สวัสดีครับ ผมเสี่ยวไป๋ หรือ โรส ครับ.. ตั้งแต่คุณเปิดเข้ามาคุณก็เตรียมใจไว้ให้ดี เพราะว่าคุณอาจจะรู้สึกตัวที่แท้แล้วตนเองเป็นหมีคลั่งที่ต้องอยู่ในกรง!!

บทที่ 11 โรสกับทหารยาม

ชื่อตอน : บทที่ 11 โรสกับทหารยาม

คำค้น : โลลิแวมไพร์มังกร 2000 ปี บทที่ 11

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 944

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ย. 2561 20:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 โรสกับทหารยาม
แบบอักษร

บทที่ 11 - โรสกับทหารยาม

“เอาล่ะ.. แค่นี้ก็พอแล้ว”

ชั้นพูดออกแบบนั้นใช่ว่าจะเก็บของอะไรนะแค่เอาเสื้อใส่ช่องเก็บของแล้วก็เตียงเก็บใส่เท่านั้นล่ะหลังจากที่ชั้นได้รับเพื่อน.. คิดว่านะ.. หนึ่งคนก็ผ่านมาแล้วห้าวันชั้นกับเธอได้ทำความรู้จักกันนอกรอบ

ก็นะถึงจะบอกว่าทำความรู้จักกันก็มีแต่ลิลิซพล่ามอยู่คนเดียวแล้วก็ที่สำคัญนะ เธอถามชั้นว่าชั้นอยู่ที่นี่มากี่ปีแล้ว

แน่นอนว่าชั้นก็โกหกไปน่ะสิถึงจะเป็นสุนัขก็คงรู้ถ้าบอกว่ามีอายุ 2,000 ปีเนี่ยไม่บ้าหัวก็คงฟาดกับกำแพง

พอเธอถามว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ชั้นคิดว่าเธอไม่น่าถามเลยนะ ก็นั่นไงชั้นเป็นมาจากต่างโลกไง ก็บอกไปตามตรงแต่ไม่ได้บอกว่าเกิดใหม่นะ

แค่บอกว่าประมาณถูกอัญเชิญมาจากต่างโลกก็นะ ในโลกแบบนี้มีการอัญเชิญผู้กล้าอยู่แล้วล่ะเลยไม่คิดจะปิดบังว่าเกิดมาในที่แห่งนี้ อันที่จริงชั้นขี้เกียจอธิบายมากความ

เลยบอกว่าถูกพระเจ้าจับย้ายโลกเธอก็ตกใจอยู่ พอชั้นถามว่าในโบกนี้ไม่มีการอัญเชิญผู้กล้าหรือไง เธอตอบมาว่า

“จะว่ามีก็มีอยู่หรอกค่ะ แต่การมาต่างโลกด้วยฝีมือพระเจ้าหรือเทพธิดาชั้นแทบไม่เคยได้ยินเลยนะคะ ปกติจะอัญเชิญผ่านวงเวทและใช้พลังเวทสั่งสมมานานกว่าร้อยปีเชียวนะคะ.. ฟังนะคะห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด”

เธอบอกชั้นมาแบบนั้น… ก็ไม่คิดจะบอกใครหรอกแม่นางเอ้ย ที่บอกเธอเพราะว่าเธอเห็นชั้นอยู่ใต้ดินที่ไม่มีทางเข้านี่ก็เลยต้องอธิบายไปแบบนั้น

ชั้นเก็บของเสร็จเรียบร้อยชั้นเลยนึกขึ้นได้

“จริงสิ ลิลิซ”

“คะ?”

“พวกผู้กล้าจากต่างโลกที่ว่าถูกอัญเชิญมาเนี่ยตั้งแต่คริสตกาลเวทมนตร์มา กี่ครั้งแล้วมีโดยรวมกี่คน?”

“ไม่ทราบค่ะ ในช่วงศตวรรษแรกๆ ก็ไม่ค่อยมีการอัญเชิญเท่าไหร่แต่พักหลังนี่ยิ่งมีเยอะค่ะ.. การอัญเชิญจากที่ชั้นรู้มามีทั้งหมดสามอย่างเท่านั้นค่ะ คือการอัญเชิญวีรชน จากที่ชั้นทราบมาคือการอัญเชิญเอาวิญญาณคนตายในอดีตกลับมามีชีวิตในต่างโลก แบบที่สองคือ การอัญเชิญแบบสุ่ม เป็นการอัญเชิญที่อัญเชิญเอานักรบจากต่างโลกมาไม่ว่าจะอดีตปัจจุบันหรืออนาคต.. สุดท้ายคือการอัญเชิญปาร์ตี้ผู้กล้า 6 คนค่ะ”

ชั้นพยักหน้าเข้าใจ ปาร์ตี้ผู้กล้ามีหกคนประกอบไปด้วย นักดาบ, นักดาบโล่, ธนู, ลอบสังหาร, เวทมนตร์, ผู้ใช้คัมภีร์

ผู้ใช้คัมภีร์คือพวกที่เอาวิญญาณบริสุทธิ์มาสถิตในคัมภีร์ ยิ่งคัมภีร์ดียิ่งแข็งแกร่ง สามารถใช้พลังของวิญญาณผ่านคัมภีร์ที่เป็นสื่อ คล้ายเวทมนตร์ แต่อ่อนแอกว่า

ชั้นก็พึ่งรู้จักเพราะมันพึ่งปรากฏขึ้นมาในหน้าประวัติศาสตร์ราวๆ สหัสวรรษก่อนเท่านั้น

ชั้นเลิกสนใจผู้กล้า ผู้ที่แบกรับภาระของโลกอื่นช่วยนู่นนี่นั่น บ้าหรือเปล่าคิดว่าตัวเองเป็นตัวเอกหรือไงไม่รู้ ช่วยเขาก็มีแต่ผลเสีย

ชั้นเหนื่อยใจแทนพวกนั้นจริงๆ

“จริงสิ.. แล้วโรสจั— โรสล่ะมีหน้าที่อะไรในฐานะผู้กล้า”

“มันแน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ…”

ตาชั้นเป็นประกายขึ้นมามองไปที่คลังหนังสือแล้วพูดต่อ “ที่เทพธิดาส่งชั้นมาก็เพื่อให้พิชิตหนังสือทั่วโลกไงล่ะ ฮ่าๆ ๆ”

“เป็นพวกบ้าหนังสือจริงๆ เลยสินะคะ…”

“เธอจะไปเข้าใจอะไร!”

“ก็ไม่ได้อยากเข้าใจหรอกค่ะ”

“หมายความว่าไง ห๊า?”

“ป..เปล่าค่ะ.. ชั้นแค่คิดว่าไม่อยากกลายเป็นคนบ้าเท่านั้น”

อืมมม เหมือนยัยนี่จะหาว่าชั้นบ้าสินะ ช่างเถอะ เด็กวัยรุ่นสมัยนี้ไม่มีทางเข้าใจคนแก่แบบชั้นหรอก ชั้นเลยปล่อยๆ ไปแบบไม่สนใจ

ชั้นเป็นคนใจกว้างหรอกนะ เอ่อ.. ถึงชั้นจะไม่ได้บอกว่าอายุสองพันปี แต่ชั้นก็บอกไปแล้วนะว่าชั้นอายุเยอะกว่าลิลิซ

แต่เหมือนเธอจะตอบแบบขอไปที ให้ตายสิเด็กสมัยนี่ยุ่งยากกันจริงๆ!

“เอาล่ะไปกันได้แล้ว!”

“ค่ะ!”

ชั้นกับลิลิซเดินไปทางที่พวกปาร์ตี้นั้นขุดไว้ พอเดินออกมาแล้วชั้นจึงหันไปหาคลังสมุดที่ ที่ชั้นเคยอยู่สงบมาสองพันปี …

“ลาก่อนนะ..”

ชั้นพึมพำแบบนั้นออกมาส่งสายตาอาลัยอาวรณ์ออกมา ลิลิซเดินมาข้างๆ ชั้นเธอเหมือนจะเข้าใจว่าชั้นกำลังอำลา.. แต่ไม่รู้ว่ารู้เรื่องนี้ไหมที่ชั้นอำลาไม่ใช่ที่แห่งนี้ .เพราะว่า

ชั้นเอามือสัมผัสไปที่คลังหนังสือที่เชื่อมต่อไปทั่วที่ชั้นเคยอยู่ก่อนที่มันจะหายวับไปปรากฏอยู่หน้าจอช่องเก็บของชั้น

“เอ๊ะ…?”

“หือ?”

ชั้นได้ยินเสียงแปลกๆ ของลิลิซดังขึ้นในชั้นเลยหันไปมองเธอเห็นเธอแสดงสีหน้ามึนงงออกมาเธอพูดว่า

“เอ่อ.. เมื่อกี้ทำอะไรคะ..?”

“ก็เก็บคลังหนังสือของชั้นน่ะสิ”

“…”

เธอมองชั้นอย่างโง่งมก่อนที่จะพูดถามต่อว่า

“แล้วเมื่อกี้ยืนอำลาอะไรคะ?”

“นี่เธอไม่รู้เหรอ..?”

“ค่ะ..”

“มันแน่อยู่แล้วก็อำลาความสงบของชั้นยังไงล่ะ!!”

“ม..หมายความว่าไงคะ?”

“ก็คสามสงบสุขอันเงียบสงบของชั้นกำลังจะหายไปเพราะว่ามีเธอตามมาด้วยไง ชั้นคิดว่าเธอน่าจะเป็นตัวนำปัญหาให้บ่อยๆ แน่”

“…”

เธอพูดไม่ออกแฮะ มันเรื่องจริงนี่น่าชีวิตที่โดดเดี่ยวต้องจบลงเชียวนะ! โดยเฉพาะผู้หญิงสไตล์คลั่งเด็กแบบนี้นี่ตัวปัญหาแน่ๆ

“เอาล่ะไปกันได้แล้ว” ชั้นเดินนำทันที

“ด…เดี๋ยวก่อนสิคะ ที่ว่าตัวปัญหาหมายความว่าไงคะ!?”

ชั้นเมินไม่สนใจเธอและพวกเราก็ออกจากใต้ดินด้วยประการฉะนี้.. อันที่จริงนะรู้สึกเศร้าไงไม่รู้ที่ต้องออกมาจากที่เงียบสงบแบบนั้น

จริงสิ.. ถ้าชั้นรวบรวมหนังสือจากทั่วโลกแล้วกลับลงไปปิดผนึกไว้อีกรอบแล้วเริ่มอ่านนี่มันจะเป็นยังไงน้า ฮ่าๆ แค่คิดก็รู้สึกดีแล้ววว

3 วันต่อมา..

ชั้นกับลิลิซกำลังต่อแถวเข้าหน้าประตูเมืองฟิโอน่า เป็นเมืองหลวงขออาณาจักรฟิโอน่า เมืองหลวงกินอาณาเขตกว่า 500 กิโลเมตร เป็นเมืองที่ใหญ่เว่อร์เกินจริงมาก

เนื่องเพราะเป็นเมืองที่ใหญ่กำแพงเมืองจึงใหญ่การป้องกันจึงแน่นหน้าชั้นคิดว่ากำแพงเมืองนี่ไม่สูงเกินหน้าเกินตา แต่ความแข็งแกร่งของมันชั้นคิดว่า

เจ้าไรเนอร์ในร่างไททันก็ยังเตะไม่แตกเลยอยากจะบอก เพราะเมืองใหญ่คนเข้าเมืองแต่ละวันจึงเยอะชั้นยืนต่อคิวมานานแล้วนะเนี่ย

ถึงจะไม่เหนื่อยเลยแต่สภาพจิตใจมันเหนื่อยจะอ่านหนังสือก็ไม่ได้ให้ตายสิ แย่แน่ๆ แบบนี้แย่แน่ๆ แดดก็แรงถึงผิวจะไม่เสียแต่ทางด้านจิตใจนี่ลดทอนลงมาก

“นี่ ลิลิซ ไม่มีทางอื่นให้ไปได้เร็วกว่านี้เลยเหรอ”

“มีสิคะ.. ตรงนู้นไง”

ลิลิซใช้นิ้วชี้ไปอีกทิศของประตูเมืองเป็นประตูที่ใหญ่พอตัวเป็นทางของพ่อค้าระดับสูงหรือพวกขุนนางที่ได้รับการยอมรับหรือมีบัตรผ่านเท่านั้น

เธออธิบายมาแบบนี้.. มันขี้โกงกันเกินไปแล้วเด็กสมัยนี้ขี้โกงกันจริงๆ ชั้นมีอายุมามากกว่าสองพันปีเชียวนะ… อ่าวไม่เกี่ยวสินะ

“แล้วจะเข้าไปได้ไงล่— จริงสิ!”

ชั้นนึกออกในที่สุดก็เดินออกแถวไปจับลากลิลิซไปด้วย ชั้นเดินไปประตูทิศที่เป็นทางของพวกขุนนาง.. ชั้นเดินไปหาคนสวมชุดเกราะดูหรูหราน่าจะยศสูงพอตัว

“นี่ๆ .. พี่ชายพี่ชาย”

ชั้นเรียกพี่ชายสวมชุดเกราะด้วยเสียงเด็กผู้หญิงทั่วไปชายคนนั้นหันมามองเห็นชั้นก็ผงะไปเล็กน้อยวางมือลงบนหัวชั้น

อดทนไว้ตัวชั้น.. เพื่อความสะดวกสบาย.. น้ำตาซึมออกมาจากหางตาเพราะว่าต้องมาทำเรื่องน่าอายแลกกับความสบาย

“มีอะไรเหรอจ๊ะหนูน้อย..” (เอ็งโคตรหมี)

“ค…คือว่า.. คุณแม่.. คุณแม่ของหนูรออยู่ในเมืองแต่ว่า แต่ว่าหนูกับพี่สาวสองคนตามไม่ทันจึงโดนเบียดตกแถว.. พ..พี่ชายช่วยหนูหน่อยได้ไหม..”

“….”

ลิลิซที่เดินตามหลังมาพูดไม่ออกพร้อมมองชั้นด้วยสายตาแปลกๆ ชั้นในตอนนี้ที่มาตาเล็ดออกจากหางตาช้อนตามองขึ้นไปที่ชายสวมชุดเกราะ

ไม่รู้ทำไมจู่ๆ หน้าเขาก็แดงขึ้น อ๊า.. โลลิค่อนอีกคนสินะ..

“น..น่าสงสาร.. ใครกันที่เบียดหนูน้อยน่าสงสารแบบนี้ได้ลงคอ! ข้าจะไปจัดการกับมัน!”

“มะ.. ไม่ได้นะพี่ชาย.. เรื่องแค่นี้เอง แต่หนู แต่หนูอยากเจอกับคุณพ่อคุณแม่แล้ว”

“ฮืออ ช่างเป็นเด็กดีอะไรขนาดนี้ เชิญเลยๆ”

เขาเดินนำทางชั้นกับลิลิซแต่ในตอนนั้นเองมีทหารอีกคนวิ่งมาแล้วกล่าวว่า “ไม่ได้นะหัวหน้า ถ้าทำแบบนั้นพวกเราจะถูกลงโทษเอานะ!”

“ห๊า.. แกจะบอกว่าให้ชั้นปล่อยหนูน้อยคนนี้ทิ้งไว้เหรอ?”

“มะ..ไม่ใช่—”

ก่อนที่เขาจะกล่าวจบชั้นเลยเดินไปอยู่ต่อหน้าทหารคนนั้นแล้วพูดว่า “พ..พี่ชาย.. หนูอยากเจอคุณแม่…ไม่ได้เหรอ..”

“อึก..”

หน้าทหารคนนั้นแดงอีกแล้ว.. อ๊า โลลิค่อนอีกคนล่ะทำไมโลกนี้เต็มไปด้วยโลลิค่อนกันนะ ชั้นทำหน้าตาน่าสงสารนัยน์ตาสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้

“เป.. เปล่า มาเดี๋ยวพี่ชายนำไปเอง”

ทหารคนนั้นพูดขึ้น

“เดี๋ยวสินั่นมันหน้าที่ของข้านะ!”

“หัวหน้าต้องเฝ้าหน้าประตูไม่ใช่เหรอ!?”

“นะ..นั่นก็ใช่อยู่หรอก แต่ว่า..”

“หัวหน้าเฝ้าไปเถอะให้เป็นหน้าที่ข้าเอง!”

อ๊า.. วันนี้ชั้นเห็นคุณหมีตีกันเพื่อแย่งชิงโลลิล่ะ.. แต่เสียใจพวกคนแก่อายุน้อยทั้งหลายที่ชั้นไม่ใช่ผู้หญิงร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างน้อยก็แค่ 99% ล่ะที่เป็นหญิง..

[โทษที่ช้าครับ]

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว