ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 : ความผิดพลาดของพระพาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 : ความผิดพลาดของพระพาย

คำค้น : yaoi นิยายวาย พี่เลี้ยง เจนไม่นก พ่อหม้าย เพชรพระพาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2561 21:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 : ความผิดพลาดของพระพาย
แบบอักษร

เพชรพระพาย

#ความผิดพลาดของพระพาย



การฝึกงานของพระพายดูชัดเจนขึ้นเมื่อเริ่มทำมาได้2สัปดาห์กว่า ๆ



แม้การทำงานจะเรียกได้ว่าเหนื่อยกว่าตอนเรียน แต่พระพายกลับรู้สึกคุ้นเคยกับมันจนนึกภาพตัวเองที่เป็นนักศึกษาไม่ออกเท่าไหร่ คงบอกได้ว่าเป็นปกติสุขดี จนมานึกได้ว่าเวลามันผ่านไปเร็วเหลือเกิน พระพายยังไม่อยากกลับไปเรียน แต่ก็รู้ว่าไม่มีใครฝืนปรากฏการณ์ธรรมชาติเหล่านั้นได้ ทุกวันนี้ความรู้สึกชอบตัวเองมันเพิ่มพูนขึ้นจึงไม่อยากจะเปลี่ยนแปลงความมั่นคงทางจิตใจนี้ แต่ใครเล่าจะรู้…



ว่าคนเราอยู่ที่ไหน อุปสรรคก็จะตามไปที่นั่น…



“พระพายครับ พี่จำได้ว่าวันนี้คุณรบไม่มีนัดกับใครตอนบ่าย 4 นี่” เขาวิ่งกระหืดกระหอบมาหากันที่แพนทรี่



“อา….ครับ”



“แล้วคุณรบโอเคแล้วเหรอ”



“อะไรเหรอครับ”  พระพายค่อนข้างงงในคำถามนี้



“ผู้จัดการฝ่ายมาร์เก็ตติ้งแวะมา เขาบอกว่าเลขาของคุณรบแจ้งเขาว่าคุณรบว่างช่วงบ่ายๆเย็นๆวันนี้”




“อา…พายบอกเขาเอง เห็นอีกฝ่ายบอกว่ามีเรื่องด่วนเลยโอนสายไปให้แต่คุณรบไม่รับ”



“………..”



“พาย…ทำอะไรผิดหรือเปล่า”  ทำไมพี่เพชร….ถึงเงียบไปแบบนี้ล่ะ เรื่องที่พระพายทำลงไป...มันผิดมากขนาดนั้นเลยหรือ



และแค่คำขอโทษ…มันจะเพียงพอไหม



แต่คำขอโทษเหมือนจะไม่มีความหมายอะไรเพราะพระพายไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้ ความจริงที่ว่า ‘งานต้องมาก่อน’ ทำให้คุณรบต้องมานั่งพูดคุยกับผู้จัดการแผนกมาร์เก็ตติ้งจนเลยเวลาเลิกงาน และถ้าวันนี้ไม่ใช่วันสำคัญอะไร คุณเขาก็คงจะกลับรถกับพระพาย แต่เพราะวันนี้มันสำคัญกว่าวันปกติทั่วไป คุณรบจึงรีบออกจากบริษัททันทีที่เพื่อไปทำธุระส่วนตัว และพระพายยิ่งรู้สึกผิดที่ทำให้เขาต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปแทน



“……..”  ถ้าพระพายรู้สักนิดว่าทำไม ก็คงจะบอกคุณผู้จัดการคนนั้นให้มาก่อนหรือหลัง เพราะคนทำงานทุกคน ย่อมทำงานเพื่อความสุขส่วนตัวทั้งนั้น



“วันหลังพระพายต้องระวังนะครับ”  คนสอนงานไม่ได้ดุพระพาย แต่พระพายกำลังโทษตัวเอง ทั้งๆที่ความผิดพลาดคือประสบการณ์แท้ๆ แต่ก็ยังยอมรับมันไม่ได้ พระพายไม่อยากให้คุณรบลำบากเพราะตนเอง และยิ่งมารู้เอาตอนนี้ว่าวันนี้สำคัญกับคุณรบแค่ไหน



ก็ยิ่งเสียใจ….



“พายขอโทษครับ”



“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องขอโทษไงครับ พายไม่ผิดสักหน่อย”



“พายเสียใจ”



“พระพายไม่ต้องขอโทษหรอกครับและพี่ก็ว่าคุณรบคงไม่โกรธนะ”



“พี่เพชร….”



“วันนี้เรารีบกลับบ้านดีกว่าไหมครับ” เพราะวันนี้เป็นวันสำคัญ



“………..”



“วันนี้วันเกิดพี่เจน ถ้าพระพายไม่อยู่ พี่เจนก็คงเสียใจ”  ต่อให้ทุกอย่างออกมาดี พี่เจนดีใจกับการที่พระพายมา แต่พระพายจะดีใจได้อย่างไร….ที่ทำให้ทุกอย่างที่คุณรบวางแผนไว้เกือบจะพังทลาย



เราสองคนมาที่บ้านรัตนสกุลหลังจากที่ทุกอย่างถูกเริ่มไปหมดแล้ว พี่เจนและคุณรบทักทายพวกเราด้วยรอยยิ้มอย่างที่คิดไว้ บางทีพี่เจนก็อาจจะไม่รู้เรื่องอะไร ส่วนคุณรบก็คงไม่มีทางเล่า พระพายนั้นได้แต่ยิ้มให้ทั้งสองด้วยความรู้สึกแย่ในหัวใจ คนข้างๆกายของพระพายก็เงียบไป เขาไม่เหมือนพี่เพชรที่พระพายชอบค่อนแคะและสร้างเสียงหัวเราะให้ทุกคน ดวงตาของเขา…..นั้นไม่เชิงว่างเปล่า และพระพายกลัวว่า…เขาจะผิดหวังในตัวพระพายเอง….



หลังจากที่พี่เจนเป่าเทียน และทุกอย่างเริ่มที่จะดึกเกินไป น้องวินที่ดูจะง่วงนอนแล้วถูกพาขึ้นไปนอนกับคุณหญิง หนึ่งวันที่สำคัญในบ้านนี้กำลังจะจบลง ทว่าพี่เจนก็ยังมีความสุข และคุณรบที่เอาแต่มองเจ้าของวันเกิดก็ดูจะมีความสุขไปด้วย ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี และพระพายก็ไม่รู้สึกว่าตนเองเหมาะสมที่จะไปแชร์สิ่งเหล่านี้กับพวกเขาเลยเดินถอยออกมาคนเดียว



พี่เพชรกลับไปแล้ว แม้ว่าเขาจะพูดว่าไม่ได้ผิดหวังหรือคาดหวังอะไรในตัวกันเลย แต่พระพายก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้น อาจจะเพราะเขาพูดว่าไม่ได้คาดหวังล่ะมั้ง พระพายเลยยิ่งรู้สึกแย่ สิ่งที่เกิดขึ้นหักล้างความภูมิใจที่พระพายพยายามสั่งสมขึ้นมา และการที่ได้รับวันหยุดมันไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะต้องจมกับความรู้สึกแย่เหล่านี้ก่อนจะไปกอบกู้ตัวเองในวันทำงานสัปดาห์ต่อไป



“พระพาย”  พี่เจนเดินเข้ามาหาอย่างสดใส พระพายนั้นรีบหันไปยิ้มให้แม้จะซ่อนทุกอย่างไม่ได้หมดก็ตาม



“พี่เจน”  ทำไมทุกคนต้องดีกับพระพาย ทั้งๆที่พระพายไม่สามารถตอบแทนได้ดีๆ



“เศร้าอะไรนะเรา ไหนเล่าให้พี่ฟังสิ”



“………..”



“นี่ลืมกันหมดแล้วหรือไง ว่าพี่เจนก็เคยทำงานเป็นเลขานะ แถมทำมานานกว่าอีตาเพชรขี้กากนั่นด้วย ไหน มันทำอะไรเราไหนบอกพี่มาสิ จะได้เฉ่งให้ถูกเรื่อง”



“พายทำผิดเอง”  มันไม่เกี่ยวกับพี่เพชรเลย



“……….”



“แต่เล่าให้พี่เจนฟังไม่ได้ เดี๋ยวพี่เจนโกรธพาย”



“เด็กโง่ของพี่เจน  เล่ามาเถอะ ใครโกรธเราลงก็ไม่ใช่คนแล้ว อย่าให้พี่ไปเค้นคอคุณรบนะ!”  ก็เล่นหลุดมาซะขนาดนี้ ต้องให้พระพายรู้สึกผิดกับคุณรบอีกเยอะแค่ไหนที่ทำให้เขาลำบากและยังทำให้พี่เจนโกรธไปอีก



แต่ความรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำไปและความหวังว่าจะได้รับการอภัยจากพี่เจนก็ทำให้พระพายหลุดออกมา เมื่อไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ในเรื่องที่ทำพลาดไป คุณรบจึงยอมให้ผู้จัดการฝ่ายมาร์เก็ตติ้งเข้าพบ พระพายจะไม่รู้สึกผิดไปมากเท่านี้เลย ถ้าไม่ใช่เพราะผู้จัดการคนนั้นเข้ามาคุยกับคุณรบเรื่องการขอเพิ่มงบโฆษณานอกรอบ ทั้งๆที่เรากำลังจะมีประชุมกันในอาทิตย์หน้า แต่อีกฝ่ายนั้นต้องการรวบรัดมันให้เสร็จเร็วขึ้นด้วยมีความจำเป็นบางอย่างที่เราไม่ทราบแต่พอจะเดาได้  



ผู้จัดการคนนั้นเป็นคนสนิทของคุณพ่อจึงไม่สามารถปฏิเสธได้ในทันที และเขาก็รู้ว่าคุณรบพยายามหลบเลี่ยงที่จะเจอตรงๆแบบนี้จึงติดต่อผ่านมาหาพระพายที่ไม่รู้แบคกราวด์ต่างๆ และเพราะคำพูดที่ทำให้ดูเหมือนงานด่วน บริษัทจะลำบาก อีกทั้งการรวบรัดตัดตอนอย่างมีชั้นเชิง พระพายจึงบอกตารางงานของคุณรบให้อีกฝ่ายโดยไม่ได้คิดอะไรเพราะโอนสายไปให้คุณรบเท่าไหร่เขาก็ไม่รับ



และเพราะคุณรบยุ่งมาตลอดทั้งวันจึงไม่เคยมีโอกาสได้ถามหรือบอกมาก่อน พระพายเล่าให้เจนฟังประมาณหนึ่ง ในส่วนเรื่องที่คุณรบต้องตาลีตาเหลือกออกมาหา ก็พยายามจะข้ามๆไป ไม่เช่นนั้นคุณรบได้ไปเคลียร์กับพี่เจนยาวแน่ๆ และเท่าที่ฟังมาเจนก็เข้าใจและนึกภาพตามเป็นฉากๆได้ ว่า….



พระพายตกหลุมพรางคนที่อยู่เป็นและอยู่มานานโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย



“………”



“....…..”



“มิน่า….”



“พายขอโทษ”



“มันก็ไม่ใช่ความผิดของพระพายหรอกนะ พวกลุงแก่ๆนั่นมันตั้งใจเข้าทางพระพายอยู่แล้ว เรื่องนี้ตาเพชรเองก็คงไม่ได้ระวังเอาไว้ด้วย” หรืออาจจะระวังแต่ก็หลุด



“…พายผิดเอง”



“คนสอนงานที่ไม่ได้เรื่องนี่มันน่าด่าชะมัด”



“อย่าว่าพี่เพชรเขานะครับ”  ก็พระพายบอกว่าตัวเองผิดเอง ปกป้องกันเก่งเสียจนเจนกลอกตามองบน นี่ที่เขาเดินมาหาพระพายนั่นก็เพราะอีตานั่นมาขอให้ช่วยปลอบให้หน่อยหรอกนะ ไม่งั้นเจนก็คงมัวแต่มีความสุขจนไม่เห็นอะไรผิดปกติ น้องก็ยิ้มให้แต่ในใจก็คงมีอะไรมากมายที่ไม่กล้าพูดออกไป



พระพายเป็นพวกมีระเบียบและรักความสมบูรณ์แบบในระดับหนึ่งเลย แถมยังมีความรักพวกพ้อง ผูกพันกับบ้านหลังนี้มากกว่าเจนด้วยซ้ำ ไม่แปลกหากน้องจะร้องไห้เป็นเผาเต่า และเพราะความเกรงอกเกรงใจจึงพยายามจะแก้ไขคนเดียวเงียบๆไม่บอกใคร เป็นนิสัยดีๆที่ไม่เป็นผลดีกับตัวเองแม้แต่น้อย และเพราะสังเกตจุดนี้ได้ เพชรที่เอนเตอร์เทนคนเป็นอย่างเดียวจึงมาขอความช่วยเหลือที่เจนซึ่งไม่รู้อะไร แต่น่าจะเข้าใจความรู้สึกพระพายได้ไม่ยาก



เพราะเลขาต่างก็เคยต้องรับมือกับความผีบ้าต่างๆคล้ายๆกัน



“พระพาย เรานะมันอ่อนต่อโลกจริงๆ”



“เห…”



“บางทีพระพายก็เหมือนจะรู้ทันทุกอย่าง แต่บางอย่างก็เหมือนจะไม่รู้อะไรเลย”  ซึ่งทุกคนในบ้านหรือแม้แต่ตัวของเพชรเองก็มองว่าความอ่อนต่อโลกของน้องนั้นมันเป็นเรื่องที่ดี ทุกคนเอ็นดูพระพายเหมือนเด็กน้อยก็ไม่ปาน แม้ว่าพระพายจะออกความเห็นแย้งอะไรได้ แต่ทัศนคติโดยรวมก็ยังถือว่าจรรโลงใจ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เชิงว่าถูกหลอกนัก…แต่เรียกว่าไม่ทันกันเสียมากกว่า



คาดว่าทั้งหมดคงเป็นแผนของผู้จัดการฝ่ายมาร์เก็ตติ้งที่อยากจะขอเพิ่มงบทั้งๆที่รู้ว่าเอาเข้าที่ประชุมจะไม่ผ่านการเห็นชอบกับอีกหลายฝ่าย เลยตั้งใจใช้ความสัมพันธ์อันดีที่มีมากับพ่อของคุณรบไปพูดคุยกับคุณรบก่อนวันประชุม แต่คุณรบไม่เปิดช่องให้สักเท่าไหร่ หรืออาจจะไม่ได้อยากให้อยู่แล้ว อีกฝ่ายจึงพยายามหาช่องว่าง



หากเป็นเพชรแล้วเขาคงตัดไปเลยเพราะรู้ระเบียบและเรื่องภายในดี แต่พระพายเพิ่งมา ยังไม่ทราบอะไรนัก และเพราะน้องเล่นบทที่ไนซ์ต่อคนทั่วไปอย่างมากๆแล้วจึงไม่ยากที่จะหลอกใช้ อีกฝ่ายอาจจะไม่ได้หวังว่าจะได้ แต่ก็บ้าบิ่นมากที่จะลองคาดหวังกับความใหม่หมดจดของพระพาย และมันก็สำเร็จเสียด้วย ส่วนน้องก็เห็นว่ามันไม่ได้อะไรกับการบอกตารางงานของคุณรบให้ทราบเพราะคงคิดว่าอีกฝ่ายคงอยากจะติดต่อมาช่วงนั้น น้องคงไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาดักเจอ



“……”



“พระพาย งานของเลขาพูดง่ายๆคือการทำให้นายพอใจในเรื่องต่างๆใช่ไหม และการทำอย่างนั้นได้ พระพายต้องรู้ใจคุณรบเหมือนที่พี่เพชรรู้ แต่พี่เพชรก็ไม่ได้รู้ใจคุณรบในเดือนแรกที่ทำงานเหมือนกัน เพราะงั้นอย่าโทษตัวเองสิ”



“แต่พายรู้จักคุณรบมานานแล้ว”



“พระพายรู้จักคุณรบที่บ้านหลังนี้ แต่คุณรบที่เป็นประธานบริษัทน่ะ พระพายเพิ่งเจอเขาเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนเองนะ”  เจนอธิบายอย่างใจเย็นให้น้องที่พยายามโทษตัวเองได้ฟัง



“……..”



“พระพาย…ถ้าอยากจะเป็นเลขาต้องทำใจนะ งานนี้เราใส่หน้ากากเข้าหาคนเยอะมาก ใจต้องแข็งเพื่อประโยชน์ของเจ้านายและของตัวเรา จะคิดถึงคนอื่นก่อนนั้นไม่ได้แม้จะเป็นประโยชน์ของบริษัทก็ต้องเป็นประโยชน์ต่อนายเราจริงๆด้วย”



“ครับ”



“พระพายเป็นคนเก่งแต่อาจจะต้องฝึกตรงนี้อีก พี่ว่าพี่เพชรเขาคงมองออกแล้วล่ะ ค่อยๆฝึกไปนะ”



“พายนึกว่าที่พี่เพชรดูกะหล่อนนั่นเพราะเขาเป็นพี่เพชรเสียอีก”



“ก็ไม่ใช่ว่าเลขาทุกคนจะดูกะหล่อนแบบพี่เพชรหรอก อีตานั่นแค่เอาความกะหล่อนของตัวเองมาเป็นประโยชน์กับงานเฉยๆต่างหาก”  พี่เจนชมได้เจ็บมาก พี่เพชรที่กำลังโกรธพระพายอยู่อาจจะกระอักเลือดแล้วก็เป็นได้



“พายจะตั้งใจ พี่เพชรจะได้ไม่โกรธ”



“พี่ว่าพี่เพชรไม่ได้โกรธหรอกนะ” 



“แล้วทำไมเขาถึงบอก…ให้พี่เจนมาคุยแทนละครับ”  พระพาย….คิดให้ดีไม่ได้เลย ถ้าเขาไม่เคืองกันแล้วเขาจะไปบอกให้คนอื่นมาพูดกับพระพายทำไม



“เพราะเขา…คงเจ็บใจมั้งที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พลาด”



“…………”



“จริงๆในช่วงฝึกงาน คนสอนงานที่ดีต้องคอยช่วยระวังใช่ไหม แต่นี่มันประมาทชัดๆจะโทษพระพายฝ่ายเดียวมันไม่ถูกเลย เลวมากๆด้วย ถ้ามันทำ พี่จะไปชี้หน้าด่ามันหน้าบริษัทให้ดู”  นี่ก็โอ๋เก่ง โอ๋ถัดมาจากน้องวินก็น้องพายของพี่เจนนี่แหละ อยากให้ไปโอ๋คุณรบให้ได้แบบนี้บ้าง



แต่ถ้ามันเป็นอย่างที่พี่เจนว่า…เพราะฉะนั้นก็หมายความว่า…



“ให้มันจมกับความรู้สึกผิดที่ทำน้องเศร้าไปเลย ดี!”  นี่ก็อะไรจะเกลียดจะชังเขาได้ขนาดนั้น  แต่แค่พี่เจนย้ำชัดๆถึงความเป็นไปได้ทางความรู้สึกที่พี่เพชรอาจจะเผชิญอยู่นะตอนนี้



พระพายก็น้ำตาคลอแล้ว…



“อ้าว…ร้องอะไรอีกเนี่ย”



“ฮึก ก็พาย…พายทำให้พี่เพชรเสียใจ”



“พี่บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ความผิดเราน่ะ”



“แต่ถ้าพายไม่พลาด พี่เพชรก็คงจะไม่พลาดในฐานะคนสอนงาน”  จริงๆแล้วเขาทุ่มเทสอนให้พระพายมากอย่างไม่หวงวิชา แต่ต่อให้พยายามแค่ไหน ความผิดพลาดมันก็เกิดกันได้ เพราะเราคือมนุษย์



เราไม่สามารถควบคุมความผิดพลาดหรือมนุษย์เหมือนกันได้หรอก



“เฮ้อ…”



“………”



“พี่ว่าตาเพชรไม่ได้โกรธพระพายหรอก ถ้าโกรธคงไม่ขอร้องพี่ให้มาคุยกับน้องแบบนี้ แต่รู้สึกผิดไหม ก็อาจจะ”



“ทำไงดี…”  ทำอย่างไรพระพายจะแก้ไขมันได้?



“โตๆกันแล้วคงจัดการความรู้สึกได้ไม่ยาก พระพายก็ไปชวนคุยด้วยหน่อยละกัน”



“แล้วพี่เพชรจะคุยกับพระพายไหม”



“คนมันต้องทำงานด้วยกันนะ แล้วตานั่นก็ไม่ได้เกลียดพระพายด้วย”  ออกจะแคร์ด้วยซ้ำ…แคร์แบบที่ไม่ได้แคร์คุณรบด้วย



“……..”  แต่ถ้าเราจะคุยกันแต่เรื่องงานแบบที่พี่เจนว่า…พระพายก็ไม่ชอบเท่าไหร่นะ



“ลองง้อดูก่อนก็ได้ เราอาจจะไม่ได้ผิดแต่ถ้าไปคุยด้วยดีๆ ปรับทัศนคติตัวเองได้ดีขึ้นเมื่อไหร่ อาจจะเผื่อแพร่ความคิดบวกนี่ไปให้ตานั่นได้ เอาเป็นว่าพี่ว่าคุยไม่ยากหรอก แมวเก้าชีวิตแบบเลขาที่ต้องผ่านประสบการณ์โดนทึ้งมานับครั้งไม่ถ้วนแบบนั้นมันไม่ตายง่ายๆหรอก”



“………..”



“เขาแค่กังวลว่าจะทำยังไงพระพายถึงจะมีเก้าชีวิตได้เหมือนเขาก็เท่านั้นเอง”



“จริงเหรอครับ”



“ไม่รู้สิ แต่เป็นพี่เจน พี่จะคิดนะ”  เพราะพี่เจนเอ็นดูพระพาย และถ้าพี่เพชรเอ็นดูหรือแคร์พระพายแบบที่พี่เจนหรือคนในบ้านนี้เป็น เขาก็จะเป็นห่วงพระพายในแบบเดียวกัน ทุกคนที่นี่ไม่มีใครอยากถอดพระพายออกจากตำแหน่งนี้อยู่แล้ว พระพายเองก็ไม่ควรยอมแพ้ อย่าให้งานที่พลาดเพียงชิ้น ทำลายล้างความสำเร็จนับครั้งไม่ถ้วนที่ทำมา



และถ้าพระพายไม่เห็นค่าของตัวเอง

ต่อให้เพชรตะโกนบอกเท่าไหร่เจ้าตัวก็คงไม่มีวันได้ยินจริงๆ

xxx



เขาไม่อยากสูญเสียพระพายที่ไร้เดียงสาไป

แต่ก็ยอมรับว่างานที่น้องอยากทำ…ความไร้เดียงสาคือสิ่งที่ไม่จำเป็น….



เมื่อวานเป็นวันที่ตลกไม่ออกอย่างที่ไม่เคยเป็น พระพายมีอิทธิพลกับเพชรพิสุทธิ์มากจนเขายังตกใจในตัวเอง  ทั้งๆที่มันไม่ควรเป็นขนาดนี้เพราะเขาควบคุมทุกอย่างได้มาตลอด ทว่าเมื่อได้เห็นแววตาผิดหวังในตัวเองของพระพาย เขาก็ตระหนักได้ในความผิดพลาดที่เขาทำขึ้น จะว่าเพชรนั้นปกป้องพระพายมากเกินไปก็ได้ แต่เขาก็ทำเพื่อความสบายใจของตัวเองเช่นกัน เพราะขนาดทำขนาดนี้แล้ว…มันยังหลุดรอดสายตาไปบ้างเลย



“สายแล้วเหรอเนี่ย”  เพราะมันเป็นวันหยุด เขาเลยอ้อยอิ่งเกินไป และวันนี้เขาต้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัดแม้ไม่มีใครรอเป็นพิเศษแต่เขาก็มีงานของทางนั้นที่ต้องกลับไปดูแล และแถมช่วงนี้ทางครอบครัวก็วุ่นวายมาก เมื่อวานทั้งวันเขาแทบจะจดจ่อกับงานไม่ได้เมื่อปู่ขยันโทรมาสายแทบไหม้ จนทำให้เขาหลุดการดูแลพระพายไปอย่างไม่น่าให้อภัย



แต่ถึงจะสายแล้วก็ไม่ได้ใช้เวลานานจนเกินไปที่จะมาถึงที่บ้านของแม่ที่ต่างจังหวัด อาจจะเพราะมันไม่ได้ไกลกันมากขนาดนั้นขับเพลินๆยังไม่ทันเหนื่อยก็มาถึง เพชรเปิดประตูรั้วก่อนจะขับรถเข้าไปเก็บ เข้ามาทักทายแม่เพื่อให้แม่ไม่รู้สึกน้อยใจที่เขาไม่สนใจเพื่อคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ รดน้ำต้นไม้ด้วยตัวเอง แล้วค่อยไปเคลียร์นั่นนี่กับผู้จัดการหอที่จ้างมาดูแลความเป็นไปและความสะดวกสบายของผู้เช่า เขาลำดับทุกอย่างไว้ในหัวแล้ว แต่เหลือเพียงแค่ทำเท่านั้น



ทว่า…



“มาแล้วเหรอครับ”



“……….”



“พายเอง”  ในตอนนี้พระพายไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่ารุกมาถึงนี่จะทำให้เขาตกใจจนช็อคไปไหม แล้วก็ใช่เลย เพชรช็อคไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ขอให้ความช็อคของเขา ไม่ออกมาร้ายจนเกินไปเลยนะ ได้โปรดอย่าไล่พระพายกลับบ้านตอนนี้เลย



“พระพายมาได้ยังไงครับ”  เขาไม่คิดว่าพระพายจะมาที่นี่ เพชรเอย…เอ็งคงไม่ได้หลับอยู่ใช่ไหม  และคงจะไม่ปู้ยี้ปูยำพระพายในฝันจริงๆใช่ไหม?



“พายไปหาที่หอแล้ว แต่พี่คนดูแลบอกว่าพี่เพชรจะแวะเข้าบ้านมารดน้ำต้นไม้ก่อนเสมอ เลยบอกทางมา”  พอฟังมาถึงตรงนี้เพชรก็มั่นใจทีเดียวว่านี่ไม่ใช่ฝัน เพราะฝันของเขาพระพายคงไม่พูดอย่างมีเหตุผลอยู่แน่ ช่วยดูบ้างว่าเจ้าของความฝันคือใคร นี่เพชรเอง เพชรที่ไร้สาระในนิยายคนอื่นมาได้เป็นสิบตอน แต่กลับตลกไม่ออกในนิยายที่ตัวเองเป็นพระเอก



“พระพายมีอะไรหรือเปล่า โทรมาก็ได้นะ เอ่อแต่พี่ไม่ได้ไล่นะ”  ตอนนี้เขากลับมาสับสนตัวเองอีกครั้ง สำหรับเพชรที่ผ่านเหตุการณ์เมื่อวานมา เขาเริ่มมองพระพายเป็นแก้วที่แตกได้จริงๆแล้ว



และการทำตัวแบบไปไม่เป็นของคุณเลขามืออาชีพ ก็ทำให้คุณเลขามือสมัครเล่นใจฝ่อไปบ้าง ใจพองบางหนเช่นกัน ทว่าจริงๆแล้วมันก็แค่เพราะพ่อพระเอกคนนี้รับมือไม่ทันกับการถูกรุกในยามสายที่ยังตื่นไม่ดีนัก



“พายมีเรื่องอยากจะคุยด้วยเลยมาหา แต่เคยจำได้ว่าพี่เพชรบอกว่ากลับบ้านทุกวันหยุด”  น้องจดจำเรื่องของเขาได้ แค่นี้ก็พอรู้แล้วว่าพระพายก็แคร์ แต่พระพายเป็นคนใจดี เพราะฉะนั้นนี่ก็อาจจะเป็นเรื่องปกติของคนใจดีก็เป็นได้



“………”



“พระพายคุยกับพี่เจนแล้วเลยอยากจะมาขอโทษ”



“ขอโทษทำไมครับ พระพายไม่ผิดสักหน่อย”



“ก็ถ้าพายไม่ทำพลาด พี่เพชรก็ไม่ต้องรู้สึกผิดที่สอนพายไม่ดีไงครับ”



“……….”



“พายขอโทษนะ ให้โอกาสพายอีกครั้งนะ”  ให้ตายเหอะ เข้าใจผิดเก่ง….แล้วทำไมต้องทำอะไรแบบนี้ให้มันดูน่ารักด้วยเล่า มาขอโอกาสบ้าบออะไรกัน เพชรพิสุทธิ์นี่แทบจะเอาทุกทรัพย์สินที่มีไปขายและยกให้ไปเสียจบๆด้วยซ้ำ



“น้องพายไม่ต้องขอโทษ พี่ไม่ได้รู้สึกผิดแบบนั้น”



แล้วเขารู้สึกผิดแบบไหน…..



“พี่แค่….อาจจะรู้สึกแย่ที่ทำให้พระพายเสียใจและผิดหวังในตัวเองมากกว่านะครับ แต่ไม่ได้โกรธน้องเลย ที่เมื่อวานไม่ค่อยได้คุยเพราะเห็นพระพายเครียดๆอยู่ด้วย ส่วนพี่ก็ยุ่งๆเรื่องที่บ้าน”  เขาไม่เคยคิดว่าพระพายจะตีความการแสดงออกของเขาไปว่ามันดูเย็นชา จริงๆเขากำลังนิ่งและคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี และที่ไม่ได้เข้าไปเล่นด้วยเพราะยุ่งอยู่กับการคุยโทรศัพท์นี่แหละ



นี่ไม่ใช่ปีแรกที่ทำงาน เพชรรู้ดีว่าความผิดพลาดมันเกิดขึ้นได้ เขาจึงไม่ได้คาดหวังว่าพระพายจะทำทุกอย่างได้ถูกต้อง จริงๆเรื่องแบบนั้นเขาก็ไม่ได้สอนพระพายแต่แรกเพราะไม่อยากให้น้องมองโลกร้ายๆไปก่อน ก็ยอมรับว่าที่ทำน่ะ คือการสปอยล์กันเกินไป แต่เขาเป็นห่วงความรู้สึกน้องมากกว่า จึงไม่ทันระวังว่าเขาปกป้องตลอดไปไม่ได้หรอก



และเมื่อพระพายได้เผชิญกับมันจริงๆเขาจึงผิดหวังในตัวเองนักที่ทั้งไม่เคยบอกให้ระวัง ยิ่งผิดหวังในตัวเองนักที่ทำให้พระพายรู้สึกแย่กับสิ่งที่ทำผิดพลาดไป และเขาก็ไม่สามารถช่วยกอบกู้ความรู้สึกของพระพายได้เลยในตอนนั้น และเพราะมันติดเสาร์อาทิตย์ จึงต้องไปขอให้เจนทำให้ทั้งๆที่เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอีกฝ่ายด้วยซ้ำ



บนโลกของการทำงานมันไม่ใช่อะไรที่สอนกันได้ทุกเรื่อง พระพายยังต้องเผชิญอีกหลายส่วน ทุกวันนี้เขาอาจจะสอนน้องไม่ถูกต้องนัก เพราะสุดท้ายมันก็ต้องมีเรื่องที่น้องต้องเผชิญคนเดียว ปีกของเขามันไม่กว้างพอที่จะปกป้องน้องได้ทุกอย่าง บางทีเขาอาจจะต้องให้น้องได้เติบโตแบบที่ควรจะเป็นบ้าง การเอ็นดูพระพายเหมือนคนบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้ แต่ทำแล้วไม่เป็นผลดีกับพระพายจริงๆ



พระพายนิ่งไป เหมือนตัวเองก้าวไปสู่ในโลกที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แววตาท่าทางและคำสารภาพของรุ่นพี่ตรงหน้าทำให้รู้สึกแปลกจริงๆ เขาก็คือคนที่พระพายรู้จักมากหลายปีแล้ว แต่ทำไมพระพายกับรู้สึกไม่คุ้นเคยกับเขาเสียอย่างนั้น แม้จะรู้ดีว่ามนุษย์มีมุมต่างๆที่ต้องใช้เวลาถึงจะปลดล็อคเข้าไปทีละจุด แต่ภาพข้างหน้าที่ได้เห็นมันเกินกว่าที่พระพายคาดหวังไปบ้าง และไม่คิดเลยว่าอีกด้านมุมนึงที่ตนได้ปลดล็อคเข้าไปจะเป็นเช่นนี้ เขาเองก็กังวลมาก และเห็นได้ชัดว่าแคร์กันมากมาย…..



“พาย…ไม่เป็นไรแล้วจริงๆ”



“งั้นก็ดีแล้วครับ”



“ถ้าพายไม่เป็นไรแล้ว…พี่เพชรก็ต้องดีขึ้นด้วยนะครับ”



“…………”



“พายอุตสาห์มาถึงนี่เลยนะ”  อย่าทำให้ความพยายามของพระพายศูนย์เปล่าสิ



รีบกลับมาเป็นคนเดิมให้พระพายสบายใจหน่อย

เป็นแบบนี้พระพาย….ไม่ชินเลยจริงๆ….



“พายมาง้อพี่ถึงที่นี่เลยนะ”  ทั้งๆที่มันไม่ใช่ความผิดทั้งหมด แต่การเปิดใจก่อนเป็นเรื่องที่ดีกว่า ในเมื่อตอนนี้พี่เพชรระแวงที่จะสัมผัสเพราะกลัวน้องแตกร้าว  ก็คงเป็นตัวคนน้องที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา เขายิ้ม การถูกแคร์นั้นมันเป็นเช่นนี้เอง



“งื้ออออ เป็นการง้อที่น่ารักมากเลยครับ พี่เพชรช๊อบบบบ” ไม่ต้องทำหน้าเหมือนอยากบีบกันขนาดนั้นก็ได้ แม้คำพูดแบบนี้พระพายจะไม่เคยนึกชอบแต่ก็สบายใจที่ได้ฟัง อย่างน้อยกำแพงที่เคยขวางกั้นก็ค่อยๆบางลงแล้ว



“พี่เพชรไปทานข้าวเถอะครับ คุณแม่รอนานแล้ว วันนี้พระพายมาช่วยคุณแม่พี่เพชรทำอาหารด้วยนะ”  เขายิ้มออกมา ต้องใจกล้าแค่ไหนที่จะบุกมาถิ่นเขาได้และบุกไปช่วยแม่เขาทำครัวทั้งๆที่เคยคุยกันแค่ครั้งเดียวแบบนั้น พระพายเป็นเด็กน่ารัก ใครมองหรือได้รู้จักต่างก็เอ็นดู ไม่แปลกใจที่จะได้เข้าบ้านคนอื่นง่ายแบบนี้ แต่แค่คิดว่าเจ้าตัวทำทั้งหมดเพื่อเขา เพชรก็มีกำลังใจขึ้นมาจากที่คิดว่าที่ทำไปมันไม่มีอะไรดี ไม่หรอกที่ทุ่มเทไปนะมันส่งผลบ้างแล้ว ช้าๆแต่ก็เห็นได้…ว่ามันมีความไว้วางใจเกิดขึ้นจริงๆ



นี่แหละเมล็ดพืชที่เขาหว่านลงดิน

มันกำลังจะแตกรากหยั่งลึกเพื่อรอการออกผลออกดอกให้เก็บกิน….




Talk : เพชรไม่ค่อยรุกจีบค่ะ(เหรอ) พี่เขาทำตามแสตนดาร์ดการปลูกฝังจิตสำนึกรักให้น้อง ค่อยๆหยอด ค่อยๆใส่ แต่สม่ำเสมอเข้าไว้คือหลักการถถถถ ก็จะค่อยๆเห็นปมนั้นนี้ค่อยคลายกันไป แต่ขอให้มั่นใจว่ามันจะจบในไม่นานค่ะ

ฝาก #เจนไม่นก #เพชรพระพาย และต่อไปอาจจะได้มี #ลูกชุบของอััศวิน แอร้ยยยยยยยย 555

Twitter @reallyuri

ความคิดเห็น