ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 : เปิดเทอมใหม่ของพระพาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 : เปิดเทอมใหม่ของพระพาย

คำค้น : yaoi นิยายวาย พี่เลี้ยง เจนไม่นก พ่อหม้าย เพชรพระพาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2561 18:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 : เปิดเทอมใหม่ของพระพาย
แบบอักษร

เพชรพระพาย

#เปิดเทอมใหม่ของพระพาย



‘น้องเขาดีขนาดนั้นเลยเหรอวะ’

‘พระพายเคยให้กลุ่มหนูเอาเลคเชอร์ไปลอกด้วย ตอนนั้นไปขอยืมก็กลัวๆนะ แต่เขายิ้มน่ารักมากเลย’

‘หรือว่าเขาจะแค่หน้านิ่งๆจริงๆแล้วไม่หยิ่ง’

‘ใครมันจะบ้ายิ้มได้ทั้งวัน’

‘เราว่าหน้าตาเขาน่ารักมากเลยนะ ไม่ได้ดูอวดรวยด้วย ก็กินข้าวเหมือนคนทั่วไป’

‘แล้วถ้ามันไม่มีมูลคนเขาจะเอาไปลือกันได้เร้อ’

‘เออสรุปเป็นลูกคนใช้จริงๆ’

‘แล้วใครบอกว่าเขาเป็นลูกคุณหนูหยิ่งๆวะ’

‘เป็นลูกคนใช้แล้วไง คนเราวัดกันที่ตรงไหนกันวะมึง เขาเป็นคนดีให้หวยเก่งก็จบแล้วจ้ะ’

‘พระพายจ๋า งวดหน้าเลขอะไรจ๊ะ’



พระพายไม่คิดว่าจะมีคนมาแสดงความคิดเห็นมากมายขนาดนี้…

มันเกินคาดจริงๆ….


“………”  จริงๆพระพายไม่ใช่ไม่คาดหวังว่าวันหนึ่งทุกคนจะรู้ความจริง เพราะความจริงคืออะไรพระพายก็ไม่ได้รู้แน่ชัดนัก ที่รู้คือรู้แค่ว่าตัวเองเป็นลูกของแม่จินที่ได้รับความช่วยเหลือจากคนรอบข้างมาตลอด ในวันหนึ่งพระพายอยากจะยืนให้ได้ด้วยตนเอง แต่ก็มาได้รับรู้ทีหลังว่าตนไม่สามารถหนีความช่วยเหลือจากคนอื่นได้พ้นจริงๆ แต่มันไม่ใช่ข้อเสียหรอก เหล่านี้มันคือผลจากการเป็นที่รักทั้งนั้น พระพายไม่ควรปฏิเสธความช่วยเหลือจากใคร และความผิดพลาดไม่ใช่สิ่งไม่ดีที่ไหน ทุกอย่างล้วนเป็นประสบการณ์ให้เรียนรู้ และคนเราไม่อาจจะเรียนรู้ได้ หากไร้การช่วยเหลือ

PrapieChawanan ถูกหวยแล้วอย่าลืมมาเลี้ยงข้าวพายด้วยน้า



พระพายตัดสินใจที่จะทิ้งคอมเมนท์เอาไว้ ก่อนจะไปกดตอบรับคำขอเป็นเพื่อนของเหล่าบรรดารุ่นพี่ ทว่าอยู่ๆการแจ้งเตือนเพื่อนใหม่ก็เด้งขึ้นมา เขาเป็นคนที่ต้องคิดหนักหน่อยว่าควรจะรับดีไหม ก็เล่นตอบแค่ ‘ครับ’ พระพายจะไปเข้าใจอะไร แต่ทั้งหมดทั้งปวง มันอาจจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีเขา



‘คุณตอบรับคำขอของ Petchpisuth J



“……….”  แล้ว….



พระพายทำไปแล้ว….



แล้วทำไมต้องมาเขินหน้าแดงอยู่คนเดียว พระพายทำถูกต้องแล้ว พี่เพชรเป็นพี่ที่ทำงาน เป็นรุ่นพี่ที่คณะ เป็นคนที่ทำให้พระพายได้รับความเข้าใจจากคนมากมายที่นี่ อะไรที่พระพายไม่เคยมีในตลอดปีที่ผ่านมา เขาก็ช่วยทำให้มันเป็นจริงได้ ไม่ว่าเขาจะทำตัวบ้าบอใส่กันไปบ้าง แต่นี่คือของจริง….ความห่วงใยของเขามันไม่ใช่เรื่องโกหกหลอกลวงเลย พระพายไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเขา แล้วเหตุใดถึงต้องมาเอาใจใส่ พาไปไหนมาไหนขนาดนี้



แค่คิดตาม หัวใจก็พลันเต้นตามแล้ว….

xxx

วิชาเรียนแรกเมื่อเปิดมาคือวิชาเรียนรวม พระพายมักจะไปพร้อมๆกับพริมพราวเสมอเพราะเราอยู่หอเดียวกันแค่คนละชั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรียกว่าพลิกความรู้สึกในแง่ลบของพระพายให้หงายขึ้นมาบวกๆหน่อยแต่ก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้น จนกระทั่งเข้ามาในอาคาร ก็ได้เห็นผู้คนจ้องมองมาและพูดคุยกัน นี่พระพายเข้าใจอะไรผิดไปเหรอ พวกเขาคิดว่าเราสร้างกระแสหรือเปล่า แต่ไม่เป็นไรหรอก พระพายคงไม่รู้สึกแย่ไปได้มากกว่านี้แล้ว เพราะอย่างน้อยก็มีคนจำนวนหนึ่งในสายรหัสของพี่เพชรที่ดูจะเชื่อ พวกเขาพากันเมนชั่นมาขอเลี้ยงชาบูพระพายกันใหญ่ จนกระทั่ง ‘พ่อ’ ไล่ให้ไปนอนทุกคน



Petchpisuth Jพวกมึงไปนอนให้หมด ส่วน PrapieChawanan ฝันดีครับ ฝันถึง ‘พ่อ’ ด้วยนะ’



“วันก่อนโมเมนท์เยอะนะพ่อรูก”  เดี๋ยวนี้พริมพราวก็ติดเรียกแบบนี้ไปแล้ว



“เจ้าของรูปผ้าปูที่นอนสีชมพูติดแท้กมาหาด้วยนะน้อน รับแอดเขาแล้วเหรอ” ทัตก็แซว…คนพวกนี้แซวเก่ง ตอนปิดเทอมลงซัมเมอร์ขับร้องเพลงอีแซวกันมาเหรอ?!!



อืม หลังจากนั้นก็แซวกันไม่หยุด บางคนถึงขั้นเชียร์ให้ไปเคาะประตูกล่อมเลยไหนๆก็นอนห้องข้างๆกัน บางคนก็บอกว่ารับน้องปีหน้าจะสอนน้องร้องโห่ไปช่วยยกขันหมาก ส่วนตาคนที่ถูกพาดพิงอีกคนก็ไม่น้อยหน้า ภาพผ้าปูที่นอนห้องพระพายที่เขามานอนเล่นตอนที่เนียนเข้ามากับเพื่อนๆคนอื่นๆก็กลับไปอีดิท ติดแท้กและหวีดเล่นใหญ่ไปเองว่าในที่สุดน้องก็รับแอด ต่อไปไม่หวีดคนเดียวเงียบๆแล้ว จะติดแท้ก และได้โอกาสเมื่อไหร่ จะมาหวีดข้างหู



พี่เพชรก็เก่งทำพระพายเขินแบบเครียดๆอย่างนี้แหละ เขาเป็นแบบนี้มาสักพักแล้ว โดยเฉพาะนอกเวลางาน หยอดได้หยอด หยอดเก่งจนอยากไปถามคุณไพลินว่าที่บ้านขายทองหยิบทองหยอดหรือเปล่า ทำไมหยอดเก่งได้แบบนี้ พระพายชักจะเขินจนอยากจะไปบอกคุณรบให้ย้ายพี่เพชรไปไว้แผนกการขายแล้วนะ  หยอดเก่ง ขายเก่ง เก่งไปหมดคุณรบต้องงงใจว่าทำไมชงกาแฟห่วย!



“แล้วนี่พี่เขาอยู่ไหนอ่ะ นี่ถ้าเดินมาส่งลงจากหอ เราจะยกให้แล้วนะ ไม่ใจเลย ผู้ชายอะไร”  อยู่ห้องข้างๆเสียเปล่า



“เขาขับรถออกจากหอไปตั้งแต่เช้ามืดแล้ว พี่เขาทำงานกรุงเทพน่ะเลยต้องรีบออก”  และมันก็น่าตีนัก ใครใช้ให้มาเคาะห้องพระพายตอนตีห้ามาเพื่อบ้ายบาย แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าเกรงใจ คราวหน้าขอใช้กุญแจสำรองไขเข้ามาเลยได้ไหม พระพายที่ยังงัวเงียก็พยักหน้าเออออไป กว่าจะมารู้ว่าโดนเล่นของไว้ก็มาระลึกได้ตอนที่อาบน้ำแต่งตัวก่อนมาเรียนพระพายไปแอบชอบคนแบบนี้ได้ไงเนี่ยทำไมต้องเป็นคนดีที่มักจะเป็นคนเลว และก็เป็นคนบ้าที่ทำให้หวั่นไหวเพราะบางทีก็ดูเท่ด้วย งื้อออ พระพายจะฟ้องให้พี่เจนไปตีหัว!!!



“โหยขยันจังว่ะ เป็นเรานะขับกลับตั้งแต่เคลียร์ธุระเสร็จล่ะ” ทัตพูด



“ไม่ได้ดิ ขนมจีบยังขายไม่หมด เป็นเรา เราก็จะอยู่จีบพระพายล่ะ”



“จีบได้นะ พริมพราวเป็นผู้หญิงนี่ พายเป็นผู้ชาย”



“พระพายก็เป็นผู้ชายที่น่ารักน่าบีบจนผู้หญิงอย่างพริมพราวอยากจะกระทำชำเรารังแก ยอมให้จีบแมะ”



“พริมพราวไปนั่งไกลๆเราเลยนะ ทะลึ่งอ่ะ!”  พระพายต่อว่าออกมา ใบหน้าฉุนเฉียวแต่ดูน่ารักนั้นยิ่งทำให้เพื่อนยิ้มล้อ เป็นเปิดเทอมวันแรกที่ไม่เลวเลย ดีกว่าที่พระพายคิดไว้เสียอีก ตอนที่ทำงานอยู่พระพายนั้นได้แต่คิดว่าไม่อยากกลับมาเรียนเลยเพราะที่เป็นอยู่นั้นดีอยู่แล้ว ทว่าเมื่อกลับมาเรียนจริงมันก็ไม่มีอะไรที่น่ากลัวอย่างนั้น พระพายจะกลัวทำไมกันเนี่ย ไม่มีใครหมั่นไส้พระพายขนาดเดินเอาน้ำมาสาดหน้าหรอกยิ้มให้ตัวเองได้สักพัก พระพายก็มองเลยไปเห็นกลุ่มคนที่จ้องมองกันกลับมา ดวงตากลมโตของพระพายก็มองกลับโดยไม่แสดงออกถึงความไม่พอใจ ในตอนนั้นก็ลังเลว่าจะทำเช่นไร แต่เพราะวันนี้อารมณ์ดีมากๆ….จึงยิ้มออกไปให้คนที่มองมาอย่างเป็นมิตร พวกเขามองกันดูลังเลไม่น้อย ทว่าไม่นานจนทำให้ใจเสีย



พวกเขาทุกคนก็ยิ้มกลับมาให้พระพาย….



“ขอโทษที่เสียงดังน้า”  ความรู้สึกดีใจนี่มันอะไรกันนะ แต่ก็พยายามควบคุมให้ได้ ก่อนจะหาเรื่องชวนคุยแก้เก้อออกไป พวกเขารีบส่ายหน้าบอกกล่าวว่าไม่เป็นไร หนึ่งในนั้นยื่นลูกอมให้ ก่อนจะบอกขอบคุณเรื่องเลคเชอร์ที่คงเคยขอลอกของพระพายไป เอาจริงๆก็จำไม่ได้หรอกว่าเคยให้ใครยืมไปบ้าง เพราะในคลาสเล็กๆที่วันนั้นฝนตกคนไม่มาเรียนกันเกือบยกห้อง มีพระพายคนเดียวที่ตั้งใจจดเลคเชอร์ สัปดาห์ถัดไปพอทุกคนได้ยินจากอาจารย์ว่าที่สอนว่าจะออกสอบด้วยทุกคนก็ลนลาน พระพายที่ตั้งใจจะให้พริมพราวกับทัตยืมอยู่แล้วจึงอนุญาตให้ทั้งสองเอาไปซีรอคให้สำหรับคนอื่นด้วย ตอนนั้นไม่มีใครมาขอบคุณกับพระพายโดยตรง แต่เห็นได้เลยว่ามีคนไม่ลืมเหตุการณ์นั้น อย่างที่แม่เคยพูดไว้จริงๆ



‘ถ้าทำดี ยังไงก็ต้องมีคนรัก’



พระพายก็ไม่รู้ว่าดึงตัวตนที่แจ่มใสของตนเองออกมาได้อย่างไร อาจจะเพราะอะไรๆในชีวิตช่วงนี้มันดีมากจนไม่สามารถเก็บความสุขไว้ภายในคนเดียวได้ และเมื่อตนได้แสดงออกถึงตัวตนที่แท้จริงออกไปโดยไม่ต้องกลัวว่าจะโดนเอาไปพูดถึงในทางไม่ดีอีก ก็เหมือนว่าข่าวลือว่าพระพายนิสัยไม่ดีจะเริ่มหายไปและมีเสียงชื่นชมมาแทน บางครั้งพระพายก็ได้รับคำทักทายหรือคำขอโทษจากคนที่ไม่รู้จักตามทางเดิน ยอดขอเป็นเพื่อนและติดตามในเฟซก็สูงขึ้นอย่างน่าตกใจว่าไปทำอะไรไว้ แต่พี่เพชรก็มาบอกว่าให้รับไมตรีของคนอื่นไว้เพราะพระพายไม่จำเป็นต้องกังวลเลย



อา…เดี๋ยวนี้อะไรๆก็พี่เพชรเนอะ



สำหรับพระพาย….พี่เขาทั้งอยู่ใกล้และไกลไปพร้อมๆกัน เขาสามารถทำให้พระพายเชื่อว่าทำแบบไหนถึงจะดี อาจจะเพราะเขามีประสบการณ์ชีวิตมากกว่าที่ใกล้เคียงกันจึงให้ความรู้สึกน่าเชื่อถือมากกว่าเพื่อนร่วมรุ่น อีกทั้งรอยยิ้มของเขาที่มองมายามพระพายพูดว่าเป็นกังวล และคำปลอบใจที่บอกว่าพระพายเป็นเด็กดี แค่เป็นตัวของตัวเองก็ทำให้คนเกลียดไม่ลงหรอก ซึ่งตรงนั้นพระพายไม่เคยคิดมาก่อนเลย พระพายเคยทำให้คนเกลียดขนาดกลั่นแกล้งรุนแรงแบบนั้นมาก่อนเลยนะ เป็นแบบนี้จะดีจริงๆเหรอ



“บอกตรงๆพระพายตอนนี้ดูดีกว่าตอนนั้นอีก”  ทัตพูด หลังจากที่พระพายอ้อมแอ้มถาม พริมพราวน่ะยังไงก็อวยกันอยู่แล้ว จึงต้องเลี่ยงมาถามทัตบ้าง



“ตอนนั้นแย่มากเลยเหรอ”



“ไม่แย่หรอก แต่ดูเกร็งๆน่ะ”



“………..”



“อืม พระพายดูเกร็งๆดูคิดเยอะมากๆอ่ะ ตั้งแต่ตอนรับน้องแล้ว แต่ตอนนี้พระพายดูเป็นมิตรขึ้น ก็ยังดูระมัดระวังอยู่นะ แต่ก็ทำตัวสบายๆขึ้น ซึ่งเราว่าดีกว่า”  ทัตพูดออกมาอย่างชัดเจนเลยทีเดียว ถ้าพระพายไปถามบรรดาสายอวยรอบตัว ทุกคนย่อมบอกว่าพระพายแบบไหนก็น่ารัก แต่เมื่อทัตที่เห็นกันมาตั้งแต่ตอนนั้นมาบอกก็เข้าใจได้ง่ายขึ้น พระพายดูเกร็ง ดูเครียด อันนั้นพระพายไม่เคยรู้ตัวจนมาคิดได้เมื่อทัตทักขึ้นมา และมันก็ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นจริงๆ



ในตอนนั้นพระพายอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่ติดเที่ยวตามสไตล์เด็กที่ที่บ้านมีฐานะและเพิ่งได้ห่างอกพ่อแม่ แม้พวกเขาจะยังควบคุมผลการเรียนได้ แต่ก็รักสนุกมากเช่นกัน พระพายที่มีพื้นฐานเป็นคนเรียบร้อยและไม่ค่อยชอบใช้เงินสิ้นเปลืองไปกับเรื่องที่ตนไม่ได้สนใจก็เลยรู้สึกเกร็งๆที่จะอยู่ด้วย ตอนนั้นพระพายกังวลมากกว่าว่าจะหาเพื่อนไม่ได้ แต่ก็ไม่เคยคิดเลยว่าโอกาสที่จะรู้จักคนใหม่ๆมันก็ไม่ได้เป็นศูนย์เสียทีเดียว



และเพราะเข้าไปอยู่ในกลุ่มนั้นแล้ว จะออกมาก็ทำไม่ได้ง่าย ตอนนั้นพระพายจึงไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองนัก และมันอาจจะทำให้พระพายดูไม่น่าคบ หลอกลวง หรืออะไรก็ตามที่ถูกกล่าวหามานั่นจริงๆ  และแล้วพระพายก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเฟดตัวเองออกมายังไง เพราะสุดท้ายพวกเขาเตะกันออกมาด้วยการหนีหน้า เมิน และทำเหมือนพระพายไม่มีตัวตน จะว่าไปต้องขอบคุณเหตุการณ์ร้ายๆพวกนั้นที่ทำให้พระพายหลุดออกมาได้ ในวันนี้แม้จะใช้เวลานานไปเสียหน่อยกับการหลงเดินผิดทาง แต่พระพายก็ได้เพื่อนดีๆ พี่ดีๆ และตัวตนที่ตนเป็นคืนมา



ทั้งนี้พระพายก็ไม่ลืมให้เครดิตคนบ้าบอที่ขับรถจากกรุงเทพมาหากันในเย็นวันพฤหัสแบบนี้…..



“พรุ่งนี้พี่เพชรไม่ทำงานเหรอครับ”  พระพายถามในขณะที่นั่งปลอกกระเทียมที่บ้านของแม่ของเขา อืม พระพายแวะมาที่นี่บ้างตามที่เคยพูดไว้ เอาขนมเอานั่นนี่มาฝาก นั่งคุยด้วยแป็ปนึงและกลับไป ทว่าวันนี้เป็นตัวลูกชายเจ้าของบ้านเองที่ไปลากกันมาช่วยเตรียมผักตำน้ำพริก แล้วนี่เขาเหาะจากกรุงเทพมาได้เร็วขนาดนี้ได้ยังไง



“พรุ่งนี้วันหยุดปะครับ”  พระพายก็เกือบลืมไปเลยว่าพรุ่งนี้วันหยุดนักขัตฤกษ์ จริงๆพระพายก็ว่าจะกลับบ้านรัตนสกุลไปช่วยเลี้ยงน้องวินเหมือนกัน ป่านนี้วิ่งได้แล้วมั้ง พี่เจนคงวิ่งเหนื่อยตายแล้ว



“แล้วพี่เพชรทำไมมาถึงเร็วจังครับ นี่เพิ่งเวลาเลิกงานไม่ใช่เหรอ”



“พี่มาทำธุระให้คุณรบนะ เสร็จแล้วเจ้านายก็ใจดีบอกไม่ต้องเข้าออฟฟิศ”  หรือไม่คุณรบก็เปิดแนบกลับบ้านไปเล่นกับลูกกับพี่เจน เขาเหม็นขี้หน้าเลขาจะตายแล้วมั้ง



“หยุดยาวสามวันพี่เพชรคงนั่งทำงานหัวปั่นที่นี่แน่ๆเลย” 



“ไม่ครับ พี่จะกลับกรุงเทพกับพระพาย”



“แล้วพายเกี่ยวไรด้วยอ่ะ”



“เพราะที่มานี่รถบริษัทมาส่ง แต่ไม่รับกลับไง เอาพี่กลับไปด้วยนะ น้า….”  คนตัวบางมองเขาอย่างที่อยากจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้รถของคนขับรถคุณรบมาส่งแล้วไล่เขากลับไปเลย เพื่อจะให้พระพายขับไปส่งนี่นะ ตลกล่ะ….



“พาย จะกลับบ้าน บ้านเราอยู่คนละซอยขี้เกียจไปส่ง”



“ไปส่งที่บ้านรัตนสกุลก็ได้ครับ พระพายไปไหน พี่เพชรไปนั่น”



“ไม่เอางะ กว่าพี่เพชรจะทำงานเสร็จ พายจะกลับบ้านแต่เช้า”



“ไม่เอางะ พระพายรอพี่เพชรหน่อยจิ กลับคนเดียวมันเหงานะ ไม่กลัวคิดถึงกันเหรอ”



“ใครจะมาคิดถึงกัน”



“ไม่เจอกันเป็นอาทิตย์ ไม่คิดถึงพี่เพชรแล้วเหรอครับ”



“………”



“เดี๋ยวนี้เพื่อนเยอะแล้วนี่ คนเอ็นดูกันทั้งวิทยาเขต เดี๋ยวนี้ได้แท้ก #เทวดาอักษร ไปด้วยนี่เนอะ”



“เปล่านะครับ”



“อืมๆไม่คิดถึงก็ไม่คิดถึง พี่จะจำไว้ว่าเราไม่เคยทำงานด้วยกันทุกวัน จะจำไว้ว่าพระพายไม่เคยสนใจพี่ ทุกอย่างมันเป็นพี่คิดไปคนเดียวจริงๆ”  ขอร้องได้ไหม อย่าดึงดราม่า



“พี่เพชร”



“เออ เรามันก็แค่พี่บัณฑิตจบไปแล้วนี่ จะสู้อะไรกับเด็กที่เรียนอยู่ละเนอะ” อะ!ยังไม่หยุดอีก



“ขับรถให้พระพายกลับหน่อยนะครับ” ถ้าน้องขับรถอยู่ก็ให้เรียกว่าเลี้ยวสุดในตอนนี้ แต่เพชรก็ตามทันทุกมุกเช่นกัน



“ครับ รับรองไม่เกิน 4 โมง ล้อรถพระพายหมุนกลับกรุงเทพแน่นอน”  เนี่ยไง เพราะเป็นคนแบบนี้ไง จะดราม่าทีใครจะไปเชื่อใจ อยากกลับด้วยใช่ไหม ตามใจเลย ขับเองเลยนะ….



พระพายจะนอน ไม่สนใจแล้ว!!!!!!!



ทว่าพอเอาเข้าจริงๆพระพายก็ไม่ได้นอนเพราะคนพูดมากเอาแต่ชวนคุยชวนแวะ ก็รู้แหละว่าเป็นเจ้าถิ่น แต่ไม่ต้องขับรถของพระพายวนไปนั่นไปนี่ขนาดนั้นก็ได้นะเฮ้ย!แล้วนี่กี่ทุ่มจะถึงบ้าน ตาเพชรพิสุทธิ์กะจะซื้อเลี้ยงทั้งซอยบ้านเลยเหรอ ซื้อเหมือนเหมาจนต้องปราม นี่เขาคิดจริงๆใช่ไหมว่าเราขับรถกระบะกันอยู่กว่าจะรู้ตัวพระพายก็บ่นไปเยอะ และที่รู้ตัวก็เพราะเขายิ้มนั่นแหละ ยิ้มอะไร มีอะไรสนุกงั้นเหรอ



“พี่เพชรยิ้มทำไม” เป็นบ้าเหรอ ถ้าเป็นพี่เจนต้องถามแบบนี้แน่ๆ



“พระพายน่ารัก”



“พายบ่นๆพี่เพชรนะเหรอน่ารัก?”  หรือเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ งั้นไม่ต้องไปแล้วล่ะบ้าน พระพายอนุญาตให้เขาขับไปโรงพยาบาลได้



“พระพายไม่เคยบ่นใครแต่พระพายบ่นพี่”



“…………”



“ชอบอ่ะ ต้องทำตัวแบบนี้ใช่ไหมพระพายถึงจะบ่น”



“บ้าไปแล้ว”  อย่าไปต่อความยาวสาวความยืดเลย คนๆนี้เกินเยียวยาแล้วจริงๆ



แต่พระพายก็ลอบยิ้มในขณะที่หันไปมองวิวนอกกระจกรถ ไม่ใช่ว่ามีอะไรน่าสนใจหรอก แต่ความคิดของตนกำลังน่าสนใจ พระพายเคยคิดว่าช่วงนี้คือช่วงที่มีความสุขที่สุด เพราะทุกอย่างรอบตัวทำให้รู้สึกดี การมีเขาเข้ามาในชีวิตนี้ด้วยเช่นกัน เพราะเขาทำทุกอย่างให้พระพายได้รับความสุขแบบนี้ เขาจึงเป็นภาพรวมของความสุขทั้งหมดเท่าที่พระพายจะบรรยายได้ และคงบรรยายคำว่าความสุขได้ไม่หมด



เอาเป็นว่าความสุขของพระพายเรียกว่าพี่เพชรล่ะกัน….



แต่พระพายก็ยังไม่รู้สึกเต็มอิ่มมากนัก จะเรียกว่าอย่างไรดีล่ะ ที่เป็นอยู่ก็ดีแล้ว แต่ถ้าได้อีกก็ดีกว่า พระพายเคยเลี่ยงเขามาตลอดเพราะการแอบรักข้างเดียวเป็นเรื่องที่ทรมานจนเกินไป การปิดตาไม่รู้ไม่เห็นจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ทว่าตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว….



ถ้าเขาไม่ ‘อ่อย’ มาก พระพายก็คงไม่มีวันอ่อยเขาก่อนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นพระพายจะตีรวมไปเลยได้ไหมว่าความห่วงใย การดูแลต่างๆที่เขาทำให้ และการวนเวียนอยู่รอบๆ มันคือส่วนนึงของการ ‘อ่อย’ พระพายของเขา เพราะถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ พระพายก็ยินดีที่จะ ‘อ่อย’ กลับไปเช่นกัน



เดิมทีพระพายไม่เคยหวังเพราะรู้ว่าเราไม่เทียบเท่า แต่ในวันนี้ที่พระพายเริ่มรับรู้ความมีคุณค่าในตัวเองในด้านต่างๆ พระพายอยากจะเปิดใจ และเดินก้าวเข้าไปหา อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนัก พระพายอยากจะสมบูรณ์แบบกว่านี้ ดีกว่านี้ ไม่ต้องดีเท่าใครก็ได้ แค่ให้พระพายรู้สึกพึงใจว่าที่เป็นอยู่นั้นเหมาะสม ควรค่ากับการอยู่เคียงข้างเขา



“พี่เพชรมาแป็ปๆและกลับกับพายเลยจะดีเหรอครับ”  มันก็ไม่ค่อยจะดีใช่ไหมล่ะ ที่โปรโมชั่นจัดหนักแค่ตอนจีบกัน เขาดูมาทำงานแป็ปๆและก็กลับ ไม่มีเวลาส่วนตัวของตัวเองจนพระพายเกรงใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เราดันมาเริ่มต้นกันแบบไม่ถูกที่ถูกเวลาเสียเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเขาไม่มาตอนนี้ พระพายคงแก้ไขวิกฤตอะไรของตัวเองไม่ได้



“ดีสิ อยากเจอต้องได้เจอ”  จ้ะ พ่อคนเล่นใหญ่ ถ้าพระพายไม่ให้ใช้รถแล้วจะกลับยังไง นั่งรถตู้ต่อรถแท๊กซี่ไปสินะ



“แล้วแม่ของพี่เพชรอ่า….”



“ไม่เป็นไรหรอก”  จะไม่เป็นไรได้ไง



ที่พระพายได้ยินมามันไม่ใช่นะ……….



“…………”  ทุกครั้งที่พระพายเจอแม่ที่เขายกให้เป็นแม่ของพระพายไปอีกคนและยึดแม่จินของพระพายเป็นแม่ของตัวเองไปแล้วนั้น แม่ของเขาก็มักจะเล่าให้ฟังเสมอว่าพี่เพชรกลับมาบ่อยๆก็ตอนที่พระพายมาอยู่ที่นี่ด้วย ก่อนนี้พี่เพชรจะกลับบ้านไม่บ่อยนัก  สมัยเรียนก็ไม่ค่อยมาบ้านเอาแต่อยู่ที่หอพักทั้งๆที่อยู่ซอยข้างๆกัน มาปลูกผักแต่ก็ทิ้งไว้ให้ดูแล โทรมาหาบ่อยก็จริง แต่ไม่ค่อยมีเวลามาหา ดังนั้นคุณไพลินจึงดีใจกับการมาของพระพายทุกครั้ง เพราะมันเหมือนจะดึงดูดให้พี่เพชรมาหากันด้วย



พระพายก็ไม่รู้หรอกว่าก่อนหน้านี้มันเป็นอย่างไร แถมตนเองก็ไม่ได้อยู่ในจุดที่จะไปจุ้นจ้านเรื่องของครอบครัวคนอื่นแบบนั้น แต่เท่าที่ฟังก็คือเขาไม่ใช่คนแบบที่พระพายเห็นเป็นประจำเท่าไหร่ แต่ทุกคนก็มีด้านมุมที่ไม่แสดงให้คนอื่นเห็นอยู่ตลอดไม่ใช่เหรอ อย่างที่น้องๆสายรหัสของเขาได้เห็น คือพี่ชายสุดทะเล้นที่เรียนเก่ง แต่พระพายก็ได้เห็นด้านจริงจังยามทำงานของเขาอยู่บ่อยครั้ง ถึงได้บอกว่าไม่มีใครรู้จักตัวตนของเขาได้ดีหรอก แต่พระพายก็อยากจะรู้จักให้มากขึ้นกว่านี้



“แม่ของพี่เพชรตำน้ำพริกอร่อยอ่ะ”  อยู่ๆพระพายก็พูดขึ้น ก่อนจะหันหน้าไปหาเขาที่ขับรถอยู่



“ชอบเหรอครับ”



“ไว้วันหลังมาตำน้ำพริกกินแบบเมื่อวานกันอีกนะ พระพายชอบ นั่งที่บ้านพี่เพชรลมเย็นๆ ได้กลิ่นใบไม้”  พระพายกำลังล่อลวงให้เขากลับบ้าน ไม่ใช่ว่าเพราะอยากจะเชื่อมสัมพันธ์แม่ลูกอย่างเดียว แต่พระพายอยากรู้มุมอื่นๆในตัวเขา เพราะพระพายเชื่อว่ามันยังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่มีโอกาสได้รู้เห็น และถ้ามันไม่ลำบากจนเกินไป พระพายก็อยากเห็นพี่เพชรที่เป็นลูกของคนๆนึง เหมือนที่พระพายเป็นลูกของแม่จิน พระพายอยากรู้ว่าด้านมุมอื่นๆของเขา นอกจากการเป็น เลขาของคุณรบที่กวนๆและรุ่นพี่ที่คณะที่ปากไม่ใช่แต่ใจดี เขายังสามารถเป็นอะไรได้อีก



พระพายบอกแล้วว่าตัวเองน่ะ…ตกหลุมรักเขามานาน



แต่เพิ่งจะกล้าเข้าหา…..



“ผักที่บ้านก็อร่อยอ่ะ พายไปขอมาทำสุกี้กินกับเพื่อนด้วย”



“ช่วยเอาไปกินที แม่ชอบบ่นว่าจะเน่าแล้ว”  เขาพูดยิ้มๆ แต่มันก็เพราะเขาเองไม่ใช่เหรอที่ไม่ค่อยกลับไปกิน ปลูกไว้ทำไมไม่รู้ รู้แค่ว่าต้องปลูกไว้



“วันก่อนพายก็ไปปลูกพริกทิ้งไว้ ว่างๆก็รดน้ำต้นไม้ไว้ให้”



“ทำดี ขโมยกินแล้วก็ต้องช่วยปลูกด้วย”



“ไปขอตะหาก ไม่ได้ขโมยเสียหน่อย”



“กินผักเยอะๆจะได้โตไวๆ”



“พายโตแล้วเหอะ”



“ให้พี่พิสูจน์ไหม”



“พี่เพชรคิดไม่ดี”



“งั้นพระพายคิดกับพี่ดีๆอยู่ใช่ไหมครับ”



“พี่เพชรพูดไม่รู้เรื่องแล้วอ่ะ”  เขาหัวเราะออกมา ชอบหยอกจริง ชอบหยอกจัง นี่ชอบพระพายจริงปะเนี่ย ทำไมแกล้งเก่งล่ะ



“ยังไม่รู้เรื่องก็ไม่เป็นไรนะ”



“…………”



“แต่ต้องรู้สักวันนะ” เขาหยุดไปนิดนึง “พี่รอวันที่พระพายจะรู้และเข้าใจพี่ไม่ไหวแล้วจริงๆ” พระพายก็กำลังเรียนรู้วิธี…ที่จะไปยืนเคียงข้างพี่เพชรอยู่ยังไงล่ะ….



อาจจะเดินช้าไปบ้าง แต่ช่วยใจเย็นนิดนึงนะ….




Talk: ใจเย็นๆนิดนึงนะคะ(บอกคนอ่าน) ช่วงนี้มาบ้างไม่มาบ้าง แต่อยากให้รู้ว่าจะมานะคะ555 เรื่องนี้ไม่ยาวมากแต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีดราม่าเนาะ เดี๋ยวก็มีแต่ไม่ยาว (เพราะเดี๋ยวไม่จบ) ส่วนดราม่าเรื่องอะไร มีใครตอบได้ไหมคะ เออคือมันยังไม่ม่าหรอก แต่นี่ก็ครึ่งนึงของเรื่องแล้ว ก็มารอดูกัน55555

#เจนไม่นก #เพชรพระพาย

Twitter @reallyuri

ความคิดเห็น