ขอบคุณทุกกำลังใจ กำลังเริ่มติดเหรียญแล้วนะคะ ใครยังไม่อ่านรีบอ่านก่อนติดเหรียญนะคะ

ตอนที่ 30 ตั้งครรภ์

ชื่อตอน : ตอนที่ 30 ตั้งครรภ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ย. 2561 17:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 30 ตั้งครรภ์
แบบอักษร

นับตั้งแต่ฟางฮูหยินคลอดหยวนเป่าน้อยออกมา ข้าก็ไม่เคยอยู่ติดจวน ทุกวันข้าจะออกจากจวนแต่เช้าเพื่อไปเยี่ยมหลานชายตัวน้อยที่จวนท่านอัครเสนาบดี ระยะนี้นับได้ว่าข้าไปจวนอัครเสนาบดีได้อย่างสุขสบายใจอย่างแท้จริง เพราะไม่ต้องทนกับสายตาเหน็บหนาวของท่านอัครเสนาบดีเช่นกาลก่อนอีก นับตั้งแต่หยวนเป่าเกิด ท่านอัครสนาบดีดูเหมือนจะผ่อนปรนให้ข้าบ้างแล้ว ยามที่ข้าอุ้มหลานชายตัวน้อยข้าก็ได้แต่แอบหวังว่าอีกไม่นานข้าคงจะได้มีบุตรชายตัวน้อยอวบอ้วนเช่นนี้บ้าง

แต่วันนี้ความรู้สึกของข้าต้องมีอันพังทลาย ท่านพี่ชิงเหยียนบอกกับข้าว่า ท่านราชครูเอ่ยปากช่วยเหลือองค์หญิงเหวินจู องค์ชายรองรับโทษกบฎนางในฐานะน้องสาวจะต้องถูกลงโทษไปด้วย แต่ตวนมู่เฉินกับออกหน้าทูลเสนอขออภัยโทษให้นาง ให้นางแต่งออกไปยังแคว้นฉินเพื่อทำคุณไถ่โทษ ยามนี้ผู้คนทั่วเมืองหลวงต่างเอ่ยถึงเรื่องนี้อย่างอื้ออึง เรื่ององค์ชายรองเป็นกบฎนับว่าเป็นเรื่องใหญ่ยิ่งนัก แต่ตวนมู่เฉินออกหน้าทูลขอร้องต่อฝ่าบาทเยี่ยงนี้ เท่ากับเอาตัวไปเสี่ยงเพื่อสาวงามโดยแท้ ข้าได้รับฟังเรื่องพวกนี้แม้รู้ว่าเป็นเพียงลมปาก ก็อดมีอารมณ์ฉุนเฉียวมิได้ ฟางฮูหยินแนะนำให้ข้าสอบถามตวนมู่เฉินตามตรง ข้าเองจึงคิดจะถามตามตรงเช่นเดียวกัน

ข้ารอตวนมู่เฉินจนดึกดื่นเขาก็มิได้กลับมา จนถึงยามสายก็ยังไม่ได้พบหน้า ข้านอนไม่หลับทั้งคืนจนสุดท้ายคิดทบทวนได้ว่าคำพูดขององค์ชายเก้าก็มีมูล หากตวนมู่เฉินชอบองค์หญิงหลิวเหวินจูจริงดั่งคำผู้อื่น เหตุใดต้องช่วยเหลือนางโดยการส่งไปแต่งงานกับผู้อื่นด้วยเล่า กว่าจะคิดได้ก็ล่วงเป็นวัน แม้ตั้งใจว่าจะปรับปรุงตนเองแต่ก็ยังไร้สมองให้ข่าวลือและคำพูดเหล่านั้นมาทำร้ายตนเองได้อีกครั้ง องค์ชายผู้หนึ่งสิ้นชีวิตยามนี้ตวนมู่เฉินคงวุ่นวายอยู่ในวัง ข้ายังจะเก็บเรื่องราวเหล่านั้นมาสอบถามให้เขายิ่งวุ่นวายไปทำไม เมื่อข้าคิดได้จิตใจจึงสงบลง ยามนี้ก็สายมากแล้วไม่ได้นอนมาถึงหนึ่งคืนเต็มๆข้าจึงรู้สึกวิงเวียนเป็นอันมาก จึงคิดว่านอนพักเสียหน่อยน่าจะดีขึ้น คิดไม่ถึงว่าข้าจะนอนยาวไปจนถึงยามบ่าย เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าในห้องของข้ามีผู้คนเนืองแน่นเต็มไปหมด คนแรกที่เห็นว่าข้าตื่นคือตวนมู่เฉิน สีหน้าของเขาย่ำแย่ยิ่งนัก เขารีบเดินตรงมาหาข้าที่นอนอยู่บนเตียงทันที

“ชิงชิง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เขาเอ่ยถามพลางเดินเข้ามาใกล้ ข้าจึงได้สังเกตเห็นว่ามีท่านหมอกำลังตรวจจับชีพจรข้าอยู่ ข้ายังรู้สึกวิงเวียรศีรษะอยู่บ้างจึงส่ายหน้าให้เขาแทนคำตอบ เขาขยับปากเหมือนจะเอ่ยแต่ไม่เอ่ย ท่านแม่สามีจึงเดินเข้ามาเรียกเขา

“ลูกเฉินให้ท่านหมอตรวจนางก่อนเถิด ยามนี้เจ้าอย่าพึ่งรบกวนท่านหมอเลย” นางเอ่ยพลางดึงตวนมู่เฉินออกไปจากหน้าเตียง ท่านหมอตรวจและสอบถามข้าอยู่พักใหญ่ จึงลุกขึ้นเดินไปทางตวนมู่เฉิน

“เป็นเช่นไรบ้างท่านหมอ” ตวนมู่เฉินเอ่ยถามทันที

“ขอแสดงความยินดีด้วย ฮูหยินของท่านยามนี้กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆแล้ว เพียงแต่ร่างกายของนางยามนี้อ่อนเพลียยิ่งนัก ต้องระมัดระวังบำรุงครรภ์ให้มากหน่อยก็จะไม่มีปัญหาแล้ว” เขาเอ่ยเช่นนี้ทุกคนในห้องต่างส่งเสียงยินดีออกมา มีเพียงข้าและตวนมู่เฉินที่นิ่งเงียบไป ในใจข้านั้นทั้งยินดีและตำหนิตนเองที่ช่วงนี้ออกจากจวนแทบทุกวัน เดินเหินก็ไม่ระมัดระวัง เมื่อวันก่อนยังกระโดดโลดเต้นซ้อมดาบอยู่เลย อีกทั้งเมื่อคืนนี้ยังไม่ยอมนอนเพราะความโง่เขลาอีก น้ำตาของข้าไหลออกมาไม่รู้ตัว อดลูบท้องตนเองด้วยความสงสารลูกมิได้

“ชิงชิง...” ตวนมู่เฉินเดินเข้ามาหาข้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ท่านแม่สามีและท่านพ่อสามีจึงทำหน้าที่เชิญท่านหมอกลับ พวกเขาพากันเดินออกไปและปิดประตูให้ ทั้งห้องจึงเหลือเพียงข้าและตวนมู่เฉิน เขาเดินมานั่งบนเตียงเคียงข้างข้าพลางดึงมือของข้าไปกุมอย่างอ่อนโยน

“ชิงชิง ที่พวกเขาพูดกันอยู่ภายนอกเจ้าจงอย่าคิดมากไปเลย ข้ามิได้ทำเพราะชอบองค์หญิง แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นบุตรสาวองค์โตของฝ่าบาท จะให้พระองค์หักใจลงโทษนางได้อย่างไร อีกทั้งเรื่องนี้ฟางหยวนอี้ก็เป็นคนขอร้องข้าด้วยตนเอง เขาต้องการวางแผนยึดอำนาจขององค์ชายรองจึงวางแผนเล่นเล่ห์เรื่ององค์หญิง ข้าได้แต่ทำไปตามหน้าที่เพื่อช่วยเหลือองค์ชายเก้าเท่านั้น” เขาอธิบายเสียยืดยาว จนข้าได้แต่นิ่วหน้า องค์หญิงหลิวเหวินจูแต่งออกไปแคว้นฉิน เป็นแผนของท่านอัครเสนาบดีหรือ แล้วจะยึดอำนาจอันใดขององค์ชายผู้สิ้นชีพไปแล้วได้ข้าได้แต่ขมวดคิ้ว คนไร้สมองไม่ดีก็ตรงจุดนี้นี่เอง ข้าเหลือบมองท้องด้วยความจนใจมิได้ ลูกเอ๋ยหวังว่าเจ้าจะได้ความเฉลียวฉลาดของพ่่อเจ้ามานะ

“ที่ท่านจะบอกกับข้าคือท่านมิได้ออกหน้าช่วยเหลือนางเพราะชอบนางใช่หรือไม่” ข้าได้แต่สรุปเช่นนี้ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ใช่เจ้าต้องเชื่อใจข้าบ้างนะ ชิงชิง” เขาเอ่ยพลางทำสีหน้าสงสารใส่ข้า ข้าได้แต่เพ่งมองแม้สมองของข้าจะไม่ค่อยดี แต่เรื่องการมองคนเสแสร้งนั้นข้าไม่ค่อยพลาด ข้าพยักหน้าให้เขาด้วยความอ่อนเพลีย พลางเอนกายลงนอน เขาจึงประคองข้าลงนอนด้วยความอ่อนโยน

“ท่านอัครเสนาบดีคงรู้เรื่องที่ฟางฮูหยินเคยรักกับองค์ชายฉินอี้จือกระมัง แม้จะดูภายนอกว่านิ่งเฉยแต่ในใจยังกังวลว่าญาติผู้น้องของข้าและองค์รัชทายาทแคว้นฉินจะหักใจต่อกันมิได้กระมัง จึงตั้งใจส่งองค์หญิงใหญ่ไปก่อกวนทางนั้นเช่นนี้” ข้าได้ทบทวนสักครู่จึงเริ่มคิดถึงเรื่องนี้ได้ ข้าเอ่ยถามเช่นนี้สีหน้าตวนมู่เฉินก็คลี่ยิ้มออกมาด้วยความขบขัน

“แม้แต่เจ้ายังคิดได้ ผู้อื่นก็คงคิดได้เช่นเดียวกัน เขาจึงใช้ข้าให้ทูลขอต่อฝ่าบาทอย่างไรเล่า เป็นความผิดข้าเองที่ไม่คิดถึงจิตใจเจ้า เจ้าคงคิดมากเรื่องนี้ใช่หรือไม่” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเช่นนี้ผู้ใดจะหักใจโกรธเคืองได้กัน

“ขอเพียงวันหน้าท่านจะทำอันใดให้บอกกล่าวกับข้าก่อน จะได้ไม่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น คราแรกข้าก็คิดโทษตนเองที่คิดมากจนตรากตรำร่างกายตนเองเช่นนี้ แต่ครานี้เป็นท่านแล้วที่ทำอันใดไม่บอกกล่าวต่อข้าก่อน” ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงแง่งอน

“เป็นข้าผิดเอง เพียงแต่ครานี้เรื่องราวกระทันหันจนข้าและฟางหยวนอี้ก็ตามแทบไม่ทันจริงๆ ไม่คิดว่าเหล่าองค์ชายจะห้ำหั่นกันรุนแรงถึงชีวิตเพียงนี้ โทษกบฎนั้นนับว่ารุนแรงเหลือจะกล่าว นับจากนี้เจ้าเก็บตัวบำรุงครรภ์อยู่แต่ภายในจวนจะดีกว่า อย่าออกไปเป็นเป้าให้ผู้อื่นเลย ถึงอย่างไรองค์ชายเก้าก็เป็นญาติผู้น้องของเจ้า เจ้าอาจจะถูกดึงเข้าสู่วงเวียนการแย่งชิงบัลลังก์เมื่อใดก็สุดรู้” เขาเอ่ยกับข้าด้วยสีหน้ากังวล

“ข้าไม่กังวลหรอก มีท่านราชครูเช่นท่านเป็นสามีจะมีผู้ใดมาลงมือต่อข้าได้ ผู้อื่นอาจไม่รู้แต่ข้านั้นนับว่ามองจนทะลุใบหน้าอันหนาหลายชั้นของท่านได้แล้ว ว่าท่านมิได้เป็นเฉกเช่นที่ผู้อื่นเห็น” ข้าเอ่ยพลางมองหน้าเขาด้วยรอยยิ้ม

“หืม ฟังดูแล้วเหมือนว่าจะเจ้าจะชมเชยข้าหรือต่อว่าข้ากันนะ เอาเถอะเจ้าจะต่อว่าข้าอย่างไรก็ได้ จะตีสองหน้าเก่งหรือหน้าหนาก็ได้ แต่ในใจของข้ามีเพียงแต่เจ้า ข้อนี้ขอให้เจ้ารับรู้ไว้ก็พอ” เขาเอ่ยด้วยสีหน้าอ่อนหวานและจริงจังจนข้าอดเขินอายมิได้ เข้าก้มลงมาจุมพิตข้าด้วยความอ่อนโยน จนข้าแทบจะล่องลอยติดตามเขาไป จวบจนลมหายใจเริ่มหอบกระชั้นเขาจึงหยุดและผละออก

“ข้าไปนำยามาให้เจ้าดีกว่า ยามนี้สาวใช้ของเจ้าคงต้มรอแล้วกระมัง” เขาเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแล้วจึงเดินออกไป ข้าได้แต่เอาผ้าขึ้นมาปิดหน้าด้วยความเขินอาย ไม่นานตวนมู่เฉินก็นำถ้วยยาที่มีควันลอยกรุ่นอยู่มาป้อนข้า เขาเป่าก่อนที่จะป้อนข้าทีละคำอย่างช้าๆ จนข้าอดน้ำตาไหลมิได้

“เจ้าเป็นอันใด ซาบซึ้งใจที่ข้าป้อนยาให้เจ้าหรือ วันหน้าข้าป้อนยาบำรุงให้เจ้าเช่นนี้ทุกวันดีหรือไม่” เขาก้มลงมาเอ่ยถามข้าด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม ข้าตวัดค้อนใส่เขาแล้วลุกขึ้นแย่งชามจากมือเขาทันที เป่าจนควันเริ่มหายแล้วจึงกลั้นใจยกดื่มให้หมดภายในรวดเดียว ข้าเช็ดปากพลางมองหาน้ำชามาล้างความขมออกจากปาก เขาก็หัวเราะพลางส่งพุทราเชื่อมมาให้ข้า ข้ารีบยัดใส่ปากทันที ยานี้ขมเหลือเกินเขาจะต้องรู้เป็นแน่จึงตั้งใจแกล้งข้า คิดได้ดังนั้นข้าจึงคายพุทราเชื่อมออกแล้วดึงปากเขามาประกบทันที เพื่อให้เขาได้รับรู้ถึงความขมเฉกเช่นเดียวกับข้า เขาชะงักไปชั่วครู่จากนั้นจึงกวาดลิ้นดูดซับความขมทุกซอกทุกมุมจากปากข้า มือไม้หรือก็ลูบไล้ไปทั่วจนข้าตัวสั่น เนิ่นนานกว่าเขาจะยุติ

“เจ้าตั้งครรภ์ข้าก็ดีใจ แต่เรื่องสนิทชิดเชื้อกับเจ้าไม่ได้ไปอีกนานนี่สิ ทำให้ข้าแอบเศร้าใจมิได้” เขาเอ่ยจบก็กดริมฝีปากใส่ข้าอีกครั้งอย่างดุเดือด ส่วนข้าได้แต่เศร้าใจ สามีในหัวท่านเรื่องสนิทชิดเชื้อสำคัญต่อท่านถึงขนาดนั้นเชียวหรือ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว