ยินดีต้อนรับทุกคนค่ะ เรื่องท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ายอมแล้ว เปิดให้อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ ฉบับนี้เป็นฉบับรีไรท์แล้วนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจจริง ๆ

พานพบสตรี...ผู้นำความยุ่งยากมาให้ (2)

ชื่อตอน : พานพบสตรี...ผู้นำความยุ่งยากมาให้ (2)

คำค้น : ท่านอ๋อง, จีน, จีนโบราณ, ฟิน, จิกหมอน, NC, พระเอกงานดี, รักเมีย, หลงเมีย

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ต.ค. 2561 14:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พานพบสตรี...ผู้นำความยุ่งยากมาให้ (2)
แบบอักษร


พานพบสตรี...ผู้นำความยุ่งยากมาให้ (2)

มู่เลี่ยงหรงยังคงทำหน้าถมึงทึง ราวกับไม่มีความเห็นอกเห็นใจนางแม้แต่น้อย ความจริงไม่ใช่เขาจะไม่เชื่อ ด้วยเมื่อครู่นางก็ไม่ได้เอ่ยออกมาตรง ๆ คุณหนูผู้นี้กิริยามารยาทดีย่อมต้องรู้กาลเทศะอยู่บ้าง แต่ในหัวใจยังอยากรั้งให้สตรีผู้นี้อยู่ต่ออีกสักเล็กน้อย ถึงแม้จะดูใจร้าย และต้องกลายเป็นคนไม่มีเหตุผลเช่นนี้ก็ตาม

เยี่ยนเยว่ฉีเห็นบุรุษในชุดสีดำยังคงไม่อ่อนข้อ  ผู้ฉลาดต้องรู้จักเอาตัวรอด  ในเมื่อนางเป็นหญิงสาวที่งดงามเหนือสตรีทั่วไปอยู่บ้าง คงไม่ยากหากตนเองจะแสดง ‘ความอ่อนแอ’ ใต้เท้าท่านนี้ก็เป็นบุรุษผู้หนึ่งมีหรือจะต้านทานเสน่ห์ของตนได้ นางจะลองสู้ดูสักตั้ง

“ผู้น้อยบริสุทธิ์ ไม่เคยคิดล่วงเกินฮ่องเต้แม้สักน้อย ขอใต้ท้าวโปรดไตร่ตรองด้วย”

“งั้นเจ้าพูดถึงผู้ใดกันเล่า?”

“ผู้น้อย…ไม่ทราบเจ้าค่ะ” นางจะตอบได้อย่างไร ด้วยไม่กระจ่างใจว่าเนื้อคู่ที่พี่ชายบอกนั้นชื่อแซ่อะไร “ผู้น้อยไม่รู้จริง ๆ ว่าชายที่เป็นคู่หมายคือผู้ใดเจ้าค่ะ”

“ไม่รู้รึ แก้ตัวง่ายเสียจริง สงสัยข้าคงต้องส่งเจ้าให้กรมอาญาไต่สวนแล้ว” มู่เลี่ยงหรงปั้นหน้าเคร่งขรึม เขาหันหลังให้กับนางอย่างไม่แยแสต่อคำอ้อนวอน

“ใต้เท้าได้โปรดไว้ชีวิตด้วย ผู้น้อยไม่มีทางใจกล้าลบหลู่ฮ่องเต้อย่างแน่นอน อย่าส่งพวกเราเข้ากรมอาญาเลยนะเจ้าค่ะ” นางแสดงอาการหวาดกลัว ตัวสั่นเทาเป็นลูกนก “หากใต้เท้าละเว้นพวกเราในครั้งนี้ ผู้น้อยยินดีจะตอบแทนท่านทุกอย่าง” นางยื่นข้อเสนอให้บุรุษผู้หล่อเหลาตรงหน้าหวังว่าเขาจะอ่อนไหวบ้าง

“ยินดีตอบแทนข้า...ทุกอย่างเลยงั้นรึ?”  มู่เลี่ยงหรงผินหน้ากลับมามองสตรีในชุดสีชมพู

“เจ้าค่ะ...ทุกอย่างเลย” เยี่ยนเยว่ฉีโล่งอกเมื่อเห็นชายหนุ่มมีท่าทีอ่อนลง นางลอบยิ้มในใจบุรุษผู้ใดเจอลูกอ้อนของสตรีมีหรือจะไม่ลังเล

“เจ้าจะไม่เสียใจแน่นะ” เขาย้ำถาม แล้วหันกายกลับมา

“ไม่เสียใจเจ้าค่ะ” นางรีบพยักหน้ารับทันที จนปิ่นปักผมลายดอกโบตั๋นสั่นไหวน้อย ๆ นัยน์ตาดอกท้อปรากฏแววแห่งความหวัง

“ถ้าอย่างนั้น จงบอกชื่อแซ่ของเจ้ามา” มู่เลี่ยงหรงแสร้งทำเสียงให้ขึงขัง ‘ข้าจะได้รู้เสียทีว่าเจ้าเป็นใครสาวน้อย’

“ข้าน้อยแซ่เยี่ยน นามเยว่ฉี”

มู่เลี่ยงหรงขมวดคิ้ว ที่แท้นางคือว่าที่หวางเฟยของเขา สวรรค์กำลังเล่นตลกอะไรกันนี่ ‘พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา’ อะไรจะบังเอิญถึงเพียงนี้

“ดี...เยี่ยนเยว่ฉี จงจำเอาไว้เจ้าติดค้างข้าแล้ว”

“ข้าเยี่ยนเยว่ฉี ติดค้างใต้เท้า...เอ่อ?” ‘ข้าจะได้รู้เสียทีว่าท่านเป็นใคร’

“นามข้าคือ มู่***-เลี่ยง-หรง***” เขาบอกนางช้า ๆ ชัด ๆ ทุกคำพูด แอบซ่อนความขบขันยามเห็นใบหน้าคนงามกำลังซีดเผือด ‘นางคงพอรู้เลา ๆ อยู่บ้างกระมัง’

“ทะ...ท่านคงมิใช่ฉินอ๋อง” นางถามขอความมั่นใจด้วยเสียงอันสั่น ในใจก็ได้แต่ภาวนา เพราะหากเป็นท่านอ๋องผู้ได้ชื่อว่าเข้มงวดเป็นที่สุดผู้นั้น แผนสาวงามอาจจะไม่ได้ผล ยิ่งเขาเข้าใจผิดเช่นนี้นางอาจจะไม่รอดชีวิตแล้ว

“คุณหนูเยี่ยน เจ้าเข้าใจถูกต้องแล้ว” มู่เลี่ยงหรงดูเป็นขุนเขาตระหง่านขึ้นมาทันที กลิ่นอายความสูงศักดิ์ยิ่งเข้มข้นจนหญิงสาวหายใจแทบไม่ออก

ท่านอ๋องสังเกตอากัปกิริยาของหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่ง บัดนี้ใบหน้านางซีดลงกว่าเดิม น้ำตาไหลอาบแก้มสีชมพู นางสะอื้นฮักอยู่เงียบ ๆ ราวกับกำลังยอมรับชะตากรรม แต่ไม่อยากให้ว่าที่หวางเฟยของเขาเป็นลมล้มพับไปเสียก่อน ‘ข้าคงแกล้งนางหนักเกินไปเสียแล้ว’

“คุณหนูเยี่ยนลุกขึ้นเถิด ข้าจะละเว้นบุตรสาวท่านกั๋วกงสักครั้ง แต่จะคาดโทษเอาไว้ก่อน อย่าลืมว่าเจ้าต้องตอบแทนความเมตตาของข้าด้วย” น่าสนุก ท่านอ๋องหนุ่มปั้นหน้าเคร่งขรึมเก็บซ่อนอาการยินดี

‘ฉินอ๋องท่านเองก็หวั่นไหวเป็นเช่นกันสินะ’ เยี่ยนเยว่ฉีคิดในใจ พร้อมส่งสายตาหวานซึ้งให้ผู้ที่นางติดค้าง

“ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ” นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างแช่มช้า โดยมีสาวใช้ช่วยประคองไม่ให้ล้ม

“เอาล่ะไปได้แล้ว เจ้าคงต้องไปเตรียมตัวทำการแสดงต่อหน้าพระพักตร์ หน้าตาเช่นนี้คงดูไม่งามเท่าใดนัก” แม้จะพูดเช่นนั้นแต่ความในใจช่างสวนทาง ‘ความจริงเจ้างดงามมากต่างหาก ข้าอยากจะกอดปลอบประโลมเจ้าเสียเหลือเกิน’ ยิ่งผ่านการร้องไห้ ริมฝีปากอวบอิ่มสั่นระริกยิ่งดูน่าครอบครอง เขาไม่ต้องรีบต้องร้อน เพราะอย่างไรนางก็ต้องแต่งเข้าจวนฉินอ๋องอยู่ดี 

“ขอบพระทัยท่านอ๋อง ข้าน้อยขอทูลลา” สองนายบ่าวกล่าวอำลาพร้อมเพรียง แล้วรีบประคองกันเดินจากไปในทันที

มู่เลี่ยงหรงมองตามแผ่นหลังเล็กๆ นั่นอย่างไม่วางตา นางดูบอบบางเหมือนคุณหนูผู้อ่อนแอ กิริยามารยาทงามชดช้อย เช่นนี้แล้วเขาค่อยรู้สึกเต็มใจที่ต้องยกตำแหน่งหวางเฟยให้บุตรสาวท่านแม่ทัพใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย

เมื่อคนงามจากไปแล้ว มู่เลี่ยงหรงพบขลุ่ยหยกสลักงดงามเลาหนึ่ง มันตกอยู่ตรงที่นางนั่งคุกเข่าเมื่อครู่ เขาก้มลงเก็บขึ้นมาแล้วพิจารณาขลุ่ยเลานี้อย่างละเอียด พบว่าเป็นขลุ่ยหยกสลักสร้างอย่างประณีตงดงาม หยกสีเขียวน้ำงามเรียบลื่นเปล่งประกาย จึงลองเป่าเพื่อทดสอบปรากฏว่าไม่มีเสียงใดเล้ดลอดออกมา ผู้ที่สร้างขลุ่ยเลานี้น่าจะไม่ใช่ช่างฝีมือธรรมดาเสียแล้ว

“แปลกจริง...ทำไมไม่มีเสียง ซิ่นเฉิงเจ้ารู้จักขลุ่ยแบบนี้หรือไม่” มู่เลี่ยงหรงเอ่ยถาม ทันใดนั้นองครักษ์ในชุดสีเทาที่เร้นกายอยู่ก็ปรากฏตัวขึ้น

“เรียนท่านอ๋อง...นี่ต้องเป็นขลุ่ยหยกพริ้วพราย หนึ่งในงานสร้างของปรมาจารย์ไป่หลงจิวไม่ผิดแน่”

“หากเป็นของปรมาจารย์ขลุ่ยโลกันต์ ย่อมต้องเป่าแบบธรรมดาไม่ได้”

“ท่านอ๋องทรงปรีชา ต้องใช้กำลังภายในพะยะค่ะ”

มู่เลี่ยงหรงลองทำตามคำแนะนำของซิ่นเฉิงปรากฏว่ามีเสียงออกมาจริง ๆ แต่ไม่ไพเราะเอาเสียเลย หากจะเป่าให้ได้ดีคงต้องเรียนรู้เคล็ดลับและฝึกฝนอย่างตั้งใจเป็นเวลานานพอดู

“เจ้ารู้ได้ยังไงว่านี่คือขลุ่ยหยกพริ้วพราย แล้วทำไมมันถึงมาอยู่กับคุณหนูตระกูลเยี่ยนได้ หากขลุ่ยนี้ต้องใช้กำลังภายในเป่าเราเกรงว่ามันจะเป็นอาวุธ”

“เรียนท่านอ๋อง  เรื่องคุณหนูเยี่ยนเป็นศิษย์ของไป๋หลงจิวไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด  ขลุ่ยเลานี้เขาทำขึ้นให้คุณหนูเยี่ยนโดยเฉพาะ แต่กระหม่อมไม่เคยได้ยินว่านางใช้วิชาขลุ่ยโลกันต์ได้”

“ไม่เคยได้ยินก็ใช่ว่าจะใช้ไม่ได้ เจ้าประมาทเกินไปแล้ว”

“กระหม่อมได้ตรวจสอบความปลอดภัยภายในงานมิได้ละเลยแม้แต่น้อย การแสดงนี้ถูกแจ้งไว้อย่างเปิดเผย ตอนอยู่เมืองหานจีคุณหนูเยี่ยนก็แสดงเพลงขลุ่ยพริ้วพรายแล้วหลายครั้ง อีกทั้งนางเรียนแค่วิชาดนตรีไม่ได้เรียนวิชาขลุ่ยโลกันต์ ถึงต้องใช้กำลังภายในแต่ก็เพียงเล็กน้อยเพื่อความไพเราะกังวาน”

“ซิ่นเฉิงนางอาจจะรอเวลาที่เหมาะสมเช่นวันนี้อยู่ก็ได้ หากเกิดอะไรขึ้นเจ้ารับผิดชอบไหวหรือ?”

“กระหม่อมมั่นใจว่าตรวจสอบละเอียดแล้ว ที่สำคัญวิชาขลุ่ยโลกันต์ต้องใช้ขลุ่ยโลกันต์บรรเลงเท่านั้น ในเมื่ออาวุธร้ายแรงได้ถูกผนึกไปแล้ว  ไป่หลงจิ่วก็รับสอนเพียงวิชาดนตรีธรรมดามานานหลายปี ทางราชสำนักเองก็จับตาดูเขาไม่ห่าง”

“เจ้าแน่ใจรึ? แต่เราคงจะนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้” ชายหนุ่มไม่อยากประมาท หากเกิดเรื่องร้ายในงานเลี้ยงคงไม่ดีแน่ “เจ้าไปยกพิณหวนคำนึงมาให้เราเดี๋ยวนี้”

“พะยะค่ะ” ซิ่นเฉิงทะยานหายไปทันที

มู่เลี่ยงหรงตั้งใจแล้วว่าจะต้องตรวจสอบเยี่ยนเยว่ฉีอีกครั้ง ถึงในใจจะรู้สึกหวั่นไหวต่อนางบ้างแล้ว แต่ความปลอดภัยของฮ่องเต้คือสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก 

ท่านอ๋องจ้องขลุ่ยหยกสีเขียวในมือพลางครุ่นคิด คุณหนูเยี่ยนคงเริ่มตามหาของสิ่งนี้แล้ว เขาจึงเหน็บขลุ่ยไว้ข้างเอวภายใต้เสื้อคลุม แล้วตรงกลับเข้าไปในงานเลี้ยงทันที 

บุรุษผู้สูงศักดิ์เดินไปคิดแผนการไป ก่อนอื่นจะต้องหาทางคืนขลุ่ยหยกให้นางเสียก่อน อาจจะต้องใช้อุบายเพื่อ   เข้าใกล้สตรีผู้นั้นเพื่อลอบตรวจสอบวรยุทธ์ และท้ายที่สุดเขาจะต้องแทรกแซงการแสดงของนางเสีย เมื่ออยู่ใกล้กันยามบรรเลงเพลงหากเกิดเหตุร้ายเขาย่อมแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที

ข่าวลือที่ว่าเยี่ยนหยางเจี๋ยจะถวายตัวบุตรสาวให้ฮ่องเต้คงมีมูลอยู่บ้าง ดีที่พระเชษฐาคิดจะส่งนางเขาจวนฉินอ๋องแทน เมื่อคิดถึงตรงนี้ในอกข้างซ้ายกลับรู้สึกแปลก ๆ วันนี้เขาเป็นอะไรไปนะ?

ตั้งแต่เกิดมามู่เลี่ยงหรงไม่เคยรู้สึกสนใจสตรีใดเป็นพิเศษ ไม่เคยหัวใจเต้นโครมครามถึงเพียงนี้ เพิ่งได้พบนางเพียงครู่เดียวเท่านั้น กลับรู้สึกอยากใกล้ชิดสนิทเสน่หา แต่แล้วก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ เหตุใดเมื่อเขาพบหญิงสาวที่พอจะทำให้หัวใจหวั่นไหวได้บ้าง ต้องเป็นศิษย์ของปรมาจารย์ขลุ่ยโลกันต์แห่งยุทธภพด้วย

ตอนนี้แม่ทัพใหญ่รักษานครคุมกำลังหนึ่งแสนรอบเมืองหลวง บุตรชายทั้งสองก็มีฝีมือไม่ธรรมดา หากเยี่ยนหยางเจี๋ยผูกสัมพันธ์กับพวกกังฉินเห็นทีบัลลังก์คงสั่นสะเทือน เช่นนี้เองสินะพระเชษฐาจึงต้องส่งถางซือเซินมาหาเขา ด้วยตำแหน่งไคกั๋วกงเขาย่อมไม่ยินดีให้บุตรสาวแต่งเข้าเป็นพระสนม หรือพระชายารอง ดังนั้นตำแหน่งฉินหวางเฟยจึงเหมาะสมที่สุด

เมื่อกระจ่างแจ้งในพระประสงค์ของฮ่องเต้แล้ว มู่เลี่ยงหรงจึงคิดกลับไปบอกแผนการให้แก่อัครเสนาบดีจอมเจ้ากี้เจ้าการ พระเชษฐากับพระสหายทำไมต้องทำให้เรื่องยุ่งยาก เพียงเอ่ยปากบอกตนแต่แรกก็สิ้นเรื่อง หรืออาจเป็นเพราะคำขอของตนกระมัง

‘เสด็จพี่ข้าอยากยกตำแหน่งพระชายาเอกให้สตรีที่รักชอบ’

คิดมาถึงตรงนี้...มู่เลี่ยงหรงก็ไม่แน่ใจ การตัดสินใจยอมรับเรื่องแต่งงานกับเยี่ยนเยว่ฉี เขาทำไปเพื่อความมั่นคงของราชบัลลังก์ หรือเป็นเพราะต้องการครอบครองโฉมงามกันแน่

เหลือเรื่องเดียวที่ท่านอ๋องหนุ่มกังวล หากเยี่ยนเยว่ฉีเป็นผู้สืบทอดวิชาต้องห้าม เขาก็จำเป็นต้องกำจัดนางอย่างช่วยไม่ได้ เพียงหวังว่าไป่หลงจิวจะรักษาข้อตกลงกับราชสำนัก ไม่ได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้บุตรีท่านแม่ทัพใหญ่ ‘สตรีนางนี้ช่างสร้างความยุ่งยากเสียจริง ถ้าข้าพบว่าเจ้าสามารถใช้เพลงขลุ่ยโลกันต์ได้ล่ะก็ ข้าฉินอ๋องจะบั่นศีรษะของเจ้าด้วยตัวเอง แต่หากว่าเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์ เยี่ยนเยว่ฉีเอ๋ย...เจ้าก็จะกลายเป็นหวางเฟยของข้าตลอดไป’

​**************************

-จบตอน-

โปรดติดตามตอนต่อไป


วันนี้ให้ครบตอนเลย กลัวรีดจะค้างนาน ดังนั้นกดไลค์ กดแชร์ให้ด้วยนะคะ

ถ้ารักกันก็คอมเม้นท์บ้างไรท์อยากรู้หัวใจผู้อ่าน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว