ยินดีต้อนรับทุกคนค่ะ เรื่องท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ายอมแล้ว เปิดให้อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ ฉบับนี้เป็นฉบับรีไรท์แล้วนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจจริง ๆ

ท่านอ๋อง...ข้าจะหาพระชายาให้ท่านเอง (2)

ชื่อตอน : ท่านอ๋อง...ข้าจะหาพระชายาให้ท่านเอง (2)

คำค้น : ท่านอ๋อง, จีน, จีนโบราณ, ฟิน, จิกหมอน, NC, พระเอกงานดี, รักเมีย, หลงเมีย

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ต.ค. 2561 01:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ท่านอ๋อง...ข้าจะหาพระชายาให้ท่านเอง (2)
แบบอักษร

ท่านอ๋อง...ข้าจะหาพระชายาให้ท่านเอง (2)

ความจริงก็คือเขาสูงศักดิ์ย่อมมีสตรีอยากถวายตัวให้ลิ้มลอง ตั้งแต่ยังไม่ออกจากวังหลวงมาอยู่จวนส่วนตัว บรรดานางกำนัลทั้งหลายที่อยากยกฐานะ รวมไปถึงบรรดาขุนนางต่าง ๆ ก็อยากจะยกบุตรสาวให้กับเขา เพื่อจะได้รับผลประโยชน์จากการเชื่อมสัมพันธ์กับเชื้อพระวงศ์ สิ่งเดียวที่เขาได้จากเรื่องนี้คือความสุขทางกาย ดังนั้นฉินอ๋องจึงกลายเป็นบุรุษช่างเลือก สตรีที่เขายอมให้ปีนขึ้นเตียงล้วนโฉมงามทั้งสิ้น ยามความต้องการของบุรุษเรียกร้องก็แค่เลือกมาสักคน ถึงพวกนางจะช่วยปลดเปลื้องความต้องการของบุรุษเพศให้เขาได้ แต่กลับรู้สึกว่ายังไม่มีสตรีใดดึงดูดใจได้มากพอ ไม่เคยรู้สึกรักใคร่ผู้ใดเป็นพิเศษ จนท้ายที่สุดก็ลงความเห็นว่าพวกนางต่างก็เหมือนกัน

แต่ถึงกระนั้นมู่เลี่ยงหรงก็ตระหนักดีว่าการแต่งงานของเขาเป็นเรื่องที่สำคัญ เขาเป็นพระอนุชาร่วมพระมารดากับฮ่องเต้ ดังนั้นหากจะรับชายาเอก หรือชายารองย่อมต้องเป็นบุคคลที่พระเชษฐาเห็นสมควร อีกทั้งต้องคำนึงถึงส่วนได้ส่วนเสียและผลกระทบในราชสำนักเป็นที่ตั้ง เหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ฉินอ๋องยังไม่ตัดสินใจยกตำแหน่งพระชายาเอกให้สตรีใดทั้งสิ้น

ไม่เพียงเท่านั้นด้วยอยู่วังหลวงมานานเหตุใดมู่เลี่ยงหรงจะไม่รู้ถึงความวุ่นวายในวังหลัง เพียงคิดว่าจะต้องเสียเวลามาคอยควบคุมสตรีคลั่งรักก็รู้สึกปวดตุบๆ บนศีรษะ สู้เอาเวลาไปทำงานช่วยเหลือราษฎรยังมีค่ายิ่งกว่า

เมื่อไม่ใช่พวกลุ่มหลงอิสตรี ฉินอ๋องจึงไม่มีความคิดเรื่องเติมเรือนหลังให้เต็มอย่างองค์ชายอื่น ๆ ทำให้จนถึงตอนนี้ในจวนมีชายารองเพียงสามคนเท่านั้น พวกนางล้วนเป็นคนที่ฮ่องเต้ทรงพระราชประทานมาให้ทั้งสิ้น

“ปีนี้ท่านอ๋องไม่ควรพลาด” ถางซือเซินอมยิ้ม

“ทำไมกันซือเซิน ดูเหมือเจ้าอยากให้ข้าไปร่วมงานครั้งนี้เป็นหนักหนา หรือว่ามีอะไรเป็นพิเศษ?” มู่เลี่ยงหรงหรี่นัยน์ตาหงส์ลง บรรยากาศพลันเย็นเยียบ รู้สึกว่าวันนี้พระสหายจะพูดมากเกินไปแล้ว

“ท่านอ๋อง...ปีนี้ท่านก็อายุยี่สิบสองปีแล้ว ตามความเห็นของซือเซินท่านควรแต่งพระชายาเอกเข้าจวนเสียที เรือนจะได้เต็มเรือน มีหวางเฟยช่วยดูแลเรื่องในจวน ท่านก็จะได้เอาเวลาไปทุ่มเทกับงานราชการอย่างไรเล่า” ถางซือเซินให้เหตุผล “อีกอย่างปีนี้ข้าเห็นว่ามีสตรีที่น่าจะทำให้ท่านอ๋องสนใจอยู่คนหนึ่งด้วย

“...”

"ซือเซินคิดว่าพอรู้ใจท่านอ๋องอยู่บ้าง ขอเอาสายตาของอัครเสนาบดีเป็นประกัน นางน่าจะเป็นสตรีในฝันของท่าน” เขารีบตีเหล็กเมื่อยังร้อนทันที

“ซือเซิน...แต่ไหนแต่ไรมาเจ้าไม่เคยยุ่งเรื่องเรือนหลังของข้า” น้ำเสียงของมู่เลี่ยงหรงเย็นเยียบ นั่นหมายถึงเขาเริ่มเดือดดาลแล้ว ความอดทนของท่านอ๋องหนุ่มใกล้จะหมด

“กระหม่อมมิกล้า” เมื่อเห็นท่านอ๋องเริ่มมีโทสะ อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายก็ใช้มุขขุนนางผู้น้อยหวาดกลัวผู้เป็นนายเข้าว่า “แต่กระหม่อมมั่นใจว่าท่านอ๋องจะพึงใจสตรีนางนี้อย่างแน่นอน” พระสหายกล่าวด้วยท่าทางนอบน้อม เขาค้อมศีรษะลงต่ำแสดงอาการราวกับหวาดกลัวจะโดนลงอาญา

“เจ้าไม่ต้องมาทำท่าขุนนางผู้ภัคดีใส่ข้า บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าคิดจะทำอะไรกันแน่” ปกติถานซือเซินไม่เคยยุ่งเรื่องในม่านมุ้งของเขา เหตุใดถึงกระตือรือร้นอยากให้ตนไปร่วมงานชมดอกเหมยเลือกคู่ ท่าทางมั่นอกมั่นใจนั่นอีกแค่เห็นก็รู้สึกหวาดระแวง

“กระหม่อมขอทูลถามท่านอ๋อง ท่านจำสัญญาของเราได้หรือไม่?”      ถางซือเซินเงยหน้าขึ้น เขาสบตาสีดำเข้มลึกของมู่เลี่ยงหรงตรงๆ แล้วส่งยิ้มน่าขนลุกไปให้ฉินอ๋อง

“สัญญาอันใด ข้าเคยไปรับปากอะไรไว้กับเจ้า?” ประโยคเอ่ยทวงสัญญาที่ตนก็จำมิได้นั้น กลับสร้างความหนาวเย็นขึ้นในใจอย่างบอกไม่ถูก

“ท่านสัญญากับกระหม่อมไว้ว่าหากท่านอายุครบยี่สิบปีแล้วยังหาพระชายาเอกมิได้ ท่านจะให้ซือเซินจัดการให้อย่างไรเล่า” ถานซือเซินมองดูสีหน้าของฉินอ๋อง ครั้นเห็นแววตระหนกบนดวงตา เขาแทบจะหัวเราะออกมาแต่กลั้นเอาไว้ เพราะกลัวจะทำให้ผู้สูงศักดิ์บันดาลโทสะจนผิดแผน “แต่บัดนี้ท่านอ๋องอายุได้ยี่สิบสองปีแล้วนะพะยะค่ะ”

“เจ้า...เจ้า…” ท่านอ๋องหนุ่มนิ่งอึ้ง พูดอะไรไม่ออกอีก สีหน้าที่เคยเย็นชากระตุกวูบ เมื่อย้อนนึกถึงวันวานในวัยเยาว์ของตนกับผู้ที่เป็นอัครเสนาบดี ก็เริ่มจำได้ว่าทั้งสองเคยพูดถึงเรื่องรับภรรยาในอนาคต ตอนนั้นด้วยความเป็นเด็กจึงรับปากด้วยความยินดี ซ้ำยังให้คำมั่นว่าจะไม่มีทางปฏิเสธหญิงสาวที่สหายเลือกให้อย่างแน่นอน

“น่าตายนัก!” มู่เลี่ยงหรงสบถลอดไรฟัน กำหมัดแน่น ชายหนุ่มหลับตาลงลอบด่าบรรพบุรุษสิบแปดรุ่นของพระสหายอย่างเจ็บแค้น เขารู้ดีว่าตกหลุมพรางเสียแล้ว และหลุมนี้ตนดันเป็นคนขุดเอาไว้เองจนเกือบจะลืมเลือน

 เมื่อเห็นท่านอ๋องหนุ่มหน้าซีดกล่าวอะไรไม่ออกอีก ถางซือเซินผู้ใจกล้ากล่าวต่ออีกประโยคด้วยใบหน้าฉายแววยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ “ผู้เป็นอ๋องกล่าวแล้วทองพันชั่งก็ซื้อมิได้ ข้าจะหาพระชายาให้ท่านเอง”

เมื่อเห็นว่าตกเป็นรองพระสหาย แต่ด้วยนิสัยละเอียดรอบคอบ จะให้ยอมง่าย ๆ ก็คงไม่ได้การ ด้วยตำแหน่งพระชายาเอกไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาล้อเล่นได้ สตรี  นางนั้นย่อมต้องเป็นผู้ที่คู่ควร เขาต้องเห็นดีเห็นงามด้วยจึงจะถูก

“ซือเซินอย่าเพิ่งได้ใจไป ข้าสัญญากับเจ้าเอาไว้ก็จริง แต่เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงอนาคตของข้าเชียวนะ มีเรื่องเจ้าควรรู้เอาไว้ หลายปีที่ผ่านไม่เคยนึกแปลกใจเลยหรือ ข้ามีพระชายารองอยู่ถึงสามนางแต่ยังไม่มีทายาทเสียที”

“...” ถางซือเซินไม่กล้าตอบ หากพูดว่ามู่เลี่ยงหรงไร้น้ำยา เขาจะต้องถูกกระบี่เสียบเขาหัวใจเป็นแน่แท้

“ข้าตั้งใจจะมีทายาทกับหวางเฟยเท่านั้น” มู่เลี่ยงหรงเอ่ยเสียงเข้ม พลางลูบไล้ตราหยกสลักลายพยัคฆ์สีขาวอันล้ำค่าควรเมือง “ข้าต้องรู้ก่อนว่านางเป็นใครกันแน่ หากสตรีผู้นี้ไม่คู่ควร ข้าย่อมปฏิเสธคนที่เจ้าเลือกได้ แต่ไม่ใช่จะไม่รักษาคำพูด หากครานี้ไม่ผ่านเจ้าก็ไปคัดเลือกมาใหม่ เช่นนี้จึงจะยุติธรรมกับเราทั้งสองฝ่าย อัครเสนาบดีคงเห็นด้วยกับที่ข้าเสนอกระมัง”

ถางซือเซินหลุบสายตาเจ้าเล่ห์ พลางหงุดหงิดเล็กน้อย มู่เลี่ยงหรงไม่ใช่หมูให้เขากลืนง่าย ๆ แต่บุตรสาวท่านแม่ทัพใหญ่เป็นสตรีในแบบที่ท่านอ๋องชอบอย่างแน่นอน ‘ลองเสี่ยงดูก่อนก็แล้วกัน หากยังไม่สำเร็จค่อยไปวางแผนใหม่อีกครั้งกับคนผู้นั้น

“นามของนางคือเยี่ยนเยว่ฉี บุตรีท่านแม่ทัพใหญ่รักษานครคนใหม่ ต่างมีเสียงล่ำลือกล่าวขานว่านางงดงามราวเทพธิดา กิริยามารยาทได้รับการอบรมเป็นอย่างดี”

“แค่บุตรสาวข้าราชการ ไฉนเจ้าไม่หาท่านหญิงให้ข้าเล่า?” มู่เลี่ยงหรงหรี่นัยน์ตาหงส์ เขาจดจ้องใบหน้าพระสหายประหนึ่งต้องการจะจับผิด เห็นทีเรื่องนี้ต้องมีสายสนกลใน ‘ซือเซินเอ๋ยข้าก็รู้ใจเจ้าเช่นกัน

“หากท่านอ๋องอยากสมรสกับท่านหญิง ซือเซินก็เห็นมีเหมาะสมอยู่ผู้หนึ่ง” อัครเสนาบดียิ้มเย็นแล้วเอ่ยชื่อสตรีผู้นั้นอย่างกล้าหาญ “ท่าน-หญิง-กุ้ย-อิน"

“ซือเซินบ่อลับที่ท้ายจวนของข้ายังสามารถใส่บัณฑิตไม่กลัวตายลงไปได้อีกหลายคน” มู่เลี่ยงหรงคิ้วกระตุก นี่พระสหายล้อเขาเล่นใช่หรือไม่ ใครจะอยากแต่งงานกับผู้หญิงแบบนั้น เขายอมยกเฉิงจื่อหรูพระชายารองคนโปรดขึ้นเป็นหวางเฟยยังดีเสียกว่า

“ท่านอ๋อง...ซือเซินขอกล่าวอะไรสักหน่อย”

“อืม...ว่ามา แต่คิดให้ดีก่อนพูดนะ ข้าเองก็ไม่ต้องการหาผู้ใดมาเดินหมากเป็นเพื่อนแทนเจ้า” มู่เลี่ยงหรงยังคงพูดข่มขวัญ แต่แท้จริงกลับแอบหัวเราะอยู่ในใจ

“ท่านอ๋องชอบท่านหญิงคนใดเป็นพิเศษกัน ให้ไล่ชื่อไปทุกตระกูลท่านก็ปฏิเสธอยู่ดี หรือจะค้านสิ่งที่ซือเซินพูด” อัครเสนาบดียังคงไม่ยอมแพ้ มู่เลี่ยงหรงเรื่องมากขนาดไหน ทำไมเขาจะไม่ล่วงรู้

“ก็จริง แต่สตรีที่เติบโตในเมืองชายแดนจะมีอะไรให้ข้าตื่นเต้นกัน คนลือว่างดงามแล้วอย่างไร นางอาจจะดูหน้าตาดีสำหรับชาวชนบทเท่านั้นก็ได้”

“ซือเซินหวังว่าท่านอ๋องจะนำเรื่องนี้ไปไตร่ตรอง หากท่านไม่พึงใจก็ไม่มีอะไรเสียหาย กระหม่อมจะไปคัดสรรค์สาวงามมาให้ใหม่” อัครเสนาบดีกล่าวเสียงเรียบ “แต่ถ้าหากท่านอ๋องต้องตาต้องใจนางแล้วล่ะก็ จงไปขอพระราชทานสมรสด้วยตนเองนะพะยะค่ะ”

“หือ...ดูเหมือนเจ้าจะไม่พอใจ?” มู่เลี่ยงหรงจ้องหน้าพระสหาย ดูเหมือนว่าอัครเสนาบดีจะถอดใจไม่อยากตื้อตนอีกแล้ว ‘ไม่สนุกเลยซือเซิน วันนี้ทำไมเจ้าไม่เถียงข้าให้มาก ๆ หน่อยเล่า?’

“มิได้” ถางซือเซินพูดเสียงเบา แล้วก้มลงมองกระดานหมากตรงหน้าอีกคราหนึ่ง

“ก็ได้...ก็ได้ ข้าจะไตร่ตรองเรื่องนี้ อย่างน้อยจะหาทางไปพบหน้านางก่อนเวลาสักหน่อย หากบุตรสาวท่านแม่ทัพใหญ่งดงามต้องตาต้องใจ ข้าจะแต่งนางเป็นหวางเฟย เท่านี้เจ้าคงพอใจแล้วกระมัง”

“ขอบพระทัย...” ถางซือเซินรับคำเสียงเฉื่อย

“เจ้าเป็นบุรุษไฉนทำนิสัยสตรีใส่ข้าเล่า?” มู่เลี่ยงหรงเห็นถางซือเซินทำท่าเหมือนแง่งอน จึงอดคิดถึงถางซือเซียนมิได้ สองพี่น้องชอบทำหน้าแบบนี้เวลาไม่ได้ดั่งใจ

ถางซือเซินไม่พูดไม่จาอะไรอีกทั้งสิ้น บัณฑิตหนุ่มแห่งราชสำนักเพียงขยับนิ้ววางตัวหมากลงบนกระดานที่ตนบอกว่ายอมแพ้ไปแล้วหนึ่งตัว จากนั้นเขาก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่ผู้เป็นอ๋อง พร้อมกล่าวสั้น ๆ

“รุกฆาต”

“เจ้ามันช่าง…น่าตายนัก” 

“ขอบพระทัยท่านอ๋อง”

การเดินหมากจบลงเพียงเท่านี้ แต่มู่เลี่ยงหรงยังคงติดใจอยู่ หากไม่มีสายสนกลในพระสหายคงไม่มาออกปากเป็นแน่ พระเชษฐาคงมีแผนการแต่ไม่อยากบอกกับเขาโดยตรง ‘หวังว่าจะไม่ใช่แผนชายงาม หรือข้าต้องแต่งงานการเมืองอีกแล้ว’

มู่เลี่ยงหรงเหมือนพอจะรู้ชะตากรรม แต่หากเขาไม่เอ่ยปากฮ่องเต้ก็มิอาจพระราชทานสมรสได้ ด้วยเหตุนี้กระมังพระเชษฐาจึงส่งถางซือเซินมาจัดการเรื่องนี้

มู่เลี่ยงหรงนั่งคิด พลางเคาะนิ้วเรียวบนตั่งเป็นจังหวะ ‘ข้าจะเล่นด้วยก็แล้วกัน ท่าทางตระกูลเยี่ยนคงน่าสนอกสนใจอยู่ไม่น้อย เป็นเขยท่านแม่ทัพใหญ่รักษานครอีกสักตำแหน่งคงไม่เป็นไร แต่จะให้ข้าอ้อนวอนขอพระราชทานสมรสง่าย ๆ ก็ไม่สนุกสิ’

ถางซือเซินมองกิริยานี้ก็ลอบยิ้มในใจ แต่กลับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ท่านอ๋องกำลังวางแผนเรื่องตระกูลเยี่ยนแล้วเป็นแน่ ชายผู้นี้หากบังคับโดยตรงย่อมไม่มีทางยินดี เช่นนี้มีแต่ต้องใช้เล่ห์กล ซึ่งเรื่องนี้ได้เตรียมการไว้ทั้งหมดแล้ว จะเหลือแค่เพียงผู้สูงศักดิ์จะพร้อมใจกระโดดลงหลุมพรางที่เขาเพียรขุดเอาไว้เท่านั้น

ต่างคนก็ต่างคิดแผนอยู่ในใจ จนตะวันใกล้จะลับฟ้า อัครเสนาบดีจึงกล่าวลาแล้วรีบออกจากจวนฉินอ๋องในทันที...


*********************

- โปรดติดตามตอนต่อไป-


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว