facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่ 26 ในคืนที่ฝนพรำ (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 ในคืนที่ฝนพรำ (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 45.6k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2562 20:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 ในคืนที่ฝนพรำ (✔️)
แบบอักษร

​ตอนที่ 26 ในคืนที่ฝนพรำ 

 

 

เวลาก็ยังคงทำหน้าที่ของมัน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หลายๆ อย่างเกิดขึ้นในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา...หนึ่งในนั้นคือการที่ผมตัดสินใจเรียนเฉพาะทางการแพทย์แล้วนั่นแหละ ตอนแรกผมตั้งใจจะเรียนไปด้วยทำงานหาค่าเทอมเองไปด้วยอย่างที่เคยวางแผนเอาไว้ในตอนแรก แต่เขาไม่ยอม แถมยังบังคับให้ผมเลือกเรียนที่ที่เขาต้องการอีกด้วย ...เขาเลือกมหาลัยที่มีชื่อในด้านนี้ พร้อมๆ กับจัดการทุกๆ อย่างให้ผมทุกๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น ค่าเรียน ค่าอุปกรณ์ต่างๆ เขาก็จัดการให้เสียหมด....และไม่ใช่แค่ผมคนเดียว ค่าเทอมของเจ้าหลง ค่าน้ำค่าไฟในบ้าน ค่าของใช้จิปาถะหรือจะเรียกว่าค่าใช้จ่ายทุกบาททุกสตาร์ของบ้าน เขาเป็นคนจัดการให้หมดก็ว่าได้ -*- 

 

...และเพราะผมตัดสินใจที่จะเรียนต่อที่ไทย เลยส่งผลให้คุณโทมัสต้องเที่ยวไปเที่ยวมาระหว่างประเทศไทยและไต้หวัน เพื่อที่เราสองคนจะยังได้เจอกันเหมือนเดิม... 

 

ซึ่งบางครั้ง เขามาถึงยังไม่ทันข้ามวันดีก็ต้องรีบกลับไปเพราะทางโน้นมีปัญหา...อย่างเช่นวันนี้ 

“แล้วจะรีบกลับมา ไม่พรุ่งนี้ก็มะรืน” 

“เราใช้โทรคุยกันแทนดีไหมครับ เป็นแบบนี้บ่อยๆ คุณจะไม่ไหวเอานะ” 

“ไหวไม่ไหวให้ฉันตัดสินใจเอง เธอแค่ตั้งใจเรียน รอฉันมาหาก็พอแล้ว เรื่องอื่นไม่ต้องเก็บมาคิดหรอกน่า” 

“ผมกลัวคุณเหนื่อย” ผมพูดท้วงออกมาเบาๆ ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าไม่สำเร็จแน่ๆ 

“เจอเธอก็หายแล้ว” คำพูดเหมือนตั้งใจจะเอาใจหยอกเย้าผมเล่นๆ แต่สายตากับจริงจังกับคำพูดนั้นจนผมไม่กล้าสู้หน้าจนต้องเข้าไปสวมกอดเขาเอาไว้ 

“ขอบคุณนะครับ...ที่ทำเพื่อผมและครอบครัวขนาดนี้” 

 

ผมสวมกอดเข้าไปเต็มอก ฝังหน้าซุกอยู่แถวๆ อกอุ่นๆ ที่เป็นของผมแค่คนเดียว อกอุ่นที่ผมใช้หนุนนอนแทนหมอนเกือบทุกๆ คืนที่เราอยู่ด้วยกัน 

 

“ผมไม่มีอะไรจะให้คุณเลย ทั้งๆ ที่รับจากคุณมามากขนาดนี้” 

“ฉันไม่ต้องการอะไร...ไม่สิ...บอกรักฉันอีกครั้งได้ไหม” 

“บอกรัก??” 

“ใช่สิ...กำลังใจไง” 

 

จริงสิ! นี้ก็คงเป็นอีกเรื่องที่ผมไม่ค่อยได้ทำให้เขารู้เลยสักครั้ง...หลังจากที่บอกกันไปในวันนั้นผมก็ไม่มีความกล้าที่จะพูดคำนี้ออกมาต่อหน้าเขาได้อีก...บางครั้งก็แอบพูดตอนที่เขาหลับอยู่เลยด้วยซ้ำ 

 

“เร็ว...บอกฉันอีกครั้งหนึ่ง” 

“รัก...รักคุณนะครับ..ผมจะรอคุณกลับมาหานะครับ...คุณโทมัส” 

“หึหึ...” 

 

รัก...รักคุณนะครับ...ผมจะรอคุณกลับมาหานะครับ..คุณโทมัส῀. 

 

“คุณบันทึกเสียงเอาไว้เหรอ>//<" ผมถึงกับหน้าเหวอ เพราะจู่ๆ เสียงที่ตัวเองพูดไปเมื่อครู่ ก็ดังขึ้นซ้ำๆ อยู่หลายครั้ง ด้วยฝีมือของคนที่หลอกล้อให้ผมพูดนั่นแหละ 

“ก็เธอไม่ค่อยยอมพูดให้ฉันฟังนิ...ชอบมาแอบบอกกันตอนฉันนอนอยู่เลย...ทั้งๆ ที่ฉันก็บอกเธอออกจะบ่อยแท้ๆ ” 

“คุณรู้!” 

“รู้สิ...เมียตัวเองบอกรักนะ..ต่อให้หลับลึกแค่ไหนก็ต้องตื่นมาฟังอยู่แล้ว” 

“บ้า! ...ผมไม่เคยพูด” 

“หึหึ....แต่พอโดนบอกรักแบบนี้แล้ว ไม่อยากกลับแล้วสิ” 

 

ถึงเขาจะพูดแบบนั้น แต่สุดท้ายเราก็ต้องแยกจากกันอยู่ดี....ผมยืนมองจนรถของเขาเลี้ยวออกจากเขตบ้านไป...และถึงรถหรูที่เขานั่งจะเลี้ยวออกไปแล้ว ผมก็ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับไปไหน... 

 

….ไม่ชอบเหตุการณ์แบบนี้เลย 

 

เมื่อเช้าคุณโทมัสพึ่งจะเดินทางมาถึงแท้ๆ แต่ยังไม่ทันข้ามวันเขาก็ต้องกลับไปอีกแล้ว...ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เราก็ไม่เจอกันมา 4 วันแล้ว พอได้เจอก็ต้องจากกันอีกแล้ว ได้เจอแค่แป๊บเดียวเอง....ไม่ยุติธรรมเลย 

 

เมื่อคืนกว่าผมจะข่มตาหลับลงได้ก็เกือบจะตี 3 แถมวันนี้ยังมีเรียนด้วย...มึนหัวเหมือนกันนะเนี่ย สงสัยจะนอนไม่พอ...นี่ผมกลายเป็นคนที่เสพติดคุณโทมัสไปแล้วหรือไงกันนะ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนก็สามารถนอนหลับได้ง่ายๆ ...แต่ตอนนี้ พอต้องนอนคนเดียวกับนอนไม่หลับเสียแบบนั้น... 

 

“ขอบคุณที่มาส่งครับ” ผมกล่าวขอบคุณ พี่ชุดดำที่ช่วยขับรถไปรับผมที่บ้านแล้วยังพามาส่งที่มหาลัยที่ผมมาเรียนอีกด้วย 

 

เขาเป็นคนของน้องชายคุณโทมัส แต่ต้องลำบากมาค่อยรับค่อยส่งผมแบบนี้คงเหนื่อยแย่เลย....ตอนแรกคุณโทมัสจะทิ้งพวกพี่ๆ ชุดดำเอาไว้ที่บ้านสัก 4-5 คนแต่ผมปฏิเสธเขาเอาไว้ เพราะไม่อยากรบกวนพวกพี่เขาเท่าไร แค่พวกเขายอมนอนกันในเต้นทฺ์ หรือบางคนต้องนอนในรถเพราะที่บ้านผม ไม่มีพื้นที่มากพอที่จะรองรับพวกเขาได้ผมก็รู้สึกแย่แล้ว...แต่ใครจะคิดละว่า พอห้ามไม่ให้ทิ้งคนของตัวเองไว้ คุณโทมัสจะให้คนของน้องชายมาค่อยดูแลผมแทนแบบนี้ 

 

“คุณฟิวส์เลิกเรียนกี่โมงครับ” 

“5 โมงเย็น ครับ...รับผมตรงหน้ามอก็ได้ครับ เดี๋ยวผมเดินออกไปเอง” 

“ไม่ได้หรอกครับ ถ้าทำแบบนั้น พวกนายๆ เล่นงานพวกผมแน่” 

“...ก็ได้ครับ” พอปฏิเสธพวกเขาไม่ได้ สิ่งที่ผมทำได้ก็มีแค่ยอมรับแต่โดยดี... 

 

พี่เขามาส่งผมที่หน้าตึกเรียน...หน้าแบบหน้าจริงๆ จังๆ เลยนะครับ...แบบผมก้าวขาลงจากรถแล้วสามารถขึ้นไปยืนบนบันไดขึ้นตึกได้เลย 

 

และก็จะเป็นแบบนี้ตลอด...พอผมก้าวลงมาจากรถ สายตาของคนรอบๆ ก็จะหันมาให้ความสนใจผมกันใหญ่ มองกันมาในหลายๆ รูปแบบ บางคนมองมาอย่างประหลาดใจ บางคนมองมาอย่างตื่นเต้น และแน่นอนว่าบางคนก็มองมาด้วยสายตาที่ทำให้ผมรู้สึกไม่ดีเท่าไร ซึ่งผมก็ไม่แปลกใจหรอกครับที่ผลมันเป็นแบบนี้ 

 

ลองคิดตามกันเล่นๆ นะครับ....รถหรูนำเข้าสองถึงสามคันขับตามกันมาจอดถึงหน้าตึกเรียนเพื่อส่งคนๆ เดียว เป็นใครก็คงจะต้องสนใจอยู่แล้ว วันนี้ยังดีที่ผมชิ่งเปิดประตูลงมาจากรถก่อน ไม่อย่างนั้นก็คงจะมีฉากที่พี่ๆ เขาวิ่งมาเปิดประตูรถให้ผมลงจากรถแน่ๆ 

 

“พบกันตอนเย็นครับคุณฟิวส์” ผมได้แต่พยักหน้ารับแล้วโค้งหัวให้พวกพี่ๆ เขา ก่อนจะต้องรีบเดินหนีขึ้นตึกเรียนมา 

 

ยังคงมีสายตาของคนที่ทันได้เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่มองตามผมมา พร้อมๆ กับเสียงพูดคุยซุบซิบเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อครู่นิดหน่อย จนผมเดินเข้ามานั่งที่มุมประจำของตัวเอง มันเป็นมุมเงียบๆ อยู่หลบมุมจากโต๊ะตัวอื่นๆ ผมมักใช้ที่ตรงนี้ในการนั่งรอเข้าเรียน หรือบางครั้งก็เป็นสถานที่ ที่คุณโทมัสใช้นั่งรอผมเรียน 

 

“มายิ่งใหญ่เหมือนเคยเลยนะ” 

“เห็นด้วยเหรอ” หวายตอบออกมายิ้มๆ ก่อนจะเดินเข้ามาหาผม 

“ไม่เห็นสิแปลก” 

“มีเรียนวันนี้เหมือนกันเหรอ” ผมพูดเปลี่ยนเรื่องไป พร้อมๆ กับเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าสะพายของตัวเองที่วางเอาไว้ที่เก้าอี้ตัวข้างๆ ออก เป็นการเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลงร่วมโต๊ะด้วยกัน 

“เปล่าหรอก...จำวันผิดนะ พึ่งมานึกได้ตอนถึงตึก แล้วทันเห็นฟิวส์มาพอดีก็เลยเดินมาคุยด้วย” หวายนั่งลงตรงที่ว่าง ก่อนจะพูดตอบออกมายิ้มๆ หัวเราะนิดๆ กับความเบลอของตัวเอง 

“พักบ้างนะคุณหมอ เดี๋ยวจะป่วยแทนคนไข้” อย่างที่เคยบอกไปว่าหวายเป็นผู้ชายตัวค่อนข้างเล็ก สูงกว่าผู้หญิงไม่มากนัก ร่างกายบอบบางจนเหมือนผู้หญิงเลยด้วยซ้ำ แถมตอนนี้ยังเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยอีก...ป่วยขึ้นมานี่ยุ่งแน่ๆ 

“บ้าแล้ว..เราตัวใหญ่จะตาย” หวายตอบออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะ ก่อนจะพูดถามถึงคนที่จะต้องเจอทุกครั้งที่เจอผม 

“แล้วตาลุงนั้นไปไหนล่ะ?” หวายหมายถึงคุณโทมัสนั่นแหละครับ สองคนนี้เจอกันทีไร ก็ได้หาเรื่องเถียงกันตลอด ถึงหวายจะเป็นคนเริ่มแต่คุณโทมัสเองก็ไม่ยอมเช่นกัน 

“เขาไปทำงานนะ” นี่ถ้าคุณโทมัสมาได้ยินหวายเรียกแบบนั้น ก็คงได้ทะเลาะกันเหมือนทุกๆ ที แน่ๆ เลย 

. 

. 

. 

ในตอนเลิกเรียน พอผมเดินลงตึกเรียนมา ก็เจอพวกพี่ๆ เขายืนรอรับอยู่ที่หน้าตึกแล้ว พอก้มมองเวลาที่ข้อมือของตัวเอง ก็เลยรู้ว่าผมลงมาช้ากว่าที่นัดพวกพี่เขาเอาไว้เกือบครึ่งชั่วโมงแหนะ 

 

“ขอโทษครับ พวกพี่ๆ รอนานหรือเปล่าครับ” 

“ไม่ครับ เชิญคุณฟิวส์ขึ้นรถก่อนเถอะครับ ฟ้าครึ้มๆ มาแล้ว เดี๋ยวจะโดนฝนเอานะครับ” 

 

แล้วก็เป็นแบบที่พี่เขาพูดจริงๆ ครับ หลังจากที่ฟ้าครึ้มมาสักพักหลังจากที่รถที่ผมนั่ง แล่นออกจากรั้วมหาวิทยาลัย ฝนเม็ดใหญ่ๆ ก็กระหน่ำเทลงมา...รถบนท้องถนนจากที่เคยติดอยู่แล้วก็ติดหนักกว่าเดิมเข้าไปอีก... 

 

คงจะถึงบ้านสัก 2 ทุ่มได้มั้งเนี่ย-*- 

 

เพราะบ้านผมอยู่นอกเมือง ต้องนั่งรถนานหน่อยกว่าจะถึง จากปกติก็นานอยู่แล้ว ฝนตกรถติดขนาดนี้จะนานก็คงไม่แปลก... 

 

“หลง...ยายละ” 

( “ยายอยู่ใต้ถุนกำลังเลือกผลไม้ไปขายอยู่พี่ฟิวส์” ) 

“...ที่บ้านฝนตกหรือเปล่า” 

( “ยังไม่ตก...แต่ก็น่าจะใกล้แล้วละพี่..มันมืดมาแล้ว” ) 

“อือๆ ....ในเมืองรถติดมากเลย พี่คงถึงบ้านมืดๆ หลงกับยายกินข้าวก่อนเลยนะ ไม่ต้องรอพี่” 

( “ได้เลย...เดี๋ยวหลงแบ่งไว้ให้พี่ละกันเนอะ...แต่ถ้าอร่อยขอแบ่งไว้น้อยหน่อยนะพี่ฟิวส์” ) 

“กินๆ ไปเถอะ เดี๋ยวพี่ทอดไข่กินก็ได้” 

( “...ลมมาแล้วพี่ฟิวส์ เดี๋ยวหลงไปปิดหน้าต่างก่อนนะ” ) 

“ระวังมันฟาดหน้าด้วยละ” 

 

พอโทรบอกที่บ้านเสร็จผมที่กำลังจะเก็บมือถือเข้ากระเป๋าก็ต้องเปิดมันขึ้นมาดูอีกครั้ง...เมื่อข้อความของคนที่ผมกำลังเฝ้ารอเขาถูกส่งเข้ามา 

 

โทมัส : ตัวมันโตขึ้นเยอะเลย 

 

ข้อความสั้นๆ ถูกส่งมาพร้อมกับรูปของเจ้าสองเสือตัวร้ายที่ตอนนี้ตัวโตขึ้นจากที่ผมเห็นครั้งล่าสุดมาก แต่พวกมันยังคงอ้วนกลมเหมือนเดิมไม่มีผิด....ถ้าไปเจอครั้งหน้า พวกมันยังจำผมได้อยู่ไหมนะ 

 

โทมัส: ฉันต้องทำงานแล้ว ถ้าว่างคืนนี้เดี๋ยวโทรไปนะ 

 

ผมเก็บมือถือลงกระเป๋าอีกครั้ง ก่อนจะมองออกไปรอบๆ ตัวที่ยังมีสายฝนตกลงมาไม่หยุด หยดน้ำมากมายที่ไหลลงมาตามแนวของกระจกรถ เสียงฟ้าร้องและสายฟ้าที่แวบไหวอยู่ไกลๆ เสียงเพลงเบาๆ ที่พวกพี่เขาเปิดให้ผมฟังเบาๆ ...มันก็ดีหรอกบรรยากาศแบบนี้... 

 

....แต่ว่า...ทำไมเหงาแบบนี้นะ 

 

ตลอดเส้นทางกลับบ้าน ฝนก็ยังเทลงมาไม่หยุด..จนผมมาถึงบ้านแล้วมันก็ยังคงเทลงมาแบบนั้น...แถมที่บ้านยังหนักกว่าเสียด้วยซ้ำ เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังให้ได้ยินบ่อยครั้ง...ผมมาถึงบ้านตอนเกือบจะสองทุ่ม ก็ไม่ต่างจากที่คิดเอาไว้เท่าไร มาถึงก็ต้องรีบเข้าไปอาบน้ำสระผมทำความร่างกายเสียก่อนเพราะตอนวิ่งขึ้นบ้านก็โดนฝนมาพอสมควร 

 

“ยายไปนอนแล้วนะลูก...กินข้าวเสร็จก็เอาจานวางไว้ข้างบนก่อน ลงไปตอนนี้อันตรายงูเงี้ยวมันหนีน้ำหนีฝนหาที่หลบกัน” 

“ครับยาย” 

 

ยายบุญยกมือลูบหัวผมเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนไป...ตามด้วยเจ้าหลงที่ยกคงทำแบบนี้ทุกวันนั้นก็คือการหอบหิ้วการบ้านมานั่งทำข้างๆ ผม 

 

“จะให้สอนหรือไงเรา” 

“เปล่า...หลงกลัวไฟดับ” 

“ก็รีบๆ ทำให้เสร็จ จะได้ไปนอน” 

 

อันที่จริงผมก็กินข้าวเสร็จนานแล้วแหละ...แต่ยังคงนั่งเป็นเพื่อนหลงที่ทำการบ้านอยู่...นั่งรอจนน้องทำการบ้านเสร็จถึงได้เดินถือจานออกมาวางที่หน้าบ้านเอาไว้ พรุ่งนี้เช้าค่อยถือลงไปล้างข้างล่าง... 

 

“จะตกทั้งคืนไหมนะ” ผมมองสายฝนที่ยังคงเทลงมาไม่หยุดถึงจะดูเบาลงไปบ้างแล้วแต่ก็ยังคงตกอยู่อย่างต่อเนื่องเลย... 

 

ที่ไต้หวันฝนจะตกไหมนะ? 

 

ผมเดินกลับเข้ามาในบ้าน กลางที่หลับที่นอนเสร็จก็มุดมุ้งเข้าไปนอนในที่ประจำของตัวเอง....หลังจากที่พาคุณโทมัสมาบ้านในวันนั้น เจ้าหลงก็ย้ายเข้าไปนอนในห้องกับยายถาวรเลย ทำให้วันนี้ผมต้องนอนคนเดียวไปโดยปริยาย....เวลาผ่านไปช้าๆ บรรยากาศเย็นๆ เสียงฝนที่ดังให้ได้ยิน...ความมืดมิดที่มีเพียงแสงจากด้านนอกสาดเข้ามาพอให้เห็นรอบตัวรางๆ ... 

 

“ฮึก..ก..คิดถึง...ผมคิดถึงคุณ...ฮึก.กก..” 

 

เสียงร้องไห้ของผมคงดังไปพร้อมกับเสียงฟ้าร้องเสียงฝนที่ตกในตอนนี้แน่ๆ ผ้าห่มผืนหนาที่เคยให้ไออุ่นในทุกๆ คืน แต่ในตอนนี้มันกับไม่อุ่นอย่างที่เคย...หรือเพราะในใจผมไม่ได้ต้องการไออุ่นจากมันกันแน่ 

 

ฮึก..ก.. 

 

...อยากให้เขาอยู่ตรงนี้...อยากนอนกอดเขา...อยากเจอ...อยากเจอจริงๆ 

. 

. 

. 

# โทมัส 

 

เมื่อคืนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็ปาเข้าไปเกือบตี 3 ผมได้นอนเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ก่อนที่จะมาอาศัยพักสายตาเอาบนเครื่อง...ผมเตรียมทุกอย่างเอาไว้แล้ว วันนี้ก็จะให้ไอ้แฟรงค์มันไปจัดการแทน ส่วนตัวผมเองนั้นมีสิ่งที่สำคัญกว่าจะต้องทำ....นั้นก็คือรีบกลับไปหาคนสำคัญ... 

 

รถที่ผมนั่งขับเคลื่อนเข้ามาจอดในสถานที่คุ้นตาในเวลาเช้าตรู่....เรียกได้ว่าผมมาก่อนพระเดินบินทบาตรเลยก็ว่าได้... 

 

“อ้าวพ่อคุณ...มาแต่เช้าเลย” ยายบุญเองก็พึ่งจะเดินลงมาจากบนบ้านตอนที่รถของผมเลี้ยวเข้ามาจอดเหมือนกัน ท่านเดินเข้ามาทักทายผม 

“สวัสดีครับ...ฟิวส์ยังไม่ตื่นใช่ไหมครับ” 

“ยังนอนอยู่เลย...ขึ้นไปหาน้องสิลูก...คงจะดีใจน่าดู” 

 

ยายบุญพูดยิ้มๆ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้าและอาหารใส่บาตร ส่วนผมแยกตัวเดินขึ้นมาด้านบนบ้าน มองเห็นร่างบางที่คุ้นเคยนอนขุดคู่อยู่ในผ้าห่ม.... 

 

ฟิวส์เป็นคนตัวขาวครับ...ผิวขาวๆ เนียนๆ น่าสัมผัสนั้น...ผมไม่เคยลืมเลยว่าเวลาได้สัมผัสมันแล้วจะรู้สึกยังไง....บอกให้หน่อยหนึ่งก็ได้ว่า...มันรู้สึกดีมาก! 

 

“กลับมาแล้วนะ” ผมก้มลงกระซิบเบาๆ ที่ใบหูขาวๆ ของคนที่ยังนอนขุดคู่อยู่ในที่นอน แอบขบเม้มติ่งหูขาวเบาๆ จนเจ้าของร่างสะดุ้ง 

“คุณโทมัส!!” 

 

แรงโถมถูกส่งผ่านจากคนตัวขาวมาสู่ผม...พอตั้งสติได้ฟิวส์ก็โถมตัวเข้ามากอดผมเต็มแรง นี่ถ้าตั้งหลักไม่ทันก็คงมีล้มหงายหลังกันไปข้าง^^ 

 

“ไม่เอาแล้ว...ฮึก...ไม่เอาแบบนี้แล้ว...ไม่อยากห่างคุณอีกแล้ว...” เสียงสะอื้นที่ดังไม่หยุด...จนเกือบจะฟังสิ่งที่เจ้าตัวพูดไม่รู้ศัพท์ โชคดีที่ผมได้ยินคำหลังชัดเจน 

“ต่อไปก็จะไม่ให้เธอห่างไปไหนแล้วเหมือนกัน” ผมยกมือกอดตอบ ลูบหลังคนตัวขาวไม่หยุด หวังแค่ให้คลายแรงสะอื้นลงได้บาง... 

 

ย้ายมาประจำที่นี้แทนไอ้ไรอันเลยดีไหมนะ??? 

 

“ตาบวมขนาดนี้ร้องทั้งคืนเลยไหมเนี่ย” 

“ก็ผมคิดถึง...ฮึก...คิดถึงนิ!” ไม่รู้ว่าเพราะคิดถึงผมมาก หรือว่ายังไม่มีโอกาสได้ตั้งหลักกันแน่ เจ้าตัวขาวของผมถึงได้ไม่วางฟอร์มขนาดนี้...ทั้งๆ ที่ปกติไม่ค่อยจะยอมพูดอะไรพวกนี้ออกมาหรอก 

 

แต่เป็นแบบนี้ก็...น่ารักดีนะ^^ 

 

อย่าให้ถึงกับต้องแลกที่กับเฮียไรอันเลยนะเฮียโทมัส....555555555555 

ช่วงนี้ไรท์ใกล้จะสอบกลางภาคนะเจ้าคะ...อาจจะหายๆ ไปบ้าง ก็อย่าว่ากันน่า ไรท์ต้องทำเกรดนิดหนึ่ง เดี๋ยวจะหลุดจากที่ฝึกงานที่เล็งเอาไว้....แต่รับรองว่าจะมาแต่ต่อแน่ๆ ....ขอบคุณที่ติดตามจ้า 

BY : ลั้น ลา 

ความคิดเห็น