facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.6k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ย. 2561 17:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4
แบบอักษร

หัวใจขายฝาก

บทที่ 4


กว่าจอมภพจะกลับบ้านมาอีกครั้งเวลาก็ล่วงเลยมาถึงสามทุ่มเศษหลังจากที่งานเสริฟอาหารเสร็จสิ้นลงแล้ว เมื่อถึงบ้านชายหนุ่มก็ต้องส่ายหน้ากับสภาพบิดาที่เมามายอยู่บนพื้นบ้าน ขวดเหล้าเบียร์กองอยู่ข้างกายอย่างคนไม่คิดที่จะเลิกให้เด็ดขาด จอมภพได้แต่ตรงเข้าไปดึงภวัตขึ้นมานอนบนเตียงเล็กประจำกายของพ่อ


“จะดื่มอะไรขนาดนี้นะพ่อ หมอเขายิ่งห้ามอยู่ นี่เห็นท้องตัวเองไหมว่าบวมหนักเข้าไปใหญ่แล้ว”


ทุกอย่างที่พร่ำพูดเพราะเป็นห่วงบิดา ล่าสุดที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลหมอบอกกับเขาว่าอาการของบิดาไม่ดีนัก ฤทธิ์สุราทำลายทั้งสมองและตับไตจนเกิดอาการหลอนและบวมน้ำ ตัวตาเหลืองซีดเพราะขับของเสียออกจากร่างกายไม่ได้


“นิดหน่อยน่าจอม วันนี้พ่อซักผ้าให้ลูกแล้วไปเจอเงินมันร่วงมา โอ้โห ตั้งเป็นพันแน่ะ พ่อก็เลยย้อมใจหน่อย”


เสียงอ้อแอ้และกลิ่นคล้ายละมุดเน่าประดังออกมาจากลมหายใจ บอกให้รู้ว่าคงไม่ใช่นิดหน่อยอย่างที่ภวัตแก้ตัว แต่ที่จอมภพทั้งตกใจและโมโหนั่นคือเงินที่บิดาพบและนำไปซื้อเหล้ามาดื่ม


“พ่อว่าไงนะ เอาผมในกระเป๋าเสื้อผมไปซื้อเหล้า พ่อจะบ้าเหรอ รู้ไหมว่านั่นมันเงินที่ผมจะเอาไปซื้อหนังสือเรียน”


สีหน้าผิดหวังของจอมภพทำให้บิดานิ่งงัน ชั่วครู่ที่สติอันน้อยนิดคืนสู่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี


“จอม พ่อไม่รู้ พ่อขอโทษ จอม...”


RRRR


เสียงโทรศัพท์มือถือของจอมภพดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนาอันรุนแรง ชายหนุ่มสบถระบายความหงุดหงิดก่อนจะรับสาย คนโทรมาคือลูกค้าที่เคยซื้อบริการจากเขาและกระเป๋าหนักพอควร


“ครับคุณสมศักดิ์ คืนนี้เดี๋ยวนี้เลยหรือครับ เอ่อ ก็พอได้แต่คงเหมาถึงเช้าไม่ได้เพราะมีเรียน คงได้แค่รอบเดียว ได้ครับที่เดิมนะครับ”


ตลอดเวลาที่จอมภพหันหลังพูดคุยโทรศัพท์ เขาไม่รู้ว่าภวัตที่มีสภาพเมามายจะลุกขึ้นมาเงี่ยหูฟังอย่างเอะใจ และเมื่อบุตรชายหันหน้ากลับมาคนเป็นพ่อจึงถามเสียงเครียดแทบจะหายเมา


“ไอ้จอม งานพิเศษที่ทำอยู่เนี่ย มันงานอะไรกันแน่”


จอมภพนิ่งงัน เขาไม่นึกว่าบิดาจะมีสติพอรับฟังการสนทนาของเขา  ชายหนุ่มพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของภวัตเพราะยังไม่อยากให้บิดารู้ความจริง


“ก็งานเสิร์ฟอาหารนั่นแหละ พ่อจะสงสัยอะไร”


“พ่อไม่เชื่อ อย่าคิดว่าพ่อโง่สิจอม ตอบพ่อมาตรงๆนะ ไอ้ที่แกหายหัวไปตอนดึกๆทั้งคืนบ่อยๆ แกไปทำอะไรกันแน่ บอกพ่อมาเดี๋ยวนี้”


“เออ ใช่ ผมไปขายตัว อย่างที่พ่อคิดนั่นแหละ พอใจหรือยัง” จอมภพเผลอตัวตวาดลั่นอย่างเหลืออด


“พ่อคิดว่าคนที่ยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัยอย่างผมจะไปทำงานอะไรจนมีรายได้พอที่จะใช้หนี้ที่พ่อก่อได้ แล้วยังค่าเทอมของผมและค่ารักษาตัวของพ่ออีกล่ะ ถ้าผมไม่ใช้วิธีนี้ผมก็คงไม่มีเงินไถ่หนี้บ้าน ไม่มีเงินมาซื้อข้าวกินรวมทั้งไอ้ขวดเหล้าที่กองรอบๆพ่อนั่นอีก พ่อจะให้ผมทำยังไงถึงจะหาเงินได้ขนาดนั้นบอกมาสิ”


ภวัตตะลึงงันกับความจริงที่บุตรชายสารภาพ นัยน์ตาอดสูเจ็บช้ำนั่นอีกเล่ายิ่งเหมือนคมมีดกรีดลึกจนเลือดในหัวใจไหลซิบ ว่าตนเองคือภาระที่ทำให้จอมภพถึงกับยอมขายศักดิ์ศรีของตน


“จอม พ่อขอโทษ พ่อเสียใจ”


จอมภพเหยียดยิ้ม ดวงตาของเขาร้อนผ่าวเมื่อเห็นสีหน้าสลดของบิดา ไม่ใช่ว่าจอมภพจะไม่รักพ่อแต่เขาหมดความเชื่อมั่นในตัวภวัตไปแล้ว


“เก็บความเสียใจของพ่อใส่ขวดเหล้าต่อไปเถอะ ผมจะไปทำงานแล้ว”


คว้ากระเป๋าเป้คู่ใจแล้วเดินดุ่มออกจากบ้าน ปล่อยให้ภวัตนั่งจมกับความผิดหวังในตัวเอง เขาเหลียวมองรอบบ้านที่ครั้งหนึ่งเคยสวยงามแต่มันพังไปเพราะความผิดหวังจากความรักและไม่อาจประคองตนไว้ได้ ภวัตมองดูมือตนเองที่ทั้งด้านและซีดเหลือง มือคู่นี้เคยอุ้มชูบุตรชายในอดีต แต่ปัจจุบันเขากลับทำลายคนที่รักด้วยมือคู่นี้เช่นกัน น้ำตาของภวัตพรั่งพรูออกมาอย่างสุดกลั้น


จะสายเกินไปหรือไม่หากเขาจะปรับปรุงตนเองเพื่อจอมภพคนที่เขารักมากที่สุดในตอนนี้ อย่างน้อยก็เพื่อให้บุตรชายไม่มองเขาด้วยสายตาแห่งความผิดหวังอีกต่อไป


รอจนกลางดึกล่วงเข้าวันใหม่พักใหญ่จอมภพจึงกลับบ้านอีกครั้ง เขาพบบิดานั่งซึมอยู่ที่เดิม ภวัตเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาของบิดาคนเดิมในอดีต


“จอม มาหาพ่อ”


ชายหนุ่มนิ่งงัน เขาก้าวเดินเข้าไปหาและทรุดนั่งเคียงข้างภวัต ผู้เป็นบิดาก้มหน้าลงต่ำอย่างคนละอายแก่ใจ


“พ่อขอโทษจริงๆ คราวนี้พ่อสำนึกผิดแล้วว่าสร้างความเดือดร้อนให้ลูก จอมจะยกโทษให้พ่อได้ไหม”


จอมภพถอนหายใจ ถึงอย่างไรเขาก็ตัดบิดาไม่ขาด สายใยพ่อลูกมีมากเกินกว่าจะโกรธขึ้งกัน เขาฝืนยิ้มส่งให้ภวัต


“ถ้าผมยกโทษให้พ่อ แล้วพ่อจะยกโทษให้ตัวเองไหม พ่อต้องเลิกโทษตัวเองว่าไม่ดีพอจนแม่ทิ้งไปได้แล้ว พ่อน่าจะเข้าใจว่าแม่ไม่เคยพอใจกับอะไรสักอย่างบนโลกนี้ ปล่อยแม่ไปให้สมกับที่แม่ทิ้งเราทั้งคู่แล้วกลับมารักษาตัว พ่อทำได้หรือเปล่า”


คนเป็นลูกพูดจาราวกับเป็นผู้ใหญ่กว่าเขามาก ภวัตน้ำตารื้นแต่กระนั้นเขาก็ยิ้มออกมาได้ มือหนาเหลืองซีดยื่นออกไปวางบนศีรษะบุตรชายแล้วขยี้ผมเบาๆ


“ได้ พ่อจะทำ พ่ออยากให้จอมกลับมาภูมิใจในตัวพ่อ พ่อจะเลิกเหล้าให้ได้”


จอมภพยิ้มได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี มันเป็นยิ้มที่ไม่ต้องฝืนขณะที่เขาสบตากับพ่อ ขอเพียงภวัตโยนความทุกข์ออกจากหัวใจได้ก็เพียงพอแล้วสำหรับลูกชายอย่างเขา


แต่ราวๆสองสามหลังจากที่จอมภพสบายใจขึ้นมาบ้างเพราะภวัตไม่ได้แตะต้องสิ่งมึนเมาอีก เหตุตระหนกก็เกิดขึ้นเมื่อเขาได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนบ้านที่ฝากให้ช่วยสอดส่องบิดาของเขา


“จอมเอ๊ย แย่แล้ว ภวัตอ้วกเป็นเลือด หน้าซีดตัวสั่นไปหมด ลุงเรียกรถพยาบาลมารับไปแล้ว จอมรีบตามไปที่โรงพยาบาลด่วนเลยนะ”


เกือบสัปดาห์กว่าภวัตจะมีสติสัมปชัญญะกลับคืนมาสู่ร่างกายอ่อนแรงของเขา หมอบอกว่าเป็นเพราะเขาหยุดเหล้ากะทันหันทำให้เกิดอาการชัก ประสาทหลอนและเลือดออกในทางเดินอาหาร ภวัตอยู่ในภาวะเพ้อคลั่งจนต้องถูกจับมัดติดเตียงในโรงพยาบาลของรัฐที่เขารักษาอยู่กว่าจะสงบก็สามถึงสี่วัน หลังจากนั้นเขาก็เริ่มได้สติมาบ้าง


ตอนนี้ร่างกายของภวัตเหลืองเพราะของพิษของเสียในร่างกาย แก้มตอบลึก ท้องบวมโตจนหายใจไม่เต็มอิ่มต้องให้ออกซิเจนช่วยไว้ ตลอดเวลาจอมภพมาคอยดูแลจนกระทั่งวันนี้ภวัตจึงบอกให้บุตรชายไปเรียน


“แต่ว่าพ่อยังไม่มีแรงเลยนะ”


จอมภพเอ่ยค้านแต่ภวัตก็ยังยืนยันคำเดิม


“ไปเรียนเถอะจอม ขาดเรียนมากๆเดี๋ยวไม่มีสิทธิ์สอบ นี่ก็ใกล้จะสอบปลายภาคแล้วไม่ใช่เหรอ พ่ออยู่ได้ มีอะไรรุนแรงเดี๋ยวพยาบาลก็โทรหาลูกเองนั่นแหละ”


จอมภพยอมไปเรียนอย่างไม่เต็มใจนักด้วยความห่วงใยบิดา แต่ภวัตจำเป็นจะต้องให้จอมภพห่างเขาในวันนี้ วันที่เขายังมีสติสัมปชัญญะเหลืออยู่มากที่สุด


“คุณพยาบาลครับ ช่วยเหลือผมหน่อย โทรไปที่เบอร์นี้ให้ผมทีเถิด ผมจะขอความช่วยเหลือจากเขา”


เอ่ยปากขอร้องและจดเบอร์โทรศัพท์ที่เขาท่องไว้จนขึ้นใจตั้งแต่ได้รับนามบัตรมา นี่เป็นสิ่งสำคัญที่ภวัตจะต้องทำให้สำเร็จให้ได้





ปาณัทกระหืดกระหอบมาที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ท่ามกลางผู้ป่วยจำนวนมากที่มารับบริการ เขาตามหาจนกระทั่งได้พบกับอดีตอาจารย์ของเขาบนเตียงคนไข้ในหอผู้ป่วยสามัญ


“อาจารย์”


ช่างน่าเวทนาเหลือเกินกับบุรุษคนหนึ่งที่เคยหล่อเหลาสดชื่นแจ่มใสท่ามกลางนักศึกษารายล้อม แต่บัดนี้คนๆนั้นนอนพังพาบจนลมหายใจอาจจะปลิดปลิวได้ตลอดเวลา


“เปา”


น้ำเสียงเบาหวิวคล้ายใบไม้แห้งร่วงหล่นจากต้น ปาณัทรีบก้าวไปหาและกุมมือซีดนั้นพลางกล่าวรับเสียงนุ่ม


“ครับอาจารย์ ผมมาแล้ว”


ร่างสูงโปร่งในเครื่องแต่งกายเรียบร้อยเหมาะสมกับเจ้าตัว เขาทรุดนั่งบนเก้าอี้เล็กสำหรับญาติและส่งยิ้มให้ภวัต


“ผมเพิ่งรู้ว่าอาจารย์ป่วยหนัก พยาบาลโทรไปหาผม”


ภวัตพยักหน้ารับ เขาฝืนยิ้มตอบกลับทั้งที่ยังอ่อนแรง


“ผมให้พยาบาลช่วยโทรหาเปา รอบนี้อาการของผมหนักมากจนกลัวว่าจะไม่ไหว ต้องรีบทำอะไรให้ทันก่อนตาย”


“ทำไมอาจารย์พูดแบบนั้น ผมว่า...”


“ยอมรับความจริงเถอะเปา ตอนนี้ผมแย่จริงๆ แต่จะตายก็ยังเป็นห่วงลูก รู้มาตลอดว่ามันทำงานหนักเพราะพ่อของมันเป็นภาระ แต่ไม่นึกว่ามันจะเดือดร้อนถึงขนาดขายตัวแลกเงินด้วย”


มือเรียวที่เกาะกุมมือของภวัตเผลอบีบแรง หัวใจของปาณัทเต้นถี่ ภวัตหันมาสบตากับเขา นัยน์ตาเหลืองซ่านมองปาณัทราวกับเดาใจอดีตลูกศิษย์ได้


“ถามตรงๆนะเปา ที่เปาบอกกับผมว่าเจอจอมเพราะมันไปทำงานด้วย ใช่งานนี้ไหม”


ปาณัทหลบสายตา สีหน้าเกลื่อนไปด้วยความรู้สึกผิด


“ผมขอโทษ ผมไม่รู้ว่าจอมเป็นลูกอาจารย์ครับ”


กลายเป็นภวัตที่ต้องยิ้มปลอบโยนก่อนจะถอนหายใจออกมา


“ไม่มีใครผิดหรอก จะผิดก็คงเป็นผมที่เป็นสาเหตุหลัก แต่นั่นแหละ ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุนี้ผมก็คงจะไม่ได้พบกับเปาอีกครั้ง ผมมีเรื่องจะให้เปาช่วย”


“อาจารย์จะให้ผมช่วยอะไรครับ ถ้าทำได้ผมจะทำให้ทุกอย่าง”


ภวัตยิ้มอย่างยินดี นี่อาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาจะทำเพื่อลูก


“ขอบใจมากเปา ผมจะได้ตายตาหลับเสียที”






เมื่อหมดคาบเรียนแล้วจอมภพก็รีบไปที่โรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วงบิดา เจ็บป่วยคราวนี้อาการของภวัตหนักมากกว่าทุกครั้ง จอมภพต้องลาหยุดจากงานพิเศษทั้งหมดเพื่อดูแลพ่อ เมื่อเขามาถึงหอผู้ป่วยที่ภวัตมารักษาตัวอยู่ก็ต้องแปลกใจเพราะเห็นบิดาคุยกับใครบางคนที่มองเห็นเพียงแผ่นหลัง


“จอม เลิกเรียนแล้วหรือ”


พ่อยิ้มให้เขา คนที่หันหลังให้อยู่จึงหันมาสบตา จอมภพนิ่งงันลมหายใจสะดุด


“คุณ!”


ไม่มีความแปลกใจจากสีหน้านั้น มีเพียงรอยยิ้มอ่อนโยนส่งให้ เสียงแนะนำของภวัตยิ่งทำให้หัวใจของจอมภพกระตุก


“จอม สวัสดีพี่เปาสิ พี่เปาเป็นลูกศิษย์ของพ่อสมัยที่พ่อเป็นอาจารย์ไงล่ะ อันที่จริงก็เคยพบกันนะตอนที่พ่อพาจอมไปที่ทำงานด้วย แต่คงจำกันไม่ได้แล้ว”


แน่ล่ะ ใครจะจำได้ ที่จำได้ก็มีแต่บทรักอันเย้ายวนและฝังลึกอยู่ในจิตใจจนไม่อาจสลัดทิ้งได้เท่านั้น


จอมภพยกมือไหว้ตามคำสั่ง ปาณัทรับไหว้เขาด้วยกิริยางดงามทุกกระเบียดนิ้ว


“เสียดายที่ต้องไปทำงานต่อ อาจารย์พักผ่อนเยอะๆนะครับ”


ร่างโปร่งลุกขึ้นพลางยกมือไหว้อำลา ก่อนเดินกลับยังส่งยิ้มอ่อนบาดใจมาให้จอมภพจนเขาต้องมองตามหลังกระทั่งร่างนั้นลับสายตา


“เขารู้ได้ยังไงว่าพ่ออยู่ที่โรงพยาบาล”


จอมภพเอ่ยถามอย่างกังขา บิดากล่าวตอบด้วยสีหน้าสบายใจกว่าทุกวัน


“หลายวันก่อนเปาไปที่บ้าน เขาบอกว่ารู้จักแกเพราะแกไปทำงานพิเศษ และเห็นที่อยู่จากทะเบียนบ้านก็เลยตามหาจนมาเจอกัน”


“แล้วเสี่ย เอ่อ.. เขาบอกอะไรพ่อมากกว่านั้นหรือเปล่า”


จอมภพเกรงว่าบิดาจะรู้เรื่องที่เขากับปาณัทมีความสัมพันธ์กัน บิดาเลิกคิ้วทำหน้าแปลกใจ


“บอกอะไรวะ ทำไม แกมีความลับอะไรกับเขาหรือไง อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย พ่อง่วงนอนว่ะของีบสักหน่อย”


ภวัตหลับตาลงราวกับไม่อยากรับรู้อะไรอีก จอมภพจึงต้องหยุดการซักถาม เขานั่งนิ่งมองหน้าอกของบิดาที่กระเพื่อมเบาๆ ทั้งที่ในความคิดคำนึงมีแต่ใบหน้าของปาณัทปรากฏอยู่





ร่างสูงที่นอนขดอยู่ใต้เตียงคนไข้สะดุ้งเฮือกกลางดึกเมื่อได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ในหอผู้ป่วยเอะอะอยู่ข้างเตียง จอมภพตกใจเมื่อรู้ว่าบิดาที่นอนอยู่บนเตียงหยุดหายใจไปเสียแล้ว  ทั้งหมอและพยาบาลวิ่งวุ่นใส่ท่อช่วยหายใจปั้มทรวงอกเพื่อช่วยชีวิต จอมภพได้แต่ยืนสั่นอยู่นอกม่านกับความโกลาหลนั้น


สีหน้าของหมอที่อยู่เวรไม่ดีนักเมื่อมาแจ้งข่าวร้าย ลมหายใจของภวัตปลิดปลิวไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนกลับ จอมภพได้แต่ก้มหน้ายอมรับความจริง เขามองร่างสงบนิ่งของบิดาด้วยความเสียใจทั้งที่ทำใจบ้างแล้วว่าวันนี้จะมาถึง


ภวัตไม่มีญาติที่ไหนนอกจากบุตรชายเพียงคนเดียว จอมภพไม่นึกว่าทันทีที่ฟ้าสางเขาจะได้พบกับปาณัทอีกครั้ง ดวงตาของปาณัทแดงก่ำเมื่อสบตากับเขา


“อย่าเพิ่งถามอะไรเลย ให้ผมช่วยเดินเรื่องนำศพอาจารย์ออกจากโรงพยาบาลก่อนดีกว่า”


รู้ในช่วงหลังว่าภวัตสั่งความพยาบาลที่หอผู้ป่วยไว้ หากมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นให้แจ้งข่าวกับปาณัทด้วย ปาณัทจึงทราบข่าวการเสียชีวิตของภวัต เขาช่วยเหลือดำเนินการขั้นตอนทางราชการแทนขณะที่จอมภพยังอยู่ในภาวะสูญเสีย รวมถึงการพาร่างไร้วิญญาณไปที่วัดใกล้บ้านของจอมภพ


“ตั้งศพทำพิธีสามวันนะจอมแล้วเผา เรื่องงานศพผมจัดการให้หมดแล้ว”


ถึงแม้จะแปลกใจกับการช่วยเหลือเหล่านั้นว่าทำไมปาณัทถึงต้องมาเหน็ดเหนื่อยด้วย แต่อีกใจหนึ่งจอมภพกลับรู้สึกอบอุ่นและประทับใจในน้ำใจของปาณัท แต่เจ้าตัวก็ไม่ค่อยได้อยู่ให้เขาได้ถามให้หายสงสัยเพราะปาณัทเองก็ยังมีงานที่ต้องปลีกตัวไปทำในตอนกลางวันและจะมาที่งานศพในตอนเย็น ท่ามกลางแขกเหรื่อที่มีไม่มากนัก จนกระทั่งถึงวันเผา จอมภพโกนผมดกดำแสนรักเพื่อบวชหน้าไฟให้บิดาเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะทำให้ภวัตได้


“ไม่ต้องห่วงจอมนะพ่อ จอมดูแลตัวเองได้”


หลายครั้งที่จอมภพเหลียวมองปาณัท ดวงตาเรียวหลังแว่นใสแดงเรื่อคลอด้วยหยาดน้ำเมื่อรู้ว่าภวัตไม่มีวันหวนกลับมาอีกแล้ว ความรู้สึกบางอย่างสะกิดใจจอมภพ เขาสงสัยว่าปาณัทและบิดาจะเป็นแค่ลูกศิษย์กับอาจารย์แค่นั้นหรือ สิ่งที่ชายหนุ่มทำได้คือเก็บความข้องใจทั้งหมดไว้ในใจของเขา


จนกระทั่งพิธีฌาปนกิจเสร็จสิ้นลงจอมภพจึงได้กลับมาใส่เสื้อผ้าของตนยืนมองควันที่ลอยจากเมรุขึ้นไปบนฟ้าเพื่อระลึกถึงภวัตเป็นครั้งสุดท้าย ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้จากเบื้องหลังและมาหยุดยืนเคียงข้าง ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำพักใหญ่


“กลับมาพบเจอกันไม่นาน คราวนี้ต้องจากกันตลอดไปเสียแล้ว”


จอมภพหันไปมองเสี้ยวหน้าเศร้า ไม่นานปาณัทก็หันกลับมาสบตากับเขาอย่างสดใสมากขึ้น


“แต่คนอยู่ทางนี้ก็ต้องเข้มแข็ง ใช่ไหมจอม”


“เสี่ยเป็นอะไรกับพ่อ”


เขากล่าวถามด้วยความสงสัยที่เก็บไว้มาหลายวัน ปาณัทหันกลับไปมองควันที่ลอยขึ้นฟ้าอีกครั้ง


“เรียกว่าไงดีล่ะ อาจารย์เป็นความประทับใจของผม ผมรักในความเป็นคนดี รักครอบครัวของเขา”


อ้อ!


ขอให้แค่นั้นจริงเถอะ


“ผมต้องกลับบ้านแล้ว”


จอมภพเอ่ยขึ้น ต่อจากนี้เขาจะต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง


“จอมต้องกลับกับผม”


เสียงขัดจากคนข้างกายทำให้จอมภพขมวดคิ้ว


“ทำไมผมต้องกลับไปกับเสี่ย”


คราวนี้ปาณัทยิ้มกว้าง คำตอบของเสี่ยหนุ่มสร้างความตกตะลึงให้แก่จอมภพเป็นอย่างมาก


“อาจารย์เซ็นสัญญาขายฝากบ้านให้ผมเป็นเงินสองล้านห้าแสนบาทตามมูลค่าของทรัพย์สิน เงินทั้งหมดฝากไว้เป็นทุนการศึกษาของจอม คำสั่งท้ายสัญญาระบุว่าให้จอมอยู่ในการดูแลของผมจนกว่าจะเรียนจบปริญญาตรีหรือมีเงินมาซื้อบ้านกลับคืนไปได้ภายในระยะเวลาห้าปี สัญญาทั้งหมดจึงจะสิ้นสุดลง”


TBC

แหมมม พ่อก็ฝากไว้ถูกคนพอดี อิอิ

อย่าลืมกดไลก์ กดดาวนะคะ

ความคิดเห็น