facebook-icon

E-BOOK พร้อมโหลดแล้ว รายละเอียดอยู่ด้านล่าง หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ FB Fanpage ค่ะ

EXTRA : HAPPY 26th BIRTHDAY - Special Tribute (END)

ชื่อตอน : EXTRA : HAPPY 26th BIRTHDAY - Special Tribute (END)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2561 10:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EXTRA : HAPPY 26th BIRTHDAY - Special Tribute (END)
แบบอักษร

EXTRA. HAPPY 26th BIRTHDAY

ASHA’S POV

“เฮีย ทางนี้ใช่แน่เหรอ วอร์มว่าโทรไปเลยดีกว่าไหมอะ” 

วอร์มทักเมื่อเรายังเดินหาที่พักไม่เจอทั้งที่ผมก็พิมพ์แผนที่บ้านพักที่เราจองกับ Airbnb มาแล้ว แต่ทำไมเรายังหามันไม่เจอสักที ผมไม่เข้าใจ

“ไม่ต้องหรอก เฮียว่าแถวๆนี้นะ ใกล้เจอแล้ว” 

ผมยืนยัน ก้มหน้ามองแผนที่และพยายามมองหาบ้านที่มีหน้าตาเหมือนในภาพจากอินเตอร์เน็ตและดู GPS จากในโทรศัพท์ประกอบ

บอกตามตรงว่าผมไม่เคยมีความคิดอยากเที่ยวพักผ่อนโดยการพักในบ้านพักของคนอื่นมาก่อน หากมาคนเดียวและนี่ไม่ใช่โอกาสพิเศษละก็ อย่าหวังเลยว่าผมจะทำ

ผมกับวอร์มมาเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงกลางเดือนธันวาคม ใช่ครับ... ผมพาวอร์มมาเที่ยวในวันเกิดครบรอบ 26 ปีของเขา เริ่มตั้งแต่จองบัตรคอนเสิร์ตวงดนตรีที่เขาชอบ (และผมเพิ่งจะรู้จักเมื่อไม่นานมานี้) จองที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม และใช้บริการอำนวยความสะดวกให้น้อยที่สุดสมกับที่วอร์มอยากให้มันเป็นการเที่ยวแบบ backpacker 

ไฟลท์จากไทยดีเลย์ ทำให้เราถึงสนามบินคันไซประมาณตีหนึ่งเศษ กว่าจะออกจากเกทก็เกือบตีสอง ผมมีสองทางเลือก คือพักเหนื่อยที่สนามบินก่อน และออกเดินทางตอนเช้า หรือรอรถบัสเข้าเมืองซึ่งมาชั่วโมงละคัน (ตัดการเรียกแท็กซี่ไปเลย วอร์มห้ามผมตั้งแต่มาถึงสนามบินและผมกำลังจะลากกระเป๋าไปจุดบริการรถ) ซึ่งวอร์มเลือกอย่างแรก 

ผมแทบไม่ได้นอนทั้งคืน หลับพักสายตาได้ไม่นานก็ตื่น ขณะที่วอร์มหลับสนิท มีกรนเบาๆเป็นบางช่วงเพราะความเหนื่อยอ่อนให้ผมมันเขี้ยวอีกต่างหาก 

วอร์มตื่นเช้าด้วยความสดใส ส่วนผมเพลียและอยากอาบน้ำเอนตัวลงนอนบนที่นอนนุ่มๆกว้างๆจะแย่ เราซื้อตั๋วรถไฟด่วนเข้าเมือง ลงที่สถานีรถไฟที่แสนจะวุ่นวายก่อนจะนั่งรถไฟต่อไปยังย่านที่จองที่พักเอาไว้

และตอนนี้ เราเดินวนรอบๆนี้มาเกือบจะครบ15นาที

“ชัวร์ใช่ไหมอะครับ วอร์มหนาว มือแข็งหมดแล้วเนี่ย” 

วอร์มเขย่ามือที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ๊กเกตของตัวเองประกอบ ผมเตือนแล้วว่าให้เตรียมเสื้อหนาๆเอาไว้ก็ไม่เชื่อ ตอนนี้อุณหภูมิประมาณ 5-6 องศาเซลเซียส และวอร์มสวมแค่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์และเสื้อกันหนาวขนเป็ดที่เอาออกมาตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องบิน จะหยิบเสื้อผ้าในกระเป๋าตอนนี้ก็ไม่ได้ วอร์มเล่นแร็ปกระเป๋าด้วยพลาสติกซะแน่นหนา ผมไม่รู้จะขำหรือสงสารดี ปกติวอร์มไม่เคยแร็ปกระเป๋า ไม่เคยเอาซิปไว้ในตัวล็อกด้วยซ้ำ

“ชัวร์สิครับ”

มันไม่น่าจะหายากขนาดนี้ จากแผนที่กับโทรศัพท์มันก็น่าจะอยู่ใกล้ๆนี่เองนี่นา

“เฮีย.. วอร์มหนาว” วอร์มพูดเหมือนเดิมซ้ำอีก และคราวนี้วอร์มยื่นคำขาด “ถ้ายังหาไม่เจอวอร์มจะโทรหาเขาแล้วจริงๆนะ”

และก่อนที่วอร์มจะได้พูดอะไรต่อโทรศัพท์ของผมก็ดัง เนื่องจากมีคนFaceTimeเข้ามาหา เขาคือเจ้าของห้องพักจาก Airbnb


ชินซัง(เขาให้เราเรียกแบบนี้) เป็นชาวญี่ปุ่นอายุใกล้เคียงกับผม เป็นนักเขียนอิสระเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยว เขาชื่นชอบเมืองไทยมากและตื่นเต้นสุดๆที่ได้ต้อนรับผมกับวอร์ม ภาษาไทยเขาไม่ค่อยแข็งแรง แต่เขาก็พยายามพูดสื่อสารกับเราเพราะอยากพูดภาษาไทยมากกว่า

เขาแนะนำร้านอาหารและที่เที่ยวให้กับเราทั้งคู่ และนั่งคุยกับวอร์มอย่างถูกคอ ผมไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับมาเดี๋ยวเดียว วอร์มถกเสื้อตัวเองขึ้นมาให้เขาดูรอยสักซะแล้ว 

ผมเผลอขมวดคิ้ว ก็ไม่ชอบใจ ไม่อยากให้วอร์มถกเสื้อให้ใครดูแบบนี้ ผมหวง... แต่ขืนพูดไปต้องโดนล้อแน่ ผมเลยเก็บอาการและเรียกให้วอร์มไปอาบน้ำบ้าง

“มันหนาวมากเลยนะเฮีย...” วอร์มโอดโอยโยเยด้วยท่าทางน่าเอ็นดูขณะที่เดินนำผมเข้ามาในห้องนอนส่วนตัวของเรา ผมปิดประตู พ้นสายตาชายชาวญี่ปุ่นแล้วก็รวบตัววอร์มมากอดแน่นๆให้สมใจ 

“อย่างนั้นเดี๋ยวช่วยให้อุ่น” ผมกระซิบ จูบต้นคอวอร์มจากด้านหลัง ส่วนมือสอดเข้าไปในเสื้อวางนาบอยู่บนลอนหน้าท้องบางที่แข็งเกร็งขึ้นมาแค่เพียงเพราะโดนปลายนิ้วผมแตะผ่าน “แต่เบาหน่อยนะ... เฮียว่าผนังห้องมันบาง”

“เฮียแม่ง..” วอร์มตอบเสียงแผ่ว เขาคล้อยตามผมแล้วแน่ แต่ยังมีกะใจโขกศีรษะกับไหล่ผม “ไม่เอาโว้ย... จะไปเที่ยวก่อน...เชี่ย..”

“โตแล้วยังพูดไม่เพราะอีก” 

แกล้งดุไปอย่างนั้น ผมประคองหน้าวอร์มกลับมาและก็เจอกับสายตาคาดโทษเคืองๆ

“เพราะใครล่ะ..”

ผมยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ ก้มหน้าลงไปประกบจูบให้วอร์มหยุดพูดดีกว่า วอร์มบอกว่าผมยิ่งแก่ยิ่งหื่น ก็ไม่รู้จะแก้ตัวยังไงในเมื่อมันเป็นเรื่องจริง...

“เฮียรักวอร์มนะครับ”

รักมาก.. แบบที่ไม่คิดว่าจะรักใครได้เท่านี้มาก่อน

จนถึงตอนนี้ผมก็ยังคิดว่าผมช่างโชคดี ปีนี้เป็นปีที่สี่แล้วที่เราฉลองวันเกิดวอร์ม และผมยังอยากทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ดูแลวอร์ม รักวอร์มไปทุกวัน

“เนี่ย..แล้วเฮียแม่งก็ทำแบบนี้อะ” 

วอร์มส่งเสียงโยเย เบี่ยงหน้าหนีและซบหน้ากับฝ่ามือตัวเองเหมือนอับจนหนทาง ท่าทางน่ารักจนผมหัวเราะเสียงทุ้มต่ำในลำคอ ยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาหลายฟอด สำหรับวอร์ม ครั้งเดียวมันพอที่ไหนกัน

“พอแล้ว..” วอร์มดันหน้าผมไปด้านหลังแล้วสลัดตัวเองออกมาจากอ้อมแขน แถมถลึงตามองผมอีก “วอร์มจะอาบน้ำ...”

ผมมองสบตาวอร์ม ถึงจะเสียดายแต่ถ้าวอร์มเหนื่อยผมก็คงทำไม่ลง...

“เฮียเอาแร็ปพลาสติกกระเป๋าวอร์มออกให้ด้วย”

“…”

**“**ถุงกับเจลอยู่ในนั้น”**

จากอาการหงอยเหงา ผมยิ้มกว้างจนตาปิด


ผมว่าเจ้าของห้องพักรู้ว่าผมกับวอร์มทำอะไรกันตอนกลางคืน(และบางทีก็ตอนเช้า) จะมีก็แค่คืนที่เราไปดูคอนเสิร์ตเท่านั้น เพราะวอร์มเหนื่อยและสนุกสุดๆ วอร์มหลับไปก่อนผมอาบน้ำเสร็จด้วยซ้ำ แต่เขาก็ไม่ได้มีท่าทางรังเกียจอะไร ดังนั้นผมจึงสรุปในใจว่าเขาเป็นพวกเดียวกับเรา

คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายของเราที่โอซาก้า ก่อนที่เราจะเดินทางไปเที่ยวโตเกียวต่อ เจ้าของห้องพักที่สนิทสนมกับวอร์มพอสมควรจึงชวนเราไปดื่มด้วยกัน 

ส่วนใหญ่ผมกับวอร์มตระเวนเข้าไปดื่มในบาร์มากกว่า นี่เป็นคืนแรกที่เรามาคลับสำหรับพวกเราโดยเฉพาะ

วอร์มเกือบจะอ้าปากค้างตอนที่เข้ามาข้างใน ส่วนผมรู้อยู่แล้ว... ไม่ค่อยประหลาดใจเท่าไหร่นัก

“เฮียรู้อยู่แล้วรึเปล่าเนี่ย?” วอร์มหันมาถาม พอผมยักไหล่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กลับไปก็โดนกลอกตามองแรงใส่ “โว้ะ ว่าแล้ว...”

มือผมอยู่ที่เอวและไหล่ของวอร์มตลอด ไม่ได้โจ่งแจ้ง แต่ก็สามารถเห็นและรู้ได้ว่าเราเป็นอะไรกันหากสังเกตดีๆ วอร์มคุยสนิทสนมกับกลุ่มเพื่อนของเจ้าของห้องพักได้อย่างรวดเร็ว หนึ่งในนั้นดูชอบวอร์มเป็นพิเศษ เขาคุยกับวอร์มบ่อยกว่าคนอื่นด้วยภาษาอังกฤษ หากสื่อสารกันไม่เข้าใจเขาก็พยายามใช้กูเกิ้ลแปลภาษาเอา เขาเด็กที่สุดในกลุ่ม ผมเดาว่าเขาอ่อนกว่าวอร์มไม่กี่ปีเพราะเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากประเทศเกาหลี รู้จักกับบาร์เทนเดอร์ที่เป็นเพื่อนของชินอีกที

“เฮีย วอร์มไปเอาเครื่องดื่มก่อนนะ เฮียเอาอะไรไหม?” 

วอร์มก้มมาตะเบ็งเสียงข้างหู ผมส่ายหน้าไม่เอา วอร์มพยักหน้า และเดินไปเอาเครื่องดื่มกับชิน เหลือผมกับเด็กเคนตะที่ชอบวอร์ม เขาลอบมองผมหลายครั้ง คงคิดว่าผมไม่รู้... 

พ้นสายตาวอร์มเขาก็เข้ามาใกล้ผม ชนแก้ว ชวนผมคุย...

“วอร์มซังเท่สุดๆเลยนะครับ” 

ผมยิ้มรับ เดาไว้ไม่มีผิด อย่างเจ้าของห้องพักของเราชอบพอวอร์มแบบคุยกันถูกคอ แต่ชาวต่างชาติคนนี้ไม่ได้ ‘ชอบ’ แบบนั้น

“คุณสนใจเขา”

พอผมถามตรงๆ เขามีท่าทางเหวอเล็กน้อย ก่อนจะเกาแก้ม ยิ้มอายๆตอบ 

“ครับ” ดวงตาชั้นเดียวพราวระยับ เขายิ้มกัดริมฝีปากไปด้วย ดูใสซื่อและน่ารักน่าเอ็นดูดีทีเดียว “จะว่าอะไรไหมครับถ้าผม...”

“...”

**“**อยากสามคนกับพวกคุณ**”

ผมประหลาดใจ แต่พูดตามตรงแล้วมันไม่เกินความคาดหมายของผม

“ถ้าแฟนผมตกลง ผมก็โอเค”

นั่นเป็นคำตอบที่ผมให้ ก็ใช่ว่าผมจะไม่เคย... แค่ตอนนั้นผมโสด ไม่ได้มีวอร์มเหมือนทุกวันนี้

เคนตะไม่เซ้าซี้ผมอีก เขาหันไปเกาะติดวอร์มแทน มันทำให้ผมรู้สึกหวงวอร์มและอยากจะดึงเขาออกมาเหมือนกัน แต่วอร์มไม่เคยแสดงออกว่าหึงหวงผมเลยตั้งแต่คบกันมา ดังนั้นผมก็ควรรักษาฟอร์มไว้ไม่ให้โดนล้อ

หลังจากเที่ยวคลับเราไปต่อที่บาร์และร้านคาราโอเกะ วอร์มดื่มหนักจนเมาเละ แก้มแดงปลั่ง แต่ยังพอมีสติและพูดจารู้เรื่องอยู่บ้าง ชินและเพื่อนเขากล้บไปแล้วตอนตีสาม ตอนนี้จึงเหลือแค่ผม วอร์ม และเคนตะ

“วอร์มซังครับ.. วอร์มซังเหนื่อยแล้ว ไปนอนพักก่อนไหมครับ อพาร์ตเมนต์ผมอยู่ใกล้ๆ” 

เคนตะเข้าไปประคองวอร์มและกอดไม่ปล่อย เขาตัวเล็กกว่าเราทั้งคู่ ดูแล้วส่วนสูงคงประมาณอัพ หนึ่งในเพื่อนสนิทของวอร์ม

ทีแรกวอร์มปฏิเสธ แต่พอโดนตื๊อมากๆเข้าบวกกับความง่วงนอน วอร์มเลยตอบตกลงไป 

“แต่เราไปนอนค้างที่นั่นชั่วคราวนะ” 

วอร์มชี้ไปที่ทิศทางหนึ่ง ผมเห็นแล้วชะงักไปเกือบวินาที ความรู้สึกเกิดขึ้นเกือบจะพร้อมกันถึงสองอย่าง แปลกใจ ตามมาด้วยความตื่นเต้น นั่นเพราะที่ที่วอร์มชี้ไปคือเลิฟโฮเต็ล...


“ไม่จริงหน่า... เฮียโม้แน่ๆ” วอร์มค้านหน้าซีดคล้ายไม่อยากเชื่อว่าตัวเองทำอะไรลงไป ผมเว้นเหตุการณ์ที่เลิฟโฮเต็ลเอาไว้ เพราะค่อนข้างเชื่อว่าวอร์มจะปะติดปะต่อเรื่องราวที่เหลือได้ “เฮียแม่งโม้.. โม้ชัวร์ๆ” 

ผมส่ายหน้า และพูดยืนยันเหมือนเดิม

“วอร์มชี้ไปที่นั่นจริงๆครับ วอร์มอ้วกตรงทางเข้าด้วย จำได้ไหม?”

วอร์มเงียบ มีสีหน้าครุ่นคิดขณะที่กัดริมฝีปากตัวเองเพื่อนึกทบทวนเหตุการณ์ ซึ่งผมมั่นใจว่าวอร์มจำได้ เขาแค่ทำซื่อไม่รู้เรื่องเพราะอายมากกว่า

“ใช่ แต่เราตื่นขึ้นมาในโรงแรมธรรมดาไม่ใช่เหรอ”

ผมถอนหายใจ หลังจากเราสามคนเสร็จธุระ มันก็เกือบเช้าแล้ว ผมพาวอร์มกลับที่พัก วอร์มหลับเป็นตายทั้งเช้า เพิ่งจะตื่นได้ไม่นานตอนเที่ยงกว่าๆ ผมค่อยๆทบทวนความทรงจำเมื่อคืนให้

ไม่มีโรงแรมธรรมดาที่ไหนมีเตียงวงกลมหมุนได้ และเตรียมถุงยางกับเจลหล่อลื่นให้พร้อมเสร็จสรรพ แต่ผมไม่อยากอธิบายให้มากความจึงหยิบกระดาษโน้ตของโรงแรมที่เด็กหนุ่มคนเมื่อคืนเขียนเบอร์โทรศัพท์ทิ้งไว้ให้ส่งให้วอร์ม

“วอร์มจะโทรถามเขา หรือจะฟังเฮียเล่าต่อครับ?” ผมถามเสียงเรียบ ไม่ให้วอร์มจับความรู้สึกถูก วอร์มมองผมแล้วงับริมฝีปากตัวเอง พยักหน้าช้าๆอย่างยอมจำนน

“ฟังเฮียเล่าต่อก็ได้...”


ผมช่วยประคองวอร์มระหว่างที่เคนตะไปจัดการเรื่องห้อง มองสำรวจรอบๆไปด้วย บอกตามตรงว่าผมไม่เคยมาที่แบบนี้มาก่อน 

“เฮีย” 

“หืม?” 

วอร์มดึงเสื้อผมลงมาเล็กน้อย และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เขาบอกว่าอยากสามคนกับเรา” 

ผมชะงัก มองวอร์มและเลิกคิ้วขึ้นด้วยท่าทางประหลาดใจ 

“ไม่ต้องทำเนียนเลย เขาบอกวอร์มตั้งแต่ในไนต์คลับแล้ว ก่อนเขาบอกเฮียอีก”

อย่างนั้นวอร์มก็รู้เรื่องมาตลอดน่ะสิ? 

“อยากใช่ไหม” วอร์มเค้น สายตาคาดโทษรู้ทัน ส่วนผมนั้นพยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถ “เฮีย ให้ตอบอีกที” 

สุดท้ายเลยยิ้มกว้างและพยักหน้าอย่างยอมจำนน วอร์มของผมน่ารักขนาดนี้ ผมจะปฏิเสธลงได้อย่างไร? 

“เฮียจะเอาเขาเหรอ?” 

วอร์มเปลี่ยนคำถามใหม่ ผมรีบส่ายหน้า นั่นไม่เคยอยู่ในความคิดผมเลย 

“เฮียอยากเอาวอร์ม ตอนที่วอร์มเอาเขาไปด้วยต่างหาก” 

ผมตอบวอร์มตรงๆ มันทำเอาเขาเบิกตามองผมด้วยท่าทางตลกกระอักกระอ่วน และต่อมาก็ซบหน้าลงกับฝ่ามือโดยที่หูแดงเถือก

“เชี่ย...” วอร์มสบถ “เฮีย..แม่ง...”

และถึงผมจะไม่ชอบให้เขาพูดคำหยาบ แต่ทุกครั้งที่วอร์มหลุดสบถคำพวกนี้ออกมา ผมมักจะอดยิ้มไม่ได้ทุกครั้ง

“ไม่ได้เหรอ?” ผมถามเสียงอ่อน (หรือเสียงอ้อนก่อนหลอกให้ตายใจ แบบที่วอร์มเรียก)

“ก็ได้” 

วอร์มตอบแค่นั้น แล้วเดินหนีผมไปหาหนุ่มเกาหลี ทิ้งให้ผมหลุดเสียงหัวเราะออกมาก่อนจะเดินตามเขาเข้าไป ไม่ให้รีบได้อย่างไรในเมื่อวอร์มเดินไม่กี่ก้าวก็เซแล้ว

พอถึงห้อง ผมช่วยพาวอร์มไปที่เตียงก่อน ปล่อยให้อีกคนล็อกห้องและเปิดเครื่องทำความร้อน เขาหันกลับมาอีกทีวอร์มก็สลัดเสื้อแจ็กเกตออกไปก่อนจะถอดเสื้อยืดฮีทเทคออกทางศีรษะ อวดกล้ามเนื้อสมส่วนและรอยสักที่ทำให้เขาเท่และมีเสน่ห์ขึ้นอีกหลายเท่าตัว 

เคนตะลอบกลืนน้ำลายเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้ามาหาเราทั้งคู่บนเตียง ถอดเสื้อผ้าชวนเกะกะออกไปจนเหลือแต่กางเกงชั้นในแค่ตัวเดียว เขาเข้ามานั่ง ยื่นหน้ามาหาวอร์มทีละนิดจนช่องว่างระหว่างกันหายไป ทั้งคู่จูบกันและมันดูดดื่มขึ้น จนหระทั่งวอร์มผละออกมามองจ้องลึกไปในตาของเคนตะ เป็นสายตาที่ทำให้อีกฝ่ายเก้อเขิน แต่กลับทำให้ผมยิ่งอยากรังแกวอร์มมากไปอีก

ทั้งสองบดจูบเข้าหากันอีกครั้ง วอร์มช้อนท้ายทอยเด็กหนุ่มชาวเกาหลีก่อนจะรุกหนักขึ้น ลูบมือที่หัวไหล่อีกฝ่ายเลยผ่านมาจนถึงแผ่นอก ปลายนิ้วเล่นกับยอดอกสีชมพูจนอีกฝ่ายสะท้าน เป้ากางเกงบ็อกเซอร์คับพองขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผมมองทั้งคู่ เห็นวอร์มจูบเด็กหนุ่มคนนี้และเล้าโลมจนอีกฝ่ายเกิดอารมณ์ผมคงอยู่เฉยไม่ได้ ผมขยับเข้าไปใกล้วอร์ม กอดเขาไว้ก่อนจะค่อยๆจูบไปตามไหล่และหลังคอพร้อมกับลูบมือผ่านหน้าท้องลงไปถึงขอบกางเกง แกะกระดุมออกและดันมันลงไปพร้อมกับกางเกงชั้นใน 

“ฮื่อ..” 

วอร์มส่งเสียงประท้วงเหมือนเคือง เขาเบี่ยงหน้าผละจูบจากเคนตะหันมามองผมด้วยหางตา

“ครับ?” 

ผมแกล้งขานรับ ยื่นนิ้วโป้งปาดน้ำใสที่มุมปากวอร์มให้และประคองแก้มวอร์มให้กลับมาจูบผมซะดีๆ ขืนปล่อยไว้นานเขาจะยิ่งหลงวอร์มของผมไปมากกว่านี้

เมื่อริมฝีปากวอร์มกลับมาเป็นของผม อีกคนตรงนี้ก็พยายามอย่างเต็มที่ให้วอร์มกลับมาสนใจเขา เขาดึงกางเกงของวอร์มมากองไว้ใต้สะโพกก่อนจะเริ่มใช้มือให้กับกึ่งกลางลำตัวของวอร์มจนมันตั้งตรงเส้นเลือดปูดโปนจนเกิดเสียงเฉอะแฉะเบาๆ ผมรั้งวอร์มด้วยจูบไว้ไม่อยู่ เขาเบี่ยงหน้าหนีซบหน้ากับบ่าผมและหอบหายใจแรงขึ้นแทน

“อะ..อา... เฮีย...”

“วอร์ม... เฮียเอาวอร์มก่อนได้ไหม?”

ผมทนไม่ไหว รูดซิปกางเกงและเอาน้องชายตัวเองออกมา จับมันถูไถกับหลังล่างที่เชื่อมต่อกับกระดูกก้นกบจนวอร์มสะดุ้ง หันมามองผมตาขวาง ส่วนผมทำหน้าไม่รู้เรื่อง แต่พอโดนกลอกตาใส่ผมก็รีบเข้าไปกอดเอววอร์ม จูบไหล่และหลังคอเขาออดอ้อนไม่ให้โดนเคือง พูดตามตรงก็คือ ผมมีอารมณ์ตั้งแต่เราก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้สามคนแล้ว 

“..อะ..เหี้ย..! ไม่..” คราวนี้วอร์มสบถชัดถ้อยชัดคำ ผมขมวดคิ้วไม่ชอบใจกับทั้งคำสบถและคำตอบ 

“แต่เฮียอยากเอาวอร์มแล้ว...” ผมบอกวอร์มพลางจับมือเขามาวางบนน้องชายผมที่แข็งตั้งตรง “นะครับ คนดี..”  


“พอๆๆ ไม่ต้องเล่าแล้ว” วอร์มขัดขึ้นมาอีก เขาทำหน้ากระอักกระอ่วน

“จำได้แล้วเหรอ” ผมแกล้งถาม ตีหน้านิ่งเคร่งขรึมอยู่

วอร์มลังเล แต่ก็ยอมตอบออกมาแบบไม่เต็มเสียงนัก

“ลางๆ”

นั่นทำให้ผมกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่

“เชี่ยเอ๊ย.. เฮียแม่งอย่าขำดิ” เขาสบถและทำหน้างอไม่พอใจ กระดากอายมากกว่าจะโกรธผมจริงจัง “เรื่องนี้ห้ามไปบอกใครเลยนะ ไม่งั้นโกรธแน่ จะไม่พูดด้วยสามวันเลย” 

มีการขู่ด้วย...

“จะให้เฮียบอกใครล่ะ?” 

ผมหยอกแล้วอ้าแขนกอดวอร์ม หอมแก้มเขาดังฟอดด้วยความมันเขี้ยวอย่างบอกไม่ถูก สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของวอร์มตลกและก็น่าเอ็นดูสุดๆ เดี๋ยวนี้เขาตามผมทันและรับมือผมได้เก่งขึ้น ผมเลยไม่ค่อยได้เห็นสีหน้านี้บ่อยนัก มันทำให้ผมนึกถึงครั้งแรกๆที่เราเจอกัน ก่อนที่ผมจะหลงรักวอร์มได้มากมายขนาดนี้

 “ไม่รู้อะ บอกไว้ก่อน” วอร์มหน้ามุ่ย เขาขมวดคิ้วและพยายามเบี่ยงตัวหนีอ้อมกอดผม “ไม่ต้องกอดด้วย ไปไกลๆเลยไป”

“แค่กอดก็ไม่ได้เหรอ...”

“ไม่ได้ เฮียไปเก็บของเดี๋ยวนี้เลย วอร์มจะไปอาบน้ำแล้ว เดี๋ยวไม่ทันรถไฟไปเกียวโตอีก”

หลังจากพูดจบวอร์มก็ลุกหนีเข้าห้องน้ำ ผมมองตามหลังจนวอร์มปิดประตูก็หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ ดูอย่างไรวอร์มก็แกล้งโมโหกลบเกลื่อนความอับอายของตัวเองเมื่อคืนทั้งนั้น

วอร์มจำได้แน่ๆว่าสุดท้ายแล้วเขาไม่เสร็จ และหลับไปก่อนระหว่างที่กำลังใช้มือให้เด็กหนุ่มเกาหลี ปล่อยอีกฝ่ายค้างเติ่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวอย่างน่าสงสาร

เป็นเหตุการณ์ที่ผมไม่ลืมและจำไว้เป็นบทเรียน

อย่างแรก ผมอาจจะหาโอกาสชวนวอร์มมาญี่ปุ่นและลองใช้บริการเลิฟโฮเต็ลอีก

และอย่างที่สอง ผมจะไม่มีทางให้วอร์มดื่มจนเมาหนักและหลับไปก่อนที่เราจะมีอะไรกันเสร็จแน่นอน...




END.

มาตามสัญญาแล้วค่ะ มาช้ามากกก (ยอมรับจริงๆ) แต่มาแล้วนะจ๊ะ เป็นการเขียนที่ตะกุกตะกักพอสมควรเลย เพราะห่างหายไปนาน โดยเฉพาะฉากNC ..) มันเลยออกมาครึ่งๆกลางๆแบบนี้แหละ ก็เอาเป็นแสดงความหื่นของเฮียอาชว์ไปก่อนเนอะ (คือเอาจริงๆทุกคนก็รู้กันหมดแล้วแหละ....)**

หลังจากนี้ก็จะไม่มีตอนพิเศษของ #เฮียวอร์ม ไปสักพักใหญ่นะคะ เพราะจะค่อยๆลงเรื่องของ #คามินอัพ แล้ว บอกตรงๆว่าเรื่องของสองคู่หลังยังไปไม่ถึงไหน คามินยังจีบอัพไม่ติดเลย และใครที่ติดตามในเล่ม หรืออีบุ๊ค คงจะพอทราบปมใหม่ของสองคนนั้น(เพราะเราโยนไว้อย่างโหดร้ายพอสมควร สำหรับคนที่สนใจคู่นี้นะคะ) ในนี้มีเฉลยให้ค่ะ เราจะลงต่อจนจบเลย สปีดก็จะช้าหน่อย แต่ไม่หนีหายไปไหนแน่นอนจ้า ถ้าคิดถึงกัน หรือเราหายนานเกินไปก็สะกิดเรียกในเพจได้เด้อ**

ขอบคุณทุกคนที่ิติดตามอ่านจนถึงตอนนี้นะคะ รักและซาบซึ้งใจคนอ่านมากๆเลย ฮรือออ

​ปล. นี่น่าจะครบรอบ 1 ปีที่เขียนนิยายเรื่องนี้แล้วด้วยเช่นกัน Happy Aniversary ค่ะ lol

ความคิดเห็น