ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 : พระพายรว้ายรว้าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 : พระพายรว้ายรว้าย

คำค้น : yaoi นิยายวาย พี่เลี้ยง เจนไม่นก พ่อหม้าย เพชรพระพาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 995

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ย. 2561 19:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 : พระพายรว้ายรว้าย
แบบอักษร

เพชรพระพาย

#พระพายรว้ายรว้าย



จะว่าไปพระพายก็ไม่ได้จะรู้จักพี่เพชรดีนัก....



แต่อยู่ๆจะให้ไปถามมันก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่ใช่ไหม การที่คนเราจะตกลงปลงใจกัน แค่รู้สึกเหมือนกันนั้นไม่พอจริงๆ มันจำเป็นต้องมีความรู้สึกร่วม พระพายนั้นไม่ได้รู้จักพี่เพชรดีเท่าไหร่นัก และตนตระหนักในข้อนี้ได้เพราะเราสนิทมากขึ้น แต่คนหนึ่งคนไม่ได้มีแค่ด้านเดียวให้เรียนรู้ และเพชรพิสุทธิ์ก็มีด้านที่หลบซ่อนไว้ โดยไม่รู้เลยว่าเขาจะยินดีเปิดมันหรือไม่


แม้พระพายจะอยากรู้ แต่คงไม่สามารถไปบอกเขาว่าให้บอกทั้งหมดแม้แต่ด้านมืดที่ไม่อยากให้เห็น พระพายไม่ใช่คนโลกสวย แต่ค่อนข้างมั่นใจว่าตนมีมุมมืดๆน้อยกว่าคนอื่นถ้าไม่ได้คิดไปเอง และก็ค่อนข้างมั่นใจว่าคนแบบพี่เพชรไม่น่าจะทำเรื่องร้ายแรงจนเกินรับได้ จะว่าไปพระพายก็ไม่มีมาตรฐานของตัวเองเท่าไหร่ คิดว่าถ้าตราบใดมันไม่น่าสะอิดสะเอียนจนเกินไปก็คงรับได้


“……….”  แต่ตอนนี้รับรู้ว่าตนกำลังถูกจ้องมองอยู่



ด้วยสายตาที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่….



“พิตช์มองพระพายอยู่หรือเปล่า”  ทัตนั้นกระซิบบอกเสียงเบา รู้สึกถึงสายตาของเจ้าของชื่อมาสักพัก พระพายพยายามไม่ใส่ใจเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เพื่อนร่วมชั้นที่ชื่อพิตช์มองกัน ถามว่ามองกันทำไม พระพายก็คงไม่รู้ และถ้าถามว่าเราเกี่ยวข้องอะไรกัน พระพายก็จะบอกว่าไม่….



ไม่ยุ่งเกี่ยวกันมาตั้งแต่มีปัญหาตอนนั้นแล้ว



พิตช์เป็นเดือนของคณะเรา เขาเป็นคนที่ทำให้ชีวิตมหาลัยของพระพายเริ่มต้นได้ไม่ราบรื่นเอาเสียเลย มาถึงตอนนี้พระพายก็มีชีวิตที่โอเคขึ้น แต่ก็ไม่มีใครอยากให้เรื่องร้ายๆแบบนั้นเกิดขึ้นซ้ำๆหรอก พระพายไม่ใช่คนโลกสวยขนาดที่กลับไปหาเพื่อนเก่าที่เคยทำร้ายกันได้ อย่างที่เพชรมักพูด เจ็บแล้วจำคือคน เจ็บและทนต้องไม่ใช่พระพาย!



“มันจะมาไม้ไหนอีกวะ”  จริงๆแล้วพริมพราวก็มีปัญหากับเขาเพราะโดนหางเลขไปกับพระพายตั้งแต่ตอนที่เริ่มสนิทกัน ตอนนั้นพระพายก็กังวลว่าตนจะเสียเพื่อนไป แต่โชคดีที่เพื่อนของพระพายตอนนี้ทุกคนเข้าใจ ทว่าพิตช์ก็ไม่ปล่อยไปและเริ่มปล่อยข่าวไม่ดีเกี่ยวกับตัวพริมพราวว่าเป็นเด็กเสี่ย ซึ่งพริมพราวไม่ใช่คนแบบพระพายที่จะนิ่งเฉย พริมพราวเอาเสี่ยตัวจริงมาหาเรื่องอีกฝ่ายถึงที่ เธอโกรธมากเพราะผู้ชายที่เป็นเสี่ยของเธอนั้นคือพี่ชายที่อายุมากกว่าสิบกว่าปี จริงๆอายุก็ไม่มากพอจะเป็นเสี่ยได้ ต่พอถูกกล่าวหาว่าเป็นเสี่ยแบบนั้น เจ้าตัวที่ถูกเรียกด้วยสรรพนามที่แลดูแก่กว่าวัยจึงยอมตามน้องสาวมาหาเรื่องด้วย เล่นเอาเพื่อนกลุ่มเก่าพระพายไม่มองหน้าพระพายจนทุกวันนี้ ไม่รู้พริมพราวทำอะไรไปบ้าง



แต่การมีเรื่องกับพริมพราว ไม่ได้หมายความว่าเขาจะปล่อยพระพายไป ก็ไม่รู้ว่าจะอะไรนักหนา ทั้งๆที่ไม่เคยทำอะไรให้แต่พออยู่เงียบๆอีกฝ่ายก็ยังเล่นข่าวปลอมไม่เลิก พระพายเคยได้ยินจากพริมพราวว่าการแกล้งใครคนนึงเพื่อมีเรื่องคุยสนุกๆกันในกลุ่มเป็นเรื่องที่บางกลุ่มโปรดปราน มันไม่น่าเห็นด้วยเลยสักนิดกับการทำลายชีวิตคนอื่นเพื่อหาเรื่องคุยกัน ไม่รู้จะทำอะไรก็ไปวัดเสียซิ อย่างน้อยนั่งสมาธิก็อาจจะช่วยยกระดับจิตใจต่ำๆกันได้บ้าง



จะว่าไปช่วงหลังพระพายก็ติดนิสัยพี่เจนมาไม่น้อย….



เพราะพี่เพชรบอกว่าพระพายควรจะสู้บ้าง และในบรรดาคนทั้งหมดที่พระพายหวังจะพึ่งได้นอกจากพี่เพชรก็คือพี่เจนที่ตอนนี้เริ่มเข้ามาช่วยงานคุณรบในบางโปรเจ็ค พี่เพชรบอกว่าการได้พี่เจนเป็นคนรักสำหรับคุณรบถือเป็นลาภอันประเสริฐแท้เพราะพี่เจนเก่งทั้งงานในบ้านและงานในที่ทำงาน จริงๆแล้วพี่เจนนั้นอายุมากกว่าและทำงานมาก่อนคุณเพชรเสียอีก ดังนั้นพระพายจึงสามารถขอให้พี่เจนเป็นแบบอย่างได้ แต่ช่วงหลังพี่เพชรก็บอกเหมือนกันว่ากับพี่เจนนี่ให้เอาเยี่ยง แต่อย่าเอาอย่าง



พูดอะไรงงเนอะ ทุกวันนี้พระพายยังไม่เข้าใจเลย….



“เดินมาล่ะ”  ทัตพูดให้พริมพราวได้วอร์มมือเผื่อว่าต้องก่อวอร์ แต่นี่เราอยู่กันใต้ตึกคณะนะ ใครจะมาก่อวอร์กันที่นี่ได้



“หวัดดีพิตช์”  พริมพราวหันไปทักทาย รอยยิ้มไม่จริงใจนั้นส่งกันไปมา พระพายเพียงมองสองปาร์ตี้ทั้งฝั่งเราและเขาด้วยสายตาปกติ



“พระพาย ตอนนี้ได้ยินว่าไปฝึกงานกับรัตนสกุลเหรอ”  พิตช์นั้นใช้น้ำเสียงไม่เชิงเสียงสอง พวกเรารู้โดยอัตโนมัติว่าต้องมีเจตนาไม่ดีแน่ๆ อย่างไรก็ตามคนทั้งคณะรู้จักพิตช์และพระพายดี ในส่วนพระพาย….ก็จะมีชื่อเสียติดตัวอยู่หน่อย มีคนมาแก้ข่าวให้แล้ว แต่ไม่รู้จะมีคนเชื่อบ้างหรือไม่



“อืม เราว่างน่ะ”



“เนี่ย จริงๆถ้าว่างก็น่าจะมาช่วยงานชั้นปีนะ เราอ่ะยุ่งไปหมด เขาต้องคิดเรื่องรับน้องปีหน้าแล้ว”  คิดกันแล้วเหรอ ว้า…นี่ยังอยู่แค่ปีหนึ่งเองนะ ทำไมมาไวไปไวนักล่ะ



“อืม ถ้ามีเวลาเราจะไปช่วยนะ”



“ว่าแต่เนี่ย เขาจะมีจัดประกวดแต่งนิยายของเอกภาษาไทยอ่ะ พระพายลงด้วยไหม” 



“ทำไมเหรอ พิตช์จะลงเหรอ”  พระพายถามหน้าซื่อ เพิ่งรู้ว่าปีหนึ่งก็ลงได้



“เปล่า เราไม่ลงแล้วเพราะเป็นเดือนคณะไปแล้ว แต่พระพายลงได้นะ อย่างน้อยก่อนจบปีหนึ่งก็น่าจะได้สักรางวัล เอาเป็นรางวัลเรื่องเขียนนิยายเป็นไง แบบตัวเอกเป็นลูกคนใช้ที่หลอกคนอื่นว่าเป็นลูกเศรษฐีอะไรแบบนี้อ่ะ”



“………….”



“อยากได้ใบสมัครก็บอกได้นะ เดี๋ยวเอามาให้ งั้นไปก่อนนะ”  จะไปแล้วเหรอ พระพายยังไม่ได้ปฏิเสธเรื่องประกวดอะไรนั่นเลย ในขณะที่จะเรียกอีกฝ่าย ก็ต้องพยายามกันพริมพราวที่กำลังกางเล็บออกมาในทันควัน พิตช์นั้นยิ้มเยาะก่อนจะหันหลังจากไป พระพายยังพูดไม่จบเลย ทำไมไปเร็วนักล่ะ อย่างน้อยให้ได้แก้ตัวก่อนสิว่าไม่อยากลงประกวดอะไรเลย เรียนเยอะ งานยุ่ง พระพายไม่ได้เก่งแบบพิตช์ที่เที่ยวเล่นทุกคืนและทำกิจกรรมได้ไม่ขาดนี่นา



และพระพายต้องทำเกรดให้ได้เกียรตินิยมด้วยนะ…



“พิตช์!”  พระพายเรียก ว่าแต่เสียงตัวเองดังพอไหม



ก็น่าจะดังพอ เพราะทั้งคณะได้หันมามอง



“มีอะไรเหรอ พระพาย”  อีกฝ่ายยิ้ม คิดแล้วว่าพระพายต้องหาเรื่องกลับ



“เมื่อเช้าไปใส่บาตรมา”  มีข้าว 1 แกง 1 ขนมและน้ำอย่างละ 1



“หืม..”



“กรวดน้ำไปให้ ได้รับไหมอ่ะ” แม่เคยสอนว่าถ้าใครทำอะไรไม่ดีหรือทำให้เราสบายไม่ใจแปลว่าเขาอาจจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเรา การทำบุญแผ่ส่วนกุศลไปให้ถือเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ที่ร้ายๆดีขึ้นได้ พระพายจึงทำบ้าง และวันนี้ก็อธิฐานมอบให้พิตช์เพียงคนเดียว สบายใจขึ้นบ้างไหม จะได้รู้ว่าที่ทำไปให้น่ะพอหรือยัง?



“………..”



“…………”



“………..”



“ถ้าสบายใจแล้ว เราขอคืนนะ ปากกาเมื่อตอนรับน้องอ่ะ”



“เอ่อ…..”



“มันหาซื้อไม่ได้แล้ว เอามาคืนเถอะนะ”  จริงๆพระพายก็ขอร้องดีๆนะ



ทำไมต้องวิ่งหนีด้วย….



แล้วทำไมคนอื่นๆต้องหัวเราะด้วย พระพายนั้นเห็นทัตกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ ส่วนพริมพราวก็หัวเราะหลุดจริตหญิงงามแบบที่ชอบพูดถึงไปแล้ว เมื่อเห็นว่าคนอื่นๆใต้ตึกบ้างก็หัวเราะ บ้างก็มองอึ้ง และบ้างก็กลั้นขำเหมือนทัต พระพายก็พลันหน้าแดงและเขย่าแขนพริมพราว พลาดแล้วพระพาย พลั้งพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย ความร้ายๆที่คิดดังเกินไปแบบพี่เจนซึมเข้ากระแสเลือดแล้ว เข้าใจคำว่าเอาเยี่ยงแต่อย่าเอาอย่างของพี่เพชรที่แท้จริงก็ตอนนี้



“โอ้ยต้องมีคนติดแท้กด่าแบบพระพายแล้วล่ะ”  พริมพราวว่าเช่นนั้น



“คิดได้ไงอ่ะ ไปทำบุญให้จริงๆเหรอ”



“งืม มีข้าวแกงขนมและน้ำหนึ่งชุด น้อยไปไหมอ่ะ”



“เฮ้ยทำจริงดิ โอ้ยไม่ไหวแล้ว ช่วยด้วย ฮ่าๆ” นั่นขำหรือจะตาย ทำไมดูทรมาน



“ก็รู้หรอกว่าไม่ควรถามออกไป แต่ตอนนั้นพระพายก็เคืองอยู่อ่ะ อยากด่าแรงกว่านี้แต่นึกไม่ออก เจ็บใจ”  นี่ขนาดด่าไม่ออกนะเนี่ย โดนด่าไปแบบนี้ยังทำตัวไม่ถูก ถ้าพระพายด่าจริงๆไม่ขาดใจตายไปเลยเหรอ ขำจนขาดใจน่ะ เป็นการด่าที่น่าเอ็นดูเกินไป รับไม่ได้ ใจบาง



“เรื่องที่มาชวนประกวดแต่งนิยายอะนะ ดูออกด้วยเหรอว่าเขามากระแนะกระแหนคดีแข่งเดือนแข่งดาวและเรื่องนามสกุลดังเมื่อเทอมที่แล้ว” ทัตถามแทรก พระพายได้แต่หรี่ตามอง



“ดูไม่ออกก็บ้าแล้ว พายไม่ได้ซื่อขนาดนั้น”  เพื่อนทั้งสองตาโต ก็คิดว่าซื่อมาตลอด ไม่รู้จักเหรอ พระพายโค้ดลับ ‘น้องนางเอก’ น่ะ นี่คิดว่าเป็นนางเอกมาตลอด ทำไมกลายเป็นคนแบบนี้ เอ๊ะ หรือเป็นมานานแล้ว



“สายรหัสคนถ่อยของพ่อเพชรต้องภูมิใจอ่ะ” พริมพราวพูด ทัตพยักหน้าตามอย่างเห็นด้วย



“เรื่องนี้ต้องถึงหูพ่อเพชร”



“เธอก็คิดเหมือนฉันใช่ไหมบีสอง”  พริมพราวหันไปถามความเห็น



“จะไปเล่นตลกคาเฟ่เหรอถึงต้องฟ้องพี่เพชร”  แน่ะๆ ร้ายกาจขึ้นทุกวันนะคนเรา



“เราว่าเขาต้องภูมิใจในตัวพระพายมากแน่ๆ”



“ทำตัวนิสัยไม่ดีอย่างนี้อะนะ”  พระพายย้อนถามทัต พระพายว่าที่ทำไปไม่น่ารักเลย แต่ก็ไม่ได้เสียใจมากมายกับที่กระทำไปเท่าไหร่นัก ถ้าสามารถย้อนกลับไปได้ อาจจะพูดไม่ให้มันดูตลกแบบนี้



“ไม่หรอก มันสมควรแล้ว คนแบบนั้นวีนเหวี่ยงแรงๆไปก็ไม่สะทกสะท้าน เผื่อๆอยากให้พระพายหลุดมาดที่คนอื่นเขาเอ็นดูกันอยู่ด้วย”  ทัตว่า และพริมพราวก็เออออ พิตช์คงคิดว่าพระพายคงเหวี่ยงกลับแบบที่คนอื่นทั่วไปทำกัน แต่นี่คือพระพายนะ จะไปคาดหวังอะไรแรงๆแบบปกติไม่ได้หรอก เคยคบกันมาพักนึงนี่ไม่เคยรู้อะไรกันเลยเหรอ?



“………”



“แต่ทำแบบนั้นเราว่าอีกฝ่ายไม่อยู่เฉยแน่ๆ เตรียมตัวไว้เลย”  พริมพราวย้ำอีกครั้ง เมื่อคิดตามก็ต้องหดคอกลับ



“พระพายไม่สู้ได้ไหม”



“แล้วทำอะไรได้บ้างล่ะ” ทัตถาม



“ไปขอคืนคำและยื่นนิ้วก้อยให้แบบนี้” พระพายยื่นนิ้วก้อยให้ ก่อนจะแสดงความย้อนแย้งในตัว “ได้เหรอทัต พิตช์ปาดคอพายแน่” มือที่ยื่นไปนั้นถูกนำมาโชว์ปาดคอตัวเองช้าๆ



“งั้นก็ตั้งรับเท่านั้น”  ทัตจึงเสริม



“ก็คงอย่างนั้น เฮ้ออออ พายไปซื้อของใส่บาตรสักเก้าองค์ดีกว่า”  หรือจริงๆควรจะอุทิศให้ตัวเองดีที่สุด จะได้มีของไว้ป้องกันภัย เห็นทีว่าอุทิศให้อีกฝ่าย ต่อให้หนีไปปฏิบัติธรรมที่วัดป่าก็ไม่ช่วยอะไรแล้ว พระพายได้แต่ปลงตกท่ามกลางเสียงหัวเราะของผองเพื่อนที่ตลกในความคาดไม่ถึงนี่ เรื่องนี้ต้องถึงพ่อเพชรจริงๆ



พ่อเพชรต้องภูมิใจที่ผลิตมารร้ายขึ้นมาได้อย่างที่เขาปรารถนา….



และเมื่อได้มาเจอกันอีกครั้งในวันเสาร์ พระพายที่เกเรไม่ยอมกลับบ้านก็ต้องมานั่งวุ่นวายใจกับคุณเลขารุ่นพี่ที่บุ้ยปากไปให้ดูว่าเขาซื้ออะไรมาเตรียมไว้ให้ จริงๆเมื่อคืนนี้เขามาถึงที่หอตั้งแต่กี่โมงพระพายก็ไม่รู้เพราะอ่านหนังสืออย่างเดียว ใกล้จะสอบกลางภาคแล้ว และจริงๆก็มีควิซบ่อยๆ เพราะรู้ว่าตนกลับไปอ่านไม่ค่อยได้เท่าไหร่จึงอาศัยอ่านก่อนกลับไปเยอะๆ เลยไม่ได้สนใจเท่าไหร่ว่าเขามาทำงานแล้ว และก็อ้างมาขอกลับด้วยซะงั้นเหมือนเดิมในวันเสาร์



“ทำไมไม่ขับรถมาครับ”  พระพายถาม ใบหน้าบึ้งตึง



“ขี้เกียจครับ แฮะๆ” 



“แล้วนั่งรถไฟ ไปต่อแท็กซี่ แล้วขึ้นรถตู้มานี่ไม่เหนื่อยกว่าเหรอครับ”  พระพายไม่อยากจะบ่นเขา ทำอะไรลำบากอยู่เรื่อย แต่ก็ยอมรับว่าดีใจที่ได้เจอ และจะได้เจอกันเต็มๆวันถ้าพระพายกลับกรุงเทพกับเขา



“ไม่หงุดหงิดสิครับ นี่…พี่ซื้อสังฆทานมาด้วยนะ เผื่อพระพายอยากจะไปทำบุญอุทิศส่วนกุศล”  ข่าวไปถึงหูพ่อแล้วจริงๆ มาถึงก็เล่นประเด็นนี้ด้วยสายตาแบบนั้นก่อนเลย น่าทุบจริงๆ



“ก็ดีครับ งั้นไปรับคุณแม่ด้วยกันนะ จะได้ไปทำบุญด้วยกันไง”  แต่พระพายไม่ต่อความนั้นด้วยและเปลี่ยนประเด็น ถึงไม่อยากไปยุ่งเรื่องครอบครัวคนอื่น แต่แค่นี้คงไม่เป็นไรอยู่แล้วมั้ง



“ครับ ลูกรักของคุณแม่ไพลินว่าไง พี่เพชรก็ว่างั้นครับ”



“เตรียมตัวเป็นหมาหัวเน่าได้เลย”  พระพายว่าเข้าให้ แต่พระพายคงไม่รู้หรอกว่าจริงๆเขาไม่เคยเป็นที่โปรดปรานได้แบบพระพาย



หลังจากไปทำบุญด้วยกันสามคนเขาก็พาแม่กลับไปกินข้าวและส่งที่บ้าน พระพายไม่ได้ถามว่าทำไมเขาถึงกลับไปกับพระพายในวันนี้ แต่ก็สงสัยอยู่ไม่น้อย จะว่าเพราะจีบพระพายหนักมาก มันก็ดูจะไม่ใช่ทั้งหมด หากใครสักคนมาจีบกันและทิ้งแม่ไว้อย่างนั้น พระพายก็คงไม่ชอบ ทว่าท่าทางการแสดงออกของพี่เพชรในระหว่างที่เราอยู่กันสามคนและเมื่อแยกออกมานั้นมันดูแปลกๆชอบกล



ซึ่งพระพายก็บอกไม่ได้ว่ามันแปลกตรงไหน



เขาพูดเล่น สนุกสนาน หยอกล้อเหมือนปกติทั่วไป ทว่ายามที่ผละจากแม่ออกมาแล้ว และเรามาอยู่ด้วยกันสองคน พี่เพชรที่มักจะทำตัวทะเล้นล้นๆจนต้องดุนั้นก็ดูเงียบขรึม อย่างไรก็ตามพระพายก็คิดว่านี่ก็คือตัวตนของเขาอยู่ดี เพียงแต่ว่ามันดู….ไม่คุ้นเคยกับพี่เพชรวันนี้เท่าไหร่ จริงๆเขาก็เป็นมานานแล้ว หรือเพราะพระพายได้สนิมสนมกับเขามากขึ้น จุดสังเกตเลยยิ่งชัดเจน



“วันหลังพี่เพชรไม่ต้องอ้างมาขอขับรถส่งพระพายกลับบ้านหรอกนะครับ อยู่บ้านกับคุณแม่ก็ได้นะ”



“พี่ไม่อยากค้างที่นั่นนานๆ  กลับกรุงเทพวันทำงานมันเหนื่อยเกินไป”



“แล้วพี่เพชรจะกลับหอไปทำไมละครับ”



“ไปหาพระพายและไปเคลียร์งานไงครับ”



“……….”



“ซึมอะไรครับ”



“คุณแม่พี่เพชรบ่นว่าคิดถึงพี่เพชรหนักมาก”



“………”



“พระพายเลยรู้สึกว่าตัวเองผิดที่ยึดพี่เพชรเป็นของตัวเองแบบนี้ แต่ก็ดีใจที่พี่เพชรอยากอยู่ด้วย”  มันคือความย้อนแย้งที่ต้องเผชิญ ในขณะที่อยากจะเป็นเด็กดี ทำให้คนอื่นๆรัก พระพายก็อยากจะเห็นแก่ตัวและยึดครองเขาไว้คนเดียว



“พี่ยอมให้พระพายรู้สึกผิดนะ”



“………..



“เพราะมันทำให้พี่รู้สึกดี”  พี่เพชรเห็นแก่ตัวกว่าที่คิด และเขาทำให้พระพายรู้สึกว่าการเห็นแก่ตัวไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไรเพราะเราก็เป็น พระพายรู้สึกผิดได้…แต่ก็ทำอะไรกับเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ



เพราะเขาจะไม่ให้ความร่วมมือ



เราไม่ได้ตรงกลับบ้านกันเลยหรอก หากแต่แวะมาดูหนังด้วยกัน ในหนึ่งอาทิตย์อาจจะมีเพียงวันเดียวที่เราได้อยู่ด้วยกันแบบเต็มๆก็จริง ทว่าแค่นี้พระพายก็มีความสุข เพราะงานเยอะ เรียนหนัก และมีคนอื่นๆที่เราต้องดูแล วันอาทิตย์ของพระพายจึงต้องอยู่บ้านเต็มวัน แต่ในระหว่างนั้นเราก็แชทคุยกันถึงเรื่องราววันนั้น



ความสัมพันธ์ประมาณนี้มันดีจริงๆ แต่ลึกลงไปพระพายก็โหยหาความมั่นคงบางอย่าง เพราะที่เป็นอยู่มันเหมือนกับเชือกสองเส้นที่พันกันไว้หลวมๆ มันอาจจะขาดออกจากกันได้ง่าย ทว่าพระพายก็ไม่รู้วิธีการขมวดปมให้ตึง ดังนั้นจึงต้องยอมปล่อยให้ความคลุมเครืออันแสนหวานละมุนนี้ดำเนินต่อไป



“เดี๋ยวนี้พระพายติดมือถือเนาะ”  เจนแอบจ้องมานานแล้ว และน้องก็ไม่ได้จะรู้ตัวจนต้องออกปากเตือน…หรือว่าแซว



“อ่า…พี่เจน”



“กับอีตาเพชรเหรอ”  พอพูดชื่อคู่สนทนาอันไกลโพ้น พระพายก็ตกใจลนลานทำตัวไม่ถูก ทำไมพี่เจนรู้ล่ะ บอกไว้เลย…เรื่องตัวเองเจนไม่ค่อยรู้หรอก ซึนเก่ง แต่เรื่องชาวบ้านนี่ต้องได้เกียรตินิยม



“พี่เจนมีไรให้พายช่วยไหม”



“พายช่วยคิดดีๆเรื่องตานั่นได้ไหม” คำเตือนที่มาพร้อมร้อยยิ้มล้อนี่ดูเจตนายากจริงๆ



สำหรับเจน ตาเพชรอะไรนั่นไม่ได้แย่หรอก แต่แถมฟรีก็ไม่เอา คุณรบว่าร้ายแล้ว แต่ตานั่นก็ร้ายเหมือนกัน และเชื่อสิว่าถ้าเพชรเจนเกิดขึ้นจริงๆแล้วล่ะก็ คงต้องมีเผานั่งยางกันตายแน่นอน เจนไม่ชอบคนแบบนั้นเท่าไหร่ ต่อให้รักแค่ไหน…ก็ไม่แน่ใจว่าจะรักพอขนาดที่จะเปลี่ยนคนกะล่อน ให้จริงใจกับเราได้จริงๆหรือเปล่า ตัวพระพายนั้นมีความพิเศษในตัวที่อาจจะสร้างปาฏิหาริย์บางอย่างได้ แต่….ก็ยังน่าห่วงอยู่ดี เพราะปรบมือข้างเดียวไม่ดังจริงๆ



ถ้าตาเพชรไม่ได้รักน้องมากขนาดจะให้ความร่วมมือ

พระพายไม่มีทางเข้าไปในห้องหัวใจชั้นในของอีกฝ่ายได้หรอก



เจนไม่ได้บอกว่าเลขาทุกคนหน้าไหว้หลังหลอกหรือสวมหน้ากากเก่ง แต่ในชีวิตการทำงาน ยิ่งขึ้นสูง หน้ากากยิ่งมาก และไม่ว่าจะเจนรักษ์หรือเพชรพิสุทธิ์ เราดิ้นรนต่อสู้เก่งกันทั้งคู่ นั่นหมายความว่าสิ่งที่ผ่านมาทำให้เรามีของแบบนั้นอยู่ในตัว ซึ่งเจน…ยังไม่ค่อยเห็นคนๆนั้นถอดมันออกมาเท่าไหร่ และเพราะเป็นเช่นนั้น เราจึงเป็นไปได้ยาก มันไม่คุ้มที่จะเข้าไป ก็ไม่ได้รักขนาดนั้น งั้นสู้ไม่เริ่มเลยดีกว่า



ในตอนที่เลขาของคุณรบได้ยินที่เจนคุยกับแฟนเก่าและรู้เรื่องเกี่ยวกับเจนทั้งหมด แววตาของหมาป่านั่นทำให้เจนรู้ว่าเขาคาดหวังอะไรบางอย่างในตัวกัน ตอนนั้นก็ไม่คิดว่าจะหวังให้เจนมาคบกับคุณรบแบบนี้ แต่ก็ดูออกว่าอีกฝ่ายหวังใช้ประโยชน์กัน หากจะบอกว่าเพชรคือหมาป่า เจนก็จิ้งจอกนั่นแหละ รู้ทัน แต่ไม่ทำอะไร



เพชรพิสุทธิ์นั้นวางความสัมพันธ์ของตนเองกับผู้อื่นให้มีฐานะทางผลประโยชน์ร่วม เขาเป็นเลขาของคุณรบ สถานะอย่างเป็นทางการคือคนที่จะหวังดีกับเจ้านายตราบที่จะได้รับเงินเดือน เจนมาคิดได้ทีหลังว่าตานี่ทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ ไม่ว่ารูปแบบไหนก็จะตลกกลบเกลื่อนกะล่อนไปเรื่อย ดูได้จากการกำเนิดเรือรบเจนของบ้านรัตนสกุลสิ ถ้าไม่ใช่เพราะเพชรพิสุทธิ์เป็นคนริเริ่ม บางทีเจนกับคุณรบก็ยังไม่ได้คุยดีๆกันหรอก



และมันดีตรงไหนที่เจนกับคุณรบได้กันนะเหรอ? ได้ยินว่าโบนัสรอบนี้มีความพิเศษกว่าทุกปีเลยทีเดียว นอกจากเจนเข้าไปช่วยเรื่องการวางระบบที่บริษัทบ้าง ก็มีการจ้างงานคนใหม่ๆที่เล็งไว้มากขึ้น หลังจากที่คนเก่าๆที่มีอิทธิพลมานานลาออกไปเพราะโดนคู่แข่งซื้อด้วยความไม่พอใจที่คุณนักรบมารักกับเจนและตัดใจเรื่องเมียเก่าได้เด็ดขาด



ผลจากเหตุการณ์นั้น ทำให้คุณรบก็ไม่ทำงานหนักเท่าก่อนเพราะเขาไม่ต้องมาระแวงพวกงูแก่ๆที่จ้องจะฉกกันมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อ และนั่นทำให้งานเลขาก็ลดลงด้วย พวกนั้นไม่รู้เลยว่าคุณรบหาเรื่องให้ออกอยู่แล้ว และเพชรผู้เป็นเลขาที่ดีก็ได้ช่วยหาวิธีที่จะทำให้งานมันง่ายขึ้น โดยเอาหัวใจของเจนรักษ์และนักรบเป็นเดิมพัน



ทั้งนี้ต่อให้เจนกับคุณรบไม่ได้กันจริงๆ  แต่ข่าวลือที่แผ่ออกไปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไม่ธรรมดาของเจ้านายและพี่เลี้ยงก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ศัตรูเป็นฟืนเป็นไฟจนพยายามทำลายเราโดยไม่รู้ว่านี่คือกับดัก เจนอาจจะโกรธที่ถูกกระทำเหมือนเป็นหมากตัวหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้โกรธอะไร เพราะผลตอบรับมันน่าสะใจยิ่งกว่า



ถ้าเป็นเจน…ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคงจะทำเหมือนกัน และนอกเหนือจากความต้องการผลงานของตาเพชรแล้ว เจนรู้ว่าทั้งหมดนี้ที่เขาทำไปด้วยความสะใจเหมือนกัน อาจจะโดนผีใส่มาเยอะจนแค้นจัดนับวันรอเอาคืนกลับจนเนื้อเต้นไปหมด ตลกร้ายไหมล่ะ…ตาเพชรพิสุทธิ์คนนี้ที่เจนรู้จัก คนเจ้าเล่ห์พรรค์นี้ จะเอาด้านมุมไหนของตนเองไปให้น้องเรียนรู้…



“พระพายจะระวังครับ”  น้องไม่ได้ใสซื่อขนาดจะตามไม่ทันหรอก แต่ก็อาจจะต้องใช้เวลา เจนเชื่อว่าน้องคงรู้ตัวอยู่แล้ว ว่ากำลังเผชิญกับอะไร และถ้ามันไม่คุ้มจะเสี่ยงพระพายคงไม่จุ่มเท้าเข้าไปแล้วส่วนหนึ่งแบบนั้น เพชรเองอาจจะร้ายกับคนเป็นร้อยพัน แต่หนึ่งในนั้นอาจจะไม่ใช่พระพายเลยก็ได้ เพราะตั้งแต่สังเกตมา….ท่าทางของเขา ไม่เหมือนที่มีให้ใครเลยจริงๆ



ภายใต้ความอดทนนั่น เขากำลังสร้างอะไรบางอย่างที่มั่นคงอยู่ ในความร้ายกาจเจ้าแผนการทั้งหมดเจนเห็นว่ามันเป็นประโยชน์กับตัวพระพายที่สุด ถ้าไม่รู้สึกอะไรด้วย คนบ้าบางคนคงไม่เฝ้าเหยื่อของตนตั้งนานสองนานโดยไม่จับกินสักทีแบบนี้ ตานั่นไม่น่าป็อดเหมือนคุณรบหรอก….มั้งนะ



อย่างไรก็ตามเจนก็เห็นว่าเพชรนั้นไม่ได้คิดร้าย เขาลดการ์ดของตัวเองลงกับน้อง ในวันที่เขามาขอให้เจนช่วยคุยปลอบพระพายก็แสดงให้เห็นแล้วว่าแคร์และมีความชัดเจนพอ เมื่อเทียบกับคุณรบในตอนนั้น เพชรดูชัดเจนกว่า แต่ถ้าน้องเรียกร้องขึ้นมา…คนพี่จะมอบให้แค่ไหนกัน เจนนั้นอยากเห็นบทสรุปของสองคนนี้นัก ว่าการที่เพชรพยายามเปลี่ยนโลกทั้งใบของพระพาย



ตนเองจะถูกน้องเปลี่ยนไปมากแค่ไหนแทน



Talk: ยังเหลืออีกปมเล็กๆสองปมของคู่นี้ที่เรามีแง้มๆออกมาแล้วคนละปมคนปัญหา แต่สุดท้ายเราจะจบดีๆเพื่อเป็นรางวัลคนขยันให้กับพระเอกที่พายเก่งที่สุดในซีรีส์นี้ มีคนเดาด้วยว่าเจนต้องไม่ยอมยกน้องให้ แต่จริงๆเจนใจดีค่ะ จริงๆคือเจนมีลูกชายสองคนต้องดูแล ไม่ว่างมาคอยกีดกันจีงๆ วอนจงเห็นใจ555 เมื่อวันก่อนเราแอบสปอยล์รูปน้องวินในทวิต ในเด็กดี และในเฟซ น้องน่ารักไหมคะ ตอนเห็นครั้งแรกนี่คือกรีดร้องให้ในความน่าฟัด ฮืออออออ ถ้าน้องออกมาเป็นเล่มแล้ว อย่าลืมรับน้องไปฟัดกันนะคะ อย่างไรก็ตาม เพชรพระพายก็จะอยู่ในนั้นด้วย อ่านไปก็อย่ากรอกตาบนบ่อย เป็นห่วงสุขภาพ555

ก็เลยเอามาแบ่งให้ดู ฮี่ๆๆๆๆๆ

Twitter @reallyuri

Facebook : https://www.facebook.com/Skylover-x-novels-249101909234202




ความคิดเห็น