ขอบคุณทุกกำลังใจ กำลังเริ่มติดเหรียญแล้วนะคะ ใครยังไม่อ่านรีบอ่านก่อนติดเหรียญนะคะ

ตอนที่ 31 คลอดบุตร

ชื่อตอน : ตอนที่ 31 คลอดบุตร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2561 18:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 31 คลอดบุตร
แบบอักษร

กาลเวลาเปลี่ยนผันไปอย่างรวดเร็ว เกิดเรื่องราวมากมายในราชสำนัก ท่านอัครเสนาบดีกลับเข้ารับตำแหน่ง องค์ชายเก้าต่อสู่ฟันฝ่าจนได้รับตำแหน่งองค์รัชทายาท เวลานี้ก็ตบแต่งพระชายาร่วมครองตำหนักบูรพาเป็นที่เรียบร้อย

ข้าในยามนี้ครรภ์แก่อุ้ยอ้ายเต็มทีเนื้อตัวก็บวมฉุ เดินไปทางใดก็แทบจะมีคนประคับประคองไปตลอดทาง ท่านย่าและท่านแม่มาเยี่ยมเยียนข้าบ่อยขึ้น ด้วยเห็นว่าข้าใกล้คลอดเต็มที พวกนางจึงมาช่วยตระเตรียมข้าวของและทุกสิ่งที่ใช้ในการเตรียมคลอด

“ท่านพี่ชิงชิงท่านเป็นเช่นไรบาง ยามนี้ข้าว่าท่านอย่าเดินบ่อยนักจะดีกว่า” องค์ชายเก้าไม่สิยามนี้ต้องเรียกว่าองค์รัชทายาทเอ่ยทักขึ้น เมื่อเห็นว่าข้าแบกครรภ์แก่เดินเข้ามาหาเขา ข้าทำท่าจะคารวะตามธรรมเนียมแต่เขารีบร้องห้ามปรามข้าทันที พลางเข้ามาช่วยจับจูงข้าไปนั่งยังเก้าอี้ที่เขาเพิ่งลุกจากมา

“ข้าไม่ได้บอบบางถึงเพียงนั้นหรอก”ข้าเอ่ยพลางหันไปยิ้มให้ฟางฮูหยิน วันนี้นางอุ้มหยวนเป่าน้อยมาหาข้าที่จวนเช่นเคย

“ก็ครรภ์ของท่านใหญ่โตเช่นนี้ ข้าก็อดกังวลมิได้เป็นธรรมดา ข้าว่ายามเขาออกมาต้องตัวใหญ่กว่าหยวนเป่าเมื่อคราแรกคลอดเป็นแน่” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้ข้าอดเบิกตาโตด้วยความตกใจมิได้ สวรรค์หยวนเป่าน้อยเมื่อแรกคลอดหนักเกือบแปดจิน กว่าฟางฮูหยินจะคลอดได้ข้าร้องไห้อยู่หน้าประตูตั้งนานสองนาน หากลูกข้าตัวใหญ่เช่นนั้นมิต้องคลอดลำบากกว่าหรือ

“องค์รัชทายาทท่านก็เอ่ยเกินไป อย่าทำให้นางเป็นกังวลสิ ท่านพี่ชิงชิงท่านไม่ต้องกังวล ท่านแข็งแรงเช่นนี้การคลอดไม่น่ามีปัญหา ข้าเดาว่าท่านต้องคลอดหลานตัวอวบอ้วนได้อย่างปลอดภัยแน่นอน” ฟางฮูหยินเอ่ยปลอบโยนข้าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนข้าจึงได้สบายใจ

“นั่นสิเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก” ตวนมู่เฉินเอ่ยพลางเดินยิ้มเข้ามาในห้องโถง ข้าอดส่งยิ้มยินดีที่เขากลับมาแล้วมิได้

“ท่านกลับมาแล้วหรือ เหตุใดวันนี้จึงกลับมาเร็วได้” ข้าเอ่ยถามเขาเนื่องจากปกติยามนี้ เขามักจะยังอยู่ในวังหลวง

“ท่านอัครเสนาบดีต้องการกลับมารับฮูหยินของเขาด้วยตนเอง ข้าจึงได้โอกาสปลีกตัวตามเขากลับจวนมาด้วยเลย วันนี้เป็นเช่นไรบ้างลูกดิ้นแรงหรือไม่” เขาเอ่ยเช่นนี้ข้าจึงได้แต่ส่ายหน้า

“วันนี้เขาสงบเสงี่ยมดียิ่งนัก” ข้าเอ่ยพลางส่งยิ้มบางเบาให้เขา แต่แล้วก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกถึงแรงบีบรัดอันรุนแรงระลอกหนึ่ง

“เจ้าเป็นอันใด” ตวนมู่เฉินเห็นสีหน้าข้าเปลี่ยนไปเขารีบเอ่ยถามทันที

“ข้ารู้สึกว่าเหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติ” ข้าเอ่ยพลางนิ่วหน้า

“ผิดปกติเช่นไรหรือ” ครานี้เป็นเสียงฟางฮูหยินเอ่ยถาม

“ข้ารู้สึกปวดท้อง” ข้าเอ่ยพร้อมกับความปวดเริ่มทวีความหนักหน่วงยิ่งขึ้น ตวนมู่เฉินมีสีหน้าซีดขาวขึ้นมาทันที

“ท่านพี่จะคลอดแล้วหรือ” องค์รัชทายาทเอ่ยถามด้วยน้ำเสียอันดัง ทุกคนผุดลุกขึ้นยืนกันหมดไม่เว้นแม้แต่ท่านอัครเสนาบดีที่มีสีหน้าเปลี่ยนไปเช่นกัน

“ข้าว่าน่าจะใช่นะ” ข้าหันไปเอ่ยเช่นนี้ ตวนมูเฉินก็ก้มลงอุ้มข้าขึ้นมาแล้วเดินดุ่มๆไปที่ห้องนอนของข้าทันที ปากก็ตะโกนเรียกบ่าวไพร่เสียงดัง จนผู้คนในจวนต่างพากันส่งเสียงวุ่นวายอุตลุดไปหมด เขาวางข้าลงบนเตียงพลางก้มลงกุมมือข้า

“เจ้าวางใจนะ ท่านแม่เตรียมหมอตำแยฝีมือดีไว้การคลอดครั้งนี้ย่อมผ่านไปได้ด้วยดี” เขาเอ่ยพลางบีบมือข้าแน่น

“ขอเชิญท่านราชครูออกไปรอด้านนอกก่อนเจ้าค่ะ” เสียงอันเยือกเย็นของท่านหมอชราที่ท่านแม่เชิญมาเอ่ยขึ้น ตวนมู่เฉินจึงจำใจต้องเดินออกไปนอกประตู ท้องของข้าเริ่มบีดรัดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนข้าแทบทนไม่ไหว

“หากท่านร้องออกไปน่าจะช่วยให้ความเจ็บปวดดีขึ้นมาเจ้าคะ” เสียงของท่านหมอเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าข้าข่มกลั้นความเจ็บปวดไว้ ใจจริงข้าก็อยากร้องออกไปดังๆอยู่หรอก หากแต่เห็นสีหน้าของตวนมู่เฉินเมื่อครู่ข้าก็ไม่อยากส่งเสียง แต่ไม่นานข้าก็อดทนต่อความเจ็บปวดไม่ไหวส่งเสียงร้องออกไป

“ท่านราชครูท่านเข้ามาไม่ได้นะเจ้าคะ” เสียงวุ่นวายอื้ออึงอยู่รอบตัว ข้าจึงลืมตาขึ้นเห็นตวนมู่เฉินเดินเข้ามานั่งลงเคียงข้างข้า

“พวกเจ้ามีหน้าที่ทำอันใดก็ทำต่อไปสิ” ตวนมู่เฉินที่มักมีรอยยิ้มตลอดเวลาแต่ตอนนี้ส่งรังสีอำมหิตแผ่ออกมารอบตัว จนทุกคนไม่กล้าออกปากไล่เขาอีก แม้แต่ลูกในท้องข้าก็คงตกใจเพราะดูเหมือนความเจ็บปวดจะลดลงชั่วคราว

“ท่านพี่...” ข้าได้แต่ส่งเสียงครางด้วยความอ่อนใจ ใจหนึ่งอยากจะไล่เขาไป แต่อีกใจก็รู้สึกดีเมื่อเขาอยู่ใกล้

“เจ้าไม่ต้องกังวลนะ ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นนี้ข้ายิ่งรู้สึกมีกำลังใจ แต่แล้วความเจ็บปวดระรอกใหม่ก็ถาโถมเข้ามา ครานี้ข้าไม่สามารถเก็บงำอารมณ์ใดๆได้อีก ได้แต่แผดเสียงร้องสุดชีวิตตามความเจ็บปวดที่ได้รับจากช่องท้อง

“ชิงชิง!” ตวนมู่เฉินส่งเสียงเรียกเมื่อรู้สึกว่ามือของเขาถูกข้าบีบเสียแน่น

“โอ้ยยย ไม่เอาแล้วคราวหน้าข้าไม่มีแล้ว เจ็บเหลือเกิน” ข้าได้แต่ตะโกนร่ำไห้ ยามนี้ในหััวข้ามีแต่ความเจ็บปวด

“ได้ๆ ไม่มีแล้วๆ เป็นข้าผิดเอง” เขากล่าวพลางเช็ดเหงื่อให้ข้า

“ใช่แล้วท่านผิดจริงๆด้วย ตวนมู่เฉินนนน” เสียงกรีดร้องของข้าดังอย่างต่อเนื่อง ข้าทนเจ็บจนคิดว่าจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว จู่ๆก็เหมือนร่างกายท่อนล่างถูกฉีกขาด พร้อมด้วยเสียงร้องไห้สะเทือนเลื่อนลั่นของเด็กทารก

“เป็นคุณชายน้อย ยินดีด้วยเจ้าค่ะท่านราชครูท่านได้บุตรชายเจ้าค่ะ” เสียงท่านหมอเอ่ยด้วยความยินดี ตวนมู่เฉินก็หัวเราะออกมาด้วยความยินดี

“ทำดีมากชิงชิง เจ้าเก่งมาก” เขาเอ่ยพลางลูบหน้าของข้าด้วยรอยยิ้ม ข้าเองก็ได้แต่ส่งยิ้มยินดีพยายามจะจ้องมองทารกน้อยซึ่งบัดนี้กำลังถูกตัดสายสะดือและล้างคราบเลือด แต่แล้วก็ก็ต้องส่งเสียงครางออกมาอีกครั้งด้วยช่องท้องบีบรัดตัวอย่างรุนแรงอีกครั้ง

“ชิงชิง เจ้าเป็นอันใด” ตวนมู่เฉินส่งเสียงเรียกข้าอย่างตกใจ ท่านหมอเข้ามาดูข้าแล้วส่งเสียงอุทานด้วยความตื่นเต้น

“ยังมีอีกคนเจ้าค่ะ นะจะเป็นฝาแฝดนะเจ้าคะ” นางพูดอันใดต่อข้าไม่สามารถจับใจความได้อีกแล้วด้วยรู้สึกว่าครั้งนี้เจ็บปวดรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก ทนเจ็บปวดไม่นานทารกน้อยก็ออกมาส่งเสียงแผดร้องจ้า

“เป็นบุตรสาว ยินดีด้วยเจ้าค่ะท่านราชครูเป็นบุตรหงส์คู่มังกร ช่างเป็นมงคลยิ่งนัก” เสียงยินดีของท่านหมอลอยเข้าโสตประสาทการรับรู้แต่ว่าข้านั้นไม่อาจฝืนทนได้อีกจึงหลับไหลไปไม่รับรู้อันใดอีก ได้ยินเสียงร้องเรียกข้าด้วยความกังวลของตวนมู่เฉินแต่ข้าไม่สามารถฝืนทนได้อีกต่อไป สติรับรู้ทุกอย่างดับวูบแม้จะยังอยากเห็นหน้าบุตรชายบุตรสาวมากเพียงใดก็ตาม

ตื่นมาอีกครั้งก็เป็นวันใหม่ร่างกายท่อนล่างข้ายังเจ็บระบมอยู่มากจึงไม่กล้าขยับ จูเหลียงเห็นข้าลืมตา นางรีบวิ่งมาสอบถามทันที

“ฮูหยินท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” ข้าได้แต่ส่ายหน้าตอบนาง ด้วยรู้สึกกระหายน้ำจึงชี้นิ้วไปที่ถ้วยน้ำ แม้ว่าจะมิได้พูดอันใดแต่นางก็เข้าใจจึงรินน้ำใส่ถ้วยยกมาให้ข้า เมื่อได้จิบน้ำข้าก็รู้สึกดีขึ้นมาก ยังไม่ทันได้เอ่ยถามตวนมู่เฉินก็อุ้มทารกน้อยมาให้ข้าเชยชม

“เจ้าตื่นแล้วหรือ ดูนี่สินางช่างเหมือนเจ้ายิ่งนัก” เขาเอ่ยพลางยื่นทารกน้อยหน้าตายู่ยี่มาทางข้า

“นางหรือ ข้าแน่ใจว่าก่อนข้าจะหลับไปข้าได้บุตรชายหนึ่งบุตรสาวหนึ่งมิใช่หรือ แล้วบุตรอีกคนของข้าเล่า” ข้าเอ่ยถามพลางเพ่งพิศดูทารกตัวยับย่น นางเหมือนข้าที่ใดกันนะ จะเหมือนก็ตรงเป็นเพศหญิงเหมือนกันเท่านั้นกระมัง

“เขาหลับอยู่กับแม่นม ส่วนหลินน้อยของข้านางติดข้ายิ่งนัก ไม่ยินยอมให้ข้าปล่อยมือจากนางเลย” เขาเอ่ยพลางยิ้มด้วยความปลาบปลื้มใจ ข้ามองใบหน้าของเขาแล้วได้แต่อมยิ้มตามเขาไปด้วย

“ท่านตั้งชื่อให้พวกเขาแล้วหรือ” ข้าเอ่ยถามพลางเอามือจิ้มแก้มย้วยๆ ซึ่งตวนมู่เฉินรีบปัดมือข้าออกทันทีจนข้าอดนิ่วหน้ามิได้

“เจ้าคงไม่ว่าข้านะที่ไม่ปรึกษาเจ้า ข้าตั้งชื่อให้นางว่าตวนมู่หลิน” เอาเอ่ยพลางอุ้มเด็กน้อยไปแนบอกด้วยความภาคภูมิใจ

“แล้วบุตรคนโตของข้าเล่า” ข้าเอ่ยถามด้วยสายตาเป็นประกาย ต้องเป็นชื่อที่ดีแน่ๆ ระดับท่านราชครูแห่งแคว้นแล้วคงไม่ตั้งชื่อบุตรชายคนโตแบบส่งๆเป็นแน่

“ข้ายังมิได้ตั้งชื่อให้เขาเลย อืม เหลย ดีหรือไม่แผดเสียงสนั่นจวนเช่นนั้น หรือเจ้าว่าเช่นใด” เขาเอ่ยพลางขมวดคิ้ว ข้าได้แต่ทอดถอนใจ เห็นทีชะตาบุตรชายคนโตข้าคงมิใคร่ดีเท่าไร แรกเกิดมาจิตใจของบิดาก็เอนเอียงมาทางน้องสาวของเขาเสียแล้ว เฮ้อ ตวนมู่เหลยของแม่

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว