สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

ตอนที่24 เปลี่ยนไป แต่ยังคงเป็นคนเดิม

ชื่อตอน : ตอนที่24 เปลี่ยนไป แต่ยังคงเป็นคนเดิม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 312

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ย. 2561 00:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่24 เปลี่ยนไป แต่ยังคงเป็นคนเดิม
แบบอักษร

​ดิฉัน ซาโอโตเมะ ยูนะ คุโรมิเนะ เป็นตระกูลสาขาของตระกูลคุโรมิเนะ พวกเราเป็นตระกูลที่ถูกปลูกฝังเรื่องการรับใช้และบริการมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีวิชาป้องกันตัวที่ฉันไม่ได้มีโอกาสเรียนอีกด้วย

ส่วนใหญ่แล้วฉันจะได้รับการฝึกบริการเป็นเมดหรือคนรับใช้เพื่อไปทำงานกับตระกูลหลัก ตอนแรกฉันก็คิดว่าไม่จำเป็นจะต้องเรียนรู้อะไรแบบนี้เลยแม้แต่น้อยแท้ๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้

ก่อนหน้านี้ฉันเจออุบัติเหตุ เป็นอะไรที่ฉันเกลียดที่สุดในชีวิตเลยล่ะ มันทำให้ฉันเกลียดผู้ชายจนมิอาจจะเข้าใกล้พ่อของตัวเองได้ เหตุการณ์ครั้งนั้นฉันถูกช่วยโดยเด็กชายปริศนาคนนึง กับผู้หญิงอีกคนนึง

แน่นอนว่าเด็กผู้ชายคนนั้นคือคุโระคุง แต่ผู้หญิงอีกคนนั้น หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นความทรงจำของฉันก็ดูเหมือนจะขาดหายไป โชคดีที่ฉันเป็นพวกเขียนไดอารี่ ฉันจึงรู้ชื่อของเธอ นั่นก็คือคุโรมะ ฮานาโยโกะ

ด้วยเหตุผลบางอย่าง เรื่องราวในวันนั้นที่เกี่ยวข้องกับคนห้าคนนั้นเลือนลางไป ไม่ว่าจะพยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกสักที ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากฉันแล้วคนอื่นๆไม่มีความทรงจำในส่วนนั้นของวันนั้นเลย

หลังจากวันนั้น ฉันก็ถูกเรียกตัวมาที่บ้านของตระกูลหลัก ทางนี้จึงได้รู้จักกับท่านฮานะ ที่ดูเหมือนจะเสียความทรงจำบางส่วนไป

ฉันรู้ว่าเธอเป็นใคร และรู้เรื่องที่เธอเปลี่ยนไปภายในวันเดียวอีกด้วย แต่ว่าสาเหตุนั้นฉันไม่รู้ เพราะว่าเรื่องที่เกอดขึ้นฉันไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์สักหน่อย

แสงสว่างวาบนั่นคงเป็นสาเหตุแน่ๆ เพราะวันนั้นเธอไปที่ร้านที่ฉันทำงานเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ และเกิดเรื่องขึ้น วันต่อมาเลยหยุดน่ะ

ท่านฮานะแนะนำตัวกับฉัน แน่นอนว่าเธอจำอะไรไม่ได้เลยแต่เธอคิดว่าเหมือนจะมีอะไรบางอย่างที่เธอต้องทำ ครอบครัวของฉันก็ตกลงกับทางตระกูลหลักให้ฉันดูและฮานะในฐานะคนรับใช้ของเธอ แน่นอนว่าสำหรับฉันย่อมไม่มีปัญหา เพราะยังไงฉันก็ได้เงินเดือนจากตระกูลหลักแน่ๆอยู่แล้ว

และถ้าหาเวลาว่างไปทำงานพาร์ทไทม์ได้ ฉันคิดว่าคงจะได้เงินเพิ่มอีกแน่ๆ แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น

ท่านฮานะบอกกับฉัน ว่าเธออยากให้ฉันทำอะไรบางอย่างกับหัวของเธอ ฉันนึกว่าเธอเสียสติไปแล้วแต่เหมือนจะไม่ใช่ เธอรู้ตำแหน่งของสมองส่วนความจำอย่างชัดเจนจากการอ่านหนังสือกายวิภาคในบ้านของเธอ และเธอยังรู้ที่ซ่อนของเงินที่เป็นปริศนาของบ้านหลังนี้อีกด้วย

เธอขโมยเงินนั่น แต่มันไม่ผิดกฏหมายเพราะพินัยกรรมของบรรพบุรุษได้บอกเอาไว้ว่าถ้าไขปริศนาทั้งหมดแล้วเจอสมบัติที่ถูกซ่อนในแต่ละแห่งได้ ก็เชิญเอาไปเลย แน่นอนว่าไม่มีใครคัดค้าน แต่ก็ไม่มีใครไขปริศนาได้เช่นกัน

นอกจากปริศนาแรกแล้ว ก็มีแต่คุโระคุงที่ไขออกได้จนหมด มีบางอย่างถูกปิดบังเอาไว้ด้วยเวทย์มนต์ด้วยล่ะ

ฉันเคยคิดว่ามันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ แต่หลังจากที่ใช้เคลื่อนไฟฟ้าช็อตที่สมองส่วนความจำจนทำให้ความจำบางส่วนของท่านฮานะถูกทำให้กลับมาอีกครั้ง เธอเดินทางไปตามหาเด็กคนนึง คือคุโระคุง และแสดงเวทย์มนต์ให้ฉันเห็น

มานาบนโลกนั้นมีน้อยกว่าอีกโลกนึงที่เธอเคยไปมา เธอเคยเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟัง เธอสอนฉันให้ใช้เวทย์มนต์แม้จะทำได้ไม่ดีนักแต่ฉันก็ทำได้ ในระหว่างนั้นเกิดเรื่องมากมาย

คุโระคุงสติหลุด และทำร้ายคนอื่นๆ ด้วยผนึกของฉัน ฉันทำให้เขาอ่อนแรงได้แค่ชั่วครู่เท่านั้น หลังจากนั้นท่านฮานะก็เข้ามาผนึกพลังของคุโระคุง และบอกว่าเขามีโชคชะตาที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้อยู่

นั่นก็คือวันนั้น...วันที่คุโระคุงได้หายตัวไป เขาเคยเสียอาจารย์ที่เขารักมากที่สุดจนเกิดคลุ้มคลั่งไล่ฆ่าพวกอันธพาลไปจนจะหมดทั่วทั้งย่านนี้แล้ว แถมยังออกอุบายไล่ต้อนพวกนักเรียนที่ทำร้ายอาจารย์พวกนั้นและครอบครัวไปทรมาณต่างๆนาๆ ทั้งข่มขืนด้วยคนจำนวนนึงที่ถูกล้างสมองด้วยวิธีประหลาด ทรมาณทางร่างกายจนมีคนตายกันเป็นเบือ น่าแปลกที่คุโระคุงไม่ถูกจับ เพราะไม่มีอะไรที่จะใช้เป็นหลักฐานได้เลย ขนาดกล้องวงจรปิดยังจับภาพคุโระคุงไม่ได้ด้วยซ้ำ

หลังจากที่หายตัวไปพักใหญ่ คุโระคุงก็โผล่ออกมาอีกครั้งในอ้อมแขนของท่านฮานะ ฉันขออธิบายเสริม ในช่วงเวลาที่คุโระคุงอยู่กับท่านฮานะ ก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่เหมือนจะผิดปกติแต่ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร

แต่เหตุการณ์นั้นทำให้ท่านฮานะกลับมามีความทรงจำได้อีกครั้ง เธอปลีกตัวจากคุโระคุงและร้องไห้ทั้งวันทั้งคืนไปหนึ่งวันเต็ม ฉันไม่สามารถปลอบใจเธอได้ ทำได้ก็แค่นั่งเป็นที่ระบายให้กับท่านฮานะ

และฉันก็รู้ทุกอย่าง ฉันจึงเข้าใจว่าท่านฮานะไม่อยากจะสูญเสียคุโระคุงไป ฉันจึงค้นคว้าหาความรู้ เกี่ยวกับบางสิ่งที่คิดว่าน่าจะช่วยให้คุโระคุงปลอดภัยได้

อาวุธที่เรียกว่าปืนเป็นอะไรที่ฉันคิดว่าดีที่สุดต่อการป้องกันตัว กระสุนถูกสร้างโดยท่านฮานะ เป็นกระสุนขนาดจุดห้าศูนย์เออีที่ทำจากวัสดุที่ไม่ได้มีบนโลกอย่างมิธริลและอื่นๆ วิธีการทำน่ะไม่รู้หรอก

ส่วนฉันใช้เหล็กกล้าและเหล็กบางประเภทที่ไม่ได้มาจากโลก และแร่ที่ไม่ได้ใช้ทั้งหมดจากท่านฮานะมาสร้างปืน ส่วนที่เลือกคือปืนDesert Eagle ฉันสร้างโดยให้ปืนมีลำกล้องที่ยาวขึ้น ใหญ่และหนักเล็กน้อย บรรจุกระสุนเข้ารังเพลิงได้เพียงแค่แปดนัดเท่านั้น

แม็กกาซีนที่มีทั้งหมดคือสี่ กระสุนก็มีเพียงสามสิบสองนัด ทั้งหมดนี่พวกเราเตรียมเพื่อให้คุโระคุงใช้เมื่อวันนั้นมาถึง แน่นอนว่าท่านฮานะสร้างดาบเอาไว้โดยที่ไม่บอกฉันเลยแม้แต่น้อย

แต่เมื่อวันนั้นมาถึง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนทำให้พวกเราไม่ได้มีโอกาสมอบของขวัญชิ้นนี้ให้เขา พอเขากลับมาก็อยู่ในสภาพปางตาย แถมยังเสียแขนไปข้างนึงอีก

ตอนนี้ฉันได้แต่เฝ้าดูอาการของคุโระคุง แม้จะหายดีจนกลับมาเป็นปรกติแล้วแต่เขายังไม่ฟื้นเลย นี่ก็ผ่านไปเจ็ดวันแล้วแท้ๆ

ฉันที่ไม่ได้ออกไปนอกห้องก็ไม่รู้ว่าใครทำอะไร ช่วงนี้ที่เห็นหน้ากันบ่อยๆก็คือพวกปีศาจอย่างแอสโมดิอุสที่เป็นต้นกำเนิดของบาปแห่งกามตัณหา... ไหนจะมนุษย์หมาป่าและเทพีอะไรนั่นอีก

แล้วทำไมคานะจังถึงได้มีความสามารถเหมือนกับเทพีอะไรนั่นด้วยล่ะเนี่ย? ตอนนี้พวกเธอคงจะกำลังฝึกกันอยู่เหมือนเคยล่ะมั้ง? ฉันถอนหายใจเล็กๆ

แถมสาวๆของเขาที่แวะเวียนมาบ่อยๆอย่างพี่น้องโนมุรากิ และโนบุนะเองก็มาหาเขาอยู่บ่อยครั้ง บางครั้งก็มาค้างคืนที่นี่ด้วยซ้ำ วันนี้ก็เป็นอีกวันที่สามคนนั้นมาพร้อมหน้ากัน

ส่วนท่านฮานะ ฉันไม่เจอเธออีกเลย บางทีเธอคงจะไปตรวจเช็คของพวกนั้นอยู่ก็ได้ ..ฉันคงลืมบอก บ้านหลังนี้จริงๆแล้วเป็นบ้านที่ไม่มีใครอาศัย แต่มันเป็นของทางตระกูลสาขา ท่านฮานะไปขอมาแล้วช่วยกันเก็บกวาด จากนั้นพวกเราสามคนก็ย้ายมาอาศัยอยู่ที่นี่

ท่านฮานะก็มีงานให้ทำ แม้จะอยู่ภายในบ้าน ส่วนฉันก็รับเงินเดือนจากตระกูลหลักด้วยการรับใช้ท่านฮานะ และฉันก็เต็มใจมากซะด้วย ไม่ใช่เพราะเงินแต่ฉันสนิทกับท่านฮานะและคุโระคุงต่างหาก

ฉันในตอนนี้คิดว่าจะไปเตรียมมื้อเย็นสักหน่อย ก็สังเกตความผิดปรกติขึ้น

"อึ่ก...อือ ...ที่นี่มัน?"

"!!!? คุโระคุง!!!"

ฉันตะโกนเสียงดังจนคิดว่ามากพอที่จะทำให้ทุกคนได้ยิน แต่เพื่อความมั่นใจ ฉันขยายเสียงด้วยเวทย์ลมภายในบ้านแลบ้วพูดขึ้นมาอีกครั้ง

"คุโระคุงฟื้นแล้วค่ะทุกคน!"

*ตึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ*

*ปัง!!!*

"คุโระคุง!"

คนแรกคือท่านฮานะที่เป็นห่วงเขามากที่สุด ส่วนรายอื่นแทบจะมาพร้อมกันเลยไม่จำเป็นจะต้องพูดถึง แต่ฉันนั้นพึ่งจะมาสังเกต ถึงความผิดปรกติของตัวคุโระคุง

แววตาคมกริบยิ่งกว่าตอนปกติ สายตาที่หรี่ลงมาครึ่งนึงจ้องมองมาที่พวกเราอย่างไม่สบอารมณ์ แขนซ้ายกำแน่นและเขายังกัดฟันกรอดจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้

"คุโระคุง ...เป็นอะไรน่---"

*ตุ้บ!*

"เสร็จมันจนได้ ยัยอเดลนั่นเป็นใครกัน? ทำไมมันถึงต้องการตัวฮินะ?"

คำสบถของคุโระคุงทำให้รู้สึกว่าไม่ใช่เขา ยูริที่อยู่ข้างๆหรี่ตามองแล้วเดาะลิ้นเบาๆออกมา

"ท่านราชากลายเป็นปีศาจโดยสมบูรณ์แล้ว แต่ถ้าจำไม่ผิดมันควรไม่เป็นแบบนี้สิ"

"ว่ายังไงนะคะ?"

"ค่อยคุยกันทีหลัง แต่นั่นจะไม่ใช่ท่านราชาที่พวกเจ้าจะรู้จักหรอกนะ ทำใจไว้ด้วยล่ะ"

แววตาของคุโระคุงมองมาทางพวกเราทุกคน แม้จะไม่พูดอะไรแต่พวกเราก็รู้สึกกดดันอย่างมหาศาลสุดๆ สักพักคุโระคุงก็ลุกขึ้นยืน ท่านฮานะจึงออกตัวไปข้างหน้าและพยายามให้คุโระคุงนั่งลง

"เดี๋ยวสิ! เธอต้องพักผ่อนก่อนนะ! ร่างกายน่าจะยังไม่ฟื้นฟูดีเลยน--"

"หนวกหู ชั้นไม่จำเป็นจะต้องให้ใครหน้าไหนมาคอยเตือนคอยบอกอะไรทั้งนั้น เกะกะ ชั้นจะกลับไปจัดการพวกนั้นทิ้ง"

น...นี่มัน ดูไม่เหมือนกับคุโระคุงคนเดิมจริงๆ เขาดูโมโหตลอดเวลาเลยนะ แถมแรงกดดันสูงสุดๆไปอีกด้วย

แต่ดูเหมือนท่านฮานะจะไม่ได้หวาดกลัวอะไร แต่เธอก็ผงะไปอยู่พอสมควร เธอเข้าไปหาคุโระคุงแล้วพยายามผลักเขาลงนอนและมันก็ได้ผลอยู่บ้าง

"ฉันจะไม่ขวางทางเธอหรอกนะจ๊ะ แต่ถ้าไปตอนนี้มีแต่เสียกับเสียเท่านั้น เวลาน่ะมีมากเกินไป พวกนั้นไม่ทำอะไรฮินะจังหรอกนะจ๊ะ เพราะฉะนั้นพักผ่อนสักหน่อย แล้วพรุ่งนี้เช้าฉันจะให้เธอไปที่นั่นนะจ๊ะ"

"ทำไมชั้นต้องรอถึงพรุ่งนี้ ร่างกายของชั้นฟื้นฟูถึงขีดสุดของตอนนี้แล้ว มันมากเกินพอที่จะออกไปสู้แล้วซะด้วยซ้ำ"

"แต่ว่าฉันยังไม่พร้อมจ่ะ ฉันกำลังสร้างบางสิ่งที่ให้คุโระคุงใช้งานในการต่อสู้ แม้จะไม่มากพอที่ก็ดีกว่าถ้ามีอุปกรณ์ดีๆใช่ไหมล่ะจ๊ะ? พักอีกสักนิดเถอะ เธอยังไม่ได้กินอะไรเลยด้วย เดี๋ยวฉันจะให้คนมาเรียกเธอลงไปกินข้าวนะจ๊ะ"

"..."

แต่แววตาของเขาก็ยังคงน่ากลัว แม้จะไม่พูดอะไรมากจนพวกเราคิดว่าเขายอมรับข้อเสนอนี้ พวกเราจึงออกจากห้องของคุโระคุงมา และฉันก็ไม่จำเป็นต้องดูแลเขามากเกินไปอีกด้วย เพราะต่อให้ไปตามติดเขา ถ้าเขาจะไปฉันก็ห้ามไม่ได้หรอก

"ฉันขอไปเตรียมอาหารมื้อเย็นก่อนนะคะ"

"เอาส่วนของฉันไปไว้ที่ห้องนั้นด้วยล่ะ ไปก่อนนะ"

อยากรู้จริงๆว่าสิ่งที่ท่านฮานะกำลังทำอยู่คืออะไร แต่ทุกคนตอนนี้อาการไม่สู้ดีเลย

"เป็นอะไรกันเหรอคะทุกคน?"

"...คนที่ทำให้ท่านราชาไม่กลายเป็นปีศาจอย่างเต็มตัวไม่ใช่ท่านฮินะหรอกนะ แต่เป็นวิญญาณของดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ชื่อเอวาต่างหาก เธอคนนั้นตอนนี้หายตัวไปน่ะ คิดว่าคงอยู่ใต้ช่องแคบที่โดนถล่มไปนั่นแน่ๆ ท่านราชาน่ะรักเธอคนนั้นแม้จะให้ความสำคัญเหมือนน้องสาวแต่ก็รักมากจนแทบจะเทียบได้กับท่านฮินะเลยล่ะ ดีไม่ดีทั้งคู่คือสิ่งสำคัญที่สุดของเขาแล้วด้วยซ้ำ"

"เดี๋ยวก่อนยูริ จริงอยู่ที่ทั้งคู่สำคัญต่อเขา แต่มีอีกคนที่ลืมไม่ได้เลย นั่นก็คือ---"

*ตูม!!!!*

จู่ๆก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น พวกเราจึงวิ่งกลับขึ้นไปดูข้างบนที่เกิดเสียง และฉันก็เดาถูกว่าใครเป็นคนทำมัน

คุโระคุงดูเหมือนจะอัดประตูด้วยหมัดซ้ายอย่างรุนแรงพอสมควรเลย เพราะนอกจากประตูจะพังแล้ว มันยังจะถูกอัดติดกับกำแพงฝั่งตรงข้ามอีกด้วย

สายตาของคุโระคุงมองมาทางนี้ด้วยความโกรธที่หนักกว่าเดิม ปากของเขาขยับเบาๆถามถึงสิ่งที่ดูเหมือนจะสำคัญสุดๆสำหรับเขาออกมา ไม่งั้นเขาคงไม่ซัดกำแพงนั่นจนปลิวไปหรอกนะ

"นิลล่าอยู่ที่ไหน?"

"!!! จะว่าไป ที่คอของท่านราชา!!"

"ไม่มีบ่วงต้องสาป... ฮารุ!"

"ได้! ถ่วงเวลาให้ที!"

ด้วยความเร็วและเงียบเชียบ ฮารุได้วิ่งออกไปจากตรงนี้ ในขณะที่คุโระคุงพยายามจะตามฮารุไป แต่ก็ถูกขัดขวางโดยคานะจังที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี แม้ดาบที่มีจะเป็นดาบไม้แต่ก็ใช้หยุดการเคลื่อนไหวของคุโระคุงได้

"ฉันไม่ชอบที่พี่คุโระเป็นอย่างนี้เลยนะคะ"

"ชั้นไม่ได้ขอให้เธอชอบสักหน่อยนี่"

"ฉันจะหยุดพี่คุโระค่ะ!"

ดูเหมือนเธอจะควบคุมได้แล้ว ร่างกายของคานะจังถูกปกคลุมด้วยแสงสีขาวและเกราะบางส่วนที่มีสีฟ้าอ่อนๆ เธอหยุดแรงอันมากมายมหาศาลของคุโระคุงได้แม้ว่ามันกำลังจะทำลายบ้านหลังนี้ โชคดีที่มีบาเรียร์ของยูริอยู่

"ท่านราชา! ฉันเจอแล้ว!"

ฮารุที่กลับมาก็โยนกำไลข้อมือรูปทรงสวยงามสีขาวให้กับคุโระ ทั้งๆที่น่าจะผ่านมาตั้งเจ็ดวันแล้วแท้ๆ ทำไมมันยังไม่หายไปกันนะ? หรือว่าบางทีคนอื่นๆอาจจะมองมันไม่เห็น

เมื่อคุโระคุงได้รับกำไลนั่นแล้ว เขาก็จ้องมองมัน แต่นั่นทำให้ความโมโหของเขามากขึ้นทวีคูณเข้าไปอีก ดวงตาที่เหลือบมองราวกับจ้องมองบางสิ่งอย่างกับจะไปล่าเลือดเนื้อของมันอยู่นั้นทำให้พวกเราทุกคนผวาอย่างหนัก

"หรือว่า...วิญญาณของนิลล่าหายไปงั้นเหรอ!?"

"บ้าน่า! นั่นน่าจะเป็นบ่วงกรรมของนิลล่านะ! ถ้าไม่อยู่ในบ่วงกรรมของตนก็เท่ากับว่า..."

"อาจจะไปเกิดใหม่แล้วยังไงล่ะ"

*เปรี้ยง!*

แรงกดดันมหาศาลของคุโระคุงทำให้กำแพงเวทย์ที่ล้อมรอบเขาไว้พังทลายจนหมด แม้แต่เวทย์มนต์ระดับนี้ของยูริยังเอาคุโระคุงไม่อยู่ ไม่สิ ไม่มีใครคิดจะต่อต้านเขาแล้วด้วยซ้ำ

"...ชั้นจะออกไปสูดอากาศข้างนอกหน่อย"

พวกเราที่ไม่สามารถขยับได้อย่างปรกตินั้นก็ไม่ได้ตอบกลับคุโระคุง แต่ถึงจะบอกอะไรไปเขาก็คงไม่สนใจแล้วเดินผ่านพวกเราไปเหมือนตอนนี้อยู่ดี ไม่นานพวกเราก็หายใจได้ตามปกติแล้วตามคุโระคุงไป

แต่คนที่ตามไปเหมือนจะมีแค่ฉันแฮะ

"...เดี๋ยวเถอะ แล้วใครจะเตรียมอาหารมื้อเย็นล่ะ?"

"...อดทนไปก่อนก็แล้วกันนะ"

แต่ฉันเป็นห่วงคุโระคุงมากกว่า ถึงตอนนี้ทุกคนจะไม่กล้าไปหาเขา แต่ฉันไม่ใช่ ฉันหน้าด้านพอที่จะตามเขาไปแม้ว่าเขาจะผลักไสพวกฉันก็ตาม

แต่ถึงจะบอกว่าตาม แต่ก็แค่ตามตัว ไม่ได้เดินไปขนาบข้างหรือตามหลัง นึกภาพสตอล์กเกอร์ออกรึเปล่า? ประมาณนั้นแหละ

ก่อนหน้านี้ คุโระคุงหยิบเสื้อมาจากไหนก็ไม่รู้ที่เป็นเสื้อแขนสั้นสีดำใส่ไป ส่วนรองเท้าเป็นรองเท้าแตะของทางบ้าน เขาเดินออกไปท่ามกลางความมืดโดยที่ไม่มีวี่แววว่าจะมีเป้าหมายเลย

ราวกับเขาเดินไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจออะไรบางอย่างยังไงยังงั้น

*ตุ่บ*

"เฮ้ย!?"

ในระหว่างที่เขากำลังเดิน ตรงตรอกเล็กๆที่หัวมุมตรงหน้านั้น จู่ๆก็มีชายกลุ่มนึงเดินเข้ามาแล้วชนคุโระคุงเข้าอย่างจัง แถมไม่ใช่แค่คนเดียวแต่มาเป็นกลุ่มสามคนอีกด้วย

"เดินดูทางบ้างเปล่าวะแกน่ะ? อยากตายเหรอวะ?"

"..."

"เฮ้ย! ไอ้นี่มันพิการนี่หว่า! จัดสั่งสอนให้มันกลัวสักหน่อยไหมวะ?"

"เอาดิวะ ตูกำลังหงุดหงิดพอดี มาระบายอารมณ์ตูหน่อยนะเว้ย!"

"...ไอ้พวกสวะชั้นต่ำ"

*ตุ้บ!!!*

ในพริบตาที่ถูกพวกนังเลงอะไรนั่นหาเรื่อง คุโระคุงก็หมุนตัวเหยียดขาเตะเข้าที่ขมับของอีกฝ่ายทันที แถมยังหมุนตัวกลับมาอยู่ในท่าเดิมอีกด้วย ...แต่ดูจากท่าทางการเตะเมื่อครู่นี้ เทควันโด้สินะ?

*ตุ้บ*

ร่างของเจ้าตัวตรงกลางที่ชนกับคุโระคุงนั้นหมดสติในทันทีเพราะลูกเตะนั่นคงจะเตะแล้วส่งแรงกระแทกไปถึงส่วนสมองสินะ? น็อคในการเตะเดียวนี่ค่อนข้างจะสุดยอดไปเลย แถมไม่ได้รุนแรงมากด้วย

ราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อกี้ที่พังข้าวของและก้าวร้าวใส่พวกเราเลย หลังจากที่เจ้าตัวกลางนั่นหมดสติ คุโระคุงก็ยกแขนซ้ายขึ้นมาแล้วชกหมดแย็บใส่คนที่อยู่ทางซ้ายของเขาไปอย่างรวดเร็วจนทำให้น็อคอย่างรวดเร็วไปอีกคน ส่วนตัวทาวขวานั้นก็ถูกถีบใส่อย่างรุนแรงจนปลิวไปชนกับกำแพง

ป...เป็นการปิดท้ายที่รุนแรงจริงๆ... หลังจากนั้นเขาก็เดินไปตามทางโดยไม่สนใจเจ้าสามตัวนั่นเลยแม้แต่น้อย แน่นอนว่าฉันเองก็ตามไปเรื่อยๆ

จนมาถึงตรอกเล็กๆที่นึง ตรงนี้มีดอกไม้ช่อเล็กๆที่ดูเหมือนจะแห้งเหี่ยวไปแล้ววางอยู่ คุโระคุงย่อตัวลงแล้วพึมพำกับตัวเอง ...ก็ฉันหูดีนี่นะ? ฉันจึงได้ยินยังไงล่ะ

"ขอโทษนะเอ็นโด ... เป็นอีกครั้งแล้วที่ชั้นปกป้องใครไม่ได้ ทั้งอาจารย์ ทั้งเธอ ทั้งยูยะ ทั้งฮินะ เอวา หรือแม้แต่นิลล่า โครวและมุซาชิ ชั้นต้องสูญเสียอีกเท่าไรถึงจะพอใจกันนะ"

น้ำเสียงของเขาราวกับประชดตัวเองไม่มีผิด แถมนั่นเป็นน้ำเสียงที่มีความโศกเศร้าปะปนอยู่ดี

"คงเป็นเพราะชั้นอ่อนแอเกินไปสินะ? ...ต้องแข็งแกร่งขึ้นอีก ...ชั้นต้องการพลังที่มากกว่านี้..."

แต่แล้วน้ำเสียงของเขาก็กลับมาเป็นน้ำเสียงที่รุนแรงอีกครั้ง เขายืดตัวขึ้นแล้วเหลือบมองมาทางนี้ เสียงของเขาดังขึ้นราวกับจะทักฉันที่อยู่ตรงนี้โดยที่ตนเองรู้อยู่แล้วไม่มีผิด

"ตามชั้นมาถึงนี่เลย ต้องการอะไรรึไง?"

"...ก็แค่เป็นห่วงน่ะ"

"ไม่จำเป็นต้องห่วงชั้น ห่วงตัวเองเถอะ"

คุโระคุงเดินมาทางฉัน เพราะว่าตรอกนี่มันแคบ ไม่มีเหตุผลต้องไปทางอื่นอยู่แล้วถ้าหากว่าเขาต้องการจะกลับไปที่บ้าน แต่ในขณะที่เขาผ่านร่างของฉันไป ฉันก็พุ่งเข้าไปกอดเขาจากทางด้านหลัง

"นายสูญเสียคนสำคัญไปเยอะแล้วก็น่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ใช่ไหม? ฉันไม่อยากเสียนายไปนะ"

"..."

"ฉันไม่สนว่าสำหรับนายฉันจะเป็นใครหรืออะไร ฉันแค่อยากให้นายปลอดภัย คอยดูแลและเป็นห่วงนายทุกการกระทำ นั่นคือหนึ่งในความสุขของฉัน และถ้านายหายไปแล้วไม่กลับมาอีกล่ะก็ ฉันอาจจะอยู่ต่อไปไม่ได้แล้วนะ..."

"สำหรับชั้น เธอก็คือครอบครัว ให้ตายยังไงชั้นก็ไม่อยากจะสูญเสียไปอีกแล้ว"

เขาเดินต่อไปข้างหน้า เขาไม่เคยย่ำอยู่กับที่หรือแม้แต่จะถอยหลัง พบเจอเรื่องแบบนี้มาหลายต่อหลายครั้งก็เอาแต่กล่าวโทษตัวเอง เขาในตอนนี้น่ะไม่ว่าจะอะไรก็ตามฉันก็คิดว่าเขาจะผ่านมันไปได้

"ชั้นจะไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ถ้าชั้นมีพลังที่จะสามารถสร้างโลกใหม่ได้ ชั้นก็จะสร้างโลกใบใหม่ที่ทุกคนจะมีความสุข ชั้นจะไม่ยอมสูญเสียใครไปอีกแล้ว ไม่มีวันซะหรอก"

น้ำเสียงของเขาหนักแน่น นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอพูดเลยยูริ เขาก็คือเขา นี่คือคุโรมิเนะ คุโระ ชายที่พวกเราทุกคนรักมากที่สุด

ฉันยิ้มออกมาแล้วเดินตามเขาจนกระทั่งกลับไปถึงบ้าน

หลังจากที่กลับมาถึงบ้าน ตัวฉันก็เริ่มทำอาหารในทันที ฉันไม่จำเป็นต้องทำอาหารหรูๆ แค่บางอย่างที่เหมาะสมก็เพียงพอแล้ว

ไก่คาราอาเกะ ปลาซาบะย่างซอส แซลม่อนย่างเกลือ ซุปมิโสะ และของทานเล่นอย่างผักทอดกรอบ นอกจากนี้ก็มีข้าวปั้นไส้บ๊วย แซลม่อนและไส้เปล่าอีกด้วยล่ะนะ

ระหว่างมื้ออาหาร คุโระคุงก็เดินเข้ามาหยิบส่วนที่เป็นข้าวปั้นไปเพียงอย่างเดียว เนื่องจากข้าวปั้นฉันทำให้สำหรับทุกคน คนละสามก้อนเท่านั้น แถมคุโระคุงดูไม่มีกะจิตกะใจหรืออาจจะไม่อยากอาหารเลยไม่สนใจอย่างอื่นเลยแม้แต่น้อย

ฉันจึงทำข้าวปั้นเพิ่มเติมอย่างรวดเร็วจำนวนเก้าก้อน ชนิดละสามก้อนแล้วใส่จานเรียงรายอย่างงดงามและหยิบได้ง่าย จากนั้นก็นำไปให้คุโระคุง

คุโระคุงนั้น เป็นคนที่ถ้าไม่กินอยู่ที่ห้องทานอาหาร ก็จะไปนั่งกินที่สวนในบ้านแทน แถมบรรยากาศดีแบบนี้ฉันก็ไม่อยากจะเข้าไปขัดจังหวะ เลยวางไว้ข้างๆอย่างเงียบๆ

...หือ? นั่นมันสาเกบ๊วยดองที่ฉันซื้อมาเมื่อวานนี้นี่? หยิบไปซะหน้าตาเฉยเลยนะ... แล้วจะไม่เป็นอะไรเหรอนั่นน่ะ?

"...อะไร?"

"...เปล่า แค่คิดว่ากลัวจะไม่อิ่มเลยเอามาเพิ่มน่ะ ...ฉันไปก่อนนะ"

ฉันถอยออกมาแล้วหยิบส่วนของท่านฮานะยกไปไว้ที่โรงหลอมเหล็ก ...ไม่สิ คิดว่าตอนนี้คงจะอยู่ที่ห้องทำงานอีกห้องสินะ? ฉันได้รับอนุญาตแล้วจึงเดินเข้าไปตามทาง และฉันก็นำของไปวางไว้ที่หน้าห้อง พร้อมกับเคาะประตูสามครั้ง

"ขอบใจนะ"

เมื่อได้ยินคำขานฉันก็เดินจากมา สำหรับหลังมื้อเย็นคงไม่มีอะไรอีกแล้ว เพราะงานของท่านฮานะไม่ใช่อะไรที่ฉันจะเข้าไปยุ่งได้เลยแม้แต่น้อย ในส่วนของฉัน ฉันทำแค่ปืนเท่านั้น...ฉันไปซื้อกระสุนเพิ่มดีกว่า

กระสุนจุดห้าศูนย์เออีนั้นค่อนข้างจะมีราคาแพง ที่ญี่ปุ่นก็ไม่ได้มีร้านขายปืนที่โจ่งแจ้งขนาดนั้น แต่ฉันก็รู้จักกับพ่อค้าตลาดมืดอยู่คนนึง ถึงจะทำตัวไม่สมชายแต่ก็เพราะอย่างนั้นถึงได้เชื่อใจได้

"ยินดีต้อนรับจ้า เอ้า นั่นมันยูนะจังนี่นา เชิญเลยๆ"

"สวัสดีคุณเก็น ฉันมาเพื่อซื้อกระสุนจุดห้าศูนย์เออีแปดนัดต่อหนึ่งแม็กกาซีนสำหรับเดสเสิร์ทอีเกิลน่ะ พอจะมีบ้างไหม?"

"หืม...ก็มีอยู่นะ แต่ตอนนี้สินค้าค่อนข้างจะขาดตลาด กระสุนจุดห้าศูนย์เหลือแค่สองแม็กกาซีนเองนะ เอาไปทำอะไรเหรอ?"

"มีคนที่อยากให้เพื่อใช้ป้องกันตัวเองและปกป้องคนอื่นน่ะ ถึงมันอาจจะใช้กับคนที่แข็งแกร่งกว่าไม่ได้ แต่กับคนที่เข้ามาหาเรื่องที่สัตว์ร้าย ยังไงมันก็สามารถฆ่าได้นี่นะ"

"แปลกจังเลยนะที่เธอพูดแบบนี้ ดีล่ะฉันจะลดราคาให้เป็นพิเศษนะจ๊ะ สำหรับเธอครึ่งราคาก็แล้วกัน"

ฉันจ่ายเงินไปแล้วรับทอนมาพร้อมกับกระสุน จากนั้นฉันก็บอกลาคุณเก็นแล้วกลับมาที่บ้านก่อนที่มันจะดึกไปมากกว่านี้

ฉันเปิดประตูแล้วเข้ามาในบ้าน ฉันก็ได้รับการต้อนรับจากคานะจังที่ดูเหนื่อยๆเล็กน้อย

"กลับมาแล้วเหรอคะ"

"อืม เธอพึ่งซ้อมเสร็จสินะ?"

"ฉันก็ทำไปเพื่อพี่คุโระนั่นแหละค่ะ เพราะฉันรักพี่คุโระมากเลยนี่นะ อีกอย่าง ฉันอยากจะเจอพี่ด้วย ฉันเองก็พุ่งรู้ว่ามีอะไรแบบนี้อยู่กับตัว ฉันจะต้องเป็นพลังให้พี่คุโระได้มากแน่นอนค่ะ"

"แหงอยู่แล้ว นางแข็งแกร่งซะยิ่งกว่าข้าและพี่ของนางเมื่อก่อนหน้านี้ซะอีก อัตราการเติบโตก็ค่อนข้างมากแม้จะไม่เท่ากับพี่สาวของนางก็ตาม แต่ที่น่าตกใจคือพลังของนางแสดงออกมาเร็วอย่างมากนี่แหละ ความถนัดของนางคงเหมือนกับยัยฮารุที่เน้นความเร็วมากกว่าพลังล่ะนะ ถ้ามีอาวุธดีๆคงไม่ต้องถามเลย นางจะต้องแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของผู้กล้าแน่ๆ...ถ้าหากพี่สาวของนางพลังยังไม่ตื่นขึ้นมาล่ะก็นะ"

ยูริเดินเข้ามาพูดเสริมถึงความสามารถของคานะจัง ยังไงก็จะบอกว่าฮินะจังแข็งแกร่งกว่าสินะ? แต่ว่าเธอก็ยอมรับเรื่องที่คานะจังแข็งแกร่งเหมือนกัน

"ถ้าพี่น้องคู่นี้มาเจอกัน ยังไงคานะก็สู้ไม่ไหวหรอกนะ ทางนั้นไม่ได้ถนัดเพียงแค่ด้านใดด้านนึง แต่แข็งแกร่งทุกด้าน แถมตอนนี้ยังได้รับพลังจากเทพีไกอามาอีก อันตรายกว่าเดิมหลายสิบเท่าเลยล่ะ"

"...งั้นฉันก็จะสู้ เพื่อดึงสติยัยพี่บ้านั่นและเพื่อช่วยพี่คุโระ แต่ฉันจะสัญญา ฉันจะไม่ทำให้พี่คุโระต้องเป็นห่วงฉันแน่ๆ"

พอคานะจังพูดออกมาแบบนี้แล้วฉันก็ถอนหายใจเล็กๆ

"ฝากเขาด้วยล่ะ มันยากที่จะเชื่อแต่คุโระคุงในตอนนี้ไม่เหมือนเดิม ระวังอย่าให้เขาไปหาเรื่องคนอื่นล่ะ"

"ค่ะ!"

"เอาล่ะ เข้านอนได้แล้ว ฝืนเกินไปก็ไม่ดีนะ"

ฉันเดินไปที่ห้องของฉัน พร้อมกับถอดเสื้อผ้าออกแล้วทิ้งตัวลงนอนโดยที่เหลือแค่กางเกงในเพียงตัวเดียว ฉันมองไปที่นอกหน้าต่าง ดวงดาวที่อยู่บนนั้นจะมีสักดวงไหมนะที่เป็นโลกอีกโลกนึงน่ะ? ถึงจะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นก็เถอะ

"ถึงจะอยู่ในบ้านแต่จะลดการป้องกันมากเกินไปรึเปล่า?"

"!!!"

ฉันสะดุ้งเฮือกแล้วหันไปทางต้นเสียงที่หน้าประตู ซึ่งก็คือคุโระคุงที่ยืดกอดอกด้วยแขนเดียวพิงประตูอยู่นั่นแหละนะ

"ข...เข้ามาทำไมเหรอ คุโระคุง?"

"นั่นสินะ ชั้นก็แค่อยากจะมาหาเธอเท่านั้นแหละมั้ง?"

คุโระคุงเดินเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ ในตอนนี้ฉันพึ่งจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังโป๊อยู่ แต่ฉันก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรถ้าเขาจะทำอะไรฉัน ...แต่ดูเหมือนฉันจะคาดหวังมากเกินไปสินะ?

"?"

"ถ้าฝืนเกินไปก็ไม่ดีล่ะนะ มานาภายในร่างกายของเธอปั่นป่วนมากเกินไปทางนี้เลยมาแก้ให้น่ะ ก็รู้อยู่ว่าทำเพื่อชั้น แต่มันไม่จำเป็นขนาดนั้น"

คุโระคุงเดินจากไปโดยไม่ทำอะไรเลย แต่เอาเข้าจริงฉันก็รู้สึกหนักอึ้งมาโดยตลอดเลย ก็ค่อนข้างจะนานแล้วล่ะนะ แต่ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกเบาหวิวอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ

"ชั้นจะกำจัดเจ้านั่นทิ้ง และทำลายอุปสรรคทุกสิ่ง หลังจากที่ทุกเรื่องจบลง ชั้นจะกลับมาหาพวกเธออย่างแน่นอน"

"...สัญญาแล้วนะ"

"ชั้นไม่เคยผิดสัญญาหรอก"

คุโระคุงพูดแบบนั้นแล้วเดินออกจากห้องไป มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับเอาภูเขาออกไปจากอกเลยล่ะ

และฉันก็ล้มตัวลงนอนหวังให้พรุ่งนี้เช้าเป็นเช้าที่สดใส การจากลาอีกครั้งในครั้งนี้ ฉันจะเฝ้ารอการกลับมาของคุดระคุงอย่างดีเลยล่ะ

ในตอนเช้า คุโระคุงในชุดเดิมนั้นนั่งรอที่โซฟาของห้องรับแขก สภาพเหมือนพึ่งอาบน้ำเสร็จมาหมาดๆเลยล่ะ ฉันเองก็พึ่งออกจากห้องน้ำมาเมื่อกี้เอง ก็ฉันไม่ชอบอาบน้ำตอนเช้านี่นะ ส่วนใหญ่ก็ต้องเตรียมอาหารก่อนเสมอน่ะ

ฉันล้างมือแล้วจัดเตรียมอาหารอย่างเร็วเป็นแนวตะวันตก ในส่วนของคุโระคุงก็เป็นแซวิชง่ายๆที่มีทั้งแฮม เบค่อน ผัก ชีส เนยและซอส

ของคนอื่นๆก็เป็นไข่กับเบค่อนและก็ขนมปังและนมเท่านั้น แต่จะยังไงก็ช่างเถอะ แต่ทุกคนตื่นช้ากันจริงๆเลยนะ

คุโระคุงในตอนนี้ไม่ได้รอคนอื่น เขาหยิบเอาแซนวิชที่ฉันทำไปกินอย่างหน้าตาเฉย แถมยังกินเร็วมากอีกด้วย ไม่สิ ปกติก็เร็วแบบนี้นี่แหละนะ

"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณยูนะ พี่คุโระ"

"อรุณสวัสดิ์คานะจัง"

"พวกเราพร้อมแล้วล่ะ"

ฮะฮะ พร้อมแล้วงั้นเหรอ!? ทั้งยูริ ฮารุ แอสโมดิอุสและคานะจังก็อยู่ในชุดที่พร้อมที่จะออกไปต่อสู้แล้ว ในส่วนของชุดนั้น ของทั้งสามคนก็เข้าใจอยู่หรอกว่าเป็นชุดถนัด แต่ชุดของคานะจังนี่แหละๆนะ ไปเอามาจากไหนกัน?

ชุดของคานะจังนั้นเป็นทรงรัดรูปเล็กน้อย ที่แขนและขาเป็นบู้ทและถุงมือหนังสีขาวลายดำ เสื้อของคานะจังเป็นเสื้อแขนกุด แต่ก็มีเสื้อแขนยาวที่ส่วนเอวสั้นมาใส่ทับ ในส่วนของเสื้อข้างในเป็นสีดำส่วนเสื้อนอกเป็นสีขาว

"ชุดของฉันเองแหละ"

ฮารุเป็นคนบอกว่านั่นคือชุดของเธอ เธออธิบายว่ามันเคลื่อนไหวยาก ในขณะที่คานะจังชอบมันเพราะว่ามันขยับได้ง่ายและกระชับ ความแตกต่างของร่างกายสินะ? ว่าแต่ขนาดร่างกายก็ไม่ใช่ว่าจะเท่ากันสักหน่อย

"...ต้องจากลากันอีกแล้วสินะคะ?"

พี่น้องโนมุรากิที่ไม่ค่อยจะมีบทเพราะยังคงช็อกกับเรื่องที่เกิดขึ้น วันนี้ก็ดูซึมๆแปลกๆ

ก็แหงล่ะ ทั้งๆที่พึ่งได้เจอกันอีกครั้งแท้ๆ แต่กลับบอกว่าจะไปอีกแล้ว ไม่ว่าใครก็ใจหายทั้งนั้นนั่นแหละ ขนาดฉันยังแทบจะไม่อยากยอมรับเลย

ไม่ใช่แค่พี่น้องโนมุรากิ แม้แต่โนบุนะด้วย รายนี้นั้นถ้าเธอตามไปได้เธอยินดีที่จะตามไปอย่างไม่สนเบื้องหลังเอาไว้เลยล่ะ แต่เธอทำแบบนั้นไม่ได้เพราะว่าเธอรู้ว่าคุโระคุงคงไม่ปล่อยให้เธอไปแน่ๆ

คุโระคุงนั้น พอเห็นว่าทุกคนเริ่มมากันใกล้จะครบแล้ว เขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปหาพี่น้องโนมุรากิ ทางสองคนนั้นน้ำตาคลอเบ้าแล้ว แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ห้ามเขาไม่ได้อยู่ดี

"ชั้นจะกลับมาแน่ ครั้งหน้าชั้นจะไปเดทกับพวกเธอตามที่ต้องการเลย"

"...ถึงจะดูไม่เหมือนเดิมแต่ฉันรู้ค่ะว่าคุณจะไม่โกหก ...สัญญาแล้วนะคะ"

"ถ้าผิดสัญญากับพวกเรา ต้องกลืนเข็มพันเล่มนะคะ"

น้อยไปไหมนั่นน่ะ? แต่ก็เอาเถอะ ฉันรู้สึกดีใจนะที่อย่างน้อยๆเขาก็ไม่ได้ดูหงุดหงิดหรือน่ากลัวเหมือนเมื่อวานแล้ว

"ชั้นจะมาหาเธอแน่ หลังจากนั้นชั้นจะทำตามที่เธอขอทุกอย่างเลย"

"ฉันคงจะขอจูบนายล่ะนะ..."

*จุ๊บ*

"แต่คิดอีกที จูบเลยก็ไม่เสียหายนี่นะ"

โนบุนะที่ยิ้มอย่างเศร้าๆก็ยืดตัวไปจูบคุดระคุงเบาๆแล้วกลับมาทำสีหน้าแบบเดิม ส่วนคุโระคุงก็ใช้มือซ้ายลูบหัวของเธอเบาๆ

ราวกับนัดกันเอาไว้ หลังจากที่คุโระคุงปล่อยมือ ท่านฮานะก็เดินมาในห้องพร้อมกับของมากมาย

"ฉันจะไม่พูดอะไรมาก นี่ของเธอนะคานะจัง"

ขอบตาคล้ำขนาดนั้นคงไม่ได้นอนแหงๆ

เธอนำดาบโนดาชิที่มีความยาวของใบดาบหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซ็นติเมตรให้คานะจัง ดาบนั่น...เหมือนเธอจะเคยบอกว่าเป็นดาบต้องสาปสินะ? แถมยังไม่มีใครใช้มันได้ดีอีกด้วย รู้สึกจะชื่อมุราซาเมะสินะ?

"ส่วนนี่ของเธอทั้งหมดเลยนะคุโระคุง ...มานี่สิ"

คุโระคุงเข้าไปหาอย่างว่าง่าย ก่อนที่ท่านฮานะจะนำอะไรบางอย่างไปติดที่แขนขวาที่ขาดไปของคุโระคุง แถมยังต่อวงจรแปลกๆอีกด้วย ก่อนที่จะนำแขนเทียมที่มีความเป็นเอกลักษณ์และรูปร่างสวยงามออกมาแล้วต่อเข้าไป

"เจ้านี่ฉันใช้วัตถุดิบที่เหลืออยู่ทั้งหมดในการสร้าง ระบบประสาทถูกเชื่อมอย่างถาวรโดยเวทย์มนต์ มันอาจจะพังได้แต่ไม่ง่ายนักหรอกนะ แถมทุกอย่างนี้ฉันลงอาคมระดับสูงเอาไว้แล้วด้วย"

ต่อจากนั้นก็เป็นเสื้อนอกของคุโระคุง เป็นเสื้อสีดำผสมสีฟ้าอ่อน เหมือนกับของคานะจังที่เอวค่อนข้างจะสูง ส่วนที่แตกต่างคือแขนซ้ายนั้นมีแขนสั้น แต่ข้างขวานั้นยาวมาถึงข้อมือเลย ส่วนเนื้อผ้านั่นดีสุดๆ แค่มองก็รู้แล้ว

หลังจากที่คุโระคุงใส่ คุโระคุงก็ทดสอบการเคลื่อนไหวของแขนขวา ดูเหมือนจะใช้งานได้ล่ะนะ และเขาก็นำเข็มขัดไปรัดที่เอว เพราะนั่นจะต้องใส่ปืนเอาไว้

"ชั้นมีเวทย์มิติ ไม่จำเป็นหรอกของแบบนี้น่ะ"

"ใส่ไปเถอะน่า สำหรับปืนน่ะ มันเร็วกว่าถ้าจะชักจากตำแหน่งที่ถนัดนะ"

นอกจากเข็มขัดใส่ปืนนั่นแล้ว ก็ยังมีส่วนของปลอกดาบขนาดใหญ่อีก เพราะดาบนั่นที่สร้างขึ้นมันมีขนาดใหญ่เกินไปน่ะสิ แค่ใบดาบก็สูงเกือบเท่าคุโระคุงแล้วนะ

ในส่วนของตัวกั้นดาบ มันถูกสร้างให้เมหือนกับเบรกมือของรถจักรยานยนต์ ส่วนสาเหตุที่ทำไมต้องทำแบบนั้นก็เพราะ...

"ถ้าบีบส่วนนี้จะทำให้ปลอกดาบเปิดออก มันถูกลงคำสั่งการทำงานแบบนั้นน่ะ ถึงจะดูเหมือนใช้งานลำบากแถมยังมีขนาดที่เทอะทะ เกินมาตรฐานไปถึงสองเท่าตัวก็เถอะ แต่คุโระคุงมีความแข็งแรง ส่วนคานะจังก็มีความเร็ว ดาบนี่น่ะไม่ได้สร้างมาเพื่อมนุษย์หรอกนะ แต่เพื่อพวกเหนือมนุษย์อย่างพวกเธอต่างหาก"

หลังจากนั้นฉันก็หยิบเอาแม็กกาซีนสองอันออกมาจากกระเป๋า แล้วส่งให้คุโระคุง

"ฉันทำได้แค่นี้ นี่คือกระสุนธรรมดาต่างจากที่ท่านฮานะให้ไป แม็กกาซีนมีสีแตกต่างชัดเจนคงแยกออกสินะ? ที่ท่านฮานะให้มาสี่อันนี้คือกระสุนเวทย์ที่สามารถทำลายวงจรเวทย์ได้ รวมไปถึงปั่นป่วนกระแสเวทย์ก็ทำได้เหมือนกัน ส่วนนี่คือกระสุนธรรมดา ไว้ใช้กับอะไรที่มันเหมือนจะไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ดาบหรือกระสุนเวทย์น่ะนะ บางทีก็เร็วกว่าไปซัดเองให้เปลืองแรงอย่างการล่าสัตว์ไง"

"ไม่ต้องอธิบายขนาดนั้นชั้นก็เข้าใจน่า"

คุโระคุงหยิบเอาแม็กกาซีนทั้งสองแบบโยนเข้าไปในอากาศที่ว่างเปล่า แต่แันเห็นว่าเขาเปลี่ยนกระสุนแล้ว ตอนนี้ปืนนั่นเป็นกระสุนธรรมดา

"ว่าก็ว่าเถอะ ถึงดาบนี่จะใหญ่แค่ไหนก็ตามแต่ตอนที่ส้รางก็ควรจะคำนึงถึงคนใช้หน่อยนะ ในกรณีที่ดาบมันเป็นของมันอยู่แล้วอย่างมุราซาเมะนั่นก็ว่าไปอย่าง แต่เจ้าเกรซนี่มันไม่ใหญ่เกินไปรึไง?"

"...ทำไมถึงรู้ว่าดาบนั่นมีชื่อว่ามุราซาเมะล่ะ? แล้วทำไมถึงเรียกเจ้านี่ว่าเกรซล่ะ?"

ท่านฮานะถามออกมา คุโระคุงถอนหายใจเล็กน้อยแล้วจับมือของคานะจังเอาไว้

"ชั้นไม่เคยผิดสัญญา...แล้วชั้นจะกลับมาอย่างแน่นอน"

ว่าแล้วทั้งห้าคนก็หายไปซะเฉยๆเลย ฉันกับทุกคนก็ได้แต่ทำหน้าเศร้าๆ แล้วรอการกลับมาของเขาเท่านั้นแหละนะ

"เขาไม่ตอบคำถามฉันด้วย"

"คุณก็ไม่ได้ตอบคำถามที่ว่าทำไมถึงสร้างอะไรที่ใช้งานยากแบบนั้นเหมือนกันนะคะ แค่ใบดาบขนาดแปดสิบเซ็นติเมตรก็ใช้ยากแล้วแท้ๆ"

"ก็นะ แหวกแนวไง...ง่วงชะมัด ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นอีกคนฉันว่าฉันควรไปนอนแฮะ"

คุณเปลี่ยนไปเป็นคนละคนตั้งแต่ที่คุโระคุงกลับมาในสภาพนั้นแล้วนะคะ...ช่างเถอะ ฉันเองก็ทำงานในส่วนของฉันดีกว่า ฉันจะได้ยิ้มต้อนรับเขาในอนาคตได้สวยกว่านี้

"ต้องพยายามแล้วล่ะนะ"



"...พวกเราเป็นตัวประกอบสินะคะ?"

"ใช่แล้วล่ะค่ะ ถึงจะน่าเสียใจแต่ก็ถูกต้องจริงๆ...แต่เราจะต้องได้บทเด่นในอนาคตแน่ค่ะ"

"ทั้งคู่นี่ดีจังเลยนะ อย่างน้อยๆก็มีคนจำเยอะกว่าฉันล่ะน่า...ฮึก..."

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว