อัพทุกวันอาทิตย์ ฝากติดตามด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

ตอนที่ 1 หญิงสาวผู้มีภรรยา 100 คน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 หญิงสาวผู้มีภรรยา 100 คน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 493

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2561 12:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 หญิงสาวผู้มีภรรยา 100 คน
แบบอักษร

ความตายคืออะไร...?

วิญญาณมีสถานะแบบไหน...?

โลกหลังความตายคืออะไร...?

เราจะไม่มีวันได้รู้ความจริงเลยว่ามันคืออะไร หากลมหายใจนั้นยังอยู่ แล้วหัวใจยังคงมีเสียงดังขึ้นในทรวงอก

แต่ตอนนี้ข้ากลับไม่รู้สึกถึงสิ่งๆนั้นอีกต่อไป ร่างกายเหมือนถูกบางอย่างกดทับให้เจ็บปวดสาหัสทรมานจนแทบทนไม่ไหว รอบด้านมีแต่ความมืดมิดหนาวเหน็บจนอ่อนล้า จนตอนนี้ข้าเหนื่อย ข้าจะไม่พยายามลุกขึ้นอีกแล้ว

พอกันที !

เปลือกตาของนางปิดลงในสถานที่ลี้ลับ รอบด้านมีแต่ความมืดมิดไร้แสงสว่าง ไร้ขอบเขต ไร้สิ่งมีชีวิตใดใด

ไอหมอกเย็นจางๆค่อยๆเคลื่อนปกคลุมวิญญาณนาง ให้นางได้พักผ่อนเพื่อที่จะรอเวลาไปเกิดใหม่ยังโลกมนุษย์

แต่บางอย่างที่เหมือนจะผิดพลาด ทำให้บานประตูเล็กๆทางด้านหลังเปิดออก พร้อมแสงสว่างจ้าสีขาวส่องมายังด้านหน้าที่นางกำลังจะปล่อยวางทุกอย่างลง

“ชินอ๋อง”

“ชินอ๋อง”

เสียงสดใสของบางคนก้องกังวาน ผ่านลอดบานประตูไม้ที่ฉลุลายต้นดอกเหมย ปลุกวิญญาณที่กำลังจะหลับใหลให้ตื่นขึ้น

กระแสไออุ่นส่งทอดผ่านวิญญาณทำให้ความหนักอึ้งและเหนื่อยล้าค่อยๆสดชื่น

พลังอันแรงกล้าที่อยากออกไปจากสถานที่อันมืดมิด ส่งพลังแรงเฮือกสุดท้ายให้นางถลาออกนอกประตูบานเล็กไป


แสงแดดที่อบอุ่นส่งความร้อนทอดผ่านจากปลายเท้ามายังนิ้วมือ ทำให้ร่างกายที่ไม่ได้เคลื่อนไหวมานานถึง 7 วันเปิดเปลือกตาขึ้น

นางนอนอยู่บริเวณสวนดอกไม้ที่มีแสงแดดอ่อนรำไรส่องลอดผ่านต้นดอกท้อที่เขียวขจี แผ่นหลังที่ขยับเล็กๆสัมผัสกับเก้าอี้ไม้หวายที่โยกอยู่ตามแรงลม

ที่นี้ที่ไหน ทำไมบรรยากาศดูแปลกๆ !

“ฮือๆๆ”

“จะร้องทำไม ชินอ๋องฟื้นแล้ว” หญิงสาวในชุดสีชมพูสด ยื่นมือไปหยิกหญิงที่ใส่ชุดเขียวอ่อนให้หยุดร้องไห้ แล้วสนใจร่างกายตรงหน้าที่เริ่มขยับ

นางหลับตาลงอีกครั้งแล้วลืมตาขึ้นอีกที ก็ยังเป็นเช่นเดิมที่นางอยู่ในสถานที่แปลกประหลาด หญิงสาวถึงสามนางห้อมล้อมซ้ายขวา ยังไม่รวมที่กำลังคุกเข่าร้องไห้อยู่ด้านรอบๆ มองไปด้านไหนก็เจอแต่ป่าไผ่และสวนดอกเบญจมาศและกุหลาบแซมไปทั่ว

สาวใช้ใหม่งั้นหรือ ทำไมท่านพี่ถึงได้จ้างคนมากมายถึงเพียงนี้ !

“พะพะพวกเจ้าเป็นใคร..? สาวใช้ใหม่งั้นหรือ..?”

ทันทีที่เอ่ยปากถาม ทั้งสามนางก็น้ำตารื้นขึ้นรีบจับมือนางถูไปถูมา

“ทำไมจำภรรยาพระองค์มิได้เล่าเพคะ..? หมอหลวงอยู่ไหนตามมาเดี๋ยวนี้ ฮือๆๆ” หญิงสาวชุดสีชมพูก้มลงเอาแก้มถูบริเวณฝ่ามือนางราวกับลูกแมวน้อย น้ำตาชื้นๆหยดลงไม่ขาดสาย พร้อมๆกับเสียงร้องระงมรอบๆที่ร้องไห้ขึ้นพร้อมกัน

ภรรยา..?

เดี๋ยว..?

ในขณะที่ข้าหลับ ไม่สิป่วยหรอ..? ท่านพี่รับสามนางนี่มาเป็นภรรยารองงั้นหรือ..? ไม่นะไหนเขาสัญญากับข้าว่าจะรักข้าเพียงผู้เดียวไม่ตบแต่งภรรยารองอีก

“ภะภะภรรยา..?” นางถามขึ้นอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ว่าหูของนางไม่ได้ฝาดไป

“ใช่เพคะ ภรรยา จำพวกเราได้ไหม”หญิงสาวชุดสีฟ้าเอ่ยขึ้น “ก็ภรรยาทั้งหมดนี่เลยเพคะ”

“ห๊า ทะทะทั้งหมดนี่”

จากสาวตาคร่าวๆ ก็เกือบ 40 นาง ท่านพี่รับภรรยามามากถึงเพียงนี้เชียวหรอ

น้ำตาที่ก่อนหน้านี้เคยร้องไห้ในสถานที่อันมืดมิด หยดลงอีกครั้งด้วยความเจ็บปวดด้วยความสับสน

“ตอนนี้ท่านพี่อยู่ที่ไหน..?ตามมาให้ข้าทีข้าอยากคุยให้รู้เรื่อง”

“พะพะเพคะ ชินอ๋อง”

ทุกเสียงร้องไห้หยุดลง สายตาทุกคู่จับจ้องมายังนางอย่างงงงวย ตามด้วยเสียงกระซิบกระซาบ ว่าต้องเป็นอาการป่วยของเขาเป็นแน่

“ท่านพี่ที่ไหนเพคะ..?” หญิงชุดสีฟ้าเอ่ยถามขึ้น

“ก็..!”

จนตอนนี้นางรู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่ไม่ธรรมดาเอาเสียแล้ว สายตาหลายสิบคู่พุ่งตรงมายังนางเหมือนกับในหัวมีคำถามที่อยากจะถามนางมากมาย เมื่อนางหยุดพูด หยุดโวยวายแล้วลองสำรวจไปรอบๆ

ทุกอย่างในตำหนักนี้ดูไม่คุ้นตา อาจเป็นไปได้ว่าที่นี้มิใช่ตำหนักของข้า อีกอย่างข้าไม่รู้จักใครสักคนแม้แต่คนงานในบ้านหลังนี้

มันเป็นไปได้อย่างไร ..?

ตัวนางเองเพราะแพ้เกษรดอกไม้ ในบริเวณบ้านของนางจึงไม่มีไม้ดอกแม้สักต้นเดียว แต่ที่นี้ไม่ว่าจะมองไปบริเวณไหนก็มีดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่งไปทั่ว แต่กลับแปลกที่นางไม่มีผื่นขึ้นแม้สักนิดเดียว

หรือฝันไป..? แต่มือของสตรีทั้งหลายที่จับตัวข้านั้นมันเสมือนจริงมาก

ยังไม่ทันที่ศีรษะของนางจะหายมึนงง สายตาของนางก็พลันมองลงต่ำ เห็นอาภรณ์ที่สวมใส่มีสีเขียวอ่อนแถบผ้าสีแดงหรูหรา แขนและนิ้วมือนั้นก็มีมัดกล้ามเล็กๆจนน่าตกใจ แต่นางก็หลับตาลงเพื่อหายใจเข้าลึกๆเรียกสติตืนมา

“พาข้าไปที่ห้องที” นางใช้ท่วงท่าที่สงบเดินลงจากที่นอนไม้หวายอย่างสบายๆ

หญิงสาวในชุดสีฟ้าก้มน้อมรับคำสั่ง ผายมือพานางไปยังห้องส่วนตัว ตลอดทางมีแต่บ่อน้ำที่มีปลาสวยงามเต็มไปหมด เสียงในบริเวณนั้นก็มีแต่เสียงต้นไผ่เสียดสีไปมา

นางไม่เร่งฝีเท้ามากนักเพราะความรู้สึกว่า แม้นางเดินช้าๆก็ยังคงทันหญิงสาวที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งอยู่ด้านหน้า นางเดินเพียงหนึ่งก้าวก็ทันหญิงตรงหน้าที่วิ่งไปก่อนถึงสามก้าว

ประตูไม้ฉลุลายดอกเหมยที่คุ้นตาเหมือนนางเคยพบเห็นที่ไหนมาก่อนถูกเปิดออกให้นางเข้าไป

ตรงกลางห้องเป็นห้องโถงกว้างที่สามารถนั่งจิบชาหรือรับแขกรับรองได้ ด้านซ้ายเป็นห้องอาบน้ำจากที่สอบถามคนนำทางมา ด้านขวาคือห้องนอน เพียงสามก้าวที่นางก้าวเข้าไปทำให้นางแทบล้มทั้งยืน

กระจกบานใหญ่รูปวงรี ลายดอกเบญจมาศสูงเท่าความสูงของนางสะท้อนให้เห็นนางที่ยืนอยู่ด้านหน้ากระจก

เงานั้นคือนาง แต่กลับไม่ใช่นาง !

“กรี๊ด”


ไม่รู้ว่าทำไมเรื่องทุกอย่างถึงได้กลายเป็นแบบนี้ เหมือนข้ากำลังฝันร้ายที่ไม่มีทางตื่น เพราะลืมตาขึ้นมาแล้วทุกอย่างก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย

ชายที่อยู่ในกระจกผิวขาวนวลค่อนไปทางเหลืองอ่อน ใบหน้าหมดจดเกลี้ยงเหลา ดวงตากลมโตหางตาตวัดขึ้นเล็กน้อยจมูกโด่งเชิดขึ้นริมฝีปากบางเรียว ร่างบางสูงโปร่ง ยิ่งไปกว่านั้นช่างคุ้นตาเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน

เดี๋ยวนะ !

ชะชะชินอ๋องนี่ !

ข้าอยู่ในร่างชินอ๋อง ชินอ๋องที่ใครๆก็พาก่นด่าว่าไร้ศีลธรรม ฉุดคร่าหญิงสาวด้วยมักมากในกาม รังแกคนอ่อนแอ ไม่พอใจใครก็สั่งฆ่า นี่ข้ามาเป็นเขาได้อย่างไร...?

ชีวิตที่เหมือนจะสิ้นสุดลงแต่กลับไม่สิ้นสุด นางไล่บ่าวในห้องออกไปจนหมด ร่างสูงขดตัวงอบนที่นอนเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นที่ใครก็ไม่มีวันเข้าใจ

สามวันสามคืนผ่านไปที่นางได้เพียงแต่จิบน้ำชากับโจ๊กเพียงไม่กี่คำ ก็ยืนหยัดพาร่างตนเองมานั่งบนโต๊ะอีกครั้ง กระจกบานใหญ่สะท้อนร่างชินอ๋องให้นางเห็นอีกครา

เสียงถอนหายใจดังลั่นเพราะมันไม่ใช่แค่ฝันไป เลือดเนื้อในกายของชินอ๋องตอนนี้เป็นของนางไปหมดเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวพยายามคิดทบทวนความทรงจำว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้


ข้าชื่อ เฉินรุ่ยอิง บุตรสาวตระกูลเฉินเป็นพ่อค้าเมืองหลวงของซีเซี่ย ชีวิตข้าเรียบง่ายมาโดยตลอด

ถึงแม้จะร่ำรวยเพียงใดท่านพ่อก็มักจะใจบุญกับคนยากไร้เสมอ ครอบครัวเราถึงไม่มีท่านแม่ แต่เราก็ไม่เคยเลยที่จะรู้สึกขาดหาย เพราะความรักของท่านพ่อนั้นเลี้ยงดูข้ามาเป็นอย่างดี

ยามอายุครบสิบห้าปี ข้ามีความรักครั้งแรกกับท่านพี่ หลัวเหวินเทียน ข้าเพิ่งจะแต่งงานได้เพียงสามปีแล้วทำไมข้าถึงกลายมาเป็นเช่นนี้

ทำไม..?

นางทรุดลงกับพื้นร้องไห้ตัวสั่นเทา สองมือลูบร่างที่ไม่ใช่ของตนเองอย่างบ้าคลั่ง ทั้งตีอกชกตัว ทุบแล้วทุบอีก สุดท้ายนางก็ต้องหยุดลงเมื่อเลือดสีแดงสดไหลออกจากหน้าท้อง แล้วสติที่ลางเลือนก็จางหายไป

ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ

ตราบที่หัวใจยังคงเต้นอยู่

ตราบนั้นไม่ว่าใคร ก็มีสิทธิ์ที่จะคว้า ‘ความสุข’ เอาไว้

นางลืมตาขึ้นอีกครั้งตัดสินใจที่จะมีชีวิตรอดอยู่ต่อไป และที่สำคัญการหาสาเหตุที่นางต้องมาอยู่ในร่างนี้นั้นก็เป็นปริศนาที่ต้องการล่วงรู้ให้ได้ แล้วตัวนางจริงๆเกิดอะไรขึ้นกันแน่

หากข้าอยู่ในร่างนี้..แล้วเป็นไปได้ไหมที่ชินอ๋องอาจจะอยู่ในร่างของข้า นางทรุดลงกับพื้นอีกครั้งเมื่อพยายามจะลุกขึ้นเดิน

ความเจ็บแปลบอุ่นร้อนวาบอยู่บริเวณหน้าท้องอีกครั้ง พอนางยอมรับร่างกายนี้ได้แล้วก็เริ่มสำรวจตัวเองอีกที ผ้าพันแผลขนาดใหญ่พันอยู่บริเวณหน้าท้องอย่างแน่นหนา แต่ก็ยังคงมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย

อาจเพราะนางขยับเมื่อครู่ จึงทำให้บริเวณหน้าท้องที่มีบาดแผลฉกรรจ์อยู่แล้วปริแตกออกมา

“ชินอ๋อง ชินอ๋อง” เสียงโวยวายที่เรียกชื่อ ตามมาด้วยเสียงชามกระเบื้องที่หล่นแตกด้วยความตกใจ

นัยน์ตาของนางเลิกคิ้วขึ้นมองอย่างเหนื่อยล้า เด็กหนุ่มอายุราวๆ สิบปี เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยฝุ่นถ่านหิน วิ่งตรงเข้ามาหานางด้วยแววตาที่สับสนไม่รู้จะทำอะไรก่อนดี

จากที่นางประเมินคนในจวนแห่งนี้แล้วนั้น ไม่มีใครที่จะสามารถไว้ใจได้เลย แต่ละคนล้วนมีความลับ ความริษยา อาจเพราะการแข่งขันเพื่อให้เป็นที่โปรดปรานของชินอ๋องนั้น

จึงทำให้บ้านที่ต้องเป็นสถานที่พักผ่อนและแสนสงบสุขกลายเป็นสนามรบดีๆนี่เอง

หากอยากจะอยู่รอดนางคิดเพียง ต้องการใครสักคนมาคอยช่วยเหลือ แล้วเด็กน้อยผู้นี้นางก็ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น

แววตาที่แสนซื่อบริสุทธิ์ หากให้มาช่วยเหลือและชักจูงไปในทางที่ถูกที่ควร มันก็จะทำให้การอยู่ในจวนแห่งนี้ง่ายขึ้นสำหรับนาง

“พยุงข้าขึ้นไปที่เตียงที”

“พ่ะย่ะค่ะ ชินอ๋อง”

สายตาที่ชินอ๋องมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทำให้เด็กน้อยยืนเกร็งตัวแข็งทื่อ เพราะเขาคิดว่าอาจจะทำอะไรที่ผิดพลาดให้ชินอ๋องโมโหอีกแล้วก็เป็นได้

“ทำไมยืนตัวสั่นเช่นนั้นเล่า..?”

“ท่านอ๋อง มะมะหม่อมฉันผิดไปแล้ว ที่บังอาจเอามือที่เปื้อนถ่านไปจับพระองค์ หม่อมฉันสมควรตาย” เด็กน้อยก้มใบหน้าแนบพื้นคุกเข่าลงทันที ด้วยน้ำตาที่รื้นขึ้น

“แต่เจ้าช่วยข้าไว้ ทำไมข้าต้องโกรธเจ้า”

“ก็หม่อมฉันชอบทำผิดพลาดให้พระองค์อารมณ์เสียอยู่เสมอ”

นางถอนหายใจออกมาเพราะลืมไปว่าเจ้าของร่างนี้คงนิสัยไม่ดีมากเป็นแน่

“ข้าไว้ใจเจ้าได้หรือมั้ย..? เด็กน้อย”

“ดะได้พ่ะย่ะค่ะ ชีวิตของหม่อมฉันเป็นของพระองค์”

“เจ้ารู้เรื่องในจวนนี้มากน้อยแค่ไหน”

“ข้าเกิดและเติบโตที่นี้พ่ะย่ะค่ะ”

“งั้นเงยหน้าขึ้นแล้วฟังความข้า ตอนนี้ข้านั้นจากที่ฟื้นขึ้นมาจากอาการบาดเจ็บ ข้าก็จำอะไรไม่ได้เลยแม้กระทั่งชื่อของตัวเอง เจ้าจะช่วยข้าปิดเป็นความลับและคอยบอกเรื่องราวต่างๆในจวนให้ข้าใช่หรือไม่..?”

“จะจำอะไรไม่ได้เลยงั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ใช่ จำได้แต่ชื่อตัวเอง”

“หมอหลวงมั้ย..? พ่ะย่ะค่ะ” เขารีบร้อนลุกขึ้นเตรียมจะพุ่งออกจากประตูไป

“หยุด ! หากข้าต้องการเช่นนั้น ข้าจะบอกเรื่องราวกับเจ้าทำไม” เขาแผดเสียงขึ้นเพื่อหยุดเด็กน้อย

“พะพะพระองค์” เขาร้องไห้ขึ้นมาอย่างสะอึกสะอื้น “พระองค์ไว้ใจหม่อมฉัน ฮือๆๆ”

“เจ้าชื่ออะไร”

“เสี่ยวซี พ่ะย่ะค่ะ”

“งั้นเสี่ยวซีหยุดร้องแล้วบอกข้าที หญิงสาวที่อยู่ข้างนอกนั้นคือภรรยาข้าทั้งหมดอย่างนั้นหรือ”

“พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้พระองค์มีภรรยาทั้งหมด 100 นางพ่ะย่ะค่ะ ที่เลี้ยงดูในจวนมีทั้งหมด 42 คน ด้านนอกตามหัวเมืองต่างๆอีก 58 คนพ่ะย่ะค่ะ ที่พระองค์แต่งงานมอบตำแหน่งชายารองให้มี 3 นาง นอกนั้นเป็นภรรยาที่ไม่ได้ตบแต่งทั้งหมด”

“100 นางเจ้านับผิดไปแล้วหรือเปล่า” นางเหงื่อออกไปทั่วตัวด้วยความตกใจ คราแรกนึกว่าที่สามนางนั้นบอกจะเป็นเพียงคำหยอกเย้า กลายเป็นว่าหญิงสาวที่ไปนั่งรอตอนนั้นคือภรรยานางทั้งหมด

“พระองค์มีเพิ่มหรอพ่ะย่ะค่ะ งั้นหม่อมฉันต้องให้ท่านตวี้เทียนเพิ่มในบัญชีผีเสื้อเหมันต์มั้ยพ่ะย่ะค่ะ

“หะหะโอ๊ยย อะไรกันเนี่ยมีบัญชีด้วยงั้นหรือ..?”

“พ่ะย่ะค่ะ แต่พระองค์บอกความจำเสื่อม จำไม่ได้เดี๋ยวหม่อมฉันจะนั่งท่องให้พระองค์ฟังเอง” เขายิ้มขึ้นอย่างภูมิใจ

“จำได้หมดเลยงั้นหรือ”

“พ่ะย่ะค่ะ พระองค์สอนหม่อมฉันว่าต้องรู้ทุกเรื่องสำหรับคนที่อยู่รอบๆเพื่อความปลอดภัย”

ภรรยา 100 นางงั้นหรือ..?

ไอ้หมอนี่มันบ้าไปแล้ว งั้นที่ข่าวลือว่าชินอ๋องมักมากในกามารมณ์ ไปที่ไหนก็ไปมีภรรยาไว้ที่นั่นงั้นก็เป็นเรื่องจริงงั้นหรือ

จากที่มีสามีคนเดียว ชีวิตที่แสนสงบสุข

ตอนนี้ไม่นะ ข้ากลายเป็นคนที่มีภรรยาถึงหนึ่งร้อยคน

ทำไงดี ทำไงดี...?

............

ประทัดจีน

เป็นอย่างไรบ้างคะ...? ตอนแรก เรื่องนี้ไรท์เขียนๆแก้ๆมาตั้งแต่ปีที่แล้วเพื่อที่จะเขียนไว้เผยแพร่ทีเดียวเลย เพราะอยากให้รีดได้อ่านแบบต่อเนื่อง ชื่นชอบกดไลค์ คอมเม้นพูดคุยได้นะคะ ❤️

ความคิดเห็น