!”

เออ กูเนี่ยล่ะที่นก*!*

            เพลิงเหลียวมองกระจกส่องหลังอีกที แล้วยิ่งเจ็บใจ เพราะหนุ่มลูกครึ่งหันหลังเดินเข้าร้านแบบไม่สนใจใยดีเขาเลยสักนิด จนได้แต่เอาความเจ็บใจมาโยนใส่คนเมาที่หลับคอพับคออ่อน

            “มึงคออ่อนแล้วแดกเหี้ยอะไรวะ ภาระกูชัดๆ แล้วคอนโดมีเยอะแยะมาอยู่อะไรที่เดียวกับกู แม่งเอ๊ย คืนนี้กูก็ต้องนอนคันคนเดียวอีก!” ยิ่งพูดยิ่งเจ็บใจ เลยเหยียบคันเร่งแม่ง จะได้กลับไวๆ แล้วไปอาบน้ำนอน แล้วถ้ามันคันมาก...สงสัยต้องอาศัยตัวช่วย

เฮ้อ ยิ่งคิดยิ่งละเหี่ยใจ คนไม่เคยขาดแคลนผู้ชาย ต้องกลับบ้านไปใช้ดิลโด้กับรูตัวเอง

            “เมื่อกี้เกือบจะได้มาคนแล้ว ถึงจะหล่อไม่เท่าพี่ดริว แต่ขนาดก็โอเคล่ะวะ ฮึ่ย ไอ้ตัวขัดลาภ!”

            คนขับว่าด้วยเสียงดังขึ้นอีกนิด เพราะเขากำลังเหล่ๆ รุ่นพี่วิศวะฯ อีกคนที่เดินผ่านมาที่โต๊ะหลายต่อหลายที แอบสังเกตเห็นว่าเจ้าหนอนในกางเกงก็คงไม่ใช่น้อยๆ และคาดว่าอีกไม่กี่นาทีก็คงจะเดินมาทักให้คืนนี้สนุกสุดเหวี่ยง แต่กลับต้องมาส่งคนเมากลับห้อง!

ผู้ชายก็ไม่ได้ แถมมีตัวภาระ!

            เพลิงบ่นงึมงำไปตลอดทาง กระทั่งเลี้ยวรถเข้ามาในคอนโดมิเนียมหรูหราที่ผู้เป็นอาซื้อให้เป็นของขวัญตอนสอบติดมหาวิทยาลัยนี้เมื่อหลายปีก่อน เขาก็ต้องออกมายืนถอนหายใจเฮือกๆ เพราะผู้ชายที่อยู่ในรถ...ตัวใหญ่มาก

            อย่างน้อยก็ใหญ่กว่าเขาเยอะล่ะ

            ชายหนุ่มอยากจะปล่อยนอนมันตรงนี้ไปเลยถ้าไม่ติดว่าพี่ดริวฝากมาล่ะก็นะ

            ขืนเอาไปฟ้องพี่ดริวก็ชวดหมดน่ะสิ!

            คิดไปก็สอดตัวเข้าไปใต้รักแร้ของคนตัวโต แล้วออกแรงยก แต่แม่งงงงง หนักฉิบ!

            “พี่สินธุ์! ถ้าพี่ไม่ช่วยขยับตูดของพี่ออกมา เพลิงจะปล่อยให้พี่นอนตรงนี้แล้วนะ!”

            เขาเลยตะโกนใส่หูซะเลย

            “อืออ”

            โชคดีที่พี่สินธุ์อะไรนี่ยังเหลือสติอันน้อยนิด เพราะมันขยับตัวช้าๆ แล้วก็ยอมเอนตัวมาทางเพราเพลิง ช่วยขยับออกมาจากรถ แม้จะโงนเงนเต็มที แถมเกือบจะพากันล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้นลานจอดรถก็ตาม

            “ซวย! ซวย!! ซวยโว้ย!!!”

            เพลิงยังบ่นอีกระลอก แต่ก็ช่วยพยุงคนตัวโตไปทางลิฟต์ด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมด ตอนนี้อย่าว่าแต่สำรวจคนข้างตัวเลย แค่ออกแรงลากก็ใช้แรงตั้งเท่าไหร่ ดังนั้น เสียงหอบหายใจจึงดังขึ้นเรื่อยๆ แล้วชายหนุ่มก็ค้นพบความซวยอีกหนึ่งอย่างคือ...เขาไม่รู้ว่าพี่สินธุ์พักห้องไหน!

            นอกจากนั้นคือดันพาอีกฝ่ายขึ้นมาที่ชั้นของเขาเสียอย่างนั้น

            “แฮก แฮก พี่...ห้องพี่ห้องอะไร...แฮก...” คนเหนื่อยพยายามถาม แต่คนเมาก็ยังส่งเสียงอืออาห์ แล้ว...

            “เฮ้ย!”

            โครม!

            สินธุ์หน้าคมำไปข้างหน้า จนเพลิงเองก็รับแรงไม่ไหว แล้วคิดหรือว่าเขาจะยอมลงไปกลิ้งโคโร่ด้วยกัน สัญชาตญาณมันบอกว่าให้ปล่อยมือ ดังนั้นผู้ชายตัวโตจึงลงไปนอนล้มฟุบกับพื้นทางเดิน จนเพลิงถอนหายใจอีกเฮือก ทุกทีก็ปั้นหน้าน้ำตาคลออยู่หรอกนะ แต่ตอนนี้...จะร้องไห้จริงๆ แล้วนะ

            “ฮือ ไม่เอาแล้ว ไม่หาแล้ว นอนมันนี่แหละ”

            คนน่ารักแทบจะสะอื้น เดินไปเปิดห้องตัวเอง แต่ก่อนที่จะก้าวเข้าไป...

            “ฮึก ไอ้บ้า ไอ้ชื่อเชย ไอ้ตัวภาระ!” เพลิงก็ก้าวดุ่มๆ กลับมาลากแขนคนตัวโตด้วยสภาพทุลักทุเลเข้ามาในห้องนอนเขาจนได้ เพลิงอาจจะบ้าผู้ชายไปนิด แต่ไม่ได้ไม่มีน้ำใจสักหน่อย

            กระทั่งพาคนตัวโตเข้าห้องได้ ทั้งตบทั้งตีทั้งขอร้อง จนคนเมาปรือตาเยิ้มๆ ขึ้นมอง แล้วก็ยังดีที่ออกแรงขยับตัวบ้าง จนเพลิงสามารถโยนลงบนเตียงนุ่มได้ คราวนี้คนตัวเล็กทั้งหอบ ทั้งตัวโยน ทั้งทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงอย่างเหนื่อยสุดขีด

            “ถ้าเหนื่อยโดนแทงจะไม่ว่าอะไรสักคำ” เจ้าตัวสะอื้นในคอ แล้วลุกขึ้นยืน

            ตอนนี้เขาอยากอาบน้ำแล้วเข้านอนแล้ว ไม่ทงไม่ทำมันแล้วช่วยตัวเองน่ะ เหนื่อยจะตายห่า แต่...

            หมับ

            โครม!

            “เฮ้ย!!!”

            เพราเพลิงตั้งตัวไม่ทันจริงๆ ตอนที่เขาถูกเหวี่ยงลงไปนอนกลางเตียง ยังไม่ทันจะกะพริบตาเรียกสติ ก็พบว่ามีเงาดำขนาดใหญ่ขึ้นมาคร่อมทับเหนือร่าง แล้วยิ่งต้องตื่นตกใจมากกว่าเดิม เพราะว่า...อะไรบางอย่างล็อกข้อมือเขาขึ้นไปเหนือหมอน

            อะไรบางอย่างที่เป็นฝ่ามือแข็งแรงราวกับคีบเหล็กที่ทำลายไม่ได้

            “พี่...”

            กึก

            เพลิงยังไม่ทันจะเรียกชื่อคนตัวโตเต็มคำด้วยซ้ำ ร่างทั้งร่างก็พลันนิ่งงัน เพราะเขาได้เห็น...สัตว์ป่า

            ใบหน้าคมคายที่กระชากแว่นตาอันโตออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เผยให้เห็นดวงตาป่าเถื่อนอันรุนแรง จ้องจะขยี้ขยำจนกว่าจะสิ้นท่า มันกำลังมองตรงมาที่เพราเพลิงไม่วางตา ริมฝีปากที่เพลิงวิจารณ์ว่าคงเป็นผู้ชายที่พูดจาน่าเบื่อแน่ๆ กลับเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มร้าย จากนั้น...

            แคว่ก!

            มือใหญ่ก็กระชากเสื้อนักศึกษาจนได้ยินเสียงกระดุมเด้งผึง แม้จะไม่ได้ขาดแหวกหมดทั้งตัว แต่มันก็เผยแผ่นอกขาวนวลเนียนให้ปรากฏแก่สายตา

            ดวงตาสองคู่สบกัน

            หนึ่งประหลาดใจสุดขีด

            หนึ่งร้อนแรงดุจดังสัตว์นักล่า

            แล้ว...เรื่องราวของพวกเขาก็เริ่มต้นขึ้น...

.........................................


            สวัสดีกันอีกครั้งนะคะ เมย์ก็ขอบอกกล่าวคร่าวๆ เนอะ น้องเพลิงเป็นน้องชายของพี่พระพายค่ะ เขาเป็นใคร เขาคือเพื่อนของพี่พายุในเรื่อง Love Storm ที่เพิ่งจะออกเล่มไปกับสำนักพิมพ์ Deep ในเครือสถาพร เล่มของพี่พระพายก็จะออกอีกสองเดือนข้างหน้างับ แต่เมย์อยากเขียนเรื่องคลายเครียด และ ‘กาม’ เมย์จึงเอาเรื่องน้องเพลิงมาเขียนก่อน ก็เลยกลายเป็นเจ้าเด็กน่าตีที่สอดส่ายเป้าผู้ชายข้างบนค่ะ ถ้าใครอ่านเรื่องนี้แล้วยิ้มออก เมย์ก็จะมีความสุขมากๆ เลยงับ

            ส่วนใครสนใจเล่มนี้ (ขายของมันทั้งวันแหละ แหะๆ) สามารถซื้อได้ที่งานมหกรรมหนังสือครั้งที่ 23 วันที่ 17-28 ต.ค. 61 บูธ Ookbee x02 ค่ะ

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #สัตว์ร้ายของผม นะคะ

ความคิดเห็น