อัพทุกวันอาทิตย์ ฝากติดตามด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

ตอนที่ 2 ความหึงหวงของหญิงสาว

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ความหึงหวงของหญิงสาว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 364

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2561 12:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ความหึงหวงของหญิงสาว
แบบอักษร

อู๋ชินอ๋อง หรืออู๋ซัวซีงั้นหรือ เจ้าทำให้สาวน้อยอย่างข้าลำบากเสียแล้ว

นางหน้าแดงก่ำอยู่ในห้องอาบน้ำมานานสองนาน จนเสี่ยวซีนั้นเคาะเรียกซ้ำแล้วซ้ำอีก

“พระองค์โวยวายอะไรพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่มีอะไรข้าจะเช็ดตัวเอง เจ้าอยู่เงียบๆเถิด”

เงาที่สะท้อนในยามนี้ทำให้นางลำบากใจเหลือทน ร่างกายที่นางกำลังเห็นอยู่นี้ แม้จะเป็นร่างกายที่นางอาศัยอยู่ แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับคนแปลกหน้าคนหนึ่ง

อาจเรียกได้ว่าไม่ว่าจะเป็นหญิงงามแค่ไหน ก็คงจะต้องหลงเสน่ห์ชายผู้นี้เป็นแน่

ใบหน้าที่มีอำนาจแต่หวานราวกับน้ำผึ้ง รูปร่างที่ไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป มัดกล้ามเล็กที่พอดีกับตัวนั้นอีก

“เฮ้อ ! ข้าเองก็ไม่เคยเห็นร่างกายชายอื่นนอกจากสามี ท่านอ๋องขออภัยให้ข้าด้วย ปวดฉี่ไม่ไหวแล้ว”

นางค่อยๆจัดการธุระ แต่ใช่ว่าจะง่ายดังคิด มันยากเหลือเกินที่นางจะพยายามเรียนรู้ร่างกายใหม่ของตัวเอง

จนกว่านางจะเช็ดล้างเลือดที่ไหลซึมมายังที่ขาแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ ก็ทำให้เสี่ยวซีที่รออยู่นั้นเผลอหลับไป สายตาที่อ่อนโยนมองไปยังเด็กตรงหน้า

เด็กคนนี้ช่วยเหลือข้าได้มากเลยทีเดียว เหลือแต่เขาไม่ยอมพูดเรื่องร้ายๆต่อผู้เป็นนายอย่างชินอ๋อง แม้แต่นิดเดียว

พรุ่งนี้ข้านี่แหละ เฉินรุ่ยอิง จะต้องเป็น ชินอ๋อง ให้ได้อย่างน้อยให้มีโอกาสพบท่านพี่เหวินเทียนอีกสักครั้งก็ยังดี


เช้าตรู่

ชินอ๋องในยามเช้าจะไม่ชอบให้ใครมารบกวน เขาจะนอนจนตะวันสายโด่งถึงเรียกสาวใช้หรือภรรยานั้นแหละเข้าไปเพื่อแต่งตัว

คำบอกเล่าของเสี่ยวซีนั้นนางจำได้ขึ้นใจ แต่ต้องสายถึงแค่ไหน ตะวันตรงหัวเช่นนั้นหรือเพราะตอนนี้นางกลับตื่นตั้งแต่เช้า

แล้วก็หิวมากแล้ว แต่ก็ต้องอดทนรอเพราะพฤติกรรมเจ้าของร่างเดิม

“ใครก็ได้เข้ามาที”

นางตะโกนดังลั่นเมื่อนางแง้มดูแล้วว่าตะวันลอยเคลื่อนตัวไปไกลมากแล้ว

หญิงสาวถึงสี่นางเรียงนำน้ำและจัดเสื้อผ้ารองเท้ามาให้ แต่ละคนใบหน้าหมดจด งามไปคนละแบบที่ไม่ซ้ำกันเลย

ไอ้บ้ากามนี่ตาถึงจริงๆ !

อาหารวางเรียงในห้องนอนบนโต๊ะส่วนตัว เพราะชินอ๋องมักจะทานอาหารเพียงคนเดียว

เมื่อทานอาหารเสร็จแล้ว นางพยายามเอื้อมมือเพื่อไปหยิบของหวานที่วางอยู่ แต่เสี่ยวซีที่ยืนด้านข้างได้แต่ไอเบาๆเป็นการเตือน ทำให้นางนึกขึ้นได้

ชินอ๋อง ไม่ชอบทานของหวานทุกชนิด เขาจะชอบทานอาหารรสจืดค่อนไปทางเค็มนิดหน่อย แต่อะไรที่หวานหรือเปรี้ยวเขาจะเกลียดมากเป็นพิเศษ ทำให้นางต้องรีบวางขนมลงท่ามกลางสาวใช้ทั้งหลาย

“ขะข้า..”

เพล้ง

เสี่ยวซีรีบปัดจานเนื้อตุ๋นหก แล้วก้มลงเมื่อได้ยินชินอ๋องที่อ้าปากกำลังจะพูดออกมา

“ต้องใช้ว่าเปิ่นหวาง พ่ะย่ะค่ะ” เสี่ยวซีกระซิบบอก

“เปิ่นหวางเกลียดของหวาน ใยเอามาวางบนโต๊ะอีก” นางพยายามแสดงละครโดยตะบันเสียงดุขึ้น

ชินอ๋องนั้นเป็นคนที่เข้าถึงยาก อารมณ์ร้ายและเอาแต่ใจ เราจะไม่สามารถคาดเดาอารมณ์เขาได้เลย

โดยพื้นฐานแล้วเฉินรุ่ยอิงเป็นบุตรสาวคนเดียวของตระกูล ถูกเลี้ยงดูให้รับผิดชอบกิจการตั้งแต่ยังเด็ก นางจึงรู้จักวางตัวและไม่เคยก้าวร้าว

แต่คราวนี้เสี่ยวซีพยักหน้า ให้นางสั่งโบยเขาที่ทำจานตก มันค้านกับความรู้สึก

“เสี่ยวซี เปิ่นหวางจะไม่โบยเจ้าเพราะตอนนี้เปิ่นหวางได้ชีวิตใหม่คืนมา แต่จะไม่ลงโทษก็ไม่ได้ เจ้าจงต้มน้ำร้อมมาเปลี่ยนในห้องอาบน้ำเปิ่นหวางแทนสาวใช้ทุกวัน”

“ข้าน้อยน้อมรับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ”

ถึงแม้จะเป็นอะไรที่แปลกไปจนสาวใช้หลายคนนั้นทำสีหน้าสงสัย แต่ด้วยอำนาจของชินอ๋องแล้วก็ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งหรือสอบถามอะไรที่มากความมากนัก

นางเดินไปตามทางสวนดอกไม้เพื่อผ่อนคลาย เมื่อสูดลมหายใจลึกๆแล้วก็สดชื่นขึ้นเป็นปลิดทิ้ง

แต่สายตานางก็พลันไปเจอคนคนหนึ่งในแปลงดอกไม้ เห็นแต่เพียงแผ่นหลับที่ก้มหน้าก้มตาขุดดินพรวนดิน

“แดดร้อนออกขนาดนี้ ทำไมไม่ไปอยู่ในร่มไม้เล่า” ชินอ๋องถามขึ้น

“พระองค์”

สีหน้าของนางทำหน้าตาตื่นตกใจ แต่ดวงตาก็ฉายแววดีใจอยู่ไม่น้อย พอเห็นดังนั้นชินอ๋องที่ยืนอยู่จึงยื่นมือเพื่อให้นางจับแล้วดึงขึ้น

หญิงสาวผู้นี้นั้นมีใบหน้าที่ไร้เดียงสาราวกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ดวงตากลมริมฝีปากมีรอยยิ้มระบายน้อยๆ

“เจ้าคือ...?”

“ติงเจียฉานเพคะ ชินอ๋อง”

“เงยหน้าเจ้าขึ้นที แม่นางติง”

หญิงสาวที่ดูงดงามราวกับภาพวาดแต่กลับมานั่งขุดดินเช่นนี้ มันช่างประหลาดนัก นางจึงยื่นมือไปเช็ดดินที่บริเวณใบหน้าหญิงสาวอย่างช้าๆ

ด้วยความคุ้นเคยที่ตัวเฉินรุ่ยอิง ยามนางยังมีชีวิตก็เป็นคนที่โอบอ้อมอารีด้วยสัญชาตญาณอยู่แล้ว แล้วแบบนี้นางจะไม่เช็ดดินให้กับหญิงสาวได้อย่างไร

“ท่านอ๋อง” ติงเจียฉานใบหน้ายิ่งแดงระเรื่อขึ้นทุกทีๆ

“แม่นางติง เจ้าเป็นอะไรไปงั้นหรือ หรือว่าแดดแรงไปงั้นเดี๋ยวข้า เอ่อ เปิ่นหวางพาไปพักที่ศาลาดีกว่า”

ความไม่รู้ของเฉินรุ่ยอิงกลับทำให้ ชินอ๋องนั้นแลดูอ่อนโยนมากขึ้นหลายเท่าตัว

“ท่านอ๋อง ท่านอ๋อง” เสียงประสานของชายารองทั้งสามนางเดินตามตัวชินอ๋องไปทั่ว

พอพวกนางมาพบกับชินอ๋องที่กำลังนั่งจับแก้ม ติงเจียฉายแล้ว ก็ยิ่งทำให้ทั้งสามคนนั้นบรรดาลโทสะมากขึ้น

“ไหนพระองค์บอกไม่สนใจมันแล้วไงเพคะ”

หญิงสาวที่สง่าราวกับเป็นหัวหน้าในกลุ่มนั้น คงจะเป็นถางหยี่เหยี่ยน

“หยี่เหยี่ยน เหตุใดจึงโวยวายถึงเพียงนี้เจ้ารู้ดี ว่าเปิ่นหวางมิชอบเสียงดัง”

ทันทีที่ชินอ๋องเอ่ยปาก ทั้งสามนางกลับทรุดลงกับพื้นน้ำตาไหลเป็นทาง

“อี้หรูมิผิดนะเพคะ อี้หรูเดินมาเป็นเพื่อนพี่หยี่เหยี่ยนเท่านั้น อย่าลงโทษหม่อมฉันเลย”

“จริงๆเพคะ เหม่ยอิงก็มิได้เสียงดังเลย”

คำก็ลงโทษ สองคำก็ลงโทษ เมื่อก่อนนี้อีตาชินอ๋องนี่ไม่เบื่อเลยหรืออย่างไร..? รังแกแต่คนอ่อนแอให้แต่อำนาจ

“ช่างเถิด เปิ่นหวางไม่ลงโทษพวกเจ้าหรอก แต่ใครกันให้ติงเจียฉานมาขุดดินเช่นนี้”

“ก็พระองค์เองไงเพคะ” ถางหยี่เหยี่ยนปาดน้ำตาแล้วตอบ

“ข้า ! อือ เปิ่นหวางหรอ”

อีตาชินอ๋องนี่ ใครสั่งใครสอนให้ผู้หญิงมาขุดดินกลางแดดเช่นนี้

“งั้นเปิ่นหวางยกเลิกคำสั่ง เจ้าไม่ต้องไปขุดดินอีกแล้ว”

ท่ามกลางการยกเลิกคำสั่ง ด้วยสีหน้าบูดบึ้งของชายารองทั้งสามแล้ว ก็มีสีหน้าที่ปลื้มปิติยินดีของติงเจียฉานจนน้ำตาไหลออกมา

“หรือท่านอ๋องจะยกให้มันมาเสมอเรา” เจิ้งเหม่ยอิงบ่นอุบอิบ จนเจิ้งอี้หรูรีบหยิกเข้า

เสมอ ...? หรือว่าแม่นางติงเจียฉานนี้จะเป็นภรรยาของชินอ๋องอีกคน

โอ๊ย ! ปวดหัวไม่ไหวแล้ว ไปดีกว่า

ไม่รอให้หญิงสาวคนไหนเอ่ยปากอะไรอีก ชินอ๋องก็รีบเดินจากไป เหมือนทิ้งชนวนให้นางทั้งสามออกฤทธิ์มากขึ้น

เพียะ !

ถางหยี่เหยี่ยนตรงเข้าตบใบหน้าของติงเจียฉานอย่างแรง โดยปกติแล้วหากมิได้ตบตีกันต่อหน้าชินอ๋องแล้ว เขาไม่เคยที่จะใส่ใจเรื่องพวกนี้เลยด้วยซ้ำ

ขอเพียงไม่เสียงดังมารบกวนระคายหูก็เพียงพอ แต่สำหรับตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เฉินรุ่ยอิงที่อยู่ในร่างชินอ๋องตอนนี้ไม่สามารถปล่อยเรื่องพวกนี้ให้ผ่านไปได้

แม้นางจะหยุดยืนคิดไม่ไกลนักเพราะกลัวจะถูกจับได้ นางคงหนีไม่พ้นโดนประหารหาว่าเป็นวิญญาณร้ายมายึดครองร่างท่านอ๋องเป็นแน่

เพียะ ! เพียะ !

แต่เสียงที่ติงเจียฉานโดนตบตีนั้นมันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

“หยุดเดี๋ยวนี้”

ฟางเส้นสุดท้ายขาดลง นางหันเดินไปแล้วออกคำสั่ง จนชายาทั้งสามนั้นหยึดค้างมือไว้ที่เดิม

ชินอ๋องที่มีภรรยามากมายแต่ก็ไม่เคยรักใครมากไปกว่าตัวเอง คราวนี้เขากลับมาช่วยติงเจียฉาน ซึ่งทำให้ทั้งสามคนนิ่งอึ้งไป

ยิ่งนางเข้าไปช่วยพยุงกลับที่ห้องด้วยแล้วนั้น จิ่งทำให้หญิงสาวที่เป็นภรรยาอีกหลายคนอิจฉาตาร้อนขึ้นมา

“ท่านอ๋อง” ติงเจียฉานที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องพักเรียกขึ้น

“ว่าอย่างไร”

“ขอบพระทัยนะเพคะ” นางก้มลงคาราวะ

“อย่างไรเจ้าก็อยู่ในฐานะภรรยาคนหนึ่ง ไม่สมควรถูกปฎิบัติเช่นนั้น”

ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร..?

หรือใครจะสงสัยอย่างไร..?

ข้าจะใช้ชีวิตใหม่นี้ให้ดี ค่อยๆลบล้างสิ่งที่เขาทำไว้ ถือเสียว่าทำดีหวังผลก็ไม่เชิง เผื่อว่าจนกว่าข้าจะรู้ความจริงทั้งหมด ในตอนนี้ขอแค่จะได้อยู่อย่างสุขสงบไปเรื่อยๆ

ชินอ๋องเดินวนกลับไปยังห้องทำงานก่อน เพราะคำบ่นของตวี้เทียน พ่อบ้านจอมเจ้าระเบียบที่บ่นเรื่องงานที่คั่งค้าง

รอยแผลที่หน้าท้องของชินอ๋องนั้นได้มาจากคนที่เข้ามาปองร้าย นางเองก็ไม่รู้เรื่องราวใดใดมากนักแต่ตอนนี้ไม่ออกไปข้างนอก มันคงเป็นการป้องกันตัวอย่างหนึ่ง

ช่วงเย็นตะวันคล้อยต่ำลง ในห้องทำงานของชินอ๋องถูกจุดตะเกียงขึ้นหลายดวง ด้วยความที่นางไม่อยากให้ใครมาเห็นว่านางทำงานไม่เป็นจึงไล่บ่าวรับใช้ออกไปหมด

ด้านในห้องทำงาน ที่มุมห้องมีเงาดำบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหว เข้ามาโดยที่นางไม่รู้ด้วย

พอชินอ๋องขยับอีกทีคมมีดสีเงินวาวเรืองกลับมาจ่ออยู่ที่ต้นคอเขาอย่างน่ากลัว

“คนสารเลวอย่างเจ้าควรหายไปซ่ะ” เสียงแหบพร่าจากคนที่ถือดาบอยู่ด้านหลังทุ้มต่ำลง อีกมือก็กดชินอ๋องที่กำลังจะลุกขึ้นยืนให้นั่งลงกับที่

นางที่วันๆได้แต่เย็บปักถักร้อย ได้จับของมีคมก็แต่ตอนทำอาหารเท่านั้น ตอนนี้นั่งสั่นทำอะไรไม่ถูกอยู่กับที่

“เจ้าต้องการอะไร..?” ชินอ๋องหยั่งเชิงถาม หากเขาเป็นโจรนางก็จะให้เงินทองทุกอย่าง

“ข้าต้องการเจ้าไงละ”

คำตอบนั้นที่ยิ่งทำให้นางอกสั่นขวัญแขวนเข้าไปใหญ่

หรือคนคนนี้คือคนที่ปองร้ายชินอ๋องตัวจริง..?

เก้าอี้ไม้ที่นางนั่งถูกเขาพลิกกลับไปด้านหลัง ลมหายใจนางเริ่มติดขัดความกลัวครอบคลุมไปทุกพื้นที่ในกายจนควบคุมไม่อยู่

เมื่อเขาเปิดผ้าที่ปิดหน้าไว้ เป็นชายหนุ่มที่ใบหน้าคมคายยืนคร่อมเก้าอี้ที่นางนั่งอยู่ นัยน์ตาที่ราวกับนกอินทรีของเขาจ้องมองชินอ๋องไม่วางตา

ผิวสีแทนของเขาสะท้อนเข้ากับดวงตะเกียง เผยให้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ยกยิ้มขึ้นช้าๆรับจมูกโด่งได้รูปราวกับปีศาจร้าย ที่โน้มตัวมากระซิบข้างหูนาง

“ลืมข้าได้อย่างไรเล่าชินอ๋อง ข้าคือติงจื่อเฉิงคนที่จะฆ่าเจ้าไงละ”

........

ความคิดเห็น